กระแสของ iPhone พับได้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หลังมีข้อมูลใหม่ระบุว่า Apple กำลังพิจารณาใช้ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ในสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามสำคัญในการแก้ปัญหาความร้อนของอุปกรณ์ที่มีดีไซน์บางเป็นพิเศษและมีพื้นที่ภายในจำกัดกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป
รายงานระบุว่า Apple ได้สรุปแนวทางการออกแบบระบบ Vapor Chamber แล้ว และเตรียมนำมาใช้กับอุปกรณ์จอพับรุ่นแรกที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2026 โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยกระจายความร้อนจากชิปประมวลผลไปยังพื้นที่กว้างขึ้น ทำให้สามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่าการใช้แผ่นกราไฟต์แบบเดิม
ทำไม iPhone พับได้ถึงต้องใช้ Vapor Chamber
หนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุดของสมาร์ตโฟนจอพับคือการจัดการความร้อน เพราะตัวเครื่องต้องบางมาก ขณะที่ภายในยังต้องบรรจุแบตเตอรี่ บานพับ หน้าจอพับได้ และชิปประสิทธิภาพสูงเอาไว้ในพื้นที่จำกัด
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า iPhone พับได้อาจมีความบางเพียงประมาณ 4.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก และประมาณ 9-9.5 มิลลิเมตรเมื่อพับ ซึ่งจะทำให้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่บางที่สุดที่ Apple เคยผลิตมา
เมื่อรวมกับชิป A20 รุ่นใหม่ และฟีเจอร์ AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมากขึ้น การจัดการความร้อนจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ Apple ไม่สามารถมองข้ามได้ และ Vapor Chamber ถือเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ผลิต Android ระดับเรือธงหลายรายใช้งานมาหลายปีแล้ว
iPhone Fold อาจเป็น iPhone ที่ซับซ้อนที่สุดของ Apple
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple ถูกลือว่าทดสอบต้นแบบจอพับหลายรูปแบบ ก่อนตัดสินใจเลือกดีไซน์แบบ Book-style คล้ายสมุดพับ ที่มีหน้าจอด้านนอกประมาณ 5.5 นิ้ว และหน้าจอหลักด้านในประมาณ 7.8 นิ้ว เมื่อกางออก
จุดขายสำคัญที่ Apple พยายามผลักดันคือหน้าจอที่แทบไม่เห็นรอยพับ ซึ่งเป็นปัญหาที่สมาร์ตโฟนจอพับเกือบทุกรุ่นในตลาดยังไม่สามารถแก้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีรายงานว่า Apple ใช้บานพับแบบ Liquid Metal ร่วมกับโครงสร้างกระจกและกาวชนิดพิเศษเพื่อลดการเกิดรอยพับบนหน้าจอให้มากที่สุด
นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังอาจใช้วัสดุผสมระหว่างไทเทเนียมและอะลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ขณะเดียวกันก็ช่วยควบคุมน้ำหนักและการระบายความร้อนให้เหมาะสมกับตัวเครื่องที่บางมากกว่ารุ่นปัจจุบัน
อาจต้องแลกกับ Face ID
แม้จะเป็น iPhone ระดับพรีเมียมที่สุดของ Apple แต่ข้อมูลหลายแหล่งระบุว่า iPhone พับได้อาจไม่มี Face ID เนื่องจากพื้นที่ภายในไม่เพียงพอสำหรับระบบ TrueDepth Camera แบบเต็มรูปแบบ
Apple จึงอาจหันกลับมาใช้ Touch ID ที่ฝังอยู่บนปุ่ม Power คล้ายกับ iPad Air และ iPad mini รุ่นปัจจุบันแทน เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ภายในตัวเครื่อง
ด้านระบบกล้อง คาดว่าจะมีกล้องหลัง 2 ตัว ประกอบด้วยเลนส์ Wide และ Ultra Wide โดยไม่มี Telephoto เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ภายในเช่นเดียวกัน
ราคาอาจทะลุ 70,000 บาท
อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือราคา เพราะแทบทุกแหล่งข่าวคาดตรงกันว่า iPhone พับได้จะกลายเป็น iPhone ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Apple
ข้อมูลล่าสุดประเมินว่าราคาเริ่มต้นอาจสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 70,000 บาท และอาจขยับไปใกล้ระดับ 80,000-90,000 บาทในรุ่นความจุสูงกว่า
แม้ราคาจะสูงกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปอย่างมาก แต่หลายฝ่ายมองว่า Apple กำลังวางตำแหน่งอุปกรณ์รุ่นนี้ให้เป็นการผสมกันระหว่าง iPhone และ iPad มากกว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือธรรมดา
คาดเปิดตัวพร้อม iPhone 18 Series
ปัจจุบันรายงานส่วนใหญ่ยังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า iPhone พับได้จะเปิดตัวพร้อม iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในช่วงเดือนกันยายน 2026 แม้จะมีข่าวว่ากระบวนการผลิตบางส่วนเผชิญความท้าทายและอาจเกิดความล่าช้าเล็กน้อยก็ตาม
หากข้อมูลเรื่อง Vapor Chamber เป็นจริง นี่จะถือเป็นอีกสัญญาณสำคัญว่า Apple กำลังเข้าใกล้การเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังสะท้อนว่าบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับการจัดการความร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของอุปกรณ์พับได้ยุคใหม่ ไม่แพ้เรื่องหน้าจอหรือบานพับเลยทีเดียว
ที่มา macrumors


ความคิดเห็น