ทำไมเจ้าของสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องสนใจข้อบัญญัติฯ ฉบับใหม่?
กรุงเทพมหานครเตรียมบังคับใช้ ข้อบัญญัติว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดระเบียบการเลี้ยงสัตว์ในเมืองใหญ่ ให้คนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจมากขึ้น
หัวใจสำคัญของข้อบัญญัติฯ คือการย้ำว่า การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่แค่ความรัก แต่คือความรับผิดชอบต่อสังคมรอบตัวด้วย ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงสัตว์ในบ้าน พาออกไปเดินเล่น หรือเลี้ยงหลายตัวในพื้นที่เดียวกัน ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย สุขอนามัย และไม่รบกวนผู้อื่น
เจ้าของสัตว์ต้องทำอะไรบ้างภายใต้ข้อบัญญัติฯ ใหม่
ข้อกำหนดสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงถูกวางไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเพื่อนบ้านรอบข้างก็ไม่เดือดร้อน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
จัดพื้นที่เลี้ยงให้มั่นคง สะอาด และเหมาะสมกับชนิดสัตว์
ต้องมีน้ำสะอาด อาหารเพียงพอ อากาศถ่ายเทดี มีแสงและระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
ดูแลสถานที่เลี้ยงให้สะอาดอยู่เสมอ
ห้ามปล่อยให้มีกลิ่นเหม็นหรือสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง
ใส่ใจเรื่องสุขภาพและวัคซีน
ต้องพาสัตว์ฉีดวัคซีนและสร้างภูมิคุ้มกันตามความเหมาะสม
หากสงสัยว่าสัตว์อาจป่วยเป็นโรคอันตราย ต้องแยกสัตว์ไว้ต่างหาก
แจ้งเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด
ป้องกันสัตว์หลุดออกนอกพื้นที่เลี้ยง
ต้องควบคุมไม่ให้สัตว์ออกไปเพ่นพ่านสร้างปัญหาในที่สาธารณะ
หากเป็นสัตว์ดุร้าย ต้องมีกรงที่ปลอดภัย และติดป้ายเตือนให้เห็นอย่างชัดเจน
เปิดโอกาสให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ
เช่น การเดินเล่น การปีนป่าย หรือการขยับตัวอย่างเหมาะสม ไม่ขังแคบหรือทรมาน
ดูแลไม่ให้สัตว์ของตนรบกวนหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
ทั้งด้านเสียง กลิ่น พฤติกรรมก้าวร้าว หรือการไล่กวดผู้คนและสัตว์ตัวอื่น
จัดการซากสัตว์อย่างถูกสุขลักษณะเมื่อสัตว์เสียชีวิต
ต้องกำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์อย่างเหมาะสม ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหรือก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น
ปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งของเจ้าหน้าที่
รวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ที่กรุงเทพมหานครออกมาเพิ่มเติมในอนาคต
สรุปง่าย ๆ คือ เจ้าของสัตว์ต้องดูแลทั้ง “น้อง” และ “ชุมชนรอบตัว” ไปพร้อมกัน
ฝังไมโครชิป จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง มีดีมากกว่าที่คิด
หนึ่งในจุดเด่นของข้อบัญญัติฯ ฉบับใหม่ คือการผลักดันเรื่อง ไมโครชิปและการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ให้เป็นเรื่องปกติของคนเลี้ยงสัตว์ในกรุงเทพฯ
ไมโครชิปช่วยอะไร?
ไมโครชิปเป็นรหัสประจำตัวที่อยู่กับสัตว์ไปตลอดชีวิต
ไม่สูญหายง่ายเหมือนป้ายห้อยคอหรือปลอกคอที่อาจหลุดหรือหาย
หากสัตว์หลงทางในที่สาธารณะ กทม. สามารถตรวจสอบไมโครชิปเพื่อตามหาและติดต่อเจ้าของได้
ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเจ้าของได้ในกรณีเกิดข้อพิพาท ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง
ไมโครชิปจึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือเกราะป้องกันให้สัตว์ของคุณไม่หายไปจากชีวิตแบบไร้ร่องรอย
จดทะเบียนสัตว์เลี้ยงแล้วได้ประโยชน์อะไร?
แนวคิดของการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงไม่ได้ทำมาเพื่อเพิ่มขั้นตอนยุ่งยาก แต่เพื่อสร้างสิทธิและโอกาสให้ทั้งเจ้าของและสัตว์ เช่น
มีข้อมูลสัตว์เลี้ยงในระบบชัดเจน คล้าย “บัตรประชาชนของสุนัขหรือแมว”
หากในอนาคตกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น Dog Park หรือกิจกรรมชุมชน เจ้าของที่จดทะเบียนแล้วมีโอกาสเข้าร่วมง่ายและสะดวกกว่า
- อาจได้รับสิทธิบริการฟรีบางอย่าง เช่น
ตรวจสุขภาพสัตว์
ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสัตว์ต่าง ๆ
ยิ่งจดทะเบียนมาก เท่ากับยิ่งสร้างมาตรฐานการดูแลสัตว์ทั้งเมืองให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน
คุมประชากรสัตว์อย่างมีระบบ ลดสัตว์จรจัดในระยะยาว
ข้อบัญญัติฯ ใหม่เชื่อมโยงกับการทำงานเชิงรุกของ กทม. ในการจัดการประชากรสัตว์เลี้ยง เพื่อไม่ให้ “สัตว์มีเจ้าของวันนี้ กลายเป็นสัตว์จรพรุ่งนี้”
แนวทางสำคัญ ได้แก่
สนับสนุนการฝังไมโครชิปในสุนัขและแมว
รณรงค์การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง
ผลักดันโครงการดูแลแมวจรในชุมชน
โครงการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ยิ่งเจ้าของสัตว์ให้ความร่วมมือ สัตว์จรก็จะลดลง ระบบการดูแลทั้งเมืองก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บริการจาก กทม. ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง
เพื่อรองรับข้อบัญญัติฯ ใหม่ กทม. เตรียมความพร้อมทั้งด้านบริการและการให้ความรู้กับประชาชน โดยมีการดำเนินการในหลายด้าน เช่น
จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการใน 6 กลุ่มเขต
รณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับบริการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงและฝังไมโครชิป
ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อบัญญัติฯ ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีบริการด้านการควบคุมโรคและสุขภาพสัตว์เลี้ยงผ่านคลินิกสัตวแพทย์ของ กทม. หลายแห่งทั่วเมือง เช่น
กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 1 สี่พระยา เขตบางรัก
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 2 มีนบุรี เขตมีนบุรี
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 4 บางเขน เขตจตุจักร
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 6 ช่วง นุชเนตร เขตจอมทอง
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย
คลินิกเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำหมัน ฉีดวัคซีน และสนับสนุนการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง
ทิศทางต่อไป: ระบบจดทะเบียนออนไลน์ และงานเชิงรุก
กทม. อยู่ระหว่างการพัฒนา ระบบจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เจ้าของสามารถจัดการข้อมูลสัตว์ของตนเองได้สะดวกขึ้น ลดงานเอกสาร และทำให้การเข้าถึงบริการต่าง ๆ ง่ายกว่าเดิม
พร้อมกันนั้นยังมีแผนจะเพิ่มการทำงานเชิงรุก เช่น
ลงพื้นที่ทำหมันสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
ให้บริการฉีดวัคซีน ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
สนับสนุนการฝังไมโครชิปในสุนัขและแมวในชุมชนต่าง ๆ
เป้าหมายคือทำให้การเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคนกรุงเทพฯ
รักอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้และความรับผิดชอบ
แนวคิดสำคัญที่สะท้อนจากข้อบัญญัติฯ และการทำงานของหลายภาคส่วนคือ
ความรักสัตว์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่เพียงพอหากขาดความเข้าใจและความรับผิดชอบ
หากขาดการจัดการที่ดี สัตว์เลี้ยงอาจกลายเป็นภาระของสังคม ทั้งในแง่สุขภาพ ความปลอดภัย และความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน
การมีกฎหมาย ข้อกำหนด และระบบรองรับที่ชัดเจน ช่วยลดข้อพิพาทระหว่างคนรักสัตว์และคนที่ได้รับผลกระทบจากสัตว์ได้
สุดท้าย การเลี้ยงสัตว์ในเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวล้วน ๆ แต่คือสัญญาระหว่างคุณ สัตว์เลี้ยงของคุณ และสังคมรอบตัว
สรุป: เช็คให้ครบ ก่อนเรียกตัวเองว่า “เจ้าของที่รับผิดชอบ”
หากคุณเลี้ยงสัตว์ในกรุงเทพฯ ลองถามตัวเองว่า
จัดพื้นที่เลี้ยงให้สะอาด ปลอดภัย เหมาะกับสัตว์หรือยัง?
พาน้องฉีดวัคซีน ทำหมัน และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอหรือไม่?
คุมไม่ให้สัตว์ออกไปสร้างปัญหานอกบ้านได้ดีแค่ไหน?
เคยคิดเรื่องการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงจริงจังหรือยัง?
ถ้ายังไม่ครบ ข้อบัญญัติควบคุมสัตว์ฉบับใหม่ของ กทม. อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้คุณ อัปเกรดจาก “คนรักสัตว์” ไปเป็น “เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่รับผิดชอบต่อสังคม” อย่างแท้จริง

