รับแอปรับแอป

รีวิว Puricas Dragon’s Blood และ Dark Spot Gel ต่างกันอย่างไร

Phanuphong.T02-13

เจลลดรอยสิวตัวดัง เลือกสูตรไหนดีให้รอยจางไว ผิวกลับมาเนียนอีกครั้ง

เรื่องรอยสิวเป็นอะไรที่หลายคนเข้าใจดีมาก…สิวหายแล้วแต่รอยยังอยู่ บางจุดเป็นรอยแดง บางจุดเข้มเป็นรอยดำ ยิ่งปล่อยไว้นาน ผิวก็ยิ่งดูไม่เรียบเนียน เวลาแต่งหน้าต้องคอยกลบหลายชั้นจนผิวดูหนาโดยไม่ตั้งใจ

ช่วงหลังมานี้ “เจลลดรอยสิว” กลายเป็นไอเท็มที่หลายคนเริ่มจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่เน้นนวัตกรรมและส่วนผสมเฉพาะทางอย่าง Puricas ที่มีให้เลือก 2 สูตรเด่นคือ

  • Puricas Dragon’s Blood Scar Gel

  • Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel

ทั้งสองสูตรออกแบบมาเพื่อลดเลือนรอยสิวและรอยแผลเป็น แต่มีจุดเด่นและกลไกการทำงานต่างกันเล็กน้อย บทความนี้จะพาไปรู้จักแบบละเอียด เพื่อเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวที่สุด


รอยสิวเกิดจากอะไร ทำไมต้องรีบดูแล

รอยสิวส่วนใหญ่แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก

  • รอยแดง (Post-inflammatory erythema) เกิดจากการอักเสบของผิว

  • รอยดำ (Post-inflammatory hyperpigmentation) เกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินหลังการอักเสบ

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม รอยเหล่านี้อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะจางลง การเลือกใช้ เจลลดรอยสิว ที่มีส่วนผสมช่วยฟื้นฟูผิวและลดการสร้างเม็ดสี จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการฟื้นคืนผิวเรียบเนียน


Puricas Dragon’s Blood Scar Gel 3g

เจลแผลเป็นจากสารสกัดดราก้อนบลัด ฟื้นบำรุงรอยแผลอย่างล้ำลึก

สูตรนี้โดดเด่นด้วยสารสกัดหลักอย่าง Dragon’s Blood Extract ซึ่งเป็นเรซินจากพืชที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย พร้อมทำงานร่วมกับ Allium Cepa Extract (สารสกัดจากหัวหอม) ที่เป็นที่รู้จักในวงการเวชสำอางว่าช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นได้ดี

จุดเด่นสำคัญ

  • ช่วยฟื้นบำรุงรอยแผล และซ่อมแซมผิวที่เสียหาย

  • ลดเลือนรอยแผลเป็น รอยดำ–รอยแดงจากสิว

  • เติมความชุ่มชื้นบริเวณรอยแผล ไม่ให้ผิวแห้งกร้าน

  • ปราศจากสารที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น น้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ และสเตียรอยด์

ในเชิงกลไก สารสกัด Dragon’s Blood มีบทบาทช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ขณะที่ Allium Cepa ช่วยปรับโครงสร้างผิวบริเวณแผลให้ดูเรียบขึ้น จึงเหมาะกับรอยแผลเป็นจากสิว หรือรอยที่ค่อนข้างชัด

เหมาะกับใคร

  • มีรอยแผลเป็นจากสิว

  • มีรอยแดงและรอยดำที่ยังใหม่

  • ต้องการฟื้นบำรุงผิวบริเวณแผลให้ชุ่มชื้นและไม่แห้งตึง


Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel 3g

เจลลดรอยดำสิว ด้วย RSA Technology และ ScarZiro

อีกสูตรที่เน้นชัดในเรื่อง “รอยดำ” โดยเฉพาะ คือ Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel ที่มาพร้อม 2 เทคโนโลยีหลัก

1. RSA Technology (Rapid Spot Action)

นวัตกรรมเอกสิทธิ์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการรอยดำโดยเฉพาะ ช่วยให้จุดด่างดำดูจางลง สีผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น

2. ScarZiro Innovation

เสริมการทำงานด้านการลดเลือนรอยสิวและป้องกันการเกิดรอยซ้ำ

จุดเด่นเพิ่มเติม

  • ผ่านการทดสอบการระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง

  • ปราศจากสารระคายเคือง 7 ชนิด

  • สามารถทาได้หลายครั้งต่อวัน

  • ช่วยลดโอกาสการเกิดรอยซ้ำ

สูตรนี้จึงเหมาะกับคนที่มี รอยดำสะสมจากสิวหลายจุด หรือมีแนวโน้มเกิดรอยซ้ำง่าย ต้องการเน้นการลดเม็ดสีให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น


เปรียบเทียบ Puricas 2 สูตร แบบเข้าใจง่าย

คุณสมบัติDragon’s Blood Scar GelIntensive Dark Spot & Acne Scar Gelเน้นฟื้นฟูแผลเด่นมากปานกลางลดรอยดำดีเด่นมากลดรอยแดงดีดีเหมาะกับรอยใหม่เหมาะเหมาะเหมาะกับรอยดำสะสมดีเหมาะมากใช้ได้บ่อยระหว่างวันได้ได้หลายครั้ง


วิธีใช้ให้เห็นผลชัด

  1. ทำความสะอาดผิวหน้า

  2. ทาเจลบริเวณรอยที่ต้องการ

  3. นวดเบา ๆ ให้เนื้อเจลซึมเข้าสู่ผิว

  4. สามารถทาซ้ำได้หลายครั้งต่อวัน

หากใช้ร่วมกับครีมกันแดดในช่วงกลางวัน จะช่วยลดโอกาสที่รอยจะเข้มขึ้นจากแสง UV


ทริกเสริมให้รอยจางไวขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว

  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ควบคู่ เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว

  • ทาผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง

การดูแลรอยสิวต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ การเลือกสูตรที่ตรงกับลักษณะรอย จะช่วยให้เห็นผลได้เร็วขึ้น


สรุป: เลือก Puricas สูตรไหนดี

  • ถ้ามีรอยแผลเป็น รอยแดง และต้องการฟื้นฟูผิวบริเวณแผล → Puricas Dragon’s Blood Scar Gel

  • ถ้ามีรอยดำสะสมหลายจุด อยากให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น → Puricas Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel

ทั้งสองสูตรออกแบบมาให้ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ขนาด 3 กรัม เหมาะกับการดูแลเฉพาะจุด และสามารถใช้ได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน

รอยสิวอาจเป็นเรื่องเล็กในสายตาใครบางคน แต่สำหรับคนที่ใส่ใจผิว มันคือรายละเอียดที่เปลี่ยนความมั่นใจได้ การมีเจลลดรอยสิวที่ตอบโจทย์ จึงเป็นเหมือนตัวช่วยให้ผิวค่อย ๆ กลับมาเรียบเนียนอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ