ปีทองของซีรีส์จีน 2569: ดูเพลินทั้งปีไม่มีแผ่ว
ปี 2569 คืออีกหนึ่งปีที่วงการซีรีส์จีนจัดเต็มทุกแนวจริง ๆ ตั้งแต่รักโรแมนติกฟินกรุ้มกริ่ม ย้อนยุคเทพเซียนสุดอลัง แฟนตาซีโลกกว้าง ไปจนถึงดราม่ารสเข้มและสืบสวนสุดระทึก หลายเรื่องลงทุนโปรดักชันใหญ่โตทั้งภาพ งานสร้าง บท และทีมนักแสดงระดับแนวหน้า ดูได้ยาว ๆ แบบไม่รู้สึกเบื่อ
สายดูวาไรตี้โชว์ สายซีรีส์ และสายเที่ยวจีน ต้องเตรียมเพลย์ลิสต์กันดี ๆ เพราะหลายเรื่องไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องดี แต่ยังพาเราไปส่องโลเคชันสวย ๆ ที่ไปเที่ยวตามได้จริงอีกด้วย
ทำไมซีรีส์จีนถึงยังครองใจคนไทยในปี 2569?
เหตุผลที่ซีรีส์จีนยังแรงต่อเนื่องในปี 2569 มีหลายข้อที่คนดูสัมผัสได้ชัดเจน:
โปรดักชันทั้งภาพ มุมกล้อง เสื้อผ้า CG และงานกำกับ ยกระดับจนใกล้เคียงหนังใหญ่
พล็อตเรื่องหลากหลาย ครบทุกอารมณ์ ทั้งโรแมนติก ย้อนยุค แฟนตาซี ดราม่า สืบสวน
เส้นเรื่องเล่าเข้าใจง่าย แต่จุใจ มีทั้งมิติของตัวละครและความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโต
ซับไทยอัปเดตเร็ว ดูได้หลายแพลตฟอร์ม ถูกลิขสิทธิ์ หาดูสะดวก
นักแสดงมีเอกลักษณ์ เคมีดี น่าติดตามทั้งหน้าใหม่และตัวท็อป
ผลลัพธ์คือ ซีรีส์จีนกลายเป็นตัวเลือกหลักของคนไทย ไม่ว่าจะสายดราม่าหนักหรือสายดูเพลินคลายเครียดก็มีให้เลือกครบ
สายย้อนยุค / เทพเซียน (Wuxia): แฟนตาซีอลังการที่ต้องปักหมุด
1. Fox Spirit Matchmaker: Red Moon Pact
ซีรีส์เทพเซียนจากการ์ตูนยอดนิยม เล่าเรื่องความรักข้ามภพระหว่างมนุษย์กับปีศาจจิ้งจอกแดง เต็มไปด้วยเส้นเรื่องเรื่องชาติภพ ชะตากรรม และสัญญาในอดีตที่ตามหลอกหลอนปัจจุบัน เป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่หลายคนรอมาเนิ่นนาน
โลเคชันถ่ายทำใช้เมืองเหิงเตียน (Hengdian World Studios) เมืองจำลองยุคโบราณสุดยิ่งใหญ่ และฉากภูเขาธรรมชาติในมณฑลเจ้อเจียง ใครเป็นสายเที่ยวตามซีรีส์ บอกเลยว่าควรเก็บเข้าลิสต์
2. Fox Spirit Matchmaker: Love in Pavilion
อีกหนึ่งเรื่องในจักรวาลเดียวกันที่แฟน ๆ จับตาดู เน้นความสัมพันธ์ของตระกูลนักล่าปีศาจกับวิญญาณจิ้งจอก โลกแฟนตาซีถูกเล่าให้เข้มข้นขึ้น มืดขึ้น และเต็มไปด้วยเงื่อนงำ
ซีรีส์ใช้ฉากสถาปัตยกรรมจีนโบราณและเมืองจำลองอย่างเมืองภาพยนตร์และโทรทัศน์เซียงชาน ใครชอบบรรยากาศเมืองยุคโบราณที่สร้างขึ้นอย่างประณีต น่าจะถูกใจมาก
3. Sword and Fairy 6
จากเกมระดับตำนานสู่ซีรีส์กำลังภายใน–เทพเซียนที่แฟน ๆ รอคอยมานาน โลกแฟนตาซีในภาคนี้ขยายใหญ่ขึ้น ทั้งศึกของเผ่าพันธุ์ การฝึกวิชา การต่อสู้ และมิตรภาพที่ต้องแลกด้วยการเสียสละ
จุดเด่นคือโลเคชันธรรมชาติในมณฑลยุนนาน ภูเขา เมฆหมอก และทิวทัศน์สุดอลังการ ทำให้ไม่ใช่แค่ดูสนุก แต่ยังชวนอยากแพลนเที่ยวตามรอยอีกต่างหาก
4. A Moment but Forever
เรื่องราวความรักอันยืนนานระหว่างเทพกับมนุษย์ ที่ต้องเจอบททดสอบทั้งจากสวรรค์และกาลเวลา โทนซีรีส์โรแมนติกปนดราม่าหนัก ภาพสวยจัดและอารมณ์เรื่องเข้มข้น
ฉากภูเขา ทะเลหมอก และวัดเก่าในมณฑลกุ้ยโจวช่วยขับอารมณ์เรื่องให้อินยิ่งขึ้น เป็นอีกเรื่องที่หลายคนคาดว่า จะกลายเป็นท็อปแห่งปีสายเทพเซียน และเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากไปเที่ยวตามโลเคชันจริง
สายรักโรแมนติกสมัยใหม่: ดูแล้วหัวใจนุ่มฟู
5. Hidden Love
ซีรีส์รักใส ๆ สไตล์แอบชอบที่ค่อย ๆ เติบโตเป็นความสัมพันธ์แสนอบอุ่น เนื้อเรื่องเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์ละมุนที่ทำให้เผลอยิ้มตามแบบไม่รู้ตัว เคมีนักแสดงเป็นธรรมชาติจนดูแล้วรู้สึกเหมือนแอบส่องคู่รักในชีวิตจริง
ตลอดเรื่อง เราจะได้เห็นบรรยากาศเมืองเซียะเหมิน มหาวิทยาลัยสมัยใหม่ คาเฟ่ และย่านเมืองสบาย ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ลิสต์ที่เที่ยวสไตล์ชิล ๆ ไว้ตามรอย
6. You Are My Glory
โรแมนติกสายคนทำงานที่ผสมโลกเทคโนโลยี การทำงานจริงจัง และความสัมพันธ์ของคนเก่งสองสายอาชีพเข้าไว้ด้วยกัน จุดเด่นคือบทสนทนาฉลาด ๆ เคมีแบบผู้ใหญ่ และความสัมพันธ์ที่ดูสมจริง
วิวเมืองเซี่ยงไฮ้ในเรื่องนี้คือไฮไลต์ ทั้งแลนด์มาร์กตึกสูงสุดโมเดิร์น คาเฟ่วิวดี และไลฟ์สไตล์คนเมืองใหญ่ ใครกำลังแพลนไปเซี่ยงไฮ้ มีมุมให้ตามรอยถ่ายรูปเพียบ
7. Love O2O
ซีรีส์รักสายวัยรุ่น–วัยทำงาน ที่จับโลกในเกมมาผูกกับความสัมพันธ์ในชีวิตจริงได้อย่างพอดี เรื่องราวเริ่มจากความสัมพันธ์ในเกม ก่อนค่อย ๆ พัฒนาเป็นความรักนอกจอ สายดูเบาสมอง น่ารัก สบายใจห้ามพลาด
สำหรับสายเที่ยว ซีรีส์จะพาเราไปเห็นภาพเมืองปักกิ่ง ทั้งมหาวิทยาลัย ย่านเมือง และบรรยากาศแคมปัสจีนแบบแท้ ๆ ใครอยากไปสัมผัสชีวิตเด็กมหา’ลัยจีน ต้องเก็บเมืองนี้ไว้ในแผน
8. Find Yourself
โรแมนติกคอมเมดี้ว่าด้วยความรักต่างวัยในโลกการทำงานจริงจัง แต่เล่าออกมาได้เบา ดูเพลิน และสะท้อนชีวิตคนเมืองยุคใหม่ได้ดี เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ซีรีส์รักแบบผู้ใหญ่แต่ไม่ดราม่าหนัก
เรื่องนี้ถ่ายทำในเซี่ยงไฮ้ทั้งเรื่อง เราจะได้เห็นทั้งออฟฟิศสมัยใหม่ คาเฟ่เก๋ ๆ ตึกสูง และย่านไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน เป็นแรงบันดาลใจให้จัดทริปเที่ยวเมืองใหญ่แบบชิค ๆ ได้เลย
สายสืบสวน / ระทึกขวัญ: ดูแล้วหยุดกดต่อไม่ได้
9. The Lonely Warrior
ซีรีส์สืบสวนดราม่าที่เล่าเรื่องตำรวจหนุ่มต้องเผชิญคดีอาชญากรรมซับซ้อน เชื่อมอดีตกับปัจจุบันอย่างแนบเนียน จุดแข็งคือการคลี่คลายคดีที่ค่อย ๆ เปิดทีละชั้น บรรยากาศกดดัน และการแสดงที่ดึงคนดูให้อินไปกับตัวละคร
โลเคชันหลักอยู่ที่เมืองฮาร์บินและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ฟีลเมืองหนาว หม่น เทา เข้ากับโทนเรื่องสายสืบสวนสุด ๆ ใครชอบภาพเมืองลึกลับเงียบขรึม เดินถ่ายรูปแล้วได้อารมณ์ บอกเลยว่าต้องลองไปสักครั้ง
10. Day and Night 2
การกลับมาของซีรีส์สืบสวนระดับตำนานที่ยังรักษามาตรฐานทั้งพล็อต การสืบคดี และจิตวิทยาตัวละคร ซีซันนี้ขยายขอบเขตคดีให้ซับซ้อนกว่าเดิม เพิ่มปมใหม่ที่ท้าทายทั้งความเชื่อและศีลธรรมของตัวละคร
ฉากในปักกิ่งใช้ทั้งย่านเมืองเก่า ตรอกซอกซอย และอาคารทันสมัย สะท้อนสองด้านของเมืองใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ สายถ่ายภาพสตรีทฟีลเข้ม ๆ น่าจะหลงรักบรรยากาศในเรื่องนี้มาก
จ่อคิวมาแรงปี 2569: เรื่องดังที่ต้องจับตา
11. Joy of Life Season 3
ภาคต่อที่แฟน ๆ รออย่างใจจดใจจ่อ หลังจากสองซีซันก่อนปูเกมการเมืองไว้อย่างเข้มข้น ซีซันสามถูกคาดหวังว่าจะยกระดับสงครามอำนาจให้ใหญ่ขึ้น ทั้งหมากการเมือง ปริศนาในอดีต และชะตากรรมตัวละครที่ซับซ้อนมากกว่าเดิม
เสน่ห์ยังคงเป็นบทสนทนาคมกริบ ผสมอารมณ์ขันและการเล่าเรื่องแบบเป็นชั้น ๆ โลเคชันถ่ายทำหลักอยู่ที่เมืองเหิงเตี้ยน ทั้งฉากวัง เมืองโบราณ และสถาปัตยกรรมยุคจักรพรรดิที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเดินชมได้จริง
12. Fox Spirit Matchmaker: Sword and Beloved
ภาคแฟนตาซี–โรแมนติกในจักรวาล Fox Spirit Matchmaker ที่ดัดแปลงจาก IP ชื่อดัง เน้นเรื่องรักต่างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์กับปีศาจจิ้งจอก โทนดราม่าหนักขึ้น ผสมฉากแอ็กชันและ CG ฟอร์มใหญ่
โลเคชันเด่นคือเมืองตุนหวงและพื้นที่ทะเลทราย–ภูเขาทางตะวันตกของจีน ภาพธรรมชาติสุดอลังการทำให้เรื่องนี้ถูกจับตาไม่ใช่แค่ในฐานะซีรีส์แฟนตาซี แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจท่องเที่ยวสายธรรมชาติด้วย
จากจอทีวีสู่ทริปในฝัน: เที่ยวจีนตามรอยซีรีส์เรื่องโปรด
เสน่ห์ของซีรีส์จีนในปี 2569 ไม่ได้จบแค่ตอนกดดูจบ แต่ขยายต่อไปถึงโลกจริง ผ่านสถานที่ถ่ายทำที่สวยไม่แพ้ในเรื่อง ทั้งเมืองโบราณ วังหลวง ทะเลทราย ภูเขา และเมืองใหญ่สุดโมเดิร์น
หลายโลเคชันในซีรีส์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสเองได้จริง ๆ กลายเป็น ประสบการณ์จากจอสู่ชีวิตจริง ที่ทั้งสายซีรีส์และสายเที่ยวต้องหลงรัก
ใครที่อินกับซีรีส์จีนอยู่แล้ว ปี 2569 นี้คือโอกาสดีทั้งสำหรับการหาซีรีส์ใหม่ ๆ ดู และการอัปเลเวลทริปเที่ยวจีนให้สนุกกว่าเดิมด้วยการ “ตามรอยเรื่องโปรด” ของตัวเอง
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับซีรีส์จีน
ซีรีส์จีนเรื่องไหนมีพากย์ไทยให้ดูบ้าง?
ส่วนใหญ่จะเป็นซีรีส์กระแสแรงหรือได้รับความนิยมสูง แนวฮิตอย่างโรแมนติก ย้อนยุค หรือแฟนตาซีฟอร์มใหญ่ มักมีทั้งซับไทยและพากย์ไทยให้เลือก ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่ฉาย
แอปไหนเหมาะที่สุดสำหรับดูซีรีส์จีน?
ไม่มีแอปเดียวที่ตอบโจทย์ทุกคน แต่เลือกตามสไตล์ที่ชอบจะดีที่สุด เช่น:
ถ้าเน้นซีรีส์จีนใหม่ อัปเดตไว แนวหลากหลาย: เหมาะกับแพลตฟอร์มที่สาย C-Drama ใช้งานกันเป็นหลัก
ถ้าอยากดูซีรีส์คุณภาพสูง ใช้งานง่าย มีซับไทย/พากย์ไทย และไม่อยากสลับแอปหลายเจ้า: แพลตฟอร์มใหญ่ที่รวมหลายประเทศในที่เดียวจะตอบโจทย์
ซีรีส์จีนย้อนยุคเรื่องไหนถูกยกให้เป็นตำนาน?
คำว่า “ดีที่สุด” ขึ้นกับรสนิยม แต่ชื่อที่มักถูกพูดถึงเสมอ ได้แก่:
The Untamed – เด่นด้านมิตรภาพและโลกแฟนตาซี
Nirvana in Fire – เรื่องการเมือง การวางแผน และบทฉลาดลึกมาก
Story of Yanxi Palace – พล็อตวังหลังดุเดือด ตัวละครหญิงแข็งแกร่ง สร้างกระแสหนักทั่วเอเชีย
ทำไมซีรีส์จีนถึงมีจำนวนตอนเยอะ?
เพราะวิธีเล่าเรื่องของซีรีส์จีนมักเน้นความละเอียด ค่อย ๆ ปูพื้นโลก เนื้อเรื่อง ความสัมพันธ์ และพัฒนาการตัวละคร โดยเฉพาะแนวย้อนยุคหรือแฟนตาซีที่มีโครงเรื่องซับซ้อน
รูปแบบการออกอากาศในจีนเองก็เอื้อต่อซีรีส์ยาว ทำให้คนดูมีเวลาอินกับเรื่องและผูกพันกับตัวละครได้อย่างเต็มที่ ยิ่งดูยาว ยิ่งรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตร่วมกับตัวละครจริง ๆ

