รับแอปรับแอป

10 วันขับรถตะลุยตูนิเซีย: สวยครบแบบโมร็อกโค แต่สงบกว่า ถูกกว่า และอินกว่ามาก

ชนกนันท์ ทองมี01-31

ตูนิเซีย…ประเทศที่เหมือนโมร็อกโค แต่เล่นใหญ่กว่าในใจเรา

ถ้าต้องสรุปตูนิเซียในประโยคเดียว ฉันคงบอกว่า:

“ทุกอย่างที่คุณชอบในโมร็อกโค…ตูนิเซียก็มีเหมือนกัน แต่เที่ยวง่ายกว่าเยอะ!”

ทั้งกลิ่นอายเมืองแขกสุดเอ็กโซติก บ้านเมืองสีสวย ซุกซ่อนมุมถ่ายรูปไม่รู้จบ มีทั้งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส มรดกโลกเพียบ และยังมีซาฮาร่าให้ไปสัมผัสทะเลทรายสมใจ

แต่สิ่งที่ต่างแบบรู้สึกได้ทันทีคือ

  • นักท่องเที่ยวน้อยกว่า

  • ไม่วุ่นวาย ไม่กดดัน ไม่ต้องคอยระวังโดนหลอกทุกวินาที

  • ช้อปปิ้งสนุกกว่ามาก เพราะของดู Local จริง ไม่ได้ Made in China ล็อตเดียวกันทั้งตลาด

  • ราคาทุกอย่าง “เป็นมิตร” อย่างเหลือเชื่อ

ตูนิเซียเลยกลายเป็นประเทศที่ เงียบๆ แต่เหนือเมนสตรีม แบบที่คนยังไม่ค่อยรู้ ทั้งที่ของดีแน่นประเทศไปหมด

ตูนิเซียมีอะไรให้รักบ้าง

ตูนิเซียมีมรดกโลกถึง 9 แห่ง เทียบกับโมร็อกโคได้แบบตัวต่อตัวเลย ส่วนใหญ่เป็นโบราณสถานเก่าแก่สภาพดีมาก เหมาะกับสายชอบประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรมแบบจุกๆ

สายธรรมชาติก็ไม่ถูกทิ้ง เพราะประเทศนี้มีชายฝั่งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยาวกว่า 300 กม. หลายเมืองให้ฟีลเหมือน กรีซเวอร์ชันเงียบ น้ำทะเลสีฟ้า หมู่บ้านสีขาว ประตูน้ำเงินหวานๆ โรแมนติกขั้นสุด

ส่วนทะเลทรายซาฮาร่า…ตูนิเซียก็มีเหมือนกัน จะต่างหน่อยก็ตรงที่ สีทรายไม่ส้มจัดเท่าโมร็อกโค เลยอาจจะสู้กันในรูปถ่ายไม่ได้ แต่ประสบการณ์การไปนอนกลางทะเลทราย ภาพดวงดาว และความเวิ้งว้างของซาฮาร่า ยังไงก็ยังคงว้าวอยู่ดี

สำหรับสายช้อปปิ้ง Souk ตามเมืองต่างๆ คือเหมืองทองดีๆ นี่เอง ของทั้งหลายยังดูเป็นงานฝีมือท้องถิ่นแท้ๆ ไม่ใช่ของปั๊มจากโรงงานเดียวกันทั้งภูมิภาค แถมราคาดีจนใจบาง เดินช้อปได้แบบไม่ต้องเครียดเรื่องโดนฟันหัวแบะ

ข้อสรุปแบบสั้นๆ:

  • ประเทศไม่ใหญ่ แต่มีความหลากหลายครบจริงๆ

  • ได้ทั้งประวัติศาสตร์ ทะเล เมืองเก่า ซาฮาร่า อาหารท้องถิ่น และโรงแรมสวยๆ

นี่แหละ เหตุผลที่ตูนิเซียควรอยู่ในลิสต์ “ต้องไปให้ได้สักครั้ง”

ทริป 10 วัน 9 คืน: ขับวนรอบประเทศแบบเหนือฟ้า

ฉันใช้เวลา 10 วัน 9 คืน ขับรถวนเป็นลูปรอบประเทศ เก็บเมืองสำคัญแทบครบ ทุกอย่างค่อนข้างไหลลื่นเพราะ

  • เดินทางกันแค่สองคน

  • ไม่ค่อยเสียเวลานั่งกินข้าวกลางวันแบบเต็มมื้อ

  • ใช้เวลาตามโบราณสถานเยอะ ช้อปปิ้งน้อย

ใครสไตล์เที่ยวเนิบๆ ชอบแวะคาเฟ่ ชอบช้อป หรือเดินช้าๆ นานๆ อาจต้องเพิ่มวันให้เข้ากับจังหวะของตัวเอง

สรุปแพลนวันต่อวัน: ตูนิเซีย 10 วัน

Day 1: ทำความรู้จักตูนิสเบาๆ

  • เดินเล่นชิลๆ ใน Medina เมืองเก่า ของตูนิส มรดกโลกบรรยากาศคลาสสิก

  • นอนในโรงแรมกลางเมืองเก่า เดินไปไหนก็ง่าย ร้านอาหารดีๆ อยู่ใกล้มือ

Day 2: Carthage – Sidi Bou Said – La Marsa

  • สายโบราณคดีต้องไม่พลาด ซากเมือง Carthage อดีตอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิคาร์เธจ

  • บ่าย–เย็นไปเดินเล่นที่ Sidi Bou Said เมืองสีขาว–ฟ้าน่ารักสไตล์ Santorini แบบฉบับตูนิเซีย

  • ปิดท้ายมื้อเย็นที่ La Marsa เมืองชายทะเลบรรยากาศดีมาก

Day 3: เที่ยวซากเมืองโรมันเหนือฟ้า

  • ซื้อ Private ทัวร์ ไปเก็บสามเมืองสำคัญ: Dougga, Bulla Regia, Testour

  • เย็นกลับมาตูนิส กินอาหารพื้นเมืองในเมืองเก่าแบบฟินๆ

Day 4: รับรถเช่า – Monastir – Sousse – Hammam Sousse Beach

  • ไปรับรถเช่าที่สนามบินตูนิส แล้วขับลงใต้ไป Monastir แวะชม Mausoleum ของ Habib Bourguiba

  • ขับย้อนขึ้นมาเที่ยวเมือง Sousse เลือกนอนโรงแรมใน Medina เดินเล่นได้ทั่วเมืองเก่า

  • เย็นขับออกไปกินข้าวแถว Hammam Sousse Beach ดูคนท้องถิ่นใช้ชีวิตริมทะเลยามค่ำ

Day 5: El Jem – เกาะ Djerba

  • ขับไปชม โคลอสเซียมที่ El Jem หนึ่งในโรงละครโบราณที่อลังการที่สุดของโลกโรมัน

  • จากนั้นยิงยาวไป เกาะ Djerba

  • บ่ายแก่ๆ เดินเล่นดูสตรีทอาร์ตใน Djerbahood

  • มื้อเย็นไปที่เมือง Houmt Souk บรรยากาศชิลมาก

Day 6: ล่า Ksar – เข้าทะเลทรายซาฮาร่า

วันนี้เป็นวันที่ขับเยอะและแวะเยอะมาก เหมาะกับสายชอบหมู่บ้านเก่าและสถาปัตยกรรมแปลกตา

  • ลิสต์ Ksar ที่แวะ (เลือกตามเวลา):
    • Ksar Ouled Soltane (ห้ามพลาด)

    • Ksar Ouled Debbab

    • Ksar El Ferech

    • Ksar Hadada

    • Ksar Hallouf

  • เมือง Chenini ต้องตัดออกเพราะเวลาไม่พอ

  • จากนั้นขับผ่านเมือง Douz แล้วไปนอนในทะเลทรายที่ Dunes Insolites Camp

  • ถึงประมาณ 5 โมงเย็น มีเวลานั่งดูวิวทะเลทราย ก่อนชมโชว์ดนตรี การแสดงขี่ม้า และเดโมทำขนมปังโบราณ พร้อมมื้อเย็นที่รวมในค่าที่พักแล้ว

Day 7: ทะเลเกลือ – Tozeur และปาล์ม 350,000 ต้น

  • หลังอาหารเช้าที่แคมป์ ออกเดินทางข้าม Chott el Djerid ทะเลเกลือขนาดใหญ่ที่สุดของซาฮาร่า

  • เข้าสู่เมือง Tozeur เดินเล่น Medina ที่สถาปัตยกรรมอิฐลายไม่เหมือนใคร

  • ซื้อทัวร์รถม้าเข้า Palmerie สวนปาล์มอินทผลัมประมาณ 350,000 ต้น

  • เย็นเช็คอินโรงแรม พักเอาแรง แล้วขับกลับเข้าเมืองไปกินข้าวและเดินดูร้านรวงเบาๆ

Day 8: ตามรอย Star Wars และ The English Patient

  • ขับรถเข้าไปในซาฮาร่าเพื่อดูโลเคชั่นถ่ายทำ Star Wars:

    • Mos Espa

    • Ong Jemel

  • จากนั้นไปต่อที่ Tamaghza Canyon และ Mides ใกล้ชายแดนแอลจีเรีย

  • ปิดทริปวันนี้ที่ Chebika Oasis โอเอซิสสีเขียวกลางหุบเขาที่สวยมาก และเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The English Patient ด้วย

Day 9: Kairouan – Hammamet

  • ขับยาวเกือบ 6 ชั่วโมงไปเมือง Kairouan เพื่อชม มัสยิดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของแอฟริกา

  • เดิมทีตั้งใจจะแวะเมืองโบราณ Subaytilah แต่เผลอขับเลยเกินไป เลยต้องเก็บไว้รอบหน้า

  • เที่ยว Kairouan ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วมุ่งหน้าไป Hammamet เมืองทะเลสวยในตูนิเซีย

  • ปิดท้ายวันด้วยการ นั่งรับลมบนชายหาดยามพระอาทิตย์ตก คลายเมื่อยจากการขับรถทั้งวัน

Day 10: ปิดทริปที่ Hammamet – Nabeul – กลับตูนิส

  • เดินเล่นใน Medina ของ Hammamet แวะพิพิธภัณฑ์ ป้อมปราการ และชายหาดให้หนำใจ

  • ขับแค่ประมาณ 20 นาทีไปเมือง Nabeul เมืองเก่าเล็กๆ ที่ดังเรื่อง Harissa และเครื่องปรุงต่างๆ

  • เที่ยวเมืองแป๊บเดียวก็ทั่ว จากนั้นกลับโรงแรมไป นวด–อาบแดด–กินมื้อเย็นให้ครบทุกพิธีกรรม

  • ดึกๆ ขับรถไปคืนที่สนามบินตูนิส เพื่อขึ้นเครื่องตอนตี 2 จาก Hammamet ไปตูนิสใช้เวลาขับประมาณ 1 ชั่วโมง ทุกอย่างลงตัวเป๊ะ เที่ยวครบจบใน 10 วันแบบไม่รู้สึกรีบ

โรงแรมที่ต้องเช็คอิน: สายชอบที่พักสวยห้ามพลาด

Tunis – Dar El Jeld: สวรรค์ของสายโรงแรมจัดเต็ม

Dar El Jeld คือโรงแรมที่ฉันให้มงในทริปนี้ ทุกห้องคือห้องสวีทแบบไม่กั๊ก

  • ห้องนอนอยู่ปีกหนึ่ง

  • ห้องนั่งเล่นอยู่อีกปีกหนึ่ง

  • ห้องน้ำใหญ่โต มีห้องน้ำรับแขกแยกต่างหาก

  • อาหารเช้าบนดาดฟ้า มีทั้งบุฟเฟ่ต์และเมนูสั่ง A la carte

  • ทุกอย่างรวมหมด แม้กระทั่งแชมเปญท้องถิ่น

นั่งดื่มบนดาดฟ้าตอนพระอาทิตย์ตกคือดีมาก เห็นคนท้องถิ่นแต่งตัวเก๋ๆ แวะมาเช็คอินทุกวันแบบไม่ขาดสาย

Sousse – Dar Lekbira: ริยาดกลาง Medina

Dar Lekbira คือริยาดที่ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย อยู่ใน Medina เลย โลเคชันดี เดินเที่ยวเมืองเก่าได้ทั่ว

  • ห้องพักเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราเวอร์ แต่พัก 1–2 คืนกำลังดี

  • อาหารเช้าบรรยากาศดีมาก เลือกนั่งได้ทั้งคอร์ทยาร์ดหรือห้องอาหาร

  • สไตล์โรงแรมแขก: ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ แต่ยกทุกอย่างมาเต็มโต๊ะ ขอเพิ่มได้ ไม่ต้องเกรงใจ แถมราคายังน่ารัก

Djerba – Dar Dhiafa: บ้านดินเก่าที่กลายร่างเป็นบูทีคโฮเทล

บนเกาะ Djerba ฉันเลือกพักที่ Dar Dhiafa ซึ่งสวยแบบยกใจให้ทั้งดวง

  • ใช้บ้านดินเก่าหลายหลังมาต่อกันเป็นโรงแรม

  • เฟอร์นิเจอร์แต่ละห้องไม่ซ้ำกัน

  • เดินจากห้องไปห้องผ่านคอร์ทยาร์ดต่อกันยาวๆ

  • มีสระว่ายน้ำถึงสองสระให้เลือกลง

สายหลงรักโรงแรมบรรยากาศดีๆ ต้องจดชื่อนี้ไว้เลย

Sahara – Dunes Insolites Camp: เต็นท์กลางทะเลทราย

ในซาฮาร่า ฉันเลือกค้างคืนหนึ่งคืนที่ Dunes Insolites Camp เป็นเต็นท์ในทะเลทรายที่บรรยากาศดีและเดินทางไม่ไกลเกินไป

  • เลือกได้ทั้งเต็นท์แบบห้องน้ำรวม หรือห้องน้ำในตัว

  • ทุกอย่างค่อนข้างเบสิค เพราะตั้งอยู่กลางทะเลทรายจริงๆ

  • ราคาห้องรวมอาหารเช้า–เย็นและโชว์ต่างๆ แล้ว

มีแคมป์ที่หรูหรากว่านี้ก็มี แต่ต้องขับรถลึกเข้าไปในทะเลทรายถึง 2 ชั่วโมงกว่า สำหรับทริปที่เวลาจำกัด ฉันว่าตัวเลือกนี้กล้อมแกล้มกำลังดี

Tozeur – Anantara Sahara Tozeur: หรู แต่ไม่ว้าวอย่างที่คิด

ที่เมือง Tozeur ฉันลองพักที่ Anantara Sahara Tozeur Resort แบรนด์ไทยที่ไปเปิดทั่วโลก

  • ห้องพักใหญ่และสบายมาก มีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และระเบียงพร้อมโต๊ะกินข้าวส่วนตัว

  • แต่ Facility อื่นกลับไม่น่าประทับใจเท่าที่คิด เช่น สระว่ายน้ำที่นั่งเอนพักไม่ค่อยสบาย ฟีลสระฟรีฟอร์มแบบเชยๆ

  • ห้องอาหารมีแค่ 3 แห่ง:
    • ห้องบุฟเฟ่ต์ซึ่งฉันไม่อิน

    • ห้องอาหารพื้นเมืองในเต็นท์ที่เปิดไม่ได้ถ้าลมแรง

    • ห้องอาหารซิกเนเจอร์เป็นอาหารเอเชียรวมๆ ทั้งไทย เวียดนาม แขก จีน แต่ไม่มีอะไร “แท้” สักสายจริงๆ

พูดกันตรงๆ คือ สำหรับราคากับชื่อแบรนด์ ฉันคาดหวังไว้สูงกว่านี้ แต่ในย่านนี้ก็แทบหาโรงแรมที่ดีกว่าไม่ได้แล้วเหมือนกัน

Hammamet – La Badira: Adults-only ริมทะเลสุดชิล

คืนสุดท้ายฉันพักที่ La Badira โรงแรมสไตล์โมเดิร์นในเครือ Design Hotels ซึ่งรับเฉพาะผู้ใหญ่ ไม่รับเด็ก

  • ดีไซน์เก๋ มินิมอลแต่ดูแพง

  • อาหารเช้าดีมาก

  • มีสระว่ายน้ำติดทะเลพร้อมเก้าอี้นอนชมพระอาทิตย์ตก

  • เครื่องดื่มคุณภาพดี เรียกว่าเป็นโรงแรมที่เสิร์ฟดริ๊งก์ได้ถูกใจที่สุดในทริป

เรื่องราคาที่ทำให้รักตูนิเซียเข้าไปใหญ่

สิ่งที่ทำให้ยิ้มออกมากๆ คือ ราคาโรงแรมทุกแห่งถือว่าดีจนเกือบไม่เชื่อสายตา

ตัวอย่างเช่น ห้องสวีทใหญ่โตของ Dar El Jeld ที่พูดถึงไป ราคาอยู่ที่ประมาณ 7,000 บาท/คืน เท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับคุณภาพห้องและบริการ ต้องบอกว่า “โหดมากในทางที่ดี”

แน่นอนว่าต้องมีการใช้เทคนิคและกลยุทธ์เล็กน้อยในการ ล่าดีลห้องพัก ให้ได้ราคาสไตล์เหนือฟ้า แต่บอกเลยว่า “คุ้มเหนื่อย” แน่นอน

กินอะไรดีในตูนิเซีย

อาหารตะวันออกกลางส่วนใหญ่จะเน้นเนื้อแดงและเครื่องเทศหนักๆ หลายคนเลยกลัวว่าจะกินยาก แต่สำหรับตูนิเซีย ฉันว่ามัน เป็นเวอร์ชันที่อยู่ได้สบายกว่า หลายประเทศแขกอื่นๆ

เพราะอะไร? เพราะเขาติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาหารทะเลเลยสดและเยอะมาก กุ้ง หอย ปู ปลา ย่างหรืออบแบบปรุงไม่เยอะก็อร่อยแล้ว แถมช่วยเบรคความจัดจ้านของเมนูเครื่องเทศหนักๆ ได้ดี

เมนูพื้นเมืองที่ควรลองแบบห้ามพลาด:

  • 🥣 Brik
    เกี๊ยวทอดตัวอ้วนใช้แป้งแบบ Filo บางเฉียบซ้อนหลายชั้น กรอบฟู ข้างในมีไข่และเลือกเนื้อสัตว์ได้หลายแบบ ที่ฉันปลื้มสุดคือ ไส้ทูน่ากับไข่แดงเยิ้มๆ กัดแล้วไหลเป็นยางมะตูม ฟีลดีมาก

  • 🥣 Ojja
    สตูว์มะเขือเทศใส่ไข่ หน้าตาคล้าย Shakshouka แบบเป๊ะ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะจริงๆ แล้ว Shakshouka ที่หลายคนคิดว่าเป็นอาหารอิสราเอล แท้จริงมีรากมาจากตูนิเซียนี่เอง

  • 🥣 Kabkabou
    ปลาอบในสตูว์มะเขือเทศ ใส่มะกอกและเคเปอร์ เป็นจานที่รสไม่จัดเกินไป กินง่าย เหมาะกับคนที่อยากได้รสแบบแขกเบาๆ แต่ยังได้กินปลาเมดิเตอร์เรเนียนสดๆ

  • 🥣 Makloub
    แซนด์วิชแบบใช้แป้ง Pita แทนขนมปัง เลือกใส่เนื้อหรือผักได้ตามใจ กินร้อนๆ จะให้ฟีลคล้ายเคบับ จุดเด่นคือซอสที่ต้องมี มายองเนส + Harissa ถ้าใครไม่ค่อยไหวกับอาหารแขกจัดๆ สั่งจานนี้มาเบรคคือดี

  • 🥣 Bambalouni
    โดนัทสไตล์ตูนิเซีย แป้งจะเหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบ กินตอนทอดใหม่ๆ ร้อนๆ คือฟินสุด จะโรยน้ำตาลเฉยๆ ก็อร่อยแล้ว แต่ฉันลองกินคู่กับน้ำผึ้งตามคำแนะนำของพนักงานในโรงแรม บอกเลยว่า เลเวลความอร่อยพุ่งขึ้นไปอีกขั้น

  • 🥣 อินทผลัมจาก Tozeur
    อินทผลัมตูนิเซีย โดยเฉพาะที่มาจากเมือง Tozeur ห้ามพลาด รสชาติดีมาก เนื้อฉ่ำ หนึบกำลังดี

  • 🥣 Harissa & Garos
    พริกแดงบด Harissa คือพระเอกของครัวตูนิเซีย เมืองที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ Nabeul อย่าลืมตามหาซื้อติดมือกลับบ้าน พร้อมกับ Garos น้ำปลาแบบกรีกของเขาด้วย

เรื่องดื่มแอลกอฮอล์

ตูนิเซียเป็นประเทศมุสลิม แอลกอฮอล์เลยไม่ใช่สิ่งที่ “เดินไปไหนก็หาได้”

  • ร้านอาหารส่วนใหญ่ ไม่เสิร์ฟแอลกอฮอล์

  • จริงๆ ประเทศเขาทำไวน์เองได้ แต่การเสิร์ฟก็ยังไม่แพร่หลาย

ใครเป็นสายดื่มอาจจะรู้สึกขาดๆ ไปบ้าง แต่สำหรับฉัน แม้จะเป็นคนชอบไวน์–เบียร์–แชมเปญ ก็ยังหาทางจัดการให้ได้เกือบทุกมื้อ เพียงแต่อาจต้องหาข้อมูลล่วงหน้าหน่อยเท่านั้นเอง

ร้านอาหารที่อยากให้ไปลอง

ในตูนิส

  • Dar El Jeld (Restaurant) – ชื่อเดียวกับโรงแรม เป็นหนึ่งในร้านอาหารพื้นเมืองที่ดีที่สุดในตูนิส ทั้งบรรยากาศและรสชาติ

  • Fondouk El Attarine – อีกหนึ่งร้านที่คนท้องถิ่นยกนิ้ว เรื่องอาหารท้องถิ่นคือไว้ใจได้

แถวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

  • Le Golfe (La Marsa) – ร้านอาหารทะเลริมชายหาด บรรยากาศดีจนอยากนั่งยาวๆ

  • Le Barberousse (Hammamet) – ร้านที่ฉันอยากปักหมุดคำว่า “ห้ามพลาด”
    ตั้งอยู่บนป้อมปราการเมืองเก่า มองเห็นวิวทะเล แถมอาหารพื้นเมืองก็อร่อยจริงจังทั้งรสชาติและบรรยากาศ

ช้อปอะไรดีในตูนิเซีย

สินค้าแนว “เมืองแขก” ที่เราคุ้นเคยก็ยังมีครบ ทั้ง

  • พรม

  • เครื่องเงิน

  • เครื่องกระเบื้องลายสวย

แต่จุดเด่นของตูนิเซียคือ ราคาน่ารักมาก และต่อได้หนักมือ

  • พรม: เจอได้แทบทุกเมือง ต่อราคาได้ถึง 50–70% เลยทีเดียว
    ถ้าเห็นลายหรือสีที่โดนใจ อย่ารอให้ถึงเมืองถัดไป ซื้อเลย เพราะแต่ละเมืองราคาไม่ต่างกันมาก

  • เมืองศูนย์กลางการทอพรมคือ Kairouan

  • เครื่องกระเบื้องให้ไปสอยที่ Nabeul จะเจอของสวยลายแน่น

อีกอย่างที่ฉันว่าคุ้มซื้อคือ ของใช้จากไม้มะกอก อย่างทัพพี ตะหลิวไม้ ฯลฯ คุณภาพดีและราคาถูกจนต้องหอบกลับมาหลายชิ้น

ของกินที่เหมาะกับการซื้อกลับบ้านได้แก่

  • Harissa

  • อินทผลัม

  • น้ำมันมะกอกดีๆ

ของที่ระลึกที่แอบเท่และไม่ค่อยเหมือนใครคือ Desert Rose ผลึกเกลือกับดินโคลนจากทะเลทราย จะมีขายตามเพิงของที่ระลึกในโซนซาฮาร่า ฉันเองไม่ได้ตั้งใจซื้อ แต่ตอนต่อของอย่างอื่นอยู่เลยลองขอเขาแถมมาเล่นๆ สุดท้ายก็ได้ติดมือมาหนึ่งก้อน กลายเป็นของประดับบ้านชิ้นใหญ่จากตูนิเซียไปแบบงงๆ

ค่าใช้จ่ายรวมๆ: ถูกเกินกว่าที่คาดไว้

ทริปนี้เราไปกันสองคน 10 วัน แบบใช้ชีวิตสบายมาก

  • นอนโรงแรมดี–สวยแทบทุกคืน

  • กินดี ดื่มดี มีเบียร์ ไวน์ แชมเปญแทบทุกมื้อที่หาได้

  • ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับสองคนออกมา ประมาณแสนบาทนิดๆ เท่านั้น

ส่วนค่าเช่ารถ 7 วัน ราคาแค่ 6,400 บาท …เทียบกับบางประเทศในยุโรป เช่น นอร์เวย์ ได้นั่งรถวันเดียวจบ!

เรื่องเงิน

  • บัตรเครดิตใช้ได้เกือบทุกที่

  • เงินสดแลกติดตัวไว้แค่สำหรับซื้อน้ำ อาหารจุกจิกระหว่างวัน และจ่ายค่า Bolt หรือจ่ายร้านเล็กๆ ก็พอ

การเดินทางไปตูนิเซีย และการขับรถในประเทศ

บินไปยังไง

สายการบินที่บินเข้าตูนิเซียยังไม่เยอะมาก

  • จากสวิตเซอร์แลนด์อย่างฉัน ยังต้องไปต่อเครื่องที่เยอรมนีหรือฝรั่งเศส

  • จากไทยก็น่าจะต้องบินเข้าเมืองหลักในยุโรปก่อน แล้วค่อยต่อเข้า Tunis

เดินทางในประเทศ

  • เช่ารถขับ คือวิธีที่ให้อิสระที่สุด การขับไม่ยาก เลือก รถขนาดกลางขึ้นไป จะขับสบายกว่า

  • ถ้าจะขับเข้าโซนทะเลทราย ต้องเช็คสภาพอากาศ และถามให้แน่ชัดว่ารถธรรมดาเข้าได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องใช้ 4WD

  • ถ้าไม่มั่นใจเรื่องทาง เรื่องทราย หรือกลัวพายุทราย แนะนำให้ จ้างไกด์หรือคนขับท้องถิ่น ไปด้วยจะสบายใจกว่า

ฉันเองขับอยู่ 7 วัน ระยะทางรวมเป็นพันกิโล ทุกอย่างราบรื่นดี ยกเว้นวันที่ดันไปเจอพายุทรายในซาฮาร่า แต่ปั๊มน้ำมันมีให้เติมตลอด และใช้ Wi-Fi / อินเทอร์เน็ตดูแผนที่ได้ตลอดทาง

ในเมืองใหญ่ๆ อย่างตูนิสยังมี แอปเรียกรถ Bolt ใช้งานง่าย ราคาถูก แต่ต้องเตรียม เงินสด สำหรับจ่ายคนขับ

วีซ่าตูนิเซียสำหรับพาสปอร์ตไทย

สำหรับคนถือพาสปอร์ตไทย ต้องขอวีซ่า เข้าตูนิเซีย

  • ในไทย ไม่มีสถานทูตหรือกงสุล ตูนิเซีย

  • ต้องทำเรื่องออนไลน์ แล้วส่งพาสปอร์ตไปที่สถานทูตตูนิเซียใน จาการ์ตา อินโดนีเซีย

  • ได้ข่าวว่าคิวค่อนข้างยาว อาจใช้เวลาเป็นเดือนกว่าวีซ่าจะเรียบร้อย

ในเคสของฉัน เลือกไปทำที่ สวิตเซอร์แลนด์ แทน เพราะทั้งง่ายและถูกกว่า

  • เขียนอีเมลไปคุยกับกงสุลที่เมืองเบิร์นก่อน
    แม้จะเห็นรีวิวไม่ค่อยดี แต่พอส่งอีเมลไปแค่วันเดียว เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างชัดเจนและดูแลดีมาก

  • จุดที่แอบระทึกคือ เขาให้จ่ายค่าวีซ่าโดย ใส่เงินสดแนบไปกับพาสปอร์ตในซองจดหมาย

แรกๆ ฉันก็แอบคิดว่าหรือจะโดนหลอก แต่พอถามย้ำ เจ้าหน้าที่บอกว่าทำแบบนี้กับหลายคนแล้ว ไม่เคยมีปัญหา ด้วยความที่นี่คือสวิตเซอร์แลนด์ ฉันเลยตัดสินใจลองส่งเงินสด 66 ฟรังก์ไป

ผลคือ ทุกอย่างผ่านฉลุย

  • ประมาณหนึ่งสัปดาห์ พาสปอร์ตพร้อมวีซ่ากลับมาถึงมือเรียบร้อย

  • แถมฉันยังมีเงื่อนไขเรื่องเวลาเดินทางที่งงๆ เพราะจะไปเที่ยวเดือนพฤษภาคม แต่มีเวลาทำวีซ่าได้แค่ช่วงมกราคม (กุมภาพันธ์–เมษายนต้องกลับไทย)
    พออธิบายสถานการณ์ไป เจ้าหน้าที่ก็ช่วยจัดให้ ออกวีซ่าล่วงหน้าตามวันที่ต้องการแบบเป๊ะๆ

สรุป: ทำวีซ่าได้เมื่อไร ให้ไปเลย ไม่ต้องคิดนาน

หลังจากใช้เวลา 10 วันอยู่กับตูนิเซีย สิ่งที่ฉันรู้สึกมีอยู่หลายอย่างมาก แต่ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ คือ

  • ถูกและดีแบบเกินคาด

  • ธรรมชาติและเมืองต่างๆ ครบมากในประเทศขนาดไม่ใหญ่

  • บรรยากาศไม่วุ่นวาย ไม่เครียด ไม่รู้สึกโดนกดดันให้ซื้อหรือให้จ่ายตลอดเวลา

  • คนท้องถิ่นเป็นแขกที่นิสัยน่ารัก สุภาพ มีน้ำใจ พูดจานิ่มนวลกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน

  • คนขายของไม่ตื๊อจนรำคาญ เดินดูของได้แบบสบายใจ

ถ้าคุณจัดการเรื่องวีซ่าได้เมื่อไร ฉันอยากให้ลองไปตูนิเซียด้วยตัวเองสักครั้ง

คุณอาจจะค้นพบว่า นี่คือหนึ่งในประเทศ “เหนือฟ้า” ที่ไม่จำเป็นต้องดังในโซเชียล แต่กลับดังอยู่ในใจคุณไปอีกนาน