เทรนด์เลี้ยงสัตว์แบบลูกดันตลาดอาหารพุ่ง
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยปี 2568 ยังแรงไม่ตก เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากหันมาเลี้ยงน้องหมา น้องแมวแบบสมาชิกครอบครัวเต็มตัว
งบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงจึงแทบไม่ถูกลด แม้เศรษฐกิจจะฝืดแค่ไหน เจ้าของพร้อมยอมลดค่าใช้จ่ายของตัวเอง แต่ไม่ลดคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง
ตัวเลขการใช้จ่ายเฉลี่ยด้านอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศอยู่ที่ราว 14,000 บาทต่อปี ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลบางกลุ่มสามารถพุ่งขึ้นไปได้ถึงระดับ 14,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว
อีกแรงหนุนสำคัญคือการเติบโตของกลุ่มผู้เลี้ยงหน้าใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ฐานผู้บริโภคขยายตัวต่อเนื่อง
ช่องว่างในตลาดที่ยังโตได้อีกเยอะ
แม้ตลาดจะดูคึกคัก แต่ในมุมของการกินอาหารสำเร็จรูป สุนัขและแมวในไทยยังเข้าถึงอาหารสัตว์เลี้ยงในสัดส่วนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับจำนวนสัตว์ที่มีอยู่จริง
สุนัขราว 16 ล้านตัว แต่มีเพียงประมาณ 10% ที่ได้กินอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป
แมวราว 9 ล้านตัว เข้าถึงอาหารสำเร็จรูปประมาณ 30%
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก ทั้งในแง่จำนวนผู้บริโภคและการอัปเกรดไปสู่กลุ่มอาหารสุขภาพเฉพาะทาง
สำหรับโรยัล คานิน โอกาสนี้คือจังหวะสำคัญในการเร่งขยายการรับรู้แบรนด์ และดันจุดเด่นเรื่องสูตรอาหารเฉพาะสายพันธุ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ปี 68: ยิงตรง Gen Z ด้วย Friend of Royal Canin
โรยัล คานินเตรียมเพิ่มงบการตลาดในปี 2568 จากปีก่อน เพื่อเร่งบุกฐานลูกค้ารุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่กำลังกลายเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงคลื่นลูกใหญ่ของตลาด
หนึ่งในไฮไลต์คือการเปิดตัวทีม Friend of Royal Canin พรีเซ็นเตอร์คู่แรกของแบรนด์ในไทย นำโดยนักแสดงหนุ่มสาย Gen Z “สกาย-วงศ์รวี นทีธร” และ “นานิ-หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ”
แบรนด์เตรียมใช้ทั้งพรีเซ็นเตอร์และคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียควบคู่กับกิจกรรมการตลาด เพื่อให้โรยัล คานินกลายเป็นชื่อแรก ๆ ที่ Gen Z นึกถึงเมื่อพูดถึงอาหารสัตว์เลี้ยงสายสุขภาพ
เป้าหมายสำคัญคือเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่เป็นแบรนด์บนชั้นวางสินค้า
ดันสมาชิกแอปแตะ 1 ล้านราย
อีกหนึ่งฐานข้อมูลทองคำของแบรนด์คือแอปพลิเคชั่น “โรยัล คานิน คลับ” ที่ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 800,000 ราย
โรยัล คานินวางเป้าชัดว่า ภายในสิ้นปี 2568 ต้องการดันตัวเลขนี้ให้แตะ 1 ล้านสมาชิก ผ่านการสื่อสารที่เข้าถึง Gen Z มากขึ้น และการใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่
แนวคิดคือ หากใช้คนรุ่นเดียวกันมาช่วยเล่าเรื่อง แบรนด์ก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังเติบโตได้ลึกและเร็วกว่าเดิม
เปิดสูตรใหม่สำหรับสัตว์เลี้ยงทำหมันและสูงวัย
ในด้านสินค้า ปี 2568 โรยัล คานินยังเดินหน้าพัฒนาสูตรใหม่ต่อเนื่อง โดยโฟกัสความต้องการเฉพาะของสัตว์เลี้ยงในแต่ละช่วงวัยและสภาพร่างกาย
ปีนี้ประเดิมด้วยการเปิดตัวกลุ่มอาหาร Sterilised 7+ ที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ผ่านการทำหมันและเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุในสูตรเดียวกัน เพื่อช่วยดูแลทั้งเรื่องน้ำหนักและสุขภาพระยะยาว
ก่อนหน้านี้ในปี 2567 แบรนด์ก็ได้ส่งสูตร Ageing 12+ และ Indoor 7+ ลงตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับดี ทำให้โรยัล คานินยิ่งมั่นใจในแนวทางการพัฒนาสูตรเฉพาะกลุ่มตามช่วงวัยและไลฟ์สไตล์
ปัจจุบันบริษัทนำเข้าอาหารสำหรับสุนัขและแมวภายใต้แบรนด์โรยัล คานินมากกว่า 300 รายการ โดย
กลุ่มสุนัขยังมีสัดส่วนสินค้ามากกว่า เนื่องจากมีสายพันธุ์หลากหลาย สูตรจึงต้องแตกย่อยตามลักษณะเฉพาะ
ส่วนแมว สูตรมักจะจัดตามช่วงอายุและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก
จุดขายหลักคือการไม่มองสัตว์เลี้ยงแบบเหมารวม แต่เจาะลึกถึงสายพันธุ์ ช่วงวัย และปัญหาสุขภาพ
จับมือร้าน Pet Shop และโรงพยาบาลสัตว์ทั่วประเทศ
ในเชิงกลยุทธ์การสื่อสาร โรยัล คานินเน้นการทำงานร่วมกับช่องทางที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเชื่อใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้าน Pet Shop หรือโรงพยาบาลสัตว์ทั่วประเทศ
เหตุผลสำคัญคือ ช่องทางเหล่านี้มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการสัตว์เลี้ยงได้ ทำให้แบรนด์ไม่ได้แค่ขายอาหาร แต่ยังขาย “ความรู้และความมั่นใจ” ไปพร้อมกัน
แนวทางนี้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของโรยัล คานินที่เน้นให้ความรู้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับ
ความเหมาะสมของสูตรอาหารในแต่ละช่วงวัย
ความต่างของแต่ละสายพันธุ์
การเลือกอาหารตามปัญหาสุขภาพหรือไลฟ์สไตล์
ตัวอย่างหนึ่งคือการร่วมจัดโซนพิเศษในร้าน PET’N ME ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้าพันธมิตร เพื่อให้คำแนะนำด้านผลิตภัณฑ์และโภชนาการแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงโดยตรงในร้าน
เน้นสูตรเฉพาะสายพันธุ์จากงานวิจัยสุขภาพ
สิ่งที่โรยัล คานินหยิบมาเป็นจุดขายซ้ำแล้วซ้ำอีก คือการมีสูตรอาหารที่ถูกออกแบบแบบเฉพาะทาง ไม่ใช่สูตรทั่วไปที่ “กินได้ทุกตัว” แต่เน้นว่า เหมาะกับตัวนั้นจริง ๆ
เบื้องหลังคือการใช้ข้อมูลจากงานวิจัยด้านสุขภาพและลักษณะเฉพาะของสุนัขและแมวแต่ละสายพันธุ์ มาพัฒนาสูตรอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการและรูปแบบเม็ดอาหาร
กลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์ยืนในตลาดในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง มากกว่าจะเป็นเพียงแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงอีกหนึ่งราย
เป้าหมายโตเร็วกว่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทย
เมื่อประกอบร่างทุกกลยุทธ์ ทั้งการย้ำภาพแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญ การป้อนสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง การบุก Gen Z ผ่าน Friend of Royal Canin และการจับมือช่องทางผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศ
โรยัล คานินตั้งเป้าว่าในปี 2568 จะสามารถสร้างการเติบโตในระดับซิงเกิลดิจิตที่ สูงกว่าการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโดยรวม
อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงในไทยปี 2566 มีมูลค่ารวมกว่า 258,703 ล้านบาท และเติบโต 5.8% จากปีก่อนหน้า
เมื่อเทรนด์เลี้ยงสัตว์แบบครอบครัวยังแรง ฐาน Gen Z กำลังโต และช่องว่างของการใช้อาหารสำเร็จรูปยังเปิดกว้าง แผนบุกตลาดของโรยัล คานินปี 68 จึงน่าจับตาสำหรับทั้งคนรักสัตว์และคนในวงการอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างยิ่ง
ยุคใหม่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง คือยุคที่ต้องเข้าใจทั้งใจและสุขภาพของน้องสัตว์ไปพร้อมกัน ใครตอบโจทย์ครบก่อน คนนั้นชนะใจตลาด

