เลนส์ anamorphic หมุนได้ คือคำตอบของยุควิดีโอแนวตั้ง
เลนส์ anamorphic หมุนได้ คือเลนส์ภาพยนตร์ที่ใช้โครงสร้างออปติกบีบภาพตามแกนหนึ่งแล้วออกแบบให้หมุนชุดออปติกได้ราว 90 องศา เพื่อรองรับทั้งการถ่ายแนวนอนและแนวตั้งโดยยังคงอัตราบีบภาพ โบเก้ทรงวงรี และแฟลร์แบบ anamorphic เอาไว้เหมือนเดิม เลนส์ชนิดนี้จึงเชื่อมช่องว่างระหว่างภาษาภาพยนตร์ดั้งเดิมกับคอนเทนต์แนวตั้งยุคโซเชียลมีเดียได้ในตัวเดียว Sirui เปิดตัวซีรีส์ Sirui Saturn V2 เป็นชุดเลนส์ฟูลเฟรม anamorphic ที่รองรับการหมุนเพื่อถ่ายทั้งแนวนอนและแนวตั้งผ่านกลไกหมุนภายในเลนส์ สำหรับคนทำคอนเทนต์ นี่ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดการเล่าเรื่องในกรอบ 9:16 ให้มีลุค cinema แบบที่เคยจำกัดอยู่บนจอภาพยนตร์เท่านั้น เมื่อเราสามารถหมุนเลนส์แทนที่จะต้องประนีประนอมกับการครอปหรือแก้ในโพสต์ โลกของวิดีโอแนวตั้งก็เริ่มมีพื้นที่ให้ความทะเยอทะยานด้านภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

จากข้อจำกัดของเลนส์ anamorphic สู่ Sirui Saturn V2 ที่หมุนได้ 90 องศา
แต่เดิมเลนส์ anamorphic ถูกสร้างมาเพื่อบีบมุมมองกว้างให้ลงบนเซนเซอร์ ทำให้ได้เฟรมยาวแบบภาพยนตร์พร้อมโบเก้ทรงวงรีและแฟลร์แนวนอนที่คนรักหนังคุ้นเคย ข้อเสียคือ เมื่อยุค Reels และ TikTok มาถึง ภาพกว้างเหล่านี้ถ้าจะนำไปใช้เป็นวิดีโอแนวตั้งต้องครอปหนักจนเสียความตั้งใจของเฟรมไปเกือบหมด แถมระบบ de-squeeze ในกล้องส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รองรับการถ่ายแนวตั้ง ทำให้เห็นภาพไม่ถูกต้องบนจอมอนิเตอร์ และแฟลร์ที่ควรเป็นแนวนอนกลับกลายเป็นแนวตั้งอย่างแปลกตา Sirui Saturn V2 แก้ปัญหานี้ด้วยกลไก anamorphic ที่หมุนได้ 90 องศา ภายในเลนส์ทั้งชุด กลไกนี้หมุนโครงสร้างออปติกทั้งหมดให้ตามทิศทางของตัวกล้อง ทำให้ผู้กำกับภาพเปลี่ยนจากเฟรมแนวนอนเป็นแนวตั้งได้รวดเร็วโดยยังคงอัตราบีบ 1.6x และคาแรกเตอร์ภาพแบบเดิมอยู่เหมือนกันทุกประการ นี่คือการออกแบบที่เข้าใจบริบทใหม่ของคนทำคอนเทนต์อย่างตรงจุด ไม่ใช่เพียงการดัดแปลงเลนส์ยุคเก่าให้พอใช้กับโซเชียลมีเดีย

วิดีโอแนวตั้ง cinema ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือภาษาใหม่ของภาพเคลื่อนไหว
เมื่อแพลตฟอร์มวิดีโอแนวตั้งครองเวลาเสพสื่อของผู้ชม การมองว่าวิดีโอแนวตั้งเป็นแค่ฟีดโซเชียลก็เริ่มไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป ผู้ชมจำนวนมากดูคอนเทนต์แนวตั้งบนหน้าจอใหญ่ ทั้งทีวีและจอคอม สตูดิโอและทีมโปรดักชันจึงเริ่มมองหาเลนส์ anamorphic หมุนได้ เพื่อยกระดับคอนเทนต์แนวตั้งให้มีภาษาและอารมณ์แบบภาพยนตร์อย่างแท้จริง Sirui Saturn V2 เข้าสู่หมวดเลนส์ anamorphic หมุนได้ด้วยชุดไพรม์ฟูลเฟรม 35mm 50mm และ 75mm ที่รองรับอัตราบีบ 1.6x สำหรับทั้งแนวตั้งและแนวนอน กลไกหมุน 90 องศาช่วยให้ผู้สร้างสรรค์สลับระหว่างเฟรม 16:9 และ 9:16 ได้อย่างคล่องตัวโดยยังรักษาความเป็น anamorphic ทั้งโบเก้และแฟลร์เอาไว้ เมื่อเลนส์สามารถรองรับทั้งการเล่าเรื่องแบบจอภาพยนตร์และเฟรมมือถือในตัวเดียว วิดีโอแนวตั้ง cinema จึงไม่ต้องเป็นงานรองอีกต่อไป แต่กลายเป็นฟอร์แมตหลักที่วางแผนตั้งแต่การถ่ายทำ
ดีไซน์กะทัดรัด หลายเมาท์ ทำให้เลนส์ anamorphic ราคาถูกเข้าถึงคนทำคอนเทนต์
เสน่ห์ของ Sirui Saturn V2 ไม่ได้อยู่แค่การหมุนเพื่อตอบโจทย์วิดีโอแนวตั้ง แต่ยังอยู่ที่การออกแบบให้ใช้งานได้จริงในสภาพการถ่ายทำของคนทำคอนเทนต์ยุคนี้ ทั้งสามทางยาวโฟกัสถูกออกแบบให้มีตำแหน่งวงแหวนโฟกัสและรูรับแสงตรงกันเพื่อลดการปรับริกตามเลนส์ ใช้หน้าฟิลเตอร์ขนาด 62 มม. และมีขนาดน้ำหนักใกล้กันมากจนโดยทั่วไปไม่ต้องปรับบาลานซ์กิมบอลใหม่เมื่อเปลี่ยนเลนส์ สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนว่าเลนส์ anamorphic ราคาถูกชุดนี้ถูกคิดมาเพื่อ workflow ของทีมเล็กและสายคอนเทนต์ ไม่ใช่แค่ฉายแสงบนกองถ่ายใหญ่เท่านั้น เมาท์ที่รองรับตั้งแต่ E L และ RF พร้อมแผนพัฒนาเมาท์ Z ในล็อตผลิตถัดไป ทำให้เลนส์ชุดนี้กระจายสู่กล้องยอดนิยมหลากหลาย ระบบเดียวกันสามารถนำไปใช้ทั้งถ่ายหนังสั้น มิวสิกวิดีโอ ไปจนถึงคลิปรีวิวแนวตั้ง ด้วยดีไซน์ที่ไม่ใหญ่เทอะทะจนทำให้การพกพาและการติดตั้งบนริกหรือกิมบอลเป็นเรื่องลำบาก
ข้อสังเกต และอนาคตของเลนส์ anamorphic หมุนได้
แม้ Sirui Saturn V2 จะไม่ใช่เลนส์ anamorphicรุ่นแรกที่รองรับการหมุน แต่การผสานอัตราบีบ 1.6x ดีไซน์ฟูลเฟรม กลไกหมุน 90 องศา และการรองรับหลายเมาท์ในซีรีส์เดียว ทำให้มันเป็นตัวอย่างชัดเจนของทิศทางใหม่ในตลาดเลนส์ภาพยนตร์ จุดที่ต้องจับตาคือการรองรับในตัวกล้อง ทั้งเรื่องการ de-squeeze สำหรับวิดีโอแนวตั้งและอินเทอร์เฟซจอแสดงผลที่เข้าใจอัตราส่วนแปลกใหม่ ผู้ผลิตกล้องหากไม่ขยับตาม อาจปล่อยให้เลนส์นำหน้า workflow ไปไกลเกินไป อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของ Sirui ว่า Saturn V2 คือ “ก้าวต่อไปของการพัฒนาเลนส์ anamorphic เพื่อรองรับความต้องการด้านการสร้างภาพยนตร์และคอนเทนต์ยุคใหม่” บ่งชี้ว่าเลนส์ anamorphic หมุนได้จะไม่ได้หยุดอยู่แค่สามทางยาวโฟกัสนี้ ในอนาคตเราอาจเห็นชุดเลนส์สมบูรณ์ทั้งไวด์และเทเล รวมถึงเมาท์เพิ่มเติม การมาถึงของแนวคิดนี้คือสัญญาณชัดเจนว่า วิดีโอแนวตั้ง cinema ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือสนามแข่งขันหลักที่คนทำภาพต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้






