รับแอปรับแอป

จับตา 4 ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ มาแรงปี 2025 ใครอยากเปิดร้านต้องอ่าน!

ธนากร อินทร์แก้ว01-30

ทำไม “ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์” ถึงมาแรงในปี 2025

ในยุคนี้อาหารไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในปัจจัยสี่อีกต่อไป แต่กลายเป็น ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ ที่ต่อยอดเป็นอาชีพได้สารพัดสาย ทั้งหน้าบ้าน–หลังบ้าน ตั้งแต่คนออกแบบเมนู ไปจนถึงคนออกแบบบรรจุภัณฑ์

เบื้องหลังเทรนด์นี้ เกิดจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญหลายด้านที่ผลักดันให้ธุรกิจอาหารรูปแบบใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไลฟ์สไตล์ใหม่ ดันตลาดอาหารโตแบบไม่เหมือนเดิม

  • ครอบครัวเล็กลง
    โครงสร้างครอบครัวแบบครอบครัวเดี่ยวทำให้ปริมาณการซื้อ เน้นจำนวนน้อยแต่ถี่ขึ้น แพ็กเล็ก แพ็กส่วนตัวจึงตอบโจทย์มากกว่าเซ็ตใหญ่สำหรับหลายคน

  • บทบาทผู้หญิงในสังคมเปลี่ยนไป
    ผู้หญิงยุคใหม่มีรายได้ กำลังซื้อ และไลฟ์สไตล์ของตัวเองชัดเจนมากขึ้น ทำให้กลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจอาหารที่ต้องการทั้งความสะดวก ความสวยงาม และความพิเศษในทุกมื้อ

  • กระแสรักสุขภาพครองเมือง
    คนไม่ได้มองแค่ว่าอาหารหน้าตาดีหรือปริมาณเยอะ แต่เริ่มถามหาที่มาของวัตถุดิบ วิธีการผลิต และคุณค่าทางโภชนาการ อาหารดีต่อสุขภาพและโปร่งใสเรื่องแหล่งที่มา จึงได้เปรียบชัดเจน

  • เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว
    ผู้สูงอายุที่ยังมีกำลังซื้อเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นตลาดใหญ่ที่ต้องการอาหารทั้งอร่อย ย่อยง่าย และดีต่อสุขภาพ ทำให้ผู้ผลิตต้องออกแบบเมนูและสินค้าเฉพาะทางเพิ่มขึ้น

  • ยุคโซเชียลครองทุกอย่าง
    ภาพอาหารสวยๆ บนหน้าฟีดกลายเป็น “ด่านแรก” ก่อนตัดสินใจซื้อ การทำอาหารให้ สวย แปลก และถ่ายรูปขึ้น จึงสำคัญไม่แพ้รสชาติ เป็นจุดเริ่มต้นให้หลายอาชีพสายครีเอทีฟด้านอาหารเติบโต

  • ชีวิตเร่งรีบของคนเมือง
    คนเมืองต้องการอาหารที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนด้วย ธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็วและความรักษ์โลกจึงมาแรงเป็นพิเศษ

ด้วยคลื่นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ทำให้ ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ และอาชีพที่เกี่ยวข้องกลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย เปิดโอกาสใหม่ให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาตัวเองสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหาร

1. Food Stylist & การออกแบบร้านอาหาร: เมื่ออาหารกลายเป็นงานศิลปะ

  • Food Stylist: นักออกแบบอาหาร และธุรกิจการออกแบบร้านอาหาร

ประโยคที่ว่า “อาหารเป็นได้มากกว่าอาหาร เพราะอาหารคืองานศิลปะ” ไม่ได้เกินจริงเลย โดยเฉพาะในยุคที่รูปหนึ่งรูปบนโซเชียลสามารถขายได้ทั้งเมนูและแบรนด์

อาชีพ Food Stylist หรือ “นักออกแบบอาหาร” จึงกลายเป็นงานมาแรงที่หลายธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะหน้าที่ไม่ได้มีแค่จัดจานให้สวย แต่ต้องเข้าใจตั้งแต่

  • เทคนิคการใช้วัตถุดิบให้ดูโดดเด่น

  • การจัดแสงให้สีและพื้นผิวของอาหารดูน่ากินที่สุด

  • การทำงานร่วมกับช่างภาพเพื่อให้ได้ภาพที่พร้อมใช้โปรโมตทันที

ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงบล็อกเกอร์สายกิน ต่างก็ต้องการภาพอาหารที่ ดึงดูดสายตาและชวนแชร์ ทำให้ความต้องการใช้บริการ Food Stylist สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจการออกแบบร้านอาหาร ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหน้าตาร้านคือประสบการณ์แรกที่ลูกค้าสัมผัส ก่อนจะได้ลองชิมอาหารเสียอีก

การจ้างนักออกแบบมืออาชีพจึงเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า เจ้าของร้านที่ร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจะได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น

  • การวางผังพื้นที่ (Space Planning) ให้ทุกตารางเมตรใช้งานได้คุ้มที่สุด

  • การออกแบบทางสัญจร (Circulation) ให้ลูกค้าและพนักงานเดินสะดวก ไหลลื่น ไม่ติดขัด

  • การออกแบบบรรยากาศและประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงจุดจ่ายเงิน

นอกจากนี้ บริษัทออกแบบร้านอาหารมืออาชีพมักมีเครือข่ายผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ที่ไว้ใจได้ ช่วยให้การตกแต่งร้านเดินหน้าอย่างราบรื่น ทั้งเรื่องงบประมาณ คุณภาพ และระยะเวลาทำงาน ที่สำคัญคือ เข้าใจกฎระเบียบด้านอาคารและร้านอาหาร ทำให้ร้านเปิดได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกฎหมาย

2. Cooking Studio & ครูสอนทำอาหาร: เปลี่ยนแพชชั่นให้กลายเป็นอาชีพ

อีกด้านหนึ่งของธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ คือ Cooking Studio หรือโรงเรียนสอนทำอาหาร ที่มาพร้อมอาชีพ ครูสอนทำอาหาร โดยเฉพาะในรูปแบบคอร์สสั้นที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

แม้โลกจะหมุนเร็ว คนจะชอบอะไรที่สะดวกและจบไว แต่ทั้ง Gen Y และ Gen Z ก็มีจำนวนไม่น้อยที่หลงรักการลองทำอะไรด้วยตัวเอง โดยเฉพาะ “การทำอาหาร” ที่กลายเป็นทั้งงานอดิเรกและสกิลที่อยากพัฒนาอย่างจริงจัง

ธุรกิจสอนทำอาหารยุคนี้จึงยังมีโอกาสสูง หากเข้าใจความต้องการของคนรุ่นใหม่และออกแบบประสบการณ์การเรียนให้ตรงใจ โดย Cooking Studio ที่โดนใจมักมีจุดเด่นแบบนี้

  • ภาพลักษณ์สตูดิโอทันสมัย คลีน สะอาดตา และถ่ายรูปออกมาสวย

  • เน้น คอร์สระยะสั้น เหมาะกับคนที่มีเวลาไม่มาก แต่อยากเรียนแบบจริงจัง

  • สอนเมนูที่ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่แปลกใหม่ ทันกระแส และเข้ากับเทศกาลต่างๆ

ใครที่มีสกิลทำอาหารอยู่แล้ว การต่อยอดสู่การเป็นครูสอนทำอาหารหรือเปิด Cooking Studio เล็กๆ ของตัวเอง จึงเป็นอีกทางเลือกที่ทั้งสร้างรายได้และต่อยอดแพชชั่นได้ในระยะยาว

3. Online Restaurant: ร้านอาหารออนไลน์สำหรับคนทุนน้อย แต่ไอเดียแน่น

ร้านอาหารออนไลน์ หรือธุรกิจขายอาหารแบบไม่มีหน้าร้าน กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่อยากเริ่มทำธุรกิจแต่มีทุนไม่มาก เพราะข้อดีชัดเจนคือ

  • สะดวก รวดเร็ว ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคดิจิทัล

  • ลดต้นทุนการทำหน้าร้านได้เยอะมาก

  • เริ่มต้นได้จากครัวที่บ้าน ถ้าวางระบบดี

แต่ในความง่าย ก็แฝงด้วยการแข่งขันดุเดือด เพราะคู่แข่งมีอยู่แทบทุกมุมเมือง ใครอยากขายอาหารออนไลน์ให้อยู่รอด จึงต้อง วางแผนให้ละเอียด ตั้งแต่ก่อนเริ่มขายจริง

หัวใจสำคัญของการเปิดร้านอาหารออนไลน์จากที่บ้าน มีอย่างน้อย 3 เรื่องที่ห้ามมองข้าม

  • 1) ต้นทุนที่แท้จริงของธุรกิจ
    อย่าคิดแค่ค่าวัตถุดิบเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงต้นทุนแฝงต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ค่าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงค่าแรงของตัวเองด้วย เพราะทั้งหมดคือค่าใช้จ่ายจริงที่ต้องบวกในราคาขาย

  • 2) การประเมินคู่แข่งในพื้นที่
    สำรวจให้ชัดว่าบริเวณที่เราอยู่ มีเมนูอะไรขายเยอะแล้ว ราคาเฉลี่ยอยู่ช่วงไหน และเราจะวางตัวเองในตลาดระดับใด ทั้งด้านราคา คุณภาพ และภาพลักษณ์แบรนด์

  • 3) การเลือกเมนูให้เหมาะกับการขายออนไลน์
    ไม่ใช่อาหารทุกประเภทจะเหมาะกับการส่งเดลิเวอรี่ บางเมนูอร่อยตอนทานที่ร้าน แต่เสียรสชาติเมื่อโดนแพ็กและเดินทางนาน การเลือกเมนูที่ รสชาติคงที่แม้ต้องขนส่ง จึงสำคัญมาก เพราะมีผลต่อการควบคุมคุณภาพและรีวิวของลูกค้าโดยตรง

ใครที่วางแผนดี คิดต้นทุนครบ เลือกเมนูเหมาะสม และจัดภาพลักษณ์แบรนด์ให้ชัดเจน มีโอกาสต่อยอดจากครัวบ้านสู่แบรนด์อาหารออนไลน์ที่เติบโตได้จริง

4. Green Packaging: บรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลกที่ตอบโจทย์เทรนด์ยั่งยืน

เทรนด์รักษ์โลกและความยั่งยืนไม่ได้อยู่แค่ในวงการแฟชั่นหรือพลังงาน แต่แทรกซึมเข้ามาใน ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในส่วนของ บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่กลายเป็นจุดขายสำคัญของหลายแบรนด์

Green Packaging หรือบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก คือการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์โดยคิดถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดหลังใช้งาน เป้าหมายคือ ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด

ตัวอย่าง Green Packaging ที่กำลังมาแรง เช่น

  • กล่องกระดาษใส่อาหาร กล่องพิซซ่า และกล่องสำหรับ Food Delivery ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% เคลือบด้วยสารธรรมชาติเพื่อกันน้ำมัน ออกแบบให้ระบายความร้อนได้ดี และช่วยให้คุณภาพอาหารยังคงดีอยู่

  • กระดาษรองอาหาร ที่แม้จะเป็นบรรจุภัณฑ์ชิ้นเล็ก แต่มีประโยชน์มาก ผลิตจากเยื่อไม้บริสุทธิ์ ไม่ใช้สารฟอกขาว ย่อยสลายได้เร็วหลังใช้งาน จุดเด่นคือ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ดูดซับน้ำมันและความชื้นได้ดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

  • ถ้วยกระดาษและชามกระดาษ ออกแบบมาแทนภาชนะพลาสติกหรือโฟม มีความแข็งแรง ใช้งานได้หลากหลาย สามารถออกแบบรูปทรงและลวดลายเฉพาะสำหรับอาหารแต่ละประเภท โดยใช้หมึกพิมพ์ที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจที่ผลิตหรือเลือกใช้ Green Packaging จึงไม่เพียงได้ใจลูกค้าที่ใส่ใจโลก แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูทันสมัย มีความรับผิดชอบ และตั้งใจทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดันนวัตกรรม + ปั้นคนรุ่นใหม่: กุญแจสำคัญของอนาคตอาหารไทย

เมื่อกระแส ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ มาแรงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งเดินหน้าไปพร้อมกัน คือ

  • การพัฒนานวัตกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง

  • การเพิ่มงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนา (R&D)

  • การสร้างแรงงานทักษะสูงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

หนึ่งในตัวอย่างที่จับต้องได้ คือการจัดโครงการ “การสร้างสุดยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของนักเรียนสู่การประกอบอาชีพ (EEC FOOD INNOVATION)” ที่มุ่งผลักดันเยาวชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่

จุดเด่นของการพัฒนาเยาวชนในลักษณะนี้ คือการผสาน เทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ากับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและบรรจุภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีโอกาสเชิงพาณิชย์

ตลอดทั้งโครงการ มีทีมเยาวชนหลายสิบทีมพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น

  • กัมมี่สับปะรดเสริมโพรไบโอติกส์

  • หมึกย่างซอสพริกเกาหลี “สีชัง”

  • บะหมี่ไข่ผำซอสหมูแดง

  • น้ำพริกแมงกะพรุนรสต้มยำ

  • กาแฟทุเรียน

  • เครื่องดื่มไซเดอร์มังคุดเสริมพรีไบโอติก

  • ซอสกระเจี๊ยบสำหรับผัดไทย

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่สามารถหยิบวัตถุดิบบ้านๆ มาต่อยอดด้วยมุมมองใหม่และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้งแปลก น่าสนใจ และมีศักยภาพทางธุรกิจ

สรุป: ใครคิดจะลุยธุรกิจอาหาร ปี 2025 คือจังหวะทอง

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ ไม่ได้มีแค่การเปิดร้านอาหารแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่แตกแขนงออกเป็นหลากหลายโอกาส ทั้ง

  • Food Stylist และการออกแบบร้านอาหาร

  • Cooking Studio และอาชีพครูสอนทำอาหาร

  • Online Restaurant หรือร้านอาหารออนไลน์

  • ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก (Green Packaging)

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักอาหาร มีแพชชั่นด้านความคิดสร้างสรรค์ และอยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ปี 2025 คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

เพราะในโลกที่ทุกคนต้องกินทุกวัน คนที่กล้าคิดต่าง และลงมือทำก่อน มักเป็นคนที่ได้เปรียบเสมอ