รับแอปรับแอป

สองขั้วหน้าโป๊กับหน้าโป๊ะแตก: ทำไม "Kashiwada x Oota" ถึงน่าลุ้นกว่าที่คิด

ภูริเดช คำทอง01-30

ทำความรู้จักโลกหน้าโป๊กับหน้าโป๊ะแตก

เรื่องนี้เล่าเรื่อง คาชิวาดะซัง เด็กสาวมัธยมที่หน้าตายแทบไม่มีอารมณ์ กับ โอตะคุง หนุ่มที่สีหน้าขายทุกความรู้สึกของตัวเองแบบไม่มีกั๊ก

คนหนึ่งเก็บทุกอย่างไว้อยู่ข้างใน อีกคนเผลอปล่อยทุกอย่างออกมาบนหน้า แล้วดันต้องมาอยู่ห้องเดียวกัน ความต่างสุดขั้วนี่แหละที่ค่อยๆ กลายเป็นเสน่ห์ของเรื่อง

มังงะต้นฉบับเป็นผลงานของ Azuma Fuyu ตีพิมพ์ในนิตยสาร Dra-Dra-Sharp# (Fujimi Shobo) ช่วงปี 2018-2023 รวมเล่มจบที่ 10 เล่ม ก่อนจะถูกหยิบไปทำอนิเมะ

  • ชื่ออังกฤษอื่นๆ: Inexpressive Kashiwada and Expressive Oota / Expressionless Face Girl and Emotional Face Boy

  • ฤดูกาลที่ออกอากาศ (ทีวีอนิเมะ): Fall 2025

  • สตูดิโอผู้ผลิต: Studio Polon

โทนเรื่อง: โรแมนติกคอเมดี้ฟีลดี สายเขินเนิบๆ

โฟกัสหลักของอนิเมะคือ เคมีระหว่างคนสองขั้วสุดโต่ง ในชีวิตประจำวันแบบเด็กมัธยมในโรงเรียนเดียวกัน

โอตะเป็นคนที่หน้าเล่าเรื่องแทนปาก ทุกอารมณ์เขียนอยู่เต็มใบหน้า ส่วนคาชิวาดะไม่ว่าจะดีใจ เขิน หรือประหม่าขนาดไหน หน้าแทบไม่ขยับ ทำให้เกิดคอนทราสต์ชัดมากในทุกซีนที่อยู่ด้วยกัน

โทนเรื่องเลยออกมาแบบ เบาๆ ใสๆ เน้นมุกแกล้งกันในห้องเรียนและชีวิตประจำวัน แล้วค่อยแทรกโมเมนต์เขินๆ ให้คนดูจิกหมอนไปเรื่อยๆ

สนุกตรงที่คนดูมักจะ รู้ก่อนตัวละครเอง ว่าทั้งสองคนเริ่มชอบกันแค่ไหน เพราะสีตาและบรรยากาศมันฟ้องชัดกว่าคำพูดแบบตรงๆ

เสน่ห์หลัก: ความต่างที่ถูกเล่าให้กลายเป็นความน่ารัก

จุดขายสุดชัดคือวิธีเล่าความต่างของทั้งคู่ให้กลายเป็นความละมุน

  • โอตะคุง เป็นสายแกล้งเก่ง ทำหน้าตาเว่อร์ เล่นใหญ่ทุกอารมณ์ กลัวก็เห็น กลุ้มก็เห็น เขินก็แดงเต็มหน้า อ่านง่ายเหมือนมีซับบนหน้าผาก

  • คาชิวาดะซัง ซ่อนทุกอย่างไว้ในรายละเอียดเล็กๆ แทบมองไม่ออกถ้าไม่ตั้งใจดู

ความรู้สึกของคาชิวาดะถูกแสดงผ่านจุดเล็กๆ เช่น

  • มุมปากที่ยกขึ้นนิดเดียว

  • จังหวะกะพริบตาที่เร็วขึ้น

  • การเงียบไปชั่วครู่ก่อนตอบ

ถ้าใครชอบแนว “อ่านใจผ่านรายละเอียดเล็กๆ” เรื่องนี้คือสวรรค์ เพราะยิ่งดูดีๆ จะยิ่งเห็นชัดว่า เธอทั้งเขิน ทั้งดีใจกับสิ่งที่โอตะทำให้อย่างมาก มากกว่าที่เจ้าตัวโอตะจะรู้ตัวเสียอีก

มุกหลักวนอยู่กับการที่โอตะพยายามแกล้งให้คาชิวาดะหลุดสีหน้า แต่สุดท้าย กลายเป็นตัวเองที่ถูกอ่านเกมจากสีหน้าตัวเอง ทุกที ดูเพลินแบบหัวเราะเบาๆ แล้วก็แอบเชียร์ในใจให้ทั้งคู่ขยับความสัมพันธ์

จังหวะความสัมพันธ์: ช้า แต่นุ่ม และโคตรมัธยม

เส้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ ไต่ระดับแบบ อบอุ่น ใสซื่อ ไร้ดราม่าหนัก เน้นบรรยากาศหวานๆ แบบชีวิตประจำวันมัธยมปลาย

สิ่งที่ใช้ดันความสัมพันธ์ไปข้างหน้า มีตั้งแต่

  • เกมไพ่เล่นกันหลังเลิกเรียน

  • กิจกรรมในห้องเรียน

  • งานโรงเรียนที่ต้องช่วยกันทำ

  • สถานการณ์เขินๆ เวลาช็อปปิ้งหรือไปเที่ยวเป็นกลุ่มเพื่อน

ตัวประกอบก็ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะช่วยเพิ่มทั้งมุกและโมเมนต์ดันความรัก อย่างเช่น

  • ซาโตะ เพื่อนที่จริงจังกับการจดสถิติการกระพริบตาของคาชิวาดะแบบคนทำวิจัย

  • เหล่าพี่น้องของทั้งสองฝ่าย ที่โผล่มาป่วนบ้าง ดันบ้าง แต่ก็ทำให้บรรยากาศโดยรวมยิ่งน่ารัก

ใครที่ชอบความรักมัธยมปลายแบบ เดินช้าแต่มั่นคง เน้นสายตาและอากัปกิริยามากกว่าคำว่าชอบ เรื่องนี้ตอบโจทย์เต็มๆ

งานภาพและดนตรี: ฟีลละมุน ดูง่ายหลังเลิกงาน

ด้านภาพ Studio Polon ใช้โทนสี อ่อน นุ่ม สบายตา ดีไซน์ตัวละครดูเรียบง่ายแต่ใส่ใจ รายละเอียดสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ของคาชิวาดะมากเป็นพิเศษ

จุดที่ต้องสังเกต ได้แก่

  • การขยับคิ้วแบบเกือบมองไม่เห็น

  • ปากที่ขยับขึ้นปลายๆ นิดเดียว

  • แก้มที่แดงขึ้นเล็กน้อยตอนเขิน

เลยทำให้การดูเรื่องนี้เหมือนกำลัง เล่นเกมจับผิดความรู้สึกไปพร้อมกับโอตะ ว่าเมื่อไหร่คาชิวาดะจะหลุดสีหน้าออกมาสักที

ดนตรีประกอบไปในโทนเบาๆ ฟังง่าย ช่วยเสริมความละมุนในฉากง่ายๆ อย่าง

  • นั่งคุยกันเงียบๆ ในห้องเรียน

  • เดินกลับบ้านด้วยกันหลังเลิกเรียน

โดยไม่ต้องอาศัยฉากดราม่าใหญ่ให้วุ่น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหาอนิเมะ ตอนสั้นๆ ฟีลดีไว้ดูหลังเลิกงานหรือก่อนนอน

ด้านคะแนนรีวิวเฉลี่ยบน MyAnimeList ช่วงที่ออกฉาย Fall 2025 อยู่ที่ประมาณ 6.75 ซึ่งจัดว่าเป็นเรตกลางๆ แต่สำหรับสายฟีลกู้ด น่าจะสนุกเกินกว่าที่ตัวเลขบอก

ทำความรู้จักตัวละครหลัก

คาชิวาดะซัง (Kashiwada-san)

พากย์โดย: Fujita Akane

  • เด็กสาวที่คนรอบตัวมองว่าไร้อารมณ์ แทบไม่มีใครเดาออกว่าเธอคิดอะไรอยู่

  • ความรู้สึกของเธอไม่ได้ออกมาทางหน้า แต่ ไปอยู่ที่ผมทรงทวินเทล ที่ขยับตามอารมณ์แทน

  • เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับโอตะตั้งแต่สมัยอนุบาล พอเขาย้ายบ้านไป เธอรู้สึกเศร้ามากและผูกพันกับเขามาตั้งแต่นั้น

  • ดีใจสุดๆ ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งตอน ม.ปลาย แม้สีหน้าจะไม่ค่อยบอกก็ตาม

  • ด้านกีฬาแทบไม่ถนัด

  • มีพี่ชายที่ดูร่าเริง ยิ้มแย้มเสมอ แต่ก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้า กลับเลือกแสดงออกผ่านการกระทำ โดยเฉพาะเวลามีเรื่องเกี่ยวกับโอตะ

โอตะคุง (Oota-kun)

พากย์โดย: Natsume Kyouhei

  • เด็กหนุ่มขี้แกล้งที่สีหน้าคือตัวแทนความรู้สึกทุกอย่าง อ่านใจง่ายสุดๆ

  • ติดใจใบหน้าสุดจะนิ่งของคาชิวาดะมาก เลยพยายามทุกวิถีทางให้เธอแสดงสีหน้าออกมา

  • ถึงจะตั้งใจแกล้ง แต่กลับกลายเป็นว่า ตัวเองนี่แหละที่ถูกสีหน้าของตัวเองขายออกหมด ว่ากำลังรู้สึกยังไงกันแน่

ทาโดโกโร่คุง (Tadokoro-kun)

พากย์โดย: Hirose Yuuya

  • เพื่อนของโอตะที่ดูสบายๆ มองโลกในแง่ดีในแทบทุกเรื่อง

  • แม้จะดูชิล แต่จริงๆ ก็เป็นคนขี้กังวลไม่น้อย

  • มักตั้งคำถามกับสิ่งที่โอตะทำกับคาชิวาดะ แต่สุดท้ายก็มักยอมทำตามอยู่ดี เลยเป็นทั้งเบรคและตัวช่วยในเวลาเดียวกัน

ซาตะคุง (Sata-kun)

พากย์โดย: Horikane Souhei

  • เพื่อนกลุ่มโอตะระดับหัวกะทิสายคุณชายสุขุม

  • ชอบสังเกตปฏิกิริยาระหว่างคาชิวาดะกับโอตะเป็นพิเศษ เหมือนดูละครรักส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา

ทาบุจิ (Tabuchi)

พากย์โดย: Hanamori Yumiri

  • หัวหน้าห้องตอนปี 2 ที่ ชอบคาชิวาดะ แบบออกนอกหน้า

  • ถึงขั้นยอมรับว่าตัวเองตามติดเหมือนสตอล์กเกอร์เล็กๆ เพื่อคอยปกป้องเธอจากโอตะ

  • ตอนขึ้นปี 3 ย้ายไปอยู่อีกห้อง แต่ก็ยังแวะเวียนมาหาและยุ่งกับห้องของโอตะอยู่เสมอ

โอดาจิมะ (Odajima)

พากย์โดย: Mineda Mayu

  • เพื่อนร่วมห้องปี 3 ของคาชิวาดะ สาวร่าเริง เข้ากับคนอื่นง่าย

  • สนใจเรื่องการอ่านความรู้สึกคน เลยจับฟีลของคาชิวาดะได้ดีกว่าคนอื่นจนเหมือนเป็นเรื่องง่าย

  • พอรู้ว่าคาชิวาดะสนใจโอตะ แต่ตัวคาชิวาดะเองกลับยังงงๆ กับความรู้สึกตัวเอง

  • เข้าหาโอตะเพราะมองว่าเป็นคนที่แสดงอารมณ์ชัด แต่ยิ่งอยู่ใกล้ก็เริ่มรู้สึกกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ

ทีมงานหลักเบื้องหลังความละมุน

ถ้าดูเครดิตแล้วคุ้นๆ ชื่อ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะได้ทีมงานมากประสบการณ์มาช่วยประกอบร่างความฟีลกู้ดให้ปังยิ่งขึ้น

  • ผู้กำกับ: Kamitani Tomohiro (Nyaight of the Living Cat, Toji no Miko OVA)

  • ดูแลบท: Yokote Michiko (Shirobako, Relife, Genshiken)

  • ดีไซน์ตัวละคร: Nakamura Naoto (High School Fleet Movie, Date a Live IV-V)

  • สตูดิโอ: Studio Polon

สายดูเครดิตน่าจะพอเดาโทนงานได้ ไม่เน้นระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่เน้นบรรยากาศและคาแรกเตอร์ชัดๆ

อนิเมะตามมังงะถึงเล่มไหน?

สำหรับคนที่ดูอนิเมะแล้วอยากต่อมังงะให้เนื้อเรื่องไหลลื่น ไม่ต้องเดาเองให้ปวดหัว

  • อนิเมะดัดแปลงเนื้อหา ถึงช่วงจบเล่ม 3 ตอนที่ 37

โครงสร้างการเล่าเรื่องของอนิเมะมีการนำตอนในมังงะมาเรียงใหม่บ้าง ใช้เนื้อหาบางตอนสลับที่กัน ไม่ได้ไล่ตามเล่มแบบ 1:1 ดังนั้นถ้าจะไปต่อในมังงะ แนะนำให้อ่านตั้งแต่เล่ม 1 เพื่อเก็บรายละเอียดที่อนิเมะอาจจัดลำดับใหม่

เหมาะกับใคร?

เรื่องนี้จะโดนใจเป็นพิเศษถ้าคุณเป็นคนที่ชอบ

  • โรแมนติกคอเมดี้แบบเบาๆ ดูยิ้มได้ตลอดตอน

  • ความรักมัธยมปลายที่ เดินด้วยสายตา ไม่ใช่แค่คำพูด

  • เล่นเกมสังเกตสีหน้าและท่าทางเล็กๆ ของตัวละคร

  • อนิเมะตอนสั้นๆ ฟีลสบายดูแก้เครียดหลังเลิกงานหรือก่อนนอน

ถ้าคุณเป็นสายมังงะหรืออนิเมะโรแมนติกที่อินกับโมเมนต์เล็กๆ มากกว่าซีน告白ใหญ่โต “Kao ni Denai Kashiwada-san to Kao ni Deru Oota-kun” คือหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย