เกริ่นก่อนจิบ: ทำไมต้องรู้ศัพท์ชาสายเทคนิค
หลายคนดื่มชามานาน แต่พอฟังอินฟลูฯรีวิวทีไร เจอศัพท์จีนแทรกมาทีไรเป็นต้องงงทุกที ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังเล่ารสชาติแบบไหนกันแน่
ภาษาชาสายเทคนิค ไม่ได้มีไว้เท่ ๆ เท่านั้น แต่ช่วยให้เรา สื่อสารรสชาติและความรู้สึกจากชาได้ชัดขึ้น เข้าใจว่าทำไมชาบางตัวถึงโดนใจ บางตัวกลับทำให้ปากคอแห้งฝืดแบบงง ๆ
ต่อไปนี้คือศัพท์ชาจีนยอดฮิตที่วงการรีวิวชาชอบใช้ เวลาได้ยินจะได้ นึกภาพรสชาติและสัมผัสออกทันที
กลุ่มคำที่เกี่ยวกับ “หวาน ชุ่ม ปากไม่แห้ง”
回甘 (หุยกาน) – หวานตาม / sweet after taste
คำนี้สายชาใช้กันเยอะมาก หมายถึง ความหวานที่มา “ทีหลัง” ไม่ได้หวานตั้งแต่แรกจิบ แต่ตอนแรกจะรู้สึกขมหรือรสชาเด่นก่อน
พอชากลืนลงคอไปแล้ว น้ำชาที่เคลือบปาก ลิ้น และคอ จะค่อย ๆ ทิ้ง ความหวานติดลิ้นหรือติดคอ
ถ้าหวานบนลิ้น คือหลังรสชาแรกจบลง จะรู้สึกหวานนุ่ม ๆ ตามมา
ถ้าหวานที่คอ มักมาพร้อมกับความโล่งเบา เรียกว่าเหมือนชา “ชุ่มคอ”
หุยกานที่ดี มักเดินคู่มากับคำว่า 喉韵 (โหวอวิ้น) ซึ่งเป็น สัญญาณสำคัญของชาคุณภาพดี
生津 (เซิงจิน) – ขับน้ำลาย ทำให้ปากชุ่ม
เซิงจินคืออาการที่ชาไปกระตุ้นให้ น้ำลายออกมากกว่าปกติ ทำให้ในปากกับคอรู้สึกชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่ฝืด
ตรงข้ามกันคือชาบางตัวที่ดื่มแล้วปากแห้งคอฝืด ซึ่งหลายคนน่าจะเคยเจอมาแล้ว
เซิงจินถือเป็นคุณสมบัติดีของชา และยังแบ่งย่อยได้อีก เช่น
两颊生津 – ขับน้ำลายจากกระพุ้งแก้มสองข้าง
齿颊生津 – ขับน้ำลายบริเวณเหงือกและริมฝีปาก
舌面生津 – ขับน้ำลายที่บนลิ้น
舌底鸣泉 – ขับน้ำลายใต้ลิ้น รู้สึกเหมือนน้ำผุดขึ้นมาเป็นส泉
ชาที่ทำให้เซิงจินชัด ๆ มักได้คะแนนดีในการประเมิน เพราะช่วยให้ปากคอชุ่มชื้นและดื่มแล้วรู้สึกสบาย
喉韵 (โหวอวิ้น) – ชุ่มคอ โล่ง ลื่น สบายลึก ๆ
โหวอวิ้นคือ ความรู้สึกสบายที่คอหลังดื่มชา มักมาพร้อมความหวานตาม (หุยกาน) ที่ยังค้างอยู่
ถ้ารู้สึกโล่ง เบา สบายคอ
ยิ่งความรู้สึกนี้อยู่ได้นานและชัด
นั่นคือคุณลักษณะเด่นของชาเลยทีเดียว บางคนถึงกับใช้โหวอวิ้นเป็นเกณฑ์แยก ชาธรรมดา กับ ชาดี เลยก็มี
กลุ่มคำด้านลบ: ฝืด แห้ง ดื่มยาก
锁喉 (สั่วโหว) – ฝืดคอ คอแห้ง กลืนยาก
สั่วแปลว่าล็อกหรือปิด กลายเป็นภาพ “คอถูกล็อก” หมายถึง ดื่มแล้วคอฝืด แห้ง กลืนลำบาก
เป็นลักษณะตรงข้ามกับโหวอวิ้นอย่างชัดเจน
ชาที่สั่วโหวแรง ๆ จะรู้สึกดื่มยาก ไม่ลื่นคอ
มักถูกมองว่าเป็นข้อเสียในการประเมินชา
水味 (สุ่ยเว่ย) – รสน้ำ จืด ไม่น่าจดจำ
คำนี้ใช้บ่นชาเบา ๆ ว่า รสชาติอ่อนเกินไปเหมือนดื่มน้ำเปล่า
กลิ่นและรสจางจัด จนเหมือนน้ำร้อนมากกว่าชา
บางครั้งใช้ในความหมายว่า ชานั้นขาดหุยกาน (ไม่มีหวานตาม ไม่มีความลึกของรส)
กลุ่มคำที่เล่า “เนื้อชา” ความเข้ม และสัมผัสในปาก
饱满 (เป๋าหม่าน) – รสชาติเต็มแน่น หนา ชัด
คำนี้เอาไว้ชมชาที่ รสชาติชัด แน่น มีมิติ ไม่ใช่จาง ๆ บาง ๆ
บางครั้งจะใช้คู่กับคำว่า 厚 (โฮ่ว – หนา) คือชาที่
ดื่มแล้วรู้สึกเหมือนเนื้อชามี “ความเหนียว” (粘稠/เหนียนโฉว)
เวลากลั้วปากหรือกลืน จะรู้สึกถึงน้ำชาที่มีเนื้อ มีน้ำหนัก
ชาที่เป๋าหม่านดี ๆ มักทำให้การดื่ม รู้สึกเต็มปากเต็มคำ มากกว่าดื่มน้ำชาบาง ๆ ผ่าน ๆ
体感 (ถีก่าน) – อาการตอบสนองของร่างกายหลังดื่มชา
ถีก่านคือ สิ่งที่ร่างกายตอบสนองหลังดื่มชา ไม่ใช่แค่รสในปาก แต่รวมถึงอาการทั้งตัว เช่น
ขับน้ำลาย (ก็จัดอยู่ในถีก่าน)
ขับเหงื่อ
ปัสสาวะบ่อยขึ้น
ใจเต้นเร็ว
รู้สึกร้อน หรือเย็น วูบวาบ
ทั้งหมดนี้รวมกันเรียกว่า “ถีก่าน” เป็นมิติที่สายชาใช้อธิบายว่า ชานั้น มีพลัง มีปฏิกิริยากับร่างกายเราอย่างไร
入口即化 (รู่โข่วจี้ฮว่า) – ดื่มแล้วละลายในปาก / ลื่น ดื่มง่าย
โดยตรงแปลว่า “เข้าปากปุ๊บก็ละลาย” เดิมเป็นคำชมอาหาร แต่นำมาใช้กับชาในความหมายว่า
น้ำชาดื่มง่ายมาก
ไหลลื่น ไม่สะดุด ไม่ฝาดจัด ไม่ฝืดคอ
บางครั้งยังมาพร้อมคำว่า 油润 (โหยวรุ่น) – มันลื่น คือเนื้อชานุ่ม ลื่นคอ รู้สึกเพลินขณะดื่ม
อีกการใช้คืออธิบายการเปลี่ยนแปลงของรสชาที่ไวและชัด เช่น
入口即甜 (รู่โข่วจี้เถียน) – เข้าปากปุ๊บ หวานปั๊บ เปลี่ยนรสอย่างฉับพลัน
กลิ่นหอมที่ติดถ้วย ไม่ได้อยู่แค่ในน้ำชา
挂杯 (กว้าเปย) – กลิ่นที่หอมติดถ้วยชา
กว้า = แขวน, เปย = ถ้วย รวมกันหมายถึง กลิ่นชาที่ติดอยู่บนผิวถ้วยหลังดื่ม
เวลาจิบชาเสร็จแล้วลองยกถ้วยมาดมดู ถ้ายังมีกลิ่นชาอบอวลชัดเจน แบบหอมติดถ้วยอยู่ นั่นแหละคือกว้าเปย
แสดงว่าชามีความเข้มข้นด้านกลิ่น
มักเป็นสัญญาณของชาเกรดดี กลิ่นทน กลิ่นยาว
ศัพท์หลัก ๆ ใช้อธิบายรสชาติและความหนักเบาของชา
ในมาตรฐานการประเมินชามักใช้คำเหล่านี้เพื่อบอกระดับรส
浓 (หนง) – รสเข้มจัด รสชาติชัดมาก หรือมีรสบางอย่างโดดจนเกินไป
醇 (ฉุน) – กลมกล่อม ดื่มแล้วรู้สึกชัด แต่ไม่หนักจนดื่มยาก อยู่ในโซนสบาย
薄 (เป๋า) – รสอ่อน จืด ๆ คล้ายสุ่ยเว่ย หรือตรงข้ามกับคำว่า 厚 (โฮ่ว – หนา)
ส่วนรสพื้นฐานหลัก ๆ ที่ใช้กันมี 4 รส คือ
酸 (ซวน) – เปรี้ยว
甜 (เถียน) – หวาน
苦 (ขู่) – ขม
涩 (เซ่อ) – ฝาด
ลองค่อย ๆ หยิบคำเหล่านี้ไปใช้ เวลารีวิวหรือจดบันทึกชาที่ดื่ม จะช่วยให้ อธิบายรสและความรู้สึกได้ละเอียดกว่าคำว่า “อร่อยดี” หรือ “ไม่ค่อยถูกปาก” แบบลอย ๆ
สรุป: จากคนดื่มชาเฉย ๆ สู่สายชาที่อธิบายรสได้แบบมืออาชีพ
ศัพท์อย่าง หุยกาน เซิงจิน โหวอวิ้น สั่วโหว เป๋าหม่าน หรือกว้าเปย ฟังตอนแรกอาจดูไกลตัว แต่ถ้าลองผูกเข้ากับประสบการณ์ในปากและร่างกายตอนดื่มชา คุณจะเริ่ม เห็นโลกของชาในรายละเอียดที่ลึกขึ้นแบบชัดเจนมาก
คราวหน้าเวลาฟังรีวิว หรือดื่มชาเอง ลองถามตัวเองเล่น ๆ ว่า
หลังกลืนไปแล้วมีหุยกานไหม
ปากชุ่มแบบเซิงจินหรือเปล่า
คอโล่งแบบโหวอวิ้น หรือกลับกลายเป็นสั่วโหว
น้ำชาเป๋าหม่านหรือแอบบางแบบสุ่ยเว่ย
ยิ่งเราฟังภาษาของชาออกมากเท่าไหร่ แต่ละแก้วที่ดื่มก็จะมีเรื่องราวและความสนุกมากขึ้นเท่านั้น

