รับแอปรับแอป

นั่งชินคันเซ็น 90 นาทีถึง UEDA พาเที่ยวยุ่น ๆ เมืองซามูไรสุดคิวท์ครบ 10 จุดเช็กอิน

ปริญญา ทองคำ01-30

UEDA เมืองซามูไรเล็ก ๆ แต่คิวท์มาก ใส่ลิสต์ด่วน!

ใครกำลังหาเมืองใหม่ ๆ ในญี่ปุ่นที่ยังไม่แมส แต่เดินชิลได้ทั้งวัน บรรยากาศดี มีทั้งประวัติศาสตร์ วัด ศาลเจ้า ออนเซ็น และคาเฟ่ชาเขียวบรรยากาศดี ๆ ต้องลองแวะ UEDA จังหวัด Nagano เมืองเล็กตรงกลางประเทศญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์ไม่เบาเลย

จากโตเกียวนั่งชินคันเซ็นตรง ๆ มาประมาณ 90 นาที ก็ถึง ชิลมากสำหรับทริปสั้น ๆ 2–3 วัน เติมฟีลซามูไรและเมืองออนเซ็นแบบไม่ต้องนั่งรถไกลจนเมื่อย

ในทริปนี้จะพาไปปักหมุด 10 พิกัดใน UEDA ที่เดินจริง สวยจริง และอบอุ่นแบบเมืองเล็กญี่ปุ่นแท้ ๆ

  • รูปปั้นท่าน SANADA YUKIMURA

  • สวนปราสาท UEDA

  • ศาลเจ้า SANADA

  • ร้านชา Hyakuyotei

  • ถนนประวัติศาสตร์ Yanagimachi

  • สถานี Bessho Onsen (สาย Ueda Dentetsu Bessho Line)

  • เมืองออนเซ็น Bessho Onsen

  • เรียวกัง Uematsuya

  • ศาลเจ้า Ikushima Tarushima Shrine

  • Utsukushigahara และ Utsukushigahara Open Air Museum

รู้จักเมือง UEDA ให้มากขึ้นอีกนิด

เมือง Ueda (上田) ตั้งอยู่ในจังหวัด Nagano อยู่กลางประเทศญี่ปุ่นพอดี ๆ เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสุดขลัง วัดวาและศาลเจ้ากระจายอยู่รอบเมือง แถมยังมีเมืองออนเซ็นบรรยากาศโลคัลให้ไปชิลกันด้วย

สิ่งที่ทำให้ Ueda พิเศษคือ ที่นี่เป็นเมืองซามูไรที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นบ้านเกิดของ ตระกูลซานาดะ (真田家 Sanada-ke) หนึ่งในตระกูลซามูไรที่ดังที่สุดของจังหวัดนากาโนะ

ตัวท็อปของตระกูลนี้คือ ซานาดะ ยูคิมุระ (真田幸村) หรือชื่อเดิม ซานาดะ โนบุชิเงะ (真田信繁) นักรบซามูไรสุดแกร่งในยุคเซ็นโกคุ (戦国時代 Sengoku-jidai) เดินในเมืองจะเห็นตราประจำตระกูลซานาดะเป็นรูป เหรียญ 6 เหรียญ เต็มไปหมด กลายเป็นสัญลักษณ์เมืองไปแล้ว

เหรียญทั้งหกนี้เรียกว่า “六文銭 – 6 เหรียญสำหรับข้ามแม่น้ำ Sanzu (三途の川)” ตามความเชื่อของพุทธศาสนาญี่ปุ่น ว่าเป็นค่าส่งวิญญาณข้ามไปอีกฝั่ง เลยเปรียบเหมือนการประกาศว่า พร้อมตายบนสมรภูมิ ไม่กลัวความตาย และจะสู้จนหยดสุดท้าย

1. รูปปั้นท่าน Sanada Yukimura หน้าสถานี Ueda

ลงจากรถไฟที่สถานี Ueda ให้มองหาจุดเช็กอินแรกได้เลย เพราะรูปปั้น ซานาดะ ยูคิมุระ ตั้งเด่นอยู่แถวหน้าสถานี ใครอินประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นคงคุ้นชื่อนี้ดีอยู่แล้ว

ยูคิมุระคือขุนศึกคนสำคัญของตระกูลซานาดะ ที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงในฐานะเมืองซามูไร นักรบเจ้าของเรื่องเล่าความกล้าหาญและการวางกลยุทธ์ขั้นเทพในยุคเซ็นโกคุ

เดินรอบเมืองจะเจอโลโก้ “เหรียญ 6 เหรียญ” อยู่เรื่อย ๆ ทั้งตามป้าย ร้านค้า และของที่ระลึก เป็นตราประจำตระกูลซานาดะที่มีความหมายลึกซึ้งมาก ๆ เพราะ

  • เชื่อว่าเป็น ค่าส่งวิญญาณ 6 เหรียญ เพื่อข้ามแม่น้ำ Sanzu

  • เลยใช้เป็นสัญลักษณ์ของ นักรบที่พร้อมตาย ไม่หวั่นความตาย และสู้สุดใจ

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/wSmHefGV9RRxS7hm8

2. สวนปราสาทอุเอดะ (上田城跡公園 Ueda Jōseki Kōen)

ใครรักซากุระต้องมาให้ได้ เพราะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนปราสาทอุเอดะจะมีซากุระบานมากถึง 1,000 ต้น โรแมนติกจนหยุดถ่ายรูปไม่ได้ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็สวยจัดไม่แพ้กัน

สวนนี้เป็นที่ตั้งของ ปราสาทอุเอดะ (上田城 Ueda-jō) หนึ่งใน Japan’s 100 Famous Castles สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดย ซานาดะ มาซายูกิ พ่อของซานาดะ ยูคิมุระ และขึ้นชื่อเรื่อง “ไม่มีวันถูกตีแตก” เพราะปราสาทแห่งนี้สามารถต้านทานกองทัพโทคุกาวะได้ถึงสองครั้ง!

เว็บไซต์: https://go.ueda-kanko.or.jp/th/special/castle_town/

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/y6gQMX1CGiuMmzLXA

กิมมิคสนุก ๆ ที่สะพาน Ninomaru Bridge

ก่อนเข้าเขตสวนปราสาท อย่าลืมแวะดูเสาที่ สะพาน Ninomaru Bridge (上田城 二の丸橋) เพราะมีดีไซน์เล็ก ๆ ที่คนชอบภาษาญี่ปุ่นต้องยิ้มออก

  • วงกลม 2 วง อ่านว่า ni no maru (二の丸)

  • ตัว ha shi ハシ แทนคำว่า 橋 ที่แปลว่า “สะพาน”

เอามารวมกันเลยกลายเป็นชื่อสะพาน Ninomaru-bashi (二の丸橋) นั่นเอง เป็นปริศนาน่ารัก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในดีไซน์ ไม่ใช่แค่วาดให้เหมือนหน้าอีโมจิเล่น ๆ เท่านั้น

บริเวณใต้สะพานเองก็น่าแวะ เพราะเคยเป็นเส้นทางรถไฟเก่า ตอนใบไม้เปลี่ยนสีบรรยากาศคือดีงามมาก มีทั้งอุโมงค์และมุมชิลให้นั่งพัก

พิกัดใต้สะพาน (รางรถไฟเก่า): https://maps.app.goo.gl/RkDTfwLLDsbKDyoS8

ใต้สะพาน Ninomarubashi จะมีม้านั่งเล็ก ๆ ให้พัก มีต้นเมเปิ้ลเรียงราย ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนี่คือภาพวาดชัด ๆ แถมยังเห็นรางรถไฟเก่าที่ถูกเก็บไว้ให้ชม เป็นอีกมุมที่เงียบ สวย และถ่ายรูปออกมาดูแพงมาก

พิกัดมุมอุโมงค์และเมเปิ้ล: https://maps.app.goo.gl/tEsrXDq66VMZLqzu6

3. ศาลเจ้าซานาดะ (眞田神社 Sanada Shrine)

สายมู สายขอพรเรื่องสอบ เรื่องการแข่งขัน หรืออยากได้พลัง “ไม่มีวันแพ้” ต้องแวะ ศาลเจ้าซานาดะ (眞田神社 Sanada Jinja) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนปราสาทอุเอดะนี่เอง

ศาลเจ้านี้บูชาเจ้าของปราสาทอุเอดะในอดีต ทั้งตระกูลซานาดะ ตระกูลเซ็นโกคุ และตระกูลมัตสึไดระ จุดเด่นคือเรื่อง “ไม่เคยตกเป็นของศัตรู” เพราะในตำนานเล่าว่า การปิดล้อมครั้งที่สองที่อุเอดะ (第二次上田合戦) ซานาดะ ยูคิมุระมีกำลังเพียง 3,000 คน แต่สามารถยันกองทัพโทคุกาวะ ฮิเดทาดะที่มีถึง 38,000 คน ได้แบบสุดเท่

เลยไม่แปลกที่นักเรียน นักศึกษาจะนิยมมาขอพรเรื่องสอบ ขอให้ผ่านทุกสนามเหมือนปราสาทที่ไม่มีวันแตก

ในศาลเจ้ายังมี หมวกซามูไรสีแดงสดที่มีเขากวาง ตามแบบที่เชื่อกันว่า ยูคิมุระเคยสวมจริง ๆ แถมยังมีโซนถ่ายรูป เครื่องรางน่ารัก ๆ ให้เลือกซื้อกลับไปเสริมดวงกัน

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/72hSWufi4t85MqTf9

4. ร้านชา Hyakuyotei คาเฟ่ชาเขียวพร้อมวิวสวนญี่ปุ่น

ใครชอบฟีลนั่งจิบชาเขียวมองสวนญี่ปุ่นแสนสงบ แวะที่ร้านชา Hyakuyotei ได้เลย ร้านตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนปราสาทอุเอดะ เดินไม่ไกลมาก

ที่นี่เสิร์ฟ ชาเขียวพร้อมขนมหวานญี่ปุ่น (วากาชิ) ที่ทำออกมาแบบเปลี่ยนลายตามฤดูกาล ตอนที่ไป ขนมเป็นรูปดอกอาจิไซ น่ารักจนอยากถ่ายรูปทุกมุมก่อนกิน

ความเก๋ของร้านนี้คือ มาสเตอร์จะเลือกถ้วยชาตามคาแรกเตอร์ของลูกค้าแต่ละคน ทำให้การดื่มชาในแต่ละแก้วมีความพิเศษมากขึ้นไปอีก

บรรยากาศโดยรวมคือเงียบ สงบ มองออกไปเป็นสวนญี่ปุ่นเขียว ๆ ให้ฟีลรีเซ็ตตัวเองจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ได้ดีมาก

เว็บไซต์: http://www.hyakuyotei.com/tennai/

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/uiE12p41pPDeWzZF6

5. ถนนประวัติศาสตร์ Yanagimachi (上田城下町 柳町)

ถ้าอยากเดินเล่นในเมืองเก่า ฟีลญี่ปุ่นยุคโบราณแบบยังมีชีวิต ให้มาที่ ถนน Yanagimachi Historic Street ถนนสายนี้สร้างขึ้นพร้อมกับปราสาทอุเอดะเมื่อราว 430 ปีก่อน และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางโบราณ Hokkoku-kaido ที่เชื่อมต่อกับ Nakasendo และ Hokurikudo

ระหว่างเดินจะเห็น ต้นหลิว (yanagi no ki – 柳の木) เรียงราย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถนน “Yanagimachi” นั่นเอง

อาคารไม้เก่า ๆ ตลอดสองข้างทางถูกปรับเป็นร้านค้า คาเฟ่ และร้านของท้องถิ่น เดินเพลินยาว ๆ ได้ประมาณ 300 เมตร จะถ่ายรูปเก็บมุมวินเทจ แวะกินขนมท้องถิ่น หรือเลือกร้านเล็ก ๆ แวะเข้าไปนั่งก็ชิลหมด

เว็บไซต์: https://yanagimachi-ueda.jp/

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/LeGU1bQLBFXT8DM77

6. รถไฟสาย Ueda Dentetsu Bessho Line & สถานี Bessho Onsen

อยากสัมผัสความโลคัลแบบญี่ปุ่นจริง ๆ แนะนำ นั่งรถไฟสาย Ueda Dentetsu Bessho Line ให้ได้สักรอบ รถไฟสายเล็ก ๆ แต่น่ารักมาก เหมือนวิ่งออกมาจากมังงะ

สายนี้วิ่งจาก สถานี Ueda ไปยัง สถานีปลายทาง Bessho Onsen ระยะทางรวม 11.6 กิโลเมตร ผ่านทั้งหมด 15 สถานี ระหว่างทางวิวคือดี ทั้งภูเขา บ้านเมือง และบรรยากาศชนบทญี่ปุ่นแบบแท้ ๆ ใครมีเวลา ลองลงแวะตามบางสถานีเล่นก็ได้

ไฮไลท์คือ สถานี Bessho Onsen ตัวอาคารสถานีเป็นสไตล์คลาสสิกสีฟ้าพาสเทล น่ารักมาก มุมถ่ายรูปเยอะสุด ๆ สถานีนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1921 และเมืองนี้เองยังถูกขนานนามว่าเป็น “คามาคุระแห่งชินชู” อีกด้วย

รถไฟเองก็น่ารักไม่แพ้กัน สีสันและดีไซน์ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังหรือมังงะเวลาเห็นจอดเทียบชานชาลา ใครเป็นสายรถไฟญี่ปุ่นควรมาเช็กอินอย่างยิ่ง

พิกัดสถานี Bessho Onsen จาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/iPVqq1WMnGinuUqN6

7. Bessho Onsen เมืองออนเซ็นเก่าแก่กว่า 1,400 ปี

มาถึง Ueda แล้วไม่ไป Bessho Onsen คือพลาดหนัก เพราะนี่คือหนึ่งในเมืองบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนากาโนะ มีประวัติยาวกว่า 1,400 ปี และยังคงรักษาบรรยากาศเมืองเก่าไว้ได้อย่างมีเสน่ห์

รอบ ๆ เมืองมีทั้งวัด ศาลเจ้า และร้านค้าท้องถิ่นให้เดินเที่ยวสบาย ๆ

ลองเดินเล่นปล่อยตัวปล่อยใจไปเรื่อย ๆ ถ้าเวลาไม่มาก แนะนำให้ไปที่ วัดเจ้าแม่กวนอิม Kitamuki Kannon เป็นจุดไฮไลท์ที่คนมักมาขอพร และมุมนี้ยังสามารถมองเห็นวิวเมืองอุเอดะจากด้านบนได้ด้วย

นอกจากเรียวกังแล้ว ที่นี่ก็มี ออนเซ็นแบบไปเช้า–เย็นกลับ ให้เลือกหลายแห่ง เหมาะมากสำหรับคนที่มาแบบ one day trip แต่ถ้าอยากดื่มด่ำให้สุด แนะนำค้าง 1 คืนในเรียวกังสักแห่งแล้วลงบ่อแช่น้ำร้อนกลางคืน บอกเลยว่าฟินเกินคำบรรยาย

พิกัดวัด Kitamuki Kannon จาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/q59ftGzRoKeVQ7Gi8

8. เรียวกัง Uematsuya (上松や旅館) – แช่ออนเซ็นพร้อมวิวเมืองจากมุมสูง

ใครมองหาเรียวกังสไตล์คลาสสิกในย่าน Bessho Onsen แนะนำ เรียวกัง Uematsuya (上松や旅館) เลย ที่นี่เปิดให้บริการมานานกว่า 150 ปี แต่ภายในถูกออกแบบให้ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและความสะดวกแบบตะวันตกอย่างลงตัว

ห้องพักที่เลือกเป็นแบบ Japanese Western มีโซนเสื่อทาตามิให้นั่งชิล ได้กลิ่นอายญี่ปุ่นเต็ม ๆ แต่ก็มีเตียงและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบทันสมัย ห้องกว้าง สบายตา และที่สำคัญคือ วิวจากห้องพักสวยมาก มองลงไปเห็นทั้ง Bessho Onsen และเมืองอุเอดะจากมุมสูง

อาหารเย็นสไตล์ไคเซกิสุดประณีต

มื้อเย็นจัดเต็มด้วย อาหารไคเซกิ ที่เสิร์ฟมาแบบจานเล็ก ๆ แต่แน่นไปด้วยดีเทลและรสชาติ วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นของดีจากท้องถิ่น

  • เนื้อชินชูวากิว

  • เนื้อหมูฮาคุบะ

  • ผักและปลาในพื้นที่

ตอนแรกอาจคิดว่าแต่ละจานมาแบบนิดเดียว แต่พอกินครบทุกเซ็ตแล้วคือ อิ่มเต็มพุงสุด ๆ แถมยังได้ทั้งความอร่อยและความสวยทางสายตาไปพร้อมกัน

ยังมีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ จากทางเรียวกัง ที่จัดให้มี “ท่านซานาดะ” ในชุดซามูไรมาทักทายถึงโต๊ะ เป็นโมเมนต์เล็ก ๆ ที่น่ารักและทำให้รู้สึกว่าอยู่ในเมืองซามูไรจริง ๆ

ออนเซ็นผิวสวยที่ห้ามพลาด

ไฮไลท์ของการมาพักเรียวกังแน่นอนว่าคือ การแช่ออนเซ็น ที่ Uematsuya มีทั้งบ่อรวมและบ่อส่วนตัวให้จองกัน น้ำแร่ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น ออนเซ็นเพื่อผิวสวย ลงแช่แล้วผิวลื่นนุ่ม รู้สึกผ่อนคลายแบบสุดทาง เดินเที่ยวมาทั้งวันแล้วไปลงบ่อก่อนนอนคือหลับสบายสุด

ตอนเช้าจะมีมื้ออาหารเช้าแบบคอร์ส เสิร์ฟมาอย่างเป็นระเบียบทุกจาน ที่เก๋คือมีเมนูแจกแจงรายการอาหารเป็นทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ วาดลายประกอบแบบน่ารัก แถมยัง ตรงปก มาก ๆ

มีไลน์บุฟเฟ่ต์เล็ก ๆ สำหรับสลัด ซุป และเครื่องดื่มร้อน กินเสร็จคือพร้อมลากกระเป๋าออกไปลุยเที่ยวต่อได้แบบมีพลังเต็มถัง

เว็บไซต์: https://www.uematsuya.com/

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/EHVtURoqef6Z5fr78

9. ศาลเจ้า Ikushima Tarushima Shrine (生島足島神社)

ศาลเจ้าแห่งนี้ว่ากันว่าอยู่ กึ่งกลางประเทศญี่ปุ่น พอดี และถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ

  • เทพแห่งพลังชีวิต Ikushima

  • เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ Tarushima

ทั้งคู่เป็นเทพสำคัญในศาสนาชินโต และได้รับการเคารพในฐานะ “เทพแห่งดินแดนญี่ปุ่น” (โคะกุโทะคุทะมะ)

จุดเด่นของศาลเจ้านี้คือการจัดวางเสาโทริอิทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านพอดีตรงกลางประตูทั้งสองในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว เป็นภาพที่สวยและหาชมได้ยากมาก

ภายในยังมี ต้นเคยากิอายุ 800 ปี “ต้นสามี–ภรรยา” ทำให้ที่นี่กลายเป็นพิกัดยอดฮิตของคู่รักและครอบครัวที่มาขอพรเรื่อง

  • ความรักที่สมหวัง

  • การตั้งครรภ์

  • ความอบอุ่นในครอบครัว

เว็บไซต์: https://www.ikushimatarushima.com/

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/i266NuLWuGyfp9XZ8

10. Utsukushigahara & Utsukushigahara Open Air Museum

ปิดท้ายทริป Ueda แบบอลังการด้วยการขึ้นไปที่ Utsukushigahara (美ヶ原高原) หรือที่แปลตรงตัวว่า “ทุ่งหญ้าที่งดงาม” และ Utsukushigahara Open Air Museum (美ヶ原高原美術館)

ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 เมตร อากาศดีมาก และขึ้นชื่อเรื่องทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มองได้ไกลสุดสายตา

  • ฤดูร้อน: ทุ่งหญ้าเขียวขจี ฟีลธรรมชาติเต็มร้อย

  • ฤดูใบไม้ร่วง: ใบไม้เปลี่ยนสีสร้างวิวโทนส้มทองสวยจัด

ไฮไลต์สำคัญคือ Utsukushigahara Open Air Museum ที่ถูกเรียกว่า “พิพิธภัณฑ์ศิลปะลอยฟ้า” เปิดทำการมาตั้งแต่ ปี 1981 และเป็นพิพิธภัณฑ์พี่น้องกับ Hakone Open-Air Museum

ในพื้นที่ทุ่งหญ้าขนาดประมาณ 130,000 ตารางเมตร มีประติมากรรมร่วมสมัยกว่า 250 ชิ้น ตั้งเรียงรายให้เดินชมกลางแจ้ง บรรยากาศคือศิลปะผสมธรรมชาติแบบจัดเต็ม

ในวันที่อากาศดี สามารถมองเห็นวิวเขาได้แบบ 360 องศา รวมถึงเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ และยังมี พืชอัลไพน์กว่า 200 ชนิด ให้ได้สังเกตระหว่างเดินเที่ยวตามฤดูกาลด้วย

เว็บไซต์: https://www.utsukushi-oam.jp/mp/english

พิกัดจาก Google Map: https://maps.app.goo.gl/1dncSBc2mUXoTK7L8

สรุป: ถ้าเบื่อเมืองใหญ่ ลองแวะมาเป็น “ซามูไรชิลใน UEDA” สักทริป

Ueda คือเมืองที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว

  • ประวัติศาสตร์ซามูไรแน่น ๆ จากตระกูลซานาดะ

  • ปราสาทเก่า สวนซากุระ และใบไม้เปลี่ยนสีสุดว้าว

  • ศาลเจ้าสายมู คาเฟ่ชาเขียว และถนนเมืองเก่าน่าเดิน

  • เมืองออนเซ็น Bessho Onsen ฟีลอบอุ่น

  • เรียวกังพร้อมออนเซ็นและอาหารไคเซกิสุดประณีต

  • ไฮแลนด์และพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งกับวิว 360 องศา

ทั้งหมดนี้เดินทางจากโตเกียวแค่ นั่งชินคันเซ็น 90 นาที เท่านั้น ถ้ากำลังแพลนทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไป ลองเขียนชื่อ UEDA ลงในลิสต์ แล้วไปสัมผัสเสน่ห์เมืองเล็กแต่น่ารักแห่งนี้ด้วยตัวเองดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเมืองซามูไรไม่ได้มีแค่ความดุเดือด แต่อบอุ่นและชวนหลงรักกว่าที่คิดมากเลย