รับแอปรับแอป

Google เปิดตัว Lyria 3 สร้างเพลงด้วย AI ได้ทั้งเพลง สะท้อนช่องว่าง Apple Music ในศึก AI

Phanuphong.T02-19

การแข่งขันด้าน AI ระหว่างบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และข่าวล่าสุดก็ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า Apple กำลังตามหลังอยู่หรือไม่ เมื่อ Apple Music เพิ่งเพิ่มฟีเจอร์สร้างเพลย์ลิสต์ด้วยข้อความ ขณะที่ Google เปิดตัวโมเดล AI ที่สามารถ “แต่งเพลงใหม่ทั้งเพลง” ได้จากคำสั่งสั้น ๆ

ความแตกต่างระหว่างการ “จัดเพลงให้” กับการ “สร้างเพลงใหม่ตั้งแต่ต้น” กลายเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของทิศทาง AI ของทั้งสองบริษัทในเวลานี้

บทความนี้จะพาไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เทคโนโลยีของแต่ละฝั่งทำอะไรได้บ้าง และสิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อการแข่งขันในยุค AI


Apple Music เพิ่ม AI สร้างเพลย์ลิสต์จากข้อความ

ในการอัปเดต iOS 26.4 แอป Apple Music เพิ่มความสามารถใหม่ที่ให้ผู้ใช้พิมพ์คำอธิบายเป็นข้อความ (text prompt) เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์อัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถพิมพ์แนวคิดหรือธีม เช่น
“เพลงฟังสบายตอนขับรถกลางคืน”
หรือ “เพลย์ลิสต์สำหรับออกกำลังกายตอนเช้า”

จากนั้นระบบ AI จะคัดเลือกเพลงที่ตรงกับแนวคิดนั้นมาเรียงเป็นเพลย์ลิสต์ให้โดยอัตโนมัติ

ฟีเจอร์นี้ช่วยลดเวลาการจัดเพลงเอง และทำให้ประสบการณ์ใช้งานสะดวกขึ้น แต่โดยพื้นฐานแล้ว AI ยังทำหน้าที่ “คัดสรรเพลงที่มีอยู่แล้ว” ไม่ได้สร้างเนื้อหาใหม่


Google Lyria 3 สร้างเพลงใหม่จากศูนย์

ในอีกฝั่งหนึ่ง Google เปิดตัวโมเดล AI ใหม่ชื่อ Lyria 3 ซึ่งสามารถสร้างเพลงยาวประมาณ 30 วินาทีจากคำสั่งแบบข้อความ หรือแม้แต่จากภาพที่อัปโหลดเข้าไป

Google ยกตัวอย่างว่า ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่งอย่าง
“เพลง R&B ช้า ๆ แบบตลก ๆ เกี่ยวกับถุงเท้าที่เจอคู่ของตัวเอง”

และภายในไม่กี่วินาที ระบบ Gemini จะสร้างเพลงที่มีคุณภาพสูงและติดหูออกมา

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถให้อัลกอริทึม “ได้แรงบันดาลใจ” จากไฟล์ที่อัปโหลดเข้าไป เพื่อขยายขอบเขตความสร้างสรรค์

แม้ Lyria 3 ยังอยู่ในช่วงเบต้า (ทดลองใช้งาน) แต่ความสามารถในการสร้างเพลงใหม่ทั้งชิ้น สะท้อนระดับ AI ที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง


จัดเพลย์ลิสต์ vs แต่งเพลงใหม่ ต่างกันแค่ไหน?

ถ้ามองให้เข้าใจง่าย

  • Apple Music ใช้ AI เพื่อช่วยจัดเรียงเพลง

  • Google ใช้ AI เพื่อสร้างเพลงใหม่จากศูนย์

ความต่างนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องฟีเจอร์เล็ก ๆ แต่สะท้อนแนวทางการพัฒนา AI ของแต่ละบริษัท

การคัดเลือกเพลงจากคลังข้อมูล คือการใช้ AI ในลักษณะ “ผู้ช่วย”
การสร้างเพลงใหม่ คือการใช้ AI ในลักษณะ “ผู้สร้างเนื้อหา” (generative AI)

ในยุคที่ AI ถูกคาดหวังว่าจะสร้างข้อความ ภาพ วิดีโอ และเสียงได้เอง ความสามารถแบบ Lyria 3 จึงถูกมองว่าอยู่คนละระดับกับเพียงแค่การจัดเพลย์ลิสต์


บทบาทของ Gemini และทิศทางของ Google

Lyria 3 ทำงานร่วมกับโมเดล Gemini ของ Google ซึ่งเป็นระบบ AI หลักที่บริษัทผลักดันในหลายผลิตภัณฑ์

Gemini สามารถประมวลผลทั้งข้อความ ภาพ และสื่อหลายรูปแบบ (multimodal AI) ทำให้การสร้างเพลงจากภาพหรือแนวคิดเป็นไปได้

แนวทางนี้แสดงให้เห็นว่า Google กำลังขยายขอบเขต AI ไปสู่ความคิดสร้างสรรค์เต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เครื่องมือค้นหาหรือผู้ช่วยตอบคำถาม


แล้ว Apple กำลังทำอะไรอยู่?

แม้ฟีเจอร์ AI ใน Apple Music จะดูเป็นก้าวเล็ก ๆ แต่ Apple ยังมีแผนใหญ่ด้าน AI ที่รอเปิดตัว

หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญคือ Siri เวอร์ชันใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Gemini หนุนหลัง โดยมีเป้าหมายเพิ่มความสามารถ เช่น

  • การสั่งงานข้ามแอป (in-app actions)

  • การเข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ (personal context awareness)

  • การรับรู้ข้อมูลบนหน้าจอ (on-screen awareness)

ทั้งหมดนี้จะทำให้ Siri สามารถทำงานแบบ “agent” หรือผู้ช่วยอัจฉริยะที่ลงมือทำงานแทนผู้ใช้ได้จริง

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่า การเปิดตัว Siri เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ประสบปัญหา และอาจทยอยปล่อยฟีเจอร์ตลอดทั้งปี แทนการเปิดตัวครั้งเดียวครบทั้งหมด


การอัปเกรดใหญ่ของ Siri อาจมาใน iOS 27

การพัฒนาใหญ่จริง ๆ อาจเกิดขึ้นใน iOS 27 ซึ่งมีรายงานว่า Apple เตรียมเปิดตัว Siri ในรูปแบบแชตบอตเต็มตัว

แชตบอตนี้จะทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และหน่วยประมวลผลของ Google (TPUs) ที่อาจถูกเช่าใช้งานโดย Apple

โมเดลที่ใช้ภายในเรียกว่า Apple Foundation Models เวอร์ชัน 11 ซึ่งคาดว่าจะมีความสามารถสูงกว่า Gemini รุ่นที่ใช้กับ Siri รุ่นปรับปรุงในปีนี้ และอาจแข่งขันได้กับ Gemini 3

หากเป็นจริง นี่จะเป็นการยกระดับ AI ของ Apple อย่างมีนัยสำคัญ


ทำไมประเด็นนี้ถึงสำคัญ?

การแข่งขัน AI ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของทั้งบริษัท

  • Google พยายามทำให้ AI เป็นแกนกลางของทุกบริการ

  • Apple ต้องรักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความเป็นส่วนตัวและประสบการณ์ผู้ใช้

เมื่อ Google สามารถสร้างเพลงใหม่จากคำสั่งได้ ขณะที่ Apple เพิ่งเริ่มต้นกับการจัดเพลย์ลิสต์ ความต่างนี้จึงถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนช่องว่างด้านความเร็วในการพัฒนา

อย่างไรก็ตาม Apple มักเลือกเปิดตัวฟีเจอร์เมื่อมั่นใจในเสถียรภาพและความพร้อม มากกว่าการเร่งเปิดตัวก่อน


สรุป: ช่องว่างวันนี้ อาจเปลี่ยนในวันหน้า

ภาพเปรียบเทียบระหว่าง Apple Music กับ Google Lyria 3 ทำให้เห็นชัดว่า Google กำลังเร่งเครื่องด้าน AI อย่างหนัก โดยเฉพาะในสาย generative AI ที่สร้างเนื้อหาใหม่ได้เอง

ในขณะที่ Apple ยังเดินเกมแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็มีแผนยกระดับ Siri และระบบ AI ภายในอีกหลายขั้น

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าใครนำหน้าในวันนี้ แต่คือใครจะสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืนที่สุดในระยะยาว

ศึก AI ระหว่าง Apple กับ Google ยังอีกยาว และสิ่งที่เห็นใน Apple Music วันนี้ อาจเป็นเพียงบทแรกของการแข่งขันรอบใหม่เท่านั้น