รับแอปรับแอป

คนไทยเสี่ยงอ้วนพุ่ง กระเป๋าตังค์ประเทศสั่น! คู่มือคุมน้ำหนักให้หุ่นดีและสุขภาพดีแบบยั่งยืน

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-29

โรคอ้วน: ไม่ได้กระทบแค่หุ่น แต่กระทบทั้งชาติ

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในคนไทยไม่ได้เป็นแค่เรื่องรูปร่างหน้าตาอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวิกฤตสุขภาพขนาดใหญ่ที่ฉุดเศรษฐกิจประเทศไปพร้อมกัน

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า คนไทยเกือบ 50% มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน และตัวเลขนี้ยังขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพชัดเจนว่าเรากำลังก้าวสู่ “สังคมอ้วน” เร็วและแรงกว่าที่คิด

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชี้ว่า โรคอ้วนเป็น ประตูสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หลายชนิด เช่น

  • เบาหวาน

  • ความดันโลหิตสูง

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด

  • ไขมันพอกตับ

  • มะเร็งบางชนิด

น้ำหนักเกินจึงไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือ ตัวจุดชนวนโรคเรื้อรังทั้งชุด ที่ค่อย ๆ บั่นทอนคุณภาพชีวิตแบบยาว ๆ

ค่าใช้จ่ายจากความอ้วน แพงกว่าที่คิด

ในปี 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) และ World Obesity Federation ประเมินว่า ต้นทุนจากโรคอ้วนของคนไทย สูงถึง

  • 8.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 256,370 ล้านบาท

  • คิดเป็นราว 1.5% ของ GDP ไทยปี 2562

  • เฉลี่ยแล้วเท่ากับประมาณ 4,000 บาทต่อคน

ค่าใช้จ่ายนี้มาจากทั้ง

  • ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลโดยตรง

  • ผลผลิตการทำงานที่หายไปจากการลาป่วย ทำงานได้ไม่เต็มที่

  • การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่กระทบศักยภาพการเติบโตของประเทศ

และถ้าไม่เร่งจัดการ ตอนหน้าเศรษฐกิจไทยอาจจะหนักกว่านี้มาก รายงานคาดการณ์ว่าในปี 2603 ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคอ้วนในไทยอาจพุ่งถึง

  • 180.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.6 ล้านล้านบาท

  • ประมาณ 5.6% ของ GDP ในอนาคต

  • เท่ากับเพิ่มขึ้นถึง 22 เท่า จากปีฐาน 2562

แปลว่า ถ้าไม่คุมเอาตอนนี้ เราไม่ได้แค่เสียสุขภาพ แต่กำลังเผาเงินระดับล้านล้านบาททิ้งไปพร้อม ๆ กัน

ทำไมโรคอ้วนถึงจัดการยาก?

หลายคนพยายามลดน้ำหนักแล้ว “ล้มเหลวซ้ำ ๆ” เพราะมองโรคอ้วนเป็นแค่เรื่องกินเยอะ ขยับน้อย ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันเป็น ภาวะทางการแพทย์ที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องทั้ง

  • พันธุกรรม

  • ฮอร์โมนและระบบเมแทบอลิซึม

  • สุขภาพจิตและความเครียด

  • สิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงวางแนวทางการรักษาแบบ องค์รวมและเฉพาะบุคคล โดยให้ทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพช่วยกันออกแบบการดูแล ตั้งแต่ด้านร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงสภาพชีวิตประจำวัน

เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ตัวเลขบนตาชั่งลดลง แต่คือการลดความเสี่ยงโรค และดูแลให้สุขภาพดีได้ยั่งยืน

Weight Management คืออะไร?

แนวคิด Weight Management คือการดูแลให้น้ำหนักตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน ซึ่งไม่ใช่โปรเจ็กต์ระยะสั้น แต่เป็น กระบวนการดูแลสุขภาพระยะยาวแบบองค์รวม

องค์ประกอบสำคัญของการคุมน้ำหนักให้ยั่งยืน ได้แก่

  • การปรับโภชนาการให้เหมาะสม

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • การจัดการความเครียด

  • การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในทุกวัน

ในหลายกรณี การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ โดยเฉพาะคนที่

  • มี BMI ≥ 27.5 (เกณฑ์อาเซียน)

  • หรือ BMI ≥ 25 และมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดผิดปกติ

กลุ่มนี้อาจต้องพิจารณา การรักษาด้วยยา ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม เพื่อให้ปลอดภัยและได้ผลชัดเจนมากขึ้น

ยากลุ่ม GLP-1RA (ปากกาลดน้ำหนัก) ใช้เมื่อไหร่และอย่างไร?

ยากลุ่ม GLP-1RA หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยมีคุณสมบัติหลักคือ

  • ช่วยลดความอยากอาหาร

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจในบางกลุ่มผู้ป่วย

  • ช่วยให้คนไข้มีแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง

แต่จุดสำคัญคือ

  • ต้องใช้ ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • ต้องใช้ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย

ถ้าใช้ยาแต่ไม่ปรับไลฟ์สไตล์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยากจะยั่งยืน

ภัยเงียบจากโรคอ้วนที่กระทบทางเดินอาหาร

โรคอ้วนส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารอย่างมาก และมักแสดงออกในรูปแบบของ “ภัยเงียบ” เช่น

  • โรคกรดไหลย้อน (GERD)

  • โรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ (NAFLD)

  • นิ่วในถุงน้ำดี

  • ความเสี่ยงมะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้น

สิ่งเหล่านี้หลายครั้งไม่ได้มีอาการชัดทันที แต่สะสมไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง

ESG: นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร

สำหรับผู้ที่ลองมาหลายวิธี ทั้งปรับพฤติกรรมและใช้ยาแล้วน้ำหนักยังไม่ลดตามเป้า มีอีกหนึ่งตัวเลือกที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น คือ

Endoscopic Sleeve Gastroplasty (ESG) หรือการส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร

เหมาะกับผู้ที่

  • มี BMI 30–40

  • หรือ BMI ≥ 35 ร่วมกับโรคประจำตัว และไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น

จุดเด่นของ ESG คือ

  • ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่

  • ฟื้นตัวเร็ว

  • ไม่มีแผลเป็นที่หน้าท้อง

  • ลดน้ำหนักส่วนเกินได้เฉลี่ย 15–20% ภายใน 1–2 ปี

ที่สำคัญ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีการผสาน ESG ร่วมกับการใช้ยากลุ่ม GLP-1RA ในบางเคส ช่วยให้ผู้ป่วยบางรายสามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 44% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวเลขที่โดดเด่นระดับโลก

ทางเลือกการผ่าตัดลดน้ำหนักสำหรับ BMI สูงมาก

ยังมีทางเลือกด้านการผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีค่า BMI สูงมากและมีข้อบ่งชี้เหมาะสม ได้แก่

  • Laparoscopic Sleeve Gastrectomy: ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร เหมาะกับผู้ป่วย BMI > 30

  • Roux-en-Y Gastric Bypass: ผ่าตัดปรับโครงสร้างกระเพาะและลำไส้ให้เล็กลง เหมาะกับผู้ป่วย BMI > 40

ทั้งสองวิธีช่วยให้

  • กินได้น้อยลง

  • ความอยากอาหารลดลง

  • น้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลงตามมา

อย่างไรก็ตาม ก่อนการผ่าตัด คนไข้ต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดจากทีมแพทย์ เพื่อดูความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ และทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์หลังการรักษาอย่างจริงจัง

กุญแจสำคัญ: กินให้เป็น ไม่ใช่แค่กินให้น้อย

การคุมน้ำหนักให้ได้ผลจริง ๆ จุดเริ่มต้นอยู่ที่ การปรับพฤติกรรมการกินแบบถาวร ไม่ใช่การฮึบอดอาหารชั่วคราวแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

หลายคนเข้าใจผิดว่าการลดน้ำหนักคือการทำทุกอย่างให้เลขบนตาชั่งลง แต่ไม่ดูว่า

  • มวลกล้ามเนื้อหายไปหรือไม่

  • มวลไขมันยังสูงอยู่หรือเปล่า ทั้งที่ BMI ดูปกติ

แนวคิดที่สำคัญคือ

  • แผนการกินที่ดีที่สุด คือแผนที่ ออกแบบเฉพาะบุคคล

  • ต้องสอดคล้องกับความต้องการ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของแต่ละคน

หัวใจไม่ใช่ “กินให้น้อย” แต่คือ “กินให้ถูกและเหมาะกับตัวเอง”

การจำกัดอาหารแบบสุดโต่งอาจทำให้

  • ขาดสารอาหาร

  • กล้ามเนื้อลดลง

  • น้ำหนักดีดกลับง่าย (Yo-Yo Effect)

IF, KETO และ Meal Replacement เหมาะกับใคร?

แผนยอดฮิตอย่าง

  • Intermittent Fasting (IF)

  • Ketogenic Diet (KETO)

  • ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement)

สามารถเป็น เครื่องมือเสริม ที่ดีสำหรับบางคน ถ้าใช้ถูกวิธีและเหมาะกับร่างกายตนเอง แต่ไม่ใช่สูตรวิเศษที่ใคร ๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน

จุดที่ควรใส่ใจคือ

  • ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหรือทีมแพทย์

  • ปรับให้เข้ากับสุขภาพและเป้าหมายของเรา ไม่ใช่ทำตามกระแส

การมีนักโภชนาการช่วยวางแผน จะทำให้เป้าหมายทั้งเรื่องหุ่นและสุขภาพ ไปถึงได้เร็วขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น

คุมน้ำหนัก = ลงทุนระยะยาวให้ชีวิตตัวเอง

การดูแลให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขสุขภาพ แต่เชื่อมโยงกับ

  • สภาพจิตใจและความมั่นใจ

  • ความสุขในชีวิตประจำวัน

  • คุณภาพชีวิตในระยะยาว

มันจึงไม่ใช่ “โปรเจ็กต์ลดหุ่นชั่วคราว” แต่คือ การลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต

ถ้าจะตั้งเป้าหมายสุขภาพปีนี้อย่างจริงจัง การเริ่มจากการคุมน้ำหนักอย่างถูกวิธี ภายใต้การดูแลของแพทย์ ทีมโภชนาการ และการปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับตัวเราเอง คือ Health Resolution ที่เปลี่ยนได้ทั้งร่างกายและอนาคตของตัวเราเอง