รับแอปรับแอป

เก็บให้ครบทุกพีค! ไกด์วันหยุดอเมริกา 2569 วางแพลนเที่ยว ช้อป ดูคอนเสิร์ตแบบมือโปร

ปกรณ์ ศรีสุวรรณ01-31

ก่อนบินไป USA ดูวันหยุดให้เป๊ะก่อน

เวลาวางแพลนไปสหรัฐอเมริกา สิ่งที่ห้ามมองข้ามคือ วันหยุดราชการ (Federal Holidays)

เพราะวันหยุดเหล่านี้มีผลหมดทั้ง

  • ราคาตั๋วเครื่องบิน

  • ราคาที่พักและรถเช่า

  • ร้านค้าจะเปิด–ปิดเวลาไหน

  • เมืองนั้นๆ จะจัดพาเหรด คอนเสิร์ต หรืออีเวนต์พิเศษอะไรบ้าง

ใครอยากไปเที่ยวอเมริกาแบบชิลล์แต่ยังได้ฟีลงานเทศกาลครบๆ ต้องเริ่มจากการดู ปฏิทินวันหยุดอเมริกา 2569 ให้ดีตั้งแต่ต้นปีเลย

ภาพรวมวันหยุดราชการอเมริกา ปี 2569

ปี 2569 มี Federal Holidays หลายวันที่หน่วยงานรัฐ ธนาคาร โรงเรียน และบางบริษัทปิดทำการ

ช่วงเหล่านี้คนอเมริกันมักออกเดินทางกันหนักมาก ทั้งบินข้ามรัฐ ขับรถโรดทริป หรือบินไปเจอครอบครัว ทำให้

  • โรงแรมเต็มไวเป็นพิเศษ

  • รถเช่าและไฟลต์ในประเทศโดนจองเกลี้ยง

  • เมืองท่องเที่ยวฮิตๆ คนแน่นแน่นอน

ถ้าคิดไปช่วงวันหยุดใหญ่แบบนี้ ควรจองล่วงหน้าทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • โรงแรม

  • รถเช่า

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างเมือง

🗓️ ปฏิทินวันหยุดราชการสหรัฐ 2569

การเที่ยวอเมริกาให้คุ้ม ไม่ได้มีแค่เลือกเมืองสวยๆ แล้วกดจองตั๋วบินไปเลย แต่ จังหวะเวลา คือหัวใจสำคัญ

เพราะแต่ละช่วงวันหยุดให้บรรยากาศต่างกันมาก เช่น

  • ไปถูกช่วง: ได้เจอพาเหรด คอนเสิร์ตกลางแจ้ง งานเทศกาล แสงไฟทั้งเมือง และโปรลดราคาหนักๆ

  • ไปผิดช่วง: อาจเจอสนามบินคนล้น คิวเช็กอินยาวจนปวดหัว หรือร้านปิดเกือบทั้งเมือง

ก่อนแพลนทริป แนะนำให้

  • เช็กวันหยุดให้ละเอียด

  • ดูเมืองที่อยากไปว่าช่วงนั้นมีอีเวนต์อะไร

  • วางแผนเผื่อเรื่องคนเยอะและการเดินทางเสมอ

เลือกช่วงวันหยุดให้ตรงสไตล์การเที่ยว

เลือกฟีลที่ใช่ก่อนเลือกวัน

ถามตัวเองก่อนว่า อยากได้บรรยากาศแบบไหน?

  • ถ้าชอบความคึกคัก มีพาเหรด ดอกไม้ไฟ คอนเสิร์ต และคนเยอะสุดใจ → เล็งช่วง Memorial Day, Independence Day, Thanksgiving หรือ Christmas

  • ถ้าอยากเดินแบบสบายๆ คนไม่แน่น ร้านยังเปิด แถมราคาน่ารักกว่า → เลือกไป หลังวันหยุดใหญ่ประมาณ 1 สัปดาห์ จะคุ้มกว่ามาก

ทำไมต้องจองล่วงหน้า?

ช่วงวันหยุดยาวในอเมริกา ราคาแทบทุกอย่างจะพุ่งขึ้นพร้อมกัน ทั้ง

  • โรงแรม

  • รถเช่า

  • ไฟลต์ในประเทศและไฟลต์ระหว่างเมืองใหญ่

ถ้าวางแผนไปเมืองท็อปอย่าง New York, Las Vegas, San Francisco หรือเมืองจัดอีเวนต์ใหญ่ แนะนำให้

  • จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน

  • เลือกตัวเลือกที่ยกเลิกฟรีได้ เผื่อเปลี่ยนแผน

เช็กสภาพอากาศควบคู่เสมอ

วันหยุดเดียวกัน แต่อากาศคนละโลกก็มี

  • กุมภาพันธ์ (ช่วง Presidents’ Day) → New York ยังหนาวจัด หิมะอาจยังไม่ไปไหน

  • รัฐ California บางเมือง → เดินเล่นริมทะเลได้เลย ฟีลคนละแบบ

เพราะสหรัฐฯ ใหญ่มาก อย่าคิดว่าทั้งประเทศจะอากาศเหมือนกัน ควร

  • เช็กพยากรณ์อากาศเฉพาะเมือง

  • ดูว่าเหมาะกับกิจกรรมที่อยากทำไหม เช่น เดินรอบเมือง เที่ยวสวนสาธารณะ ดูคอนเสิร์ตกลางแจ้ง

การเดินทางภายในประเทศ

ถ้าไปตรงกับวันหยุดจริงๆ มีโอกาสสูงที่

  • ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศเต็มเร็วมาก

  • รถไฟ Amtrak เส้นทางยอดนิยมถูกจองล่วงหน้ายาว

เส้นทางที่ควรรีบดูไว้ก่อน เช่น

  • New York – Washington D.C.

  • Los Angeles – San Francisco

ถ้ารู้วันและเมืองชัดแล้ว ควรล็อกตั๋วให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่นๆ

ใช้ประโยชน์จาก Observed Holiday

บางปีถ้าวันหยุดตรงเสาร์หรืออาทิตย์ รัฐบาลจะเลื่อนวันหยุดชดเชยให้ วันศุกร์หรือวันจันทร์

เช่น วันคริสต์มาสถ้าตรงกับวันเสาร์–อาทิตย์ อาจมีหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน

สำหรับสายเที่ยว นี่คือโอกาสทองที่จะ

  • ได้ทริปยาวขึ้นโดยไม่ต้องใช้วันลาเพิ่ม

  • จัดทริป 3–4 วันไปหลายเมือง หรือไปดูคอนเสิร์ต+เที่ยวต่อในทริปเดียว

วันหยุดใหญ่ + ไฮไลท์เที่ยวทั่วสหรัฐ

ด้านล่างนี้คือวันสำคัญที่ทั้งประเทศให้ความสำคัญ และเหมาะมากกับการไปสัมผัสบรรยากาศแบบอเมริกันแท้ๆ

🎉 วันปีใหม่ (New Year’s Day – 1 มกราคม)

เปิดปีด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองทั้งประเทศ โดยเฉพาะ Times Square, New York กับงานเคาท์ดาวน์ชื่อดังระดับโลก

ไฮไลท์ที่น่าสนใจ

  • ดอกไม้ไฟและปาร์ตี้ในเมืองใหญ่หลายแห่ง

  • กิจกรรมสำหรับครอบครัวและงานแฟสติวัลกลางแจ้ง

  • เมืองอากาศอุ่นอย่าง Los Angeles, Las Vegas, Miami เหมาะกับสายชิล

หลายเมืองมี คอนเสิร์ตกลางแจ้ง เทศกาลอาหาร และแฟมิลีอีเวนต์ ใครสายเที่ยว+ดูโชว์กลางแจ้งช่วงนี้คือดีมาก แต่ควรจองที่พักล่วงหน้า เพราะห้องเต็มเร็วสุดๆ

✊ วันมาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ (MLK Day – จันทร์ที่ 3 ของเดือนมกราคม)

เป็นวันรำลึกถึงนักต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมของคนผิวสี

กิจกรรมน่าไป

  • เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชน

  • ไปที่ Martin Luther King Jr. National Historical Park ใน Atlanta, Georgia

  • ร่วมกิจกรรมอาสาสมัครที่หลายเมืองจัดขึ้น

เหมาะกับคนที่อยาก

  • เข้าใจประวัติศาสตร์สิทธิพลเมืองของสหรัฐฯ ลึกขึ้น

  • เห็นมุมของวัฒนธรรมเรื่องเสรีภาพและความเท่าเทียมที่จับต้องได้จริง

👑 วันประธานาธิบดี (Presidents’ Day – สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์)

เป็นวันให้เกียรติอดีตผู้นำของประเทศ โดยเฉพาะ George Washington และ Abraham Lincoln

ไอเดียเที่ยวช่วงนี้

  • ไป Washington D.C. ชมทำเนียบขาว อนุสาวรีย์ประธานาธิบดี และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

  • เที่ยว National Museum of American History และโซน National Mall

  • สายช้อปต้องไม่พลาด Presidents’ Day Sale ใน Outlet และแบรนด์ดัง

ช่วงนี้คือจังหวะดีของคนที่อยากผสม ทริปเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ + ช้อปปิ้งคุ้มๆ ในทริปเดียว

💐 วันแม่ (Mother’s Day – อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม)

ถึงจะไม่ใช่วันหยุดราชการ แต่บรรยากาศอบอุ่นมาก ร้านอาหารและดอกไม้ขายดีสุดๆ

เหมาะกับสายชิลที่อยาก

  • เที่ยวเมืองสวนสวยอย่าง Portland, Seattle, San Diego

  • ไปฟาร์มดอกไม้ พร้อมวิวฤดูใบไม้ผลิ

โรงแรมหลายแห่งจะมี

  • แพ็กเกจ Family Brunch

  • Afternoon Tea ฉลองวันแม่

เมืองจะไม่แน่นเท่าวันหยุดใหญ่ แต่ยังได้เห็น ไลฟ์สไตล์ครอบครัวอเมริกันแบบเรียบง่าย แบบใกล้ชิด

🕊️ Memorial Day (จันทร์สุดท้ายของพฤษภาคม)

เป็นวันรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามของสหรัฐฯ และถือเป็นสัญลักษณ์เปิดฤดูร้อนแบบไม่เป็นทางการ

กิจกรรมที่ห้ามพลาด

  • ดูพาเหรดและพิธีที่ Arlington National Cemetery หรือ Washington D.C.

  • ชายหาดและสวนน้ำหลายแห่งเริ่มเปิดเต็มรูปแบบ

  • มีกิจกรรมกลางแจ้งเยอะมาก ทั้งปิกนิก บาร์บีคิว และงานคอนเสิร์ต

ใครชอบฟีลธรรมชาติ+วัฒนธรรม+กิจกรรมครบรส ช่วงนี้คุ้มสุด

✨ Juneteenth (19 มิถุนายน)

เป็นวันเลิกทาสอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งได้รับการประกาศเป็นวันหยุดแห่งชาติไม่นานมานี้

ไฮไลท์

  • คอนเสิร์ต งานดนตรี และเทศกาลศิลปะ

  • เทศกาลอาหารสไตล์แอฟริกัน–อเมริกัน

  • เมืองเด่น: Texas, Atlanta, New York

เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกา ที่มักไม่ค่อยอยู่ในตำราเรียน

🎆 วันชาติสหรัฐ (Independence Day – 4 กรกฎาคม)

หนึ่งในวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี แทบทุกเมืองจัดงานเฉลิมฉลองและดอกไม้ไฟแบบจัดเต็ม

เมืองแนะนำ

  • Washington D.C., New York, Boston → มีขบวนพาเหรด ดนตรีสด กิจกรรมครอบครัว และสตรีทฟู้ดเยอะมาก

  • สายทะเล → ดูดอกไม้ไฟริมชายหาดที่ Santa Monica หรือ Miami Beach บรรยากาศโรแมนติกสุด

ถ้ายอมรับคนเยอะได้ แลกกับบรรยากาศคึกคักระดับ 10/10 วันนี้คือ must-experience

🛍️ วันแรงงาน (Labor Day – จันทร์แรกของกันยายน)

เป็นสัญลักษณ์ปิดฤดูร้อน

คนอเมริกันนิยม

  • ไปเที่ยว National Parks เช่น Yosemite, Yellowstone, Grand Canyon

  • ออกทริปธรรมชาติ สูดอากาศก่อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

อีกฝั่งคือฝั่งคนชอบเมืองเล็กริมทะเลอย่าง

  • Cape Cod, Newport → ฟีลสงบ โลคัล ไม่พลุกพล่านเกินไป

บางเมืองยังมี Big Sale และกิจกรรมแฟมิลีเดย์ตามสวนสาธารณะ เหมาะสุดสำหรับสายชิลและสายครอบครัว

🍁 Columbus Day (จันทร์ที่ 2 ของตุลาคม)

เป็นวันที่ระลึกถึงการเดินทางของ Christopher Columbus

จุดเด่น

  • ขบวนพาเหรดใหญ่ใน New York และเมืองที่มีชุมชนชาวอิตาเลียนอย่าง Boston, Chicago

  • เข้าฤดูใบไม้ร่วง พอดีกับการขับรถชมวิวธรรมชาติ

เส้นทางแนะนำ

  • New England และ Blue Ridge Parkway → ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ

  • แวะย่าน Little Italy ในเมืองใหญ่เพื่อชิมอาหารอิตาเลียนแท้ๆ

🦃 Veterans Day (11 พฤศจิกายน)

เป็นวันให้เกียรติทหารผ่านศึกที่เคยประจำการ

เมืองที่บรรยากาศเข้มข้น

  • Los Angeles, Washington D.C., San Diego

กิจกรรมระหว่างวัน

  • พาเหรดทหาร

  • เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สงคราม

  • งานแสดงยานพาหนะทางทหาร หรือโชว์เครื่องบิน

สีสันของวัฒนธรรมและความรักชาติของคนอเมริกันจะชัดมากในช่วงนี้

🗽 Thanksgiving (พฤหัสบดีสุดท้ายของพฤศจิกายน)

นี่คือหนึ่งในเทศกาลครอบครัวที่สำคัญที่สุดของชาวอเมริกัน

ไฮไลท์

  • มื้อค่ำแบบดั้งเดิม: ไก่งวง มันบด พายแอปเปิล ซอสแครนเบอร์รี

  • งานพาเหรด Macy’s Thanksgiving Day Parade ในนิวยอร์ก พร้อมบอลลูนยักษ์และการแสดงแน่นๆ

หลังวัน Thanksgiving จะเข้าสู่ Black Friday ช่วงลดราคาดุเดือดที่สุดของปี เหมาะสำหรับสายช้อปที่พร้อมบวก

🎄 Christmas Day (25 ธันวาคม)

ทั้งประเทศเปลี่ยนเป็นโหมดเทศกาลเต็มตัว

ภาพที่คุณจะได้เห็น

  • ต้นคริสต์มาสยักษ์และไฟประดับทั่วเมือง

  • จุดดังอย่าง Rockefeller Center, Bryant Park, Disney Parks จัดเต็มบรรยากาศ Winter Festival

กิจกรรมแนะนำ

  • เที่ยวตลาดคริสต์มาส

  • เล่นสกีที่ Colorado หรือ Utah

  • ถ้าอยากหนีหนาว → ไป Florida หรือ California เดินชายหาดได้สบายๆ

บางเมืองมีคอนเสิร์ตและกิจกรรมสำหรับเด็กให้เข้าฟรี เป็นช่วงปิดท้ายปีที่ฟีลอบอุ่นสุดๆ

สิ่งที่ต้องรู้ ถ้าเที่ยวตรงวันหยุดอเมริกา

การไปช่วงวันหยุดข้อดีคือ สีสันเยอะ เมืองมีชีวิต แต่ก็ต้องเตรียมตัวดี เพราะมีผลต่อการใช้ชีวิตระหว่างทริปเหมือนกัน

หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ปิด

ในวันหยุดราชการ มักจะปิดหรือเปิดช้าลง เช่น

  • ไปรษณีย์

  • ศาล

  • หน่วยงานท้องถิ่น

  • สถานทูตบางแห่ง

ถ้าต้องทำเอกสารหรือธุรกรรมใดๆ ควร

  • เช็กวันทำการให้ชัวร์ก่อนเดินทาง

  • เผื่อวันเผื่อเวลาไว้ให้ดี

การจราจรและขนส่งสาธารณะ

ในเมืองใหญ่ เช่น New York, Los Angeles, Chicago มักเจอ

  • รถติดหนัก โดยเฉพาะช่วงมีพาเหรดหรือปิดถนน

  • ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า รถบัส และรถเรียกผ่านแอปเยอะกว่าปกติ

  • ราคารถเรียกผ่านแอปอย่าง Uber บางช่วงอาจขึ้นสูง

ใครแพลนเดินทางหลายเมือง ควร

  • จองตั๋วล่วงหน้า

  • เผื่อเวลาไปสนามบินหรือดูโชว์ต่างๆ ให้เหลือๆ

ร้านค้า ห้าง และร้านอาหาร

ส่วนใหญ่ยังเปิด แต่

  • บางร้านเปิดช้าหรือปิดเร็ว โดยเฉพาะร้านโลคัลและคาเฟ่เล็กๆ

  • แบรนด์ใหญ่ๆ เช่น McDonald’s หรือเชนร้านดังมักยังเปิดปกติ

  • ช่วงเทศกาลอย่าง Black Friday หรือ Christmas คนจะเยอะเต็มร้าน

ข้อดีคือ หลายช่วงมีโปรพิเศษเฉพาะวันหยุด แต่ต้องเตรียมใจเรื่อง คนแน่นแบบหายใจรดต้นคอ ให้ดี

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรม

ด้านดีคือ

  • เมืองเต็มไปด้วยอีเวนต์ Outdoor, ไฟประดับ, ตลาดคริสต์มาส และเทศกาลท้องถิ่น

แต่อีกด้านคือ

  • พิพิธภัณฑ์บางแห่ง หรืออาคารราชการมักปิดในวันหยุดใหญ่

ก่อนจะไปแลนด์มาร์กสำคัญ แนะนำให้

  • เช็กเว็บไซต์ทางการทุกครั้ง

  • ดูเวลาทำการวันหยุดให้ละเอียด

ทริคเอาตัวรอดช่วงวันหยุดในอเมริกา

1. จองทุกอย่างล่วงหน้าให้จบ

ช่วงวันหยุดคือ high season ของการเดินทาง ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแห่กันเดินทางพร้อมกัน

ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือนสำหรับ

  • ตั๋วเครื่องบิน

  • โรงแรม

  • รถเช่า

  • บัตรเข้าชมสถานที่ยอดฮิต หรือทัวร์ยอดนิยม

ถ้าเล็งเมืองใหญ่หรือ National Parks ดังๆ เช่น New York, LA, Yosemite ให้รีบจองตั้งแต่ตัดสินใจได้

2. เลือกเที่ยวเมืองรอง เพื่อลดความวุ่นวาย

ถ้าไม่อินกับคนเยอะ ลองเปลี่ยนจากเมืองท็อปเป็นเมืองรองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ตัวอย่าง

  • แทนที่จะไป New York → ลองไป Philadelphia หรือ Denver

  • สายธรรมชาติ → หาเมืองที่มีสวนสาธารณะท้องถิ่น หรือเส้นทางเดินเขาสวยๆ ที่ยังไม่แมส

ข้อดีคือ

  • คนไม่แน่น

  • ราคาเบากว่า

  • ได้ฟีลโลคัลมากขึ้น

3. ใช้แอปให้เป็น “ผู้ช่วยประจำทริป”

แอปที่ควรมีติดเครื่อง

  • Google Maps – นำทาง เดินทางสาธารณะ

  • Transit App – เช็กเส้นทางรถไฟ/บัสในเมืองใหญ่

  • Uber / Lyft – เรียกรถสะดวก

  • แอป eSIM/อินเทอร์เน็ต เช่น Airalo – ให้การเช็กข้อมูลระหว่างทางลื่นไหล

ช่วงที่มีการปิดถนนหรือจัดพาเหรด แอปช่วยดูสภาพจราจรและหลบโซนรถติดได้ดีมาก

4. ร้านอาหารต้องจอง ไม่งั้นได้ยืนรอคิวยาว

วันหยุด = คนออกมากินข้าวนอกบ้านเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะร้านดัง

ทริคคือ

  • ใช้ OpenTable หรือ Yelp เพื่อจองโต๊ะล่วงหน้า

ถ้าจองไม่ทัน ลองเปลี่ยนแนวไป

  • ร้าน Local เล็กๆ

  • Food Truck

  • ตลาดชุมชน

ราคามักดีกว่า ได้ลองอาหารโลคัลจริงๆ และหนีความวุ่นวายได้เยอะ

5. ใช้ City Pass และบัตรท่องเที่ยวแบบรวม

ในเมืองยอดฮิตอย่าง

  • New York → New York Pass / Go City

  • San Francisco → San Francisco CityPASS

ข้อดี

  • ช่วยประหยัดค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

  • บางที่มี Fast Track ไม่ต้องยืนต่อคิวยาว

เหมาะมากสำหรับคนที่ไปช่วงวันหยุด คนเยอะ แต่ยังอยากเก็บแลนด์มาร์กหลักๆ ให้ครบ

6. เช็กโปรเทศกาลล่วงหน้า

ถ้าคุณเป็นสายช้อปจริงจัง อย่าลืมดู

  • Black Friday

  • Labor Day Sale

  • Winter Sale

หลายแบรนด์จัดหนักจนราคาแบรนด์เนมถูกกว่าที่คิด ถ้าวางแผนดี อาจหิ้วกลับไทยแบบคุ้มสุดๆ

วางแผนดี ทริปอเมริกาก็ชิลล์ได้แม้ตรงวันหยุด

การเที่ยวอเมริกาให้คุ้ม ไม่ใช่แค่เลือกเมืองสวยๆ แล้วไปให้ถึง แต่ต้อง ดูวันหยุดอเมริกาให้เป็น เพราะแต่ละช่วงให้ฟีลต่างกันมาก ทั้งพาเหรด คอนเสิร์ตกลางแจ้ง งานเทศกาล แสงไฟทั้งเมือง ไปจนถึงช่วงลดราคาพิเศษ

ถ้า

  • วางแผนล่วงหน้าให้ดี

  • จองทุกอย่างให้ทัน

  • เตรียมแผนสำรองไว้เผื่อเจอคนเยอะหรือร้านปิด

ทริปอเมริกาของคุณจะกลายเป็นทริปที่ สนุก ไม่เหนื่อย และเต็มไปด้วยประสบการณ์แบบอเมริกันแท้ๆ ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก

ถึงเวลาหยิบปฏิทิน เช็กวันหยุด 2569 แล้วแพลนทริป USA ของตัวเองให้ลงตัว ทั้งเที่ยว ช้อป และเก็บบรรยากาศเทศกาลสุดคึกคักในทริปเดียวกันให้ครบ!