บิวตี้เทคยุคใหม่: เมื่อลอรีอัลไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องสำอาง
ลอรีอัล กรุ๊ป ยกทัพนวัตกรรมความงามสุดล้ำไปโชว์ในงาน Viva Technology ที่กรุงปารีส งานเทคโนโลยีใหญ่สุดแห่งยุโรปที่แบรนด์เข้าร่วมต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว
ปีนี้ลอรีอัลเน้นชัด 3 แกนหลักของความงามยุคใหม่ คือ ความเฉพาะบุคคล ความหลากหลาย และความยั่งยืน พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมที่ใกล้จะออกสู่ตลาดจริง ตั้งแต่ศาสตร์ด้านการดูแลสุขภาพและการชะลอวัยแบบบูรณาการ ไปจนถึงฟาร์มแนวตั้งใช้ AI ช่วยปลูกพืชสำหรับเป็นส่วนผสมเครื่องสำอาง รวมถึงโซลูชันบิวตี้เทคที่ผสานเอเจนติกเอไอและการสื่อสารแบบใกล้ชิดผ่านแพลตฟอร์มแชตยอดนิยม
ลอรีอัลยังถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมโดดเด่นอันดับ 1 ในยุโรป จากการจัดอันดับ Europe’s Most Innovative Companies 2025 ของนิตยสาร Fortune ซึ่งเป็นการจัดอันดับครั้งแรก ครอบคลุม 21 ประเทศ 16 อุตสาหกรรม โดยใช้เกณฑ์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์
นวัตกรรมด้านกระบวนการ
วัฒนธรรมนวัตกรรม

ผู้บริหารลอรีอัลย้ำภาพชัดว่า แบรนด์กำลังขยายขอบเขตสู่ “พรมแดนใหม่ของความงาม” ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่เมกอัพหรือสกินแคร์ แต่คือการสร้างประสบการณ์ความงามที่ตอบโจทย์ความต้องการลึกๆ ของผู้บริโภค ทั้งเรื่องการชะลอวัย ความยั่งยืน การดูแลลูกค้า และบริการสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
อีกมุมหนึ่ง เทคโนโลยีอย่าง AI, GenAI และ Agentic AI กำลังปรับนิยามความคาดหวังของผู้บริโภค และเปลี่ยนเส้นทางการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการด้านความงาม ลอรีอัลจึงเลือกเดินเกมด้วยการผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์ + เทคโนโลยี เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการโชว์ศักยภาพของระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) ที่ดึงเอาทีมวิจัย นวัตกรรม ดิจิทัล และเทคโนโลยีของลอรีอัล มาร่วมแรงกับยักษ์ใหญ่และสตาร์ตอัปสายไบโอเทค ดิจิทัล และวิทยาศาสตร์
ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือการประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA เปิดทางให้ลอรีอัลใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA AI Enterprise ในการพัฒนาและปรับใช้ AI แบบก้าวกระโดด ทั้งด้านการเรนเดอร์ภาพ 3 มิติของผลิตภัณฑ์ การผสานโลกฟิสิคัลเข้ากับเจนเอไอ และการสร้างประสบการณ์การออกแบบที่ “เป็นไปได้ใหม่ๆ” ภายใต้โปรเจกต์อย่าง CreAltech และ Noli

พรมแดนใหม่แห่งการชะลอวัย: จากสกินแคร์สู่วิทยาศาสตร์แห่งความยืนยาว
ในหมวดการชะลอวัย ลอรีอัลยกระดับจาก “ครีมลดริ้วรอย” ไปสู่ “แพลตฟอร์มวิทยาศาสตร์แห่งชีวิต” โดยผสาน AI เข้ากับข้อมูลเชิงชีวภาพอย่างจริงจัง
ใหม่: L’Oréal Longevity Integrative Science™
ศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพเพื่อชีวิตที่ยืนยาวแบบบูรณาการ เอกสิทธิ์เฉพาะของลอรีอัล แนวคิดคือเปลี่ยนจากการดูแลผิวแบบ “รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้” ไปสู่การดูแลเชิงรุก มุ่งหาต้นเหตุแท้จริงของการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของผิว พร้อมแนวทางในการยืดอายุของเซลล์ผิวจุดเด่นคือ L’Oréal’s Wheel of Longevity ที่ใช้ Longevity AI Cloud™ ซึ่งเป็นระบบ AI ภายใต้ลิขสิทธิ์ของลอรีอัล มาช่วยถอดรหัสการเสื่อมสภาพตามอายุทางชีวภาพของผิว เจาะลึกกลไกสำคัญ 9 ประการที่ทำให้เกิดริ้วรอยและความเสื่อมของผิว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
ใหม่: Lancôme Cell BioPrint
เทคโนโลยีวิเคราะห์ผิวสำหรับผู้บริโภคที่ต่อยอดจากศาสตร์การชะลอวัย ร่วมพัฒนากับ NanoEntek ในรูปแบบอุปกรณ์วินิจฉัยทางชีวภาพแบบพกพา (Lab-on-a-chip) ที่ผู้ใช้สามารถสแกนผิวและเข้าใจ “เส้นทางการเสื่อมของผิวตัวเอง” ได้ชัดเจนขึ้นจากข้อมูลการสแกน ผู้ใช้จะได้รับอินไซต์เชิงลึกและคำแนะนำโซลูชันสกินแคร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วย “ย้อนวัยผิว” แบบแม่นยำยิ่งขึ้น แทนการเลือกครีมจากคำบอกเล่าหรือรีวิวเพียงอย่างเดียว
Lancôme RÉNERGIE NANO-RESURFACER 400 BOOSTER
อุปกรณ์ดูแลผิวที่ออกแบบมาเพื่อใช้ที่บ้าน แต่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการทำทรีตเมนต์ในคลินิก จุดเด่นคือเทคโนโลยี นาโนชิป ที่จดสิทธิบัตรแล้ว พร้อมปลายหัวนาโนความแม่นยำสูง 400 หัว ช่วยสร้างช่องทางเล็กๆ บนชั้นผิวหนังกำพร้าแบบไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้นอุปกรณ์นี้ถูกดีไซน์มาเพื่อช่วยให้สกินแคร์ โดยเฉพาะ Rénergie H.C.F. Triple Serum ซึมสู่ผิวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมผลลัพธ์ด้านการลดริ้วรอยและฟื้นโครงสร้างผิว
พรมแดนใหม่แห่งความยั่งยืน: สวยแบบรักษ์โลกด้วยเทคโนโลยีล้วนๆ
ความยั่งยืนสำหรับลอรีอัลไม่ได้จบที่แพ็กเกจรีไซเคิล แต่ลึกไปถึง “วิธีการผลิต” และ “เทคโนโลยีเบื้องหลังส่วนผสม”
ใหม่: Interstellar Lab’s ‘BioPods’
เทคโนโลยีฟาร์มแนวตั้งที่ใช้ AI เข้ามาช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกแบบเป็นชั้นๆ ช่วยบริหารปริมาณน้ำและพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และยังคอนโทรลคุณภาพของพืชให้สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับการเป็นแหล่งวัตถุดิบจากพืชคุณภาพสูงเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงามใหม่: Osmobloom™
เทคโนโลยีดักจับโมเลกุลกลิ่นจากอากาศ เพื่อสร้างน้ำหอมที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เกิดจากความร่วมมือเอ็กซ์คลูซีฟกับ Cosmo International Fragrances ห้องแล็บด้านส่วนผสมชั้นนำไฮไลต์คือ Osmobloom™ สามารถดักจับกลิ่นจากดอกไม้ที่ยังคงสภาพเดิม และยังใช้กับดอกไม้บางชนิดที่เดิมทีแทบไม่สามารถสกัดกลิ่นตามธรรมชาติได้ ตัวอย่างเช่นกลิ่น Tuberose (ดอกซ่อนกลิ่น) ในน้ำหอม ‘Private Talk’ จากคอลเลกชัน Anatomy of Dreams ของ Valentino Beauty
L’Oréal Professionnel AirLight Pro
เครื่องเป่าผมที่ร่วมพัฒนากับ Zuvi ถูกวางตำแหน่งเป็น “เกมเชนเจอร์” ทั้งสำหรับซาลอนมืออาชีพและผู้บริโภคทั่วไป จุดเด่นคือการผสาน แสงอินฟราเรด เข้ากับอากาศและความร้อน โดยอินฟราเรดจะไปที่โมเลกุลน้ำบนเส้นผม ช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้นได้สูงสุด 21% ผมยังคงความชุ่มชื้นมากขึ้นถึง 55% และช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 19%
พรมแดนใหม่แห่งบริการความงาม: เมื่อแชตบอทกลายเป็นบิวตี้โค้ช
ลอรีอัลกำลังใช้ AI พลิกโฉมบริการความงาม จาก “เคาน์เตอร์แบรนด์” ไปสู่ “ผู้ช่วยส่วนตัวบนมือถือ” ที่ตามคุณไปทุกที่
ใหม่: L’Oréal Paris Beauty Genius บน WhatsApp
ร่วมมือกับ Meta สร้างผู้ช่วยความงามส่วนบุคคลแบบ 24/7 ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI และเตรียมเปิดให้ใช้งานผ่าน WhatsApp ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแชตที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกจุดขายของ Beauty Genius คือสามารถให้คำแนะนำความงามแบบตัวต่อตัวในสเกลใหญ่ ผู้ใช้เข้าถึงคำแนะนำแบบเฉพาะบุคคลได้ง่าย เหมือนมีบิวตี้โค้ชอยู่ในมือถือ
ใหม่: La Roche-Posay Spotscan+Coach
แพลตฟอร์มดูแลปัญหาสิวที่พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง ผสาน AI วิเคราะห์ผิว เข้ากับการออกแบบรูทีนเฉพาะบุคคล และการสนับสนุนด้านอารมณ์ด้วยความร่วมมือกับ Calm แอปสุขภาพจิตชื่อดัง ผู้ใช้สามารถฝึกสมาธิ ฝึกการหายใจ ใช้เครื่องมือช่วยการนอนหลับ และเข้าถึงคอนเทนต์จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับมือกับผลกระทบทางจิตใจที่เกิดจากปัญหาสิว เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ดูแลทั้งผิวและใจไปพร้อมกัน
ใหม่: Noli – No one like I
สตาร์ตอัปมาร์เก็ตเพลสแบบมัลติแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก่อตั้งและสนับสนุนโดยลอรีอัล กรุ๊ป Noli รับบทเป็น Beauty Advisor ในรูปแบบดิจิทัล ช่วยผู้บริโภคค้นหาและซื้อผลิตภัณฑ์ความงามที่เหมาะกับตัวเองจริงๆเบื้องหลังคือการใช้ข้อมูลการสแกนใบหน้ากว่า 1 ล้านข้อมูล และการวิเคราะห์สูตรผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 สูตร เพื่อถอดรหัสโปรไฟล์ความงามของผู้ใช้แต่ละคน แล้วจับคู่กับผลิตภัณฑ์ที่ตรงที่สุด พร้อมจัดส่งถึงหน้าบ้าน
Noli ยังเปิดตัว AI Refinery โดยร่วมมือกับ NVIDIA และ Accenture พัฒนาด้วยซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise และให้บริการบน Microsoft Azure เพื่อต่อยอดสถาปัตยกรรม AI สำหรับวงการบิวตี้เทคในอนาคต
ใหม่: Agentic Consumer Care
โซลูชันนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการดูแลลูกค้าความงามของลอรีอัลโดยตรง ผ่านการใช้โซลูชัน Generative AI ของ Salesforce เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าจัดการงานที่ต้องทำซ้ำ ลดภาระงานรูทีน และเปิดพื้นที่ให้ทีมสามารถโฟกัสกับการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบมนุษย์กับผู้บริโภคได้มากขึ้นแนวคิดหลักไม่ใช่ใช้เทคโนโลยีมาแทนคน แต่ใช้มาเป็น “ตัวเสริมพลัง” เพื่อสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวกับลูกค้ามากกว่าเดิม
พรมแดนใหม่แห่งความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรม: เมื่อครีเอเตอร์มี AI เป็น ‘เพื่อนร่วมทีม’
ในยุคที่คอนเทนต์คือสนามรบหลัก ลอรีอัลเลือกเดินเกมด้วยการสร้างเครื่องมือให้ครีเอเตอร์ นักการตลาด และทีมคอนเทนต์มีพลังมากขึ้น ผ่าน AI และเจนเอไอ
ใหม่: YSL Beauty Hyper Look Studio
พื้นที่ที่โซเชียลมีเดียมาพบกับศิลปะการแต่งหน้าของ YSL Beauty อย่างแท้จริง สตูดิโอนี้สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ผ่านเทคโนโลยีใหม่ ผู้มาเยือนสามารถเลือกเทรนด์ความงามจากฟีดคอนเทนต์ที่ถูกคัดสรรมาจากโซเชียลแบบเรียลไทม์ แล้วทดลองแปลงโฉมตัวเองในเวอร์ชันเสมือนจริงที่ทั้งแปลกใหม่และไม่ซ้ำใครCreAltech – ห้องแล็บคอนเทนต์ของลอรีอัล
CreAltech คือห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านความงามของลอรีอัลที่ใช้ GenAI เป็นแกนกลาง ดึงระบบนิเวศแบบโมดูลาร์ของโมเดล ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และพันธมิตรอย่าง Google, Adobe และ OMI มารวมกันเป้าหมายคือสร้างสเกลการผลิตคอนเทนต์ภาพสามมิติระดับใหญ่ โดยใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA AI Enterprise ให้นักการตลาดสามารถสร้างภาพ ข้อความ และวิดีโอนับพันเวอร์ชันที่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่ปรับเปลี่ยนได้ตามแพลตฟอร์มและผู้ชมทั่วโลก
สรุป: บิวตี้แบรนด์ยุค AI ต้องคิดแบบแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่ขายลิปสติก
ภาพรวมของลอรีอัลในงาน Viva Technology 2025 ทำให้เห็นชัดว่า อนาคตของความงามกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับโมเลกุลผิว ฟาร์มวัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าผ่านแชตและคอนเทนต์บนโลกดิจิทัล
สำหรับคนทำคอนเทนต์หรือแบรนด์ที่สนใจใช้ AI เป็นผู้ช่วย สิ่งที่เรียนรู้ได้จากลอรีอัลคือ
ไม่ใช่แค่ใช้ AI ทำรูปหรือเขียนแคปชัน แต่ต้องคิดเป็น ระบบนิเวศ
ผสาน ข้อมูล + วิทยาศาสตร์ + ความคิดสร้างสรรค์ เข้าด้วยกัน
ใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพของมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์
และนี่คือเหตุผลที่ลอรีอัลไม่ได้เป็นแค่แบรนด์เครื่องสำอาง แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน BeautyTech ของโลกอย่างแท้จริง

