เจลลดรอยสิวตัวดัง เลือกสูตรไหนดีให้รอยจางไว ผิวกลับมาเนียนอีกครั้ง
เรื่องรอยสิวเป็นอะไรที่หลายคนเข้าใจดีมาก…สิวหายแล้วแต่รอยยังอยู่ บางจุดเป็นรอยแดง บางจุดเข้มเป็นรอยดำ ยิ่งปล่อยไว้นาน ผิวก็ยิ่งดูไม่เรียบเนียน เวลาแต่งหน้าต้องคอยกลบหลายชั้นจนผิวดูหนาโดยไม่ตั้งใจ
ช่วงหลังมานี้ “เจลลดรอยสิว” กลายเป็นไอเท็มที่หลายคนเริ่มจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่เน้นนวัตกรรมและส่วนผสมเฉพาะทางอย่าง Puricas ที่มีให้เลือก 2 สูตรเด่นคือ
Puricas Dragon’s Blood Scar Gel
Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel
ทั้งสองสูตรออกแบบมาเพื่อลดเลือนรอยสิวและรอยแผลเป็น แต่มีจุดเด่นและกลไกการทำงานต่างกันเล็กน้อย บทความนี้จะพาไปรู้จักแบบละเอียด เพื่อเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวที่สุด
รอยสิวเกิดจากอะไร ทำไมต้องรีบดูแล
รอยสิวส่วนใหญ่แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก
รอยแดง (Post-inflammatory erythema) เกิดจากการอักเสบของผิว
รอยดำ (Post-inflammatory hyperpigmentation) เกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินหลังการอักเสบ
หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม รอยเหล่านี้อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะจางลง การเลือกใช้ เจลลดรอยสิว ที่มีส่วนผสมช่วยฟื้นฟูผิวและลดการสร้างเม็ดสี จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการฟื้นคืนผิวเรียบเนียน

Puricas Dragon’s Blood Scar Gel 3g
เจลแผลเป็นจากสารสกัดดราก้อนบลัด ฟื้นบำรุงรอยแผลอย่างล้ำลึก
สูตรนี้โดดเด่นด้วยสารสกัดหลักอย่าง Dragon’s Blood Extract ซึ่งเป็นเรซินจากพืชที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย พร้อมทำงานร่วมกับ Allium Cepa Extract (สารสกัดจากหัวหอม) ที่เป็นที่รู้จักในวงการเวชสำอางว่าช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นได้ดี
จุดเด่นสำคัญ
ช่วยฟื้นบำรุงรอยแผล และซ่อมแซมผิวที่เสียหาย
ลดเลือนรอยแผลเป็น รอยดำ–รอยแดงจากสิว
เติมความชุ่มชื้นบริเวณรอยแผล ไม่ให้ผิวแห้งกร้าน
ปราศจากสารที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น น้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ และสเตียรอยด์
ในเชิงกลไก สารสกัด Dragon’s Blood มีบทบาทช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ขณะที่ Allium Cepa ช่วยปรับโครงสร้างผิวบริเวณแผลให้ดูเรียบขึ้น จึงเหมาะกับรอยแผลเป็นจากสิว หรือรอยที่ค่อนข้างชัด
เหมาะกับใคร
มีรอยแผลเป็นจากสิว
มีรอยแดงและรอยดำที่ยังใหม่
ต้องการฟื้นบำรุงผิวบริเวณแผลให้ชุ่มชื้นและไม่แห้งตึง

Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel 3g
เจลลดรอยดำสิว ด้วย RSA Technology และ ScarZiro
อีกสูตรที่เน้นชัดในเรื่อง “รอยดำ” โดยเฉพาะ คือ Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel ที่มาพร้อม 2 เทคโนโลยีหลัก
1. RSA Technology (Rapid Spot Action)
นวัตกรรมเอกสิทธิ์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการรอยดำโดยเฉพาะ ช่วยให้จุดด่างดำดูจางลง สีผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น
2. ScarZiro Innovation
เสริมการทำงานด้านการลดเลือนรอยสิวและป้องกันการเกิดรอยซ้ำ
จุดเด่นเพิ่มเติม
ผ่านการทดสอบการระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง
ปราศจากสารระคายเคือง 7 ชนิด
สามารถทาได้หลายครั้งต่อวัน
ช่วยลดโอกาสการเกิดรอยซ้ำ
สูตรนี้จึงเหมาะกับคนที่มี รอยดำสะสมจากสิวหลายจุด หรือมีแนวโน้มเกิดรอยซ้ำง่าย ต้องการเน้นการลดเม็ดสีให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
เปรียบเทียบ Puricas 2 สูตร แบบเข้าใจง่าย
คุณสมบัติDragon’s Blood Scar GelIntensive Dark Spot & Acne Scar Gelเน้นฟื้นฟูแผลเด่นมากปานกลางลดรอยดำดีเด่นมากลดรอยแดงดีดีเหมาะกับรอยใหม่เหมาะเหมาะเหมาะกับรอยดำสะสมดีเหมาะมากใช้ได้บ่อยระหว่างวันได้ได้หลายครั้ง
วิธีใช้ให้เห็นผลชัด
ทำความสะอาดผิวหน้า
ทาเจลบริเวณรอยที่ต้องการ
นวดเบา ๆ ให้เนื้อเจลซึมเข้าสู่ผิว
สามารถทาซ้ำได้หลายครั้งต่อวัน
หากใช้ร่วมกับครีมกันแดดในช่วงกลางวัน จะช่วยลดโอกาสที่รอยจะเข้มขึ้นจากแสง UV
ทริกเสริมให้รอยจางไวขึ้น
หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว
ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ควบคู่ เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว
ทาผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง
การดูแลรอยสิวต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ การเลือกสูตรที่ตรงกับลักษณะรอย จะช่วยให้เห็นผลได้เร็วขึ้น
สรุป: เลือก Puricas สูตรไหนดี
ถ้ามีรอยแผลเป็น รอยแดง และต้องการฟื้นฟูผิวบริเวณแผล → Puricas Dragon’s Blood Scar Gel
ถ้ามีรอยดำสะสมหลายจุด อยากให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น → Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel
ทั้งสองสูตรออกแบบมาให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ขนาด 3 กรัม เหมาะกับการดูแลเฉพาะจุด และสามารถใช้ได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน
รอยสิวอาจเป็นเรื่องเล็กในสายตาใครบางคน แต่สำหรับคนที่ใส่ใจผิว มันคือรายละเอียดที่เปลี่ยนความมั่นใจได้ การมีเจลลดรอยสิวที่ตอบโจทย์ จึงเป็นเหมือนตัวช่วยให้ผิวค่อย ๆ กลับมาเรียบเนียนอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

