รับแอปรับแอป

แฝดพันล้านพลิกธุรกิจยาเกือบล้มละลาย สู่จักรวาลแบรนด์สุขภาพและอาหารเสริมสุดยั่งยืน

สุภาวดี นุ่มนวล01-29

จากร้านขายยาห้องแถว สู่โรงงานและอาณาจักรสุขภาพครบวงจร

ภายใต้การบริหารของฝาแฝดนักธุรกิจมากความสามารถ แฝดพี่ คุณปุ๊ย ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และแฝดน้อง คุณป๋อ ดร.พิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานวิจัยและพัฒนา สองทายาทรุ่นที่ 3 ได้จับมือกันพาธุรกิจครอบครัวก้าวเปลี่ยนจากร้านขายยาเล็กๆ ไปสู่ธุรกิจสุขภาพขนาดใหญ่

จุดเริ่มต้นของครอบครัวคือร้านขายยานำเข้าจากอังกฤษและญี่ปุ่น แบบขายปลีกและส่งในชื่อ “อั้งง่วนเฮง สุภาพโอสถ” เปิดกิจการแถวหัวลำโพงตั้งแต่ปี 2497 ก่อนจะเริ่มปรับตัวสู่การเป็นโรงงานผลิตยา “หจก.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรมค็อกซ์” ผลิตและจัดจำหน่ายยาแก้ไอแบรนด์ “COX” และยาแผนปัจจุบันในปี 2518

แต่เส้นทางธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง บริษัทต้องเผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก จนทำให้สองพี่น้องตัดสินใจลงสนามธุรกิจเต็มตัวเพื่อช่วยคุณแม่เข้ามารับช่วงต่อ และเริ่มวางหมากใหม่ให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

จุดพลิกเกม: เข้าตลาดหลักทรัพย์ สร้างแบรนด์ และแตกไลน์แบบ OEM

หลังจากเข้ามาช่วยกอบกู้กิจการ ทั้งสองคนพาธุรกิจจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อประมาณ 7 ปีก่อน พร้อมตั้งเป้าชัดเจนในการเป็นเจ้าของโรงงานรับผลิต (OEM) ด้านยาและอาหารเสริม

จากธุรกิจผลิตยาแก้ไอ “COX” ที่ยังคงวางขายมาจนถึงปัจจุบัน รายได้ส่วนใหญ่ในตอนนั้นมาจากงานรับจ้างผลิต ทำให้ทีมผู้บริหารเริ่มคิดต่อยอดว่า “ถ้าเรามีแบรนด์ของตัวเองจริงจัง จะสร้างทั้งรายได้และกำไรได้ดีกว่าเดิม”

พวกเขาจึงหยิบบรนด์ “สุภาพโอสถ” หรือ JSP ซึ่งลูกค้ารู้จักและเชื่อใจ มาพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุและคนที่ต้องดูแลสุขภาพ ผลลัพธ์คือการตอบรับที่ดีและขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็ว

พร้อมกันนั้น บริษัทเริ่มขยายสู่การเป็นเจ้าของโรงงานรับผลิตยาแผนปัจจุบันและอาหารเสริมแบบ OEM แบบครบวงจร ทั้งพัฒนา คิดสูตร ผลิต และดูแลด้านเอกสารให้ลูกค้า

ปัจจุบันสายธุรกิจหลักครอบคลุมการผลิตและจำหน่าย

  • ยาแผนปัจจุบัน

  • ยาแผนโบราณ

  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

  • อาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง

  • ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น เครื่องสำอางสำหรับผู้ป่วยโรคไต

  • การเทคโอเวอร์กิจการน้ำยาฟอกไต

การขยับตัวครั้งใหญ่เหล่านี้ทำให้ธุรกิจที่เคยเกือบล้มละลาย กลับมามีรายได้ราว 800 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นชัดว่า การปรับตัวเชิงกลยุทธ์และการสร้างแบรนด์คือหัวใจของการอยู่รอด

เสียงจากฝาแฝด: ธุรกิจในสายเลือด ผูกพันตั้งแต่ยังเด็ก

คุณปุ๊ย เล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า การตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจครอบครัวเต็มตัวเกิดขึ้นในจังหวะที่บริษัทกำลังเจอปัญหา เขาเติบโตมากับโรงงานนับตั้งแต่ยังเด็ก จึงรู้สึกผูกพันกับกิจการนี้อย่างลึกซึ้ง และอยากช่วยคุณแม่ให้ผ่านวิกฤตไปให้ได้

เขาเริ่มจากสิ่งที่ธุรกิจถนัดอยู่แล้ว คือการผลิตยาแก้ไอ “COX” ควบคู่กับงานรับจ้างผลิต ก่อนจะมองเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง จึงต่อยอด “สุภาพโอสถ” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อผู้สูงวัยและกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของธุรกิจในเวลาต่อมา

ด้าน คุณป๋อ เน้นย้ำบทบาทของ JSP ในฐานะพันธมิตร OEM สำหรับแบรนด์ยาระดับประเทศและระดับโลกหลายราย โดยบริษัทให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่

  • ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้า

  • คิดค้นและพัฒนาสูตร

  • ขอทะเบียนตำรับยาหรือจดแจ้งเลขสารบบอาหารกับ อย.

  • ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน

ด้วยคุณภาพสินค้าและบริการที่ครบถ้วน ทำให้ JSP ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่จำนวนมาก และยังช่วยขยายโอกาสให้แบรนด์น้องใหม่เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

โต 10 เท่าได้อย่างไร? เคล็ดลับคือทีม ครอบครัว และการปรับตัว

การเข้ามารับช่วงต่อของรุ่นลูก ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงแบบโดดเดี่ยว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของทั้งครอบครัวอย่างมีระบบ

พี่น้องแต่ละคนรับผิดชอบงานตามความถนัด

  • คนเก่งบัญชี ดูแลด้านการเงินและโครงสร้างตัวเลข

  • คนถนัดงานดีไซน์ รับผิดชอบการออกแบบโรงงานและบรรจุภัณฑ์

  • ทีมผู้บริหารหลักอย่างคุณปุ๊ยและคุณป๋อ วางกลยุทธ์ภาพรวมและการเติบโตระยะยาว

การจัดวางบทบาทอย่างเหมาะสม ทำให้ธุรกิจในส่วน OEM ขยายตัวมากถึง 10 เท่า มีพนักงานเกือบ 500 คน และโกยรายได้กว่า 400 ล้านบาทต่อปี

แม้ธุรกิจยากับอาหารเสริมอาจไม่ได้มีกำไรมหาศาลในทันที แต่พวกเขามองว่านี่คือธุรกิจแบบ “น้ำซึมบ่อทราย” ที่มั่นคง แข็งแรง และถ้าสินค้าดีจริง ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำเองโดยไม่ต้องใช้กลยุทธ์หวือหวาเกินจำเป็น

จุดแข็งสำคัญ: แล็บของตัวเอง และการเล่นเกม “เทรนด์โลก”

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ JSP เดินเกมได้เหนือกว่า คือการมีแล็บวิจัยและพัฒนาของตัวเอง ทำให้สามารถทดลอง คิดค้น และสร้างสรรค์สูตรใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา

คุณปุ๊ย มองว่าธุรกิจยาและอาหารเสริมต้องยืนบนฐานของ คุณภาพและนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนี้ โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ

เช่น

  • ปัญหาเข่าและข้อกระดูก

  • สายตาเสื่อม

  • ความดันโลหิตสูง

บริษัทจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้อย่างจริงจัง ปีหนึ่งอาจมีสารสกัดหรือยาที่วิจัยได้หลายสิบถึงหลายร้อยตัว แต่จะคัดเลือกเฉพาะตัวที่เหมาะสมออกสู่ตลาด เพื่อให้ทุกแบรนด์ที่ปล่อยออกมามีคุณภาพและมีโอกาสเติบโตจริง

ด้าน คุณป๋อ เสริมว่า สองพี่น้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศบ่อยครั้ง เพื่อตามให้ทันเทรนด์สุขภาพระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น

  • วิตามินใหม่ๆ

  • สารสกัดจากพืชที่กำลังมาแรง

  • เทรนด์วัตถุดิบสายสุขภาพ เช่น Plant Based Protein

รวมถึงการเก็บข้อมูลจากงานวิจัยของนักศึกษาและอาจารย์ในไทย ว่ามีงานไหนน่าสนใจและสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้บ้าง

ตัวอย่างวัตถุดิบที่ถูกพูดถึง เช่น

  • กัญชา

  • กัญชง

  • กระท่อม

  • Plant Based Protein จากไข่น้ำ

  • รวมถึงสารสกัดจากฝิ่นซึ่งในเชิงการแพทย์เป็นยาแก้ปวดที่มีประสิทธิภาพ

พวกเขามองว่า หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้นำสารเหล่านี้มาใช้ในการพัฒนายาอย่างถูกกฎหมาย จะช่วยต่อยอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยได้อย่างก้าวกระโดด

เป้าหมายระยะยาว: จากโรงงานและ OEM สู่การยกระดับสุขภาพคนไทย

สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณปุ๊ย วางภาพไว้ชัดเจนว่า การเติบโตของธุรกิจจะไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่ต้องเป็นการเติบโตที่ ยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้สังคม

แผนสำคัญมีทั้งในเชิงโรงงาน การวิจัย และการเข้าถึงยา ดังนี้

  • ขยายโรงงาน ในกรุงเทพฯ และลำพูน เพื่อรองรับการเติบโตของงาน OEM และสินค้าภายใต้แบรนด์สุภาพโอสถ

  • เพิ่มงบวิจัยและพัฒนา สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยใช้พืชเกษตรของไทยเป็นฐานวัตถุดิบ ให้กลายเป็นสินค้าสุขภาพที่คนทั่วโลกรู้จัก

  • สร้างงานและรายได้ให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ผ่านการเป็นคู่ค้าที่ส่งวัตถุดิบให้โรงงาน เป็นการกระจายรายได้กลับสู่ท้องถิ่น

หนึ่งในไอเดียที่น่าสนใจคือ การทำ “ตู้กดยา” ไปตั้งตามชุมชนห่างไกล เพื่อให้คนไทยเข้าถึง

  • ยาแผนปัจจุบัน

  • สมุนไพร

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดยมีแผนทดลองตลาดช่วงแรกประมาณ 100–200 ตู้ ก่อนจะขยายผลหากได้รับการตอบรับที่ดี นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในอนาคตที่จะขยับเข้าสู่ธุรกิจโรงพยาบาล เพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่สุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร

สรุป: เมื่อความผูกพันกลายเป็นพลังสร้างแบรนด์ยั่งยืน

เรื่องราวของสองฝาแฝดผู้บริหารสะท้อนให้เห็นภาพชัดว่า ธุรกิจครอบครัวจะอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่แค่เพราะ “มรดก” แต่เพราะ

  • ความผูกพัน ที่ทำให้ไม่ยอมปล่อยให้กิจการล้ม

  • การกล้าปรับตัว จากร้านขายยาเล็กๆ สู่โรงงานและธุรกิจ OEM

  • การสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อเพิ่มมูลค่า ไม่เป็นแค่ผู้ผลิตเบื้องหลัง

  • การมองเกมยาว ทั้งด้านวิจัย นวัตกรรม และการยกระดับการเข้าถึงสุขภาพของคนไทย

“ตอนเข้ามารับช่วงกิจการต่อจากครอบครัว ก็ไม่ลังเลอะไร เพราะธุรกิจเหมือนอยู่ในสายเลือด มันคือความผูกพัน รู้สึกว่าเราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้าได้ต่อ”

จากหนึ่งประโยคนี้ อธิบายทุกอย่างที่ทำให้สุภาพโอสถ หรือ JSP ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ยาและอาหารเสริม แต่กำลังกลายเป็น แบรนด์สุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ ครอบครัว และวิสัยทัศน์ระยะยาว