รับแอปรับแอป

เปิดบ้านริมน้ำ เปิดใจคุณแม่สายดำน้ำ กับเบบี๋ ‘น้องเรย์’ ที่ทั้งบ้านหลงรัก

วรัญญา แสงทอง01-31

มู้ดบ้านริมน้ำที่อบอุ่นสุดใจ

ห้องรับแขกของวีคเอนด์โฮมริมน้ำเจ้าพระยาหลังนี้ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของสามเจเนอเรชั่นในครอบครัวเล็กๆ ที่ประกอบด้วย คุณแพร์ – พิมพิศา จิราธิวัฒน์ พรประภา, คุณเอณิ – อัณณิกา จิราธิวัฒน์ และ คุณส้ม – ชวัลญา พิทยศิริ

จะขาดก็เพียงคุณพีช – พชร จิราธิวัฒน์ และคุณประภู พรประภา คุณพ่อป้ายแดงของ น้องเรย์ – ภารัณ พรประภา ที่ติดภารกิจจนไม่ได้มาร่วมเฟรมในวันถ่ายภาพ

บ้านสองชั้นในคอมพาวด์ส่วนตัวที่คุณสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ตั้งใจสร้างให้เป็นศูนย์รวมลูกหลาน จึงอบอวลไปด้วยพลังงานสดใสของ ‘สมาชิกใหม่’ ที่ทุกคนหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

เบบี๋หกเดือนที่ขโมยหัวใจทั้งกองถ่าย

น้องเรย์วัยหกเดือน รูปร่างจ้ำม่ำตัวโตเกินเกณฑ์เล็กน้อย กลายเป็นขวัญใจทีมงานทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้านมา ไม่ใช่แค่เพราะหน้าตาน่ารักน่าชัง แต่เพราะเขา ให้ความร่วมมือเต็มร้อยกับทุกช็อต

ระหว่างถ่ายภาพหมู่ ทั้งกองทีมงานช่วยกันบิลท์อารมณ์ “น้องเรย์ยิ้มหน่อยค่า” เด็กชายตัวกลมเจ้าของน้ำหนัก 9 กิโลกรัมยิ้มแย้มส่งเสียงอ้อแอ้ตอบรับสมบทบาทนายแบบตัวน้อย

“เย้…เย้…เย้ น้องเรย์เก่งจังเลย” ดังขึ้นเป็นระยะ จนหนุ่มน้อยถึงกับเขย่งเท้าบนตักคุณแม่เหมือนกำลังจะเต้นรำ เสียงชัตเตอร์จึงดังรัวไม่หยุด

มีบางช่วงที่ดูเหมือนแบตจะเริ่มหมด คุณแพร์เลยจับลูกชายมาเล่นเกม “จัมพ์ เบบี้จัมพ์ เบบี้จัมพ์” อุ้มขึ้นลงซ้ายขวาอยู่พักใหญ่ แค่นั้นแววตาเด็กชายภารัณก็กลับมาวาววับอีกครั้ง ก่อนจะได้ช็อตประทับใจแลกกับแขนล้าของคุณแม่เต็มๆ

ทีมงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หน้าและโครงหน้าของน้องเรย์ “ดีมาก” ถึงคุณน้าพีชจะไม่ได้มาร่วมถ่ายรูป แต่ทุกคนพร้อมใจกันฟันธงว่า โตขึ้นหลานชายคนนี้หล่อสู้คุณน้าได้สบาย หรืออาจจะแซงไปเลยอย่างที่คุณแพร์แอบเชียร์ลูกชาย

โมเมนต์นานา-คุณน้า และหมาน้อยประจำบ้าน

หลังจากภาพหมู่ของบ้านเสร็จ ก็ถึงคิว ภาพคู่สุดอบอุ่น ระหว่างนานากับหลานชาย น้องเรย์ดันไปถูกใจแหวนเพชรเม็ดงามบนเรียวนิ้วของคุณน้า จับไม่ยอมปล่อยจนถูกแซวว่า “ตาถึงและเลือกเก่งตั้งแต่เด็ก”

สำหรับคุณเอณิ คุณน้าสาวที่แวะเวียนมาเล่นกับหลานบ่อยๆ ทำให้ภาพคู่ของทั้งสองออกมาธรรมชาติสุดๆ น้องเรย์สนุกกับการเล่นกับคุณน้า พร้อมมีหมูหยอง สุนัขปอมเมอเรเนียนของบ้านคอยเดินป้วนเปี้ยนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ตอนนั่งรถเข็นชมสวน คุณแพร์สารภาพว่าแอบกังวลเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าลูกชายไม่ค่อยถูกกับแดด แต่ปรากฏว่า แค่ลมเย็นพัดใบไม้ไหว น้องเรย์กลับยิ้มตื่นเต้นกับธรรมชาติ ทำให้การถ่ายทำช่วงเอาต์ดอร์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“เรย์เป็นเด็กอารมณ์ดีค่ะ เขาจะชอบอยู่กับคน” คุณแพร์เล่า พร้อมบอกว่า แม้จะเพิ่งหกเดือน แต่ตัวโตจนดูเหมือนเด็กขวบหนึ่งแล้ว

ที่มาของชื่อ ‘เรย์’ จากท้องทะเลสู่แสงอาทิตย์

ชื่อเล่น ‘เรย์’ ไม่ได้มาตามกระแส แต่เกิดจากแพสชันของพ่อแม่โดยตรง เพราะคุณแพร์และคุณภูเป็นคู่รักสายดำน้ำ และต่างก็หลงใหลสัตว์ทะเลโปรดอย่าง Manta Ray (ปลากระเบนราหู) ที่แหวกว่ายอย่างสวยงามและสง่างามใต้ผิวน้ำ

ทั้งสองจึงอยากให้ลูกชายชื่อ ‘เรย์’ เพื่อสะท้อนความรักทะเล และหวังให้เขาเติบโตอย่างอิสระ งดงามเหมือนปลากระเบนในโลกใต้ทะเล

อีกมุมหนึ่ง ‘Ray’ ยังมาจาก Ray of sunshine ที่หมายถึงแสงอาทิตย์ เป็นภาพแทนลูกชายที่เข้ามาเพิ่มแสงสว่างให้ครอบครัว

ชื่อ ‘ภารัณ’ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายดี แปลว่า ผู้เจริญไม่หยุดอยู่กับที่ ถ้าเขาต้องไปเรียนต่างประเทศเพื่อนฝรั่งจะได้เรียกง่ายค่ะ

ชื่อจริง ‘ภารัณ’ ก็มีที่มาในตระกูลพรประภาชัดเจน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ใช้คำว่า ‘พร’ รุ่นคุณพ่อขึ้นต้นด้วย ‘ประ’ พอมารุ่นหลานจึงใช้คำว่า ‘ภา’ คุณพ่อคุณแม่เลยเลือก ‘ภารัณ’ เพราะ

  • เป็นภาษาสันสกฤต ความหมายดีว่า “ผู้เจริญไม่หยุดอยู่กับที่”

  • สะกดไม่ยาก และฟังดูอินเตอร์

  • เพื่อนต่างชาติเรียกได้ง่ายหากวันหนึ่งต้องไปเรียนต่างประเทศ

แม่สายเฮลท์ตี้กับเบบี๋ปีมังกรปลายขบวน

เดิมทีคุณแพร์และคุณภูอยากให้ลูกชายเกิดในปีมังกร แต่เพราะก่อนตั้งครรภ์คุณแพร์ไม่แข็งแรงนัก จึงแอบทำใจว่าคงไม่ทัน ทว่ากลับมีเซอร์ไพรส์เมื่อรู้ว่าน้องเรย์จะมาใน ปลายปีนักษัตรมังกรแบบเฉียดเส้นเวลา

ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ทั้งคู่เลือกเก็บข่าวดีไว้เงียบๆ ยังไม่ประกาศในโซเชียล จนพอแน่ใจว่าน้องแข็งแรงและพ้นระยะเสี่ยง จึงค่อยทยอยบอกคนใกล้ตัว และประกาศอย่างเป็นทางการตอนหกเดือนด้วยคลิปวิดีโอง่ายๆ ที่คุณแพร์ตัดเองในมือถือ พร้อมรูปท้องเก็บไว้ดูส่วนตัว

ตลอดไตรมาสแรก อาการแพ้ของคุณแพร์ไม่ใช่แบบละครหลังข่าว ไม่มีอาเจียนหนัก แต่จะเพลีย ง่วงง่าย และชอบหายตัวไปงีบในที่ลับของโรงแรมที่ทำงาน จนเพื่อนร่วมงานเริ่มสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าถาม เพราะแม้น้ำหนักจะลดเล็กน้อย ท้องก็ยังไม่ออกจนเกือบห้าเดือน

แม้จะตั้งครรภ์ คุณแพร์ยังคงสไตล์เวิร์คกิ้งมัมเต็มตัว ลงไซต์งาน ตรวจโปรเจกต์ รีโนเวท และดูโปรเจกต์ต่างประเทศ เพียงแค่ปรับรูปแบบเป็นการทำงานออนไลน์บางส่วน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องนั่งเรือ คุณหมอขอเบรกเพราะกลัวเจอคลื่นแรง

ร่างกายก็ยังเฟิร์มเหมือนเดิม เพราะคุณแพร์เป็นสายออกกำลังกายอยู่แล้ว ทั้งโยคะ พิลาทิส เดินลู่ ว่ายน้ำ พอตั้งครรภ์ก็ยังเล่นโยคะต่อเนื่อง หวังให้ตัวเองแข็งแรงและได้คลอดธรรมชาติ แต่สุดท้ายต้องผ่าคลอด เพราะน้องไม่ chịuกลับหัว แม้คุณแม่จะตีลังกาในน้ำและพยายามทุกวิธีแล้วก็ตาม

ด้านโภชนาการ คุณแพร์เลือกทางสายกลาง กินอาหารมีประโยชน์ครบหมู่ เน้นโปรตีนและวิตามิน ที่แปลกคือระหว่างท้องกลับ ไม่อยากของหวานเลย แต่กลับอยากทานผักและมะเขือเทศที่ปกติไม่ค่อยแตะ ทำให้น้ำหนักช่วงท้องขึ้นเพียง 9 กิโลกรัม และหุ่นหลังคลอดไม่พังอย่างที่กังวล

“ต้องขอบคุณน้องเรย์ที่ทำให้การตั้งท้องราบรื่น และหุ่นแม่ไม่พังมาก” คุณแพร์เล่าแบบติดตลก พร้อมยอมรับว่าตั้งแต่มีลูก เธอได้เรียนรู้ว่า “ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่แพลนเสมอ”

เพลย์ลิสต์ในท้อง และเรื่องไม่คาดคิดอย่างโควิด

ระหว่างที่น้องเรย์ยังอยู่ในครรภ์ คุณภูจะเปิดเพลงให้ลูกฟังตลอด ทั้งคลาสสิก เฮาส์ แจ๊ส ป๊อป โซล เรียกว่าครบทุกแนว แต่ลูกชายเหมือนจะถูกจริตกับสายดีเจเป็นพิเศษ เพราะมีปฏิกิริยาตอบสนองแรงกว่าแนวอื่น จนคุณแพร์แซวตัวเองว่า โตขึ้นอาจต้องรับบทคุณแม่เวรดึก รอรับลูกกลับจากปาร์ตี้

แม้จะดูแลตัวเองดีแค่ไหน คุณแพร์ก็ยังหนีไม่พ้นติดโควิดจากสามี ที่ต้องวิ่งดูธุรกิจทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โชคดีที่เธอเคยติดมาก่อน อาการคราวนี้เลยคล้ายเป็นหวัดธรรมดา และคุณหมอบอกว่าน้องในท้องยังได้ภูมิคุ้มกันจากแม่เพิ่มด้วย

วันคลอดที่ทำเอาใจหายวาบ

“แพร์นึกขอบคุณน้องเรย์ตลอดว่า น้องใจดีกับแม่มาก” เธอเริ่มเล่าช่วงสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตด้วยรอยยิ้ม

ระหว่างท้อง คุณแพร์ยังบินแทบทุกเดือน ทั้งไปทะเล ไปไหว้พระที่ฮ่องกง ไปญี่ปุ่น สิงคโปร์ ระยะทางไม่ไกลมากก็ไปแบบชิลล์ๆ จนห้าวันก่อนคลอดยังไปเต้นระบำในอาฟเตอร์ปาร์ตี้งานแต่งเพื่อนอยู่เลย

คุณหมอกำหนดเดดไลน์ว่า ถ้าถึงวันนัดแล้วน้องยังไม่กลับหัว ต้องผ่าคลอด เพราะท้องคุณแพร์ไม่ใหญ่พอให้น้องพลิกตัวได้สะดวก พอถึงวันนัดก็ไปแอดมิทโรงพยาบาลอย่างสบายๆ ถึงขั้นนั่งยองจัดของในห้องจนพยาบาลตกใจ

ในห้องคลอด หลังคุณหมอบอกว่า “น้องออกมาแล้วนะ” ห้องกลับเงียบกริบอยู่ครู่หนึ่งจนคุณแพร์ใจหาย แว่บเดียวที่ยังไม่ได้ยินเสียงร้องทำให้เธอเผลอจินตนาการไปไกล แต่ไม่นานเสียงร้องแผดเบาๆ ของลูกชายก็ดังขึ้น น้ำตาหยดแรกของคุณแม่จึงไหลออกมาด้วยความโล่งใจ

จากนั้นน้องเรย์ก็ถูกอุ้มมาแนบอก และเข้าเต้านมทุกสามชั่วโมงอย่างมืออาชีพตั้งแต่วินาทีแรก คุณหมอบอกว่าน้ำนมคุณแพร์มาเร็วมาก ทั้งที่โดยปกติคุณแม่ผ่าคลอดมักจะน้ำนมมาช้ากว่า เธอถึงกับซื้อนมผงเตรียมไว้แล้วเผื่อฉุกเฉิน แต่สุดท้ายก็แทบไม่ได้ใช้ เพราะน้ำนมแม่ล้วนๆ เพียงพอกับความกินเก่งของลูกชายแบบเหลือๆ

เธอบอกว่าตัวเองโชคดีที่ไม่เจออาการเบบี้บลูอย่างที่กลัวไว้ แม้จะเตรียมใจรับทุก worst case scenario ไว้ก่อนแล้วก็ตาม มีเพียงน้ำตาบางช่วงจากฮอร์โมนและการนอนน้อย ที่กินยาวตั้งแต่วันคลอดมาจนถึงวันนี้

เด็กน้อยผู้ต้อนรับแขกเก่งที่สุดในบ้าน

ตั้งแต่ลืมตาดูโลก น้องเรย์แทบจะได้ต้อนรับแขกทุกสุดสัปดาห์ ทั้งฝั่งญาติและเพื่อนๆ ของคุณแพร์และคุณภู ทำให้บ้านหลังนี้ไม่เคยเงียบ

คุณแพร์และคุณภูเป็นคนง่ายๆ ไม่จัดงานเบบี้ชาวเวอร์ให้วุ่นวาย ช่วงท้องก็ยุ่งกับการรีโนเวทคอนโดอยู่แล้ว เพียงมีโอกาสก็พาไปกราบคุณปู่สุทธิเกียรติ แต่เพราะคุณปู่ไม่ค่อยสบายและเดินทางบ่อย จึงอาจไม่ได้เจอเหลนบ่อยนัก คุณแพร์เลยส่งรูปน้องให้ดูเป็นระยะ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ของเธอแวะมาเยี่ยมหลานบ่อยเพราะอยู่ใกล้

เธอเคยถามคุณแม่ส้มถึงประสบการณ์ตอนตั้งท้องและเลี้ยงลูกในยุคก่อน เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างแบบขำๆ ในยุคที่การให้นม อาหาร และวิธีเลี้ยงเด็กไม่เหมือนปัจจุบัน คุณแม่ของเธอมักแซวว่า ตอนท้องลูกๆ รุ่นก่อนน้ำหนักขึ้นฉ่ำไม่มีใครแพ้ แต่พอมาถึงรุ่นแพร์กลับผอมเพรียวไปอีกทาง

สำหรับคุณน้าพีช แม้จะยุ่งกับงานซีรีส์และธุรกิจร้านต่างๆ เลยมาเยี่ยมหาน้องได้น้อยหน่อย ตรงกันข้ามกับคุณน้าเอณิที่มาหาหลานถี่มากจนสนิทสนมแบบไม่ต้องปรับตัว ส่วนเสื้อผ้าเด็กนั้น แทบไม่ต้องซื้อเอง เพราะคุณย่าของน้องเรย์และญาติๆ ซื้อหมุนเวียนให้ตลอด แถมน้องยัง ขยับไซส์ไว จนตอนหกเดือนต้องใส่เสื้อผ้าไซส์เด็กหนึ่งขวบไปแล้ว

คุณพ่อสายเอ็นเตอร์เทน VS คุณแม่สายวิชาการ

แม้งานจะเยอะ แต่คุณภูพยายามจัดเวลาให้ลูกอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหลังเลิกงานและในวันหยุดสุดสัปดาห์

ช่วงเย็นในวันธรรมดา ถือเป็น “เวลาของพ่อกับลูก” ถ้ากลับบ้านเร็วก็จะช่วยอาบน้ำ ป้อนนม หรือกล่อมลูกเข้านอน ส่วนเสาร์-อาทิตย์แทบจะเป็นโหมดอยู่กับลูกเต็มวัน

คุณแพร์ยอมรับว่า คุณพ่อคล่องมือมาก ไม่ว่าจะเปลี่ยนแพมเพิร์สหรือจัดการเรื่องจุกจิกต่างๆ ทำได้เร็วกว่าเธอด้วยซ้ำ ในคอนโดแบบดูเพล็กซ์ แค่คุณภูเดินลงบันไดมา น้องเรย์ก็ยิ้มหล่อรอแล้ว เพราะรู้ว่าเดี๋ยวต้องได้เล่นสนุกแน่นอน

  • คุณภู : สายเอ็นเตอร์เทน พาลูกเล่น หัวเราะเสียงดัง เติมความสนุก

  • คุณแพร์ : สายวิชาการ เล่านิทาน ดูแลเรื่องสุขภาพ ความสะอาด และกิจกรรมที่ลูกมักจะรำคาญอย่างแคะจมูกหรืออาบน้ำ

นิสัยลูกชายเลยกลายเป็น “หน้าเหมือนแม่ แต่นิสัยเหมือนพ่อ” แบบเต็มๆ

เมื่อน้องเรย์อายุครบ 4 เดือน คุณแม่ป้ายแดงแอบเกร็งตอนพาไปหาคุณหมอรับวัคซีน เพราะกลัวถูกทักเรื่องน้ำหนักเกินมาตรฐาน แต่พอคุณหมอเห็นก็หัวเราะด้วยความเอ็นดู บอกว่าแม้ตัวใหญ่แต่น้ำหนักสมดุลกับส่วนสูง แถมกินแต่นมแม่ล้วนๆ จึงจัดอยู่ในกลุ่มเด็กสุขภาพดี ไม่ใช่เด็กอ้วน

แม้ตอนคลอดน้ำหนักจะยังไม่ถึง 3,000 กรัม แต่เพราะยีนโครงหน้าและรูปร่างฝรั่งจากคุณแม่ ทำให้วันนี้แค่หกเดือนก็

  • นั่งเองได้

  • ฟันขึ้นแล้วสองซี่

  • เพิ่งเริ่มหัดกินข้าวมื้อแรก

คุณแพร์คาดว่าคงอีกไม่นานก่อนจะได้เห็นหนุ่มน้อยคนนี้เดินโซเซรอบบ้าน

โตไวมาก แม่เลยไม่อยากพลาดทุกโมเมนต์

สำหรับคุณแพร์ สิ่งที่ทำให้ใจหายที่สุดคือ ความไวของเวลา

“บทเขาจะโตก็ไวจนใจหายเลยค่ะ” เธอย้ำซ้ำหลายครั้ง เล่าว่าแค่หันหลังแป๊บเดียว จากเด็กแรกเกิดที่เพิ่งชันคอได้ตอนสามสัปดาห์ วันนี้กลายเป็นเด็กที่กินข้าวมื้อแรกได้แล้วเรียบร้อย

เธอเชื่อว่า การที่ตัวเองออกกำลังกายเยอะระหว่างท้อง มีส่วนทำให้ลูกมีพละกำลังเยอะตามไปด้วย เวลาเล่นโยคะกับครูชาวอินเดียที่ชอบร้องเพลงมีเสียง “โอม” น้องเรย์ในท้องก็จะเตะตอบรับตลอด จนทุกวันนี้เวลาเห็นครูคนเดิม เขายังยิ้มหวานเหมือนจำเสียงได้

เรื่องพิธีกรรมก็เลือกแบบพอดีๆ น้องเรย์ไม่ได้โกนผมไฟ มีแค่ตัดปอยผมตอนสี่เดือน เพราะช่วงก่อนหน้านั้นฝุ่น PM สูง ไม่อยากพาออกนอกบ้านมากนัก จนกระทั่งไปทำพิธีที่โบสถ์พราหมณ์แถวเสาชิงช้าในช่วงสงกรานต์แบบอบอุ่นในครอบครัว เพื่อความเป็นสิริมงคล

บทเขาจะโตก็ไวจนใจหายเลยค่ะ ทุกวันนี้แพร์ก็เลยอยากใช้เวลาอยู่กับเขามากหน่อย เพราะไม่อยากพลาดโมเมนต์สำคัญ

ด้วยผมและคิ้วสีทองเส้นเล็กเหมือนเด็กฝรั่ง คุณส้มเลยแนะนำให้ใช้ดอกอัญชันทาคิ้วและผมให้เข้มขึ้น แม้หมอสมัยใหม่จะบอกว่าเรื่องสีคิ้วสีผมเป็นเรื่องกรรมพันธุ์ แต่สุดท้ายคุณแพร์ก็ยอมไปเก็บดอกอัญชันมาลองทาคิ้วให้ลูกดูแบบขำๆ จินตนาการว่าคงน่ารักเหมือนชินจัง

แม่สาย Excel กับสกิลจัดการของลูกอ่อน

เรื่องของใช้เด็กอ่อน คุณแพร์ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเละเทะ เธอทำเป็นไฟล์ Excel ลิสต์ทุกอย่างที่จำเป็นต้องซื้อ จัดเป็นหมวดหมู่เรียบร้อย แต่สุดท้ายเธอก็หัวเราะใส่ตัวเอง เพราะของที่คิดว่า “ต้องได้ใช้แน่ๆ” กลับบางชิ้นแทบไม่ได้แตะเลย

เหตุผลง่ายๆ คือ น้องเรย์เป็นคนเลือกของเอง ทั้งขวดนม เตียงนอน หรือสไตล์การนอนที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่น โชคดีที่คุณแม่ไม่สต๊อกของไว้เยอะเกินไป ใช้วิธีซื้อเท่าที่จำเป็น ถ้าไม่พอค่อยสั่งเพิ่ม เพราะยุคนี้จะสั่งออนไลน์หรือไปห้างก็สะดวกทั้งนั้น

สำหรับบ้านริมน้ำหลังนี้ ช่วงตั้งครรภ์คุณแพร์มาพักผ่อนเกือบตลอด แต่หลังคลอดกลับแวะมาน้อยลงเพราะระยะทางไกลจากตัวเมือง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เริ่มคิดว่าต้องพาลูกชายมาบ่อยขึ้น เพื่อให้คุ้นชินกับการออกนอกบ้านและโลกรอบตัว

เธอเริ่มพาเรย์ไป

  • เรียนว่ายน้ำ

  • ไปเล่นบ้านเพื่อนที่มีลูกวัยใกล้เคียงกัน

  • วางแผนจะพาไปสนามเด็กเล่นให้ได้ปล่อยพลัง

เพราะยอมรับตรงๆ ว่า “คุณแม่เองก็เริ่มหมดแรง” แล้วเหมือนกัน

บาลานซ์ชีวิตพ่อแม่ กับการเลี้ยงเด็กอารมณ์ดี

เมื่อถามถึงแพลนเรื่องลูกคนต่อไป คุณแพร์หัวเราะออกมาก่อนคำตอบ เพราะแม้จะคิดว่าคงไม่หยุดที่หนึ่งคน โดยเฉพาะเมื่อคุณภูเป็นลูกคนเดียวและอยากให้เรย์มีเพื่อนเล่น แต่ตอนนี้เธอยังอยากโฟกัสการให้นมลูกให้ครบหนึ่งปี และขอเวลาหายใจให้ตัวเองสักพัก

เธอย้ำว่าทั้งคู่ตกลงกันชัดเจนว่า อยากมีชีวิตที่ บาลานซ์

  • ทุ่มเทเวลาให้ลูกเต็มที่

  • แต่ต้องไม่ลืมมีเวลาของตัวเองในฐานะสามีภรรยา

เพราะถ้าพ่อแม่ไม่แฮปปี้ การจะเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีความสุขก็เป็นเรื่องยาก

มีครั้งหนึ่งที่ตั้งใจจะออกไปดินเนอร์กับคุณภูสองคน แต่พอเห็นลูกในกล้องวงจรปิดร้องไห้หนัก คุณแพร์ก็ลังเลจะยกเลิก แต่คุณภูขอให้ปิดกล้องแล้วบอกว่า “บางทีต้องหัดปล่อยวางบ้าง” สุดท้ายก็พบว่าสาเหตุที่ร้องก็แค่หิวนม ไม่ได้ดราม่าไปมากกว่านั้น

เมื่อถามว่าในฐานะแม่มือใหม่ สิ่งที่ประทับใจที่สุดในตัวลูกคืออะไร คำตอบของเธอเรียบง่ายแต่ฟังแล้วอบอุ่น

  • เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย

  • ขี้เล่น

  • อารมณ์ดีมาก

ล่าสุดเพิ่งไปเที่ยวสมุย น้องเรย์ยังหันไปส่งเสียงเรียกฝรั่งโต๊ะข้างๆ ชวนเล่นเองอย่างเป็นกันเองสุดๆ

ท้ายที่สุด คุณแพร์ฝากแนวคิดที่เธอเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกไว้ว่า การจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีจิตใจดี ไม่ใช่งานของพ่อแม่สองคนเท่านั้น แต่เหมือนสำนวนฝรั่งที่ว่า

It takes a village to raise a child.

เธอจึงอยากให้ลูกได้ซึมซับตัวอย่างที่ดีจากทั้งพ่อแม่ และคนรอบข้างในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ ซึ่งกำลังช่วยกันเลี้ยงดูแสงอาทิตย์ดวงน้อยที่ชื่อ ‘เรย์’ ให้เติบโตอย่างแข็งแรงและอ่อนโยนไปพร้อมกัน