คืนปล่อยผีใกล้มาแล้ว คุณพร้อมโดนหลอกหรือยัง?

เมื่อแสงจันทร์ลอดผ่านม่านหมอกบาง ๆ อากาศเริ่มเย็นลง และความเงียบค่อย ๆ กลืนกินทุกเสียง นั่นคือสัญญาณว่าคืนปล่อยผีกำลังจะวนกลับมาอีกครั้ง
ค่ำคืนแบบนี้ ถ้าจะปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่เปิดหนังผีดูสักเรื่อง บอกเลยว่าพลาดบรรยากาศสุดขนหัวลุกไปอย่างน่าเสียดาย
เตรียมปิดไฟ หยิบผ้าห่มผืนโปรด และอย่าลืมล็อกประตูให้แน่น เพราะนี่คือ 10 หนังผีต่างประเทศสุดหลอน ที่เกิดมาเพื่อค่ำคืน Halloween โดยเฉพาะ ทั้งแบบหลอนสั่นประสาท หลอนแบบใช้สมอง ไปจนถึงหลอนจากเหตุการณ์ที่อ้างอิงจากเรื่องจริง
1. The Exorcist (1973) — ตำนานหนังผีไล่ผีที่ครองบัลลังก์สยอง
ผู้กำกับ: William Friedkin
แนว: สยองขวัญคลาสสิก / ผี / ไล่ผี
เรื่องราวของเด็กหญิง Regan ที่ถูกปีศาจเข้าสิง จนบุคลิก ท่าทาง และสายตาของเธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงคนเดิมอีกต่อไป ครอบครัวที่หมดหนทางจำเป็นต้องพึ่งนักบวชสองรูปให้มาทำพิธีไล่ผี
การต่อสู้ระหว่างศรัทธา ความดี และความมืดดำเหนือธรรมชาติถูกถ่ายทอดอย่างกดดันทุกวินาที ทุกเสียงสวด ทุกลมหายใจ ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกยกให้เป็น มาตรฐานสูงสุดของหนังแนวผีไล่ผี ที่ยังไม่มีใครโค่นลงได้จนถึงวันนี้

2. The Ring (1998) — เทปม้วนเดียวเปลี่ยนชีวิตเป็นฝันร้าย
ผู้กำกับ: Hideo Nakata
แนว: สยองขวัญ / ลึกลับ / เหนือธรรมชาติ
นักข่าวสาว Reiko Asakawa เริ่มสืบสวนคดีการตายอย่างเป็นปริศนาของวัยรุ่นหลายคน ที่เหมือนถูกเชื่อมโยงด้วย “วีดีโอเทปคำสาป” ใครก็ตามที่เผลอกดเล่นเทปม้วนนี้ จะต้องตายภายใน 7 วัน
Reiko จึงต้องแข่งกับเวลา ไล่ตามเบื้องหลังของเทปสยอง ก่อนที่เส้นตายของเธอเองจะมาถึง หนังสร้างความหลอนได้อย่างโหดด้วยบรรยากาศบ้านเก่า เสียงลม หมอก และโดยเฉพาะฉาก เด็กสาวผมยาวคลุมหน้า ที่กลายเป็นภาพจำฝังสมองของคนดูทั่วโลก

3. The Others (2001) — เมื่อความมืดในบ้านอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่น่ากลัว
ผู้กำกับ: Alejandro Amenábar
แนว: สยองขวัญ / ลึกลับ / จิตวิทยา
Grace แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกสองคนในคฤหาสน์เก่าหลังใหญ่ ที่เต็มไปด้วยกฎประหลาดและแสงสว่างที่แทบไม่มี เพราะลูกของเธอแพ้แสงโดยตรง บ้านทั้งหลังจึงถูกห่อหุ้มด้วยความมืดแบบอึดอัดหายใจไม่ทั่วปอด
เมื่อเริ่มเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ทั้งเสียงฝีเท้า เงาประหลาด และสิ่งที่อธิบายไม่ได้ Grace เริ่มสงสัยว่าบ้านหลังนี้มีความลับอะไรกันแน่ ยิ่งสืบลึกเท่าไหร่ ความจริงก็ยิ่งบิดเบี้ยว จนตอนจบหักมุมแบบ สั่นคลอนทุกสิ่งที่คุณเชื่อมาตลอดทั้งเรื่อง

4. Paranormal Activity (2007) — ภาพจากกล้องวงจรปิดที่คุณไม่อยากเห็นในบ้านตัวเอง
ผู้กำกับ: Oren Peli
แนว: สยองขวัญ / Found Footage / วิญญาณ
คู่หนุ่มสาวเริ่มรู้สึกได้ว่าบ้านของพวกเขาไม่ปกติ เสียงฝีเท้าในตอนดึก ประตูที่เปิดเอง ของที่ขยับเอง ทั้งคู่จึงตัดสินใจตั้งกล้องบันทึกภาพทุกคืนเพื่อพิสูจน์ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในเทป ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์แปลก ๆ ทั่วไป แต่คือการปรากฏตัวของบางสิ่งที่มองไม่เห็น หนังใช้สไตล์ found footage ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังนั่งไล่ดูกล้องวงจรปิดในบ้านตัวเอง ยิ่งสมจริง ยิ่งหลอนแบบเงียบ ๆ แต่กัดกินประสาท

5. Insidious (2010) — เมื่อโลกวิญญาณอยู่แค่ปลายหลับตา
ผู้กำกับ: James Wan
แนว: สยองขวัญเหนือธรรมชาติ / ผี / ภาพหลอน
ครอบครัว Lambert ต้องเจอกับฝันร้ายเมื่อลูกชายคนหนึ่งจู่ ๆ ก็ตกอยู่ในภาวะเหมือนหลับไม่ตื่นหลังอุบัติเหตุ แต่แท้จริงแล้ว ร่างของเขากำลังกลายเป็นเป้าหมายของวิญญาณร้ายที่อยากเข้าสิงแทน
เพื่อตามหาความจริง พวกเขาต้องก้าวเข้าไปในมิติแห่งโลกวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลังมืด เสียงกระซิบ และเงาที่ไม่มีเจ้าของ หนังเรื่องนี้เล่นกับบรรยากาศอึดอัด เสียงดนตรีบิวด์หนัก ๆ และภาพหลอนแบบจู่โจม ทำให้คนดู แทบไม่ได้พักหายใจ ตลอดทั้งเรื่อง

6. The Conjuring (2013) — เคสสยองจากแฟ้มลับของ Warrens
ผู้กำกับ: James Wan
แนว: สยองขวัญเหนือธรรมชาติ / ผี / จิตวิทยา
ครอบครัว Perron ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเก่าหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องผิดปกติ ตั้งแต่เสียงเคาะประตูตอนดึก ของที่ขยับเอง ไปจนถึงเงาดำที่ยืนอยู่ในมุมมืดของห้อง ทั้งหมดเริ่มลุกลามจนกลายเป็นความหวาดกลัวฝังลึกทั้งบ้าน
สุดท้ายพวกเขาต้องขอความช่วยเหลือจาก Ed และ Lorraine Warren สองนักสืบปราบผีที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานเหนือธรรมชาติ การเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการปราบผี แต่ยังเป็นบททดสอบของ สายสัมพันธ์ในครอบครัว และความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น

7. The Babadook (2014) — ปีศาจจากหนังสือที่เกิดจากความกลัวในใจเราเอง
ผู้กำกับ: Jennifer Kent
แนว: สยองขวัญ / จิตวิทยา / ลึกลับ
Amelia แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยังแบกความเศร้าจากการสูญเสีย ต้องดูแลลูกชาย Samuel ที่มีจินตนาการดุเดือด วันหนึ่งพวกเขาเจอหนังสือนิทานแปลก ๆ ชื่อว่า “The Babadook” ซึ่งเล่าถึงตัวประหลาดสุดน่ากลัว
เมื่ออ่านไปเรื่อย ๆ เหตุการณ์ในหนังสือกลับเริ่มเกิดขึ้นจริงในบ้านของพวกเขา Babadook จึงกลายเป็นมากกว่าแค่ตัวประหลาดในนิทาน แต่เป็นเงามืดที่สะท้อน ความเศร้า ความกดดัน และความกลัวที่ไม่มีที่ไปของคนเป็นแม่ หลอนแบบบีบหัวใจมากกว่าการตกใจแบบฉาบฉวย

8. Train to Busan (2016) — ซอมบี้ทริปเดียว ติดทั้งระทึกทั้งน้ำตา
ผู้กำกับ: Yeon Sang-ho
แนว: สยองขวัญ / ซอมบี้ / แอ็กชัน-ดราม่า
ขบวนรถไฟจากโซลมุ่งหน้าสู่ปูซานกลับกลายเป็นนรกเคลื่อนที่ เมื่อเชื้อซอมบี้เริ่มแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารบนรถไฟต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดในพื้นที่ปิดที่หนีไม่ได้
โฟกัสสำคัญอยู่ที่เรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่งที่ต้องฝ่าดงซอมบี้ไปให้ถึงปลายทาง ระหว่างความกลัวตายและสัญชาตญาณเอาตัวรอด หนังเลือกจะเล่าความเป็นมนุษย์ ความเสียสละ และสายสัมพันธ์ครอบครัวไปพร้อมกัน ทำให้เรื่องนี้ ทั้งลุ้น ทั้งบีบหัวใจ และชวนเสียน้ำตา ในเวลาเดียวกัน

9. It (2017) — ตัวตลกที่ไม่มีใครอยากให้มาเล่นใกล้ ๆ
ผู้กำกับ: Andy Muschietti
แนว: สยองขวัญ / ลึกลับ / ตัวตลกปีศาจ
ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Derry กลุ่มเด็กต้องเผชิญหน้ากับ Pennywise ตัวตลกปีศาจที่วนกลับมาปรากฏตัวทุก 27 ปี มันไม่ใช่แค่ตัวประหลาด แต่มันคือผู้ล่า ที่ใช้ “ความกลัวส่วนลึกในใจ” ของเด็กแต่ละคนในการเล่นงานพวกเขา
แม้หนังจะเต็มไปด้วยฉากหลอนและภาพติดตา แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษคือมิตรภาพของเด็ก ๆ ที่รวมตัวกันต่อสู้กับปีศาจและกับความกลัวในใจตัวเองไปพร้อมกัน เป็นหนังที่ทั้งสยองและมีความ coming-of-age อยู่ในเวลาเดียวกัน

10. Hereditary (2018) — ความสยองที่ถ่ายทอดทางสายเลือด
ผู้กำกับ: Ari Aster
แนว: สยองขวัญ / จิตวิทยา / ครอบครัว
ครอบครัว Graham ต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อคุณยายของบ้านเสียชีวิต ทว่าหลังจากนั้น ความลับมืดที่ถูกซ่อนมานานก็ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา พร้อมกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกาะกินสภาพจิตใจของทุกคนในบ้านอย่างช้า ๆ
ความสยองในเรื่องนี้ไม่ได้มาจากผีที่โผล่มาหลอกแบบตรงไปตรงมา แต่มาจากบรรยากาศไม่ไว้วางใจ ความตึงเครียดในครอบครัว และอดีตที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง Hereditary เป็นหนังที่ จบแล้วแต่ความหลอนยังคงตามมาหลอกในหัวแบบยาว ๆ

คืน Halloween ปีนี้ จะกล้าดูสักกี่เรื่อง?
10 เรื่องนี้เรียงกันดูทั้งคืนได้สบาย ถ้าใจคุณแข็งพอพอที่จะรับทั้งผี ไล่ผี ปีศาจ จิตวิทยา และซอมบี้ในราตรีเดียว
ถ้าอยาก:
หลอนแบบคลาสสิก: The Exorcist, The Ring, The Conjuring
หลอนแบบใช้สมองและเล่นกับจิตใจ: The Others, The Babadook, Hereditary
ลุ้นเอาชีวิตรอดมัน ๆ: Paranormal Activity, Insidious, Train to Busan, It
ปิดไฟให้หมด เหลือแค่แสงจากหน้าจอ แล้วปล่อยให้โลกวิญญาณบุกห้องคุณเองในคืนนี้ กล้าดูคนเดียวหรือเปล่า… นั่นอีกเรื่องหนึ่ง

