ทำไมผิวเรายังแห้ง ทั้งที่อยู่ในประเทศร้อนชื้น?
ถึงจะอยู่ในประเทศเขตร้อนชื้นอย่างมาเลเซียหรือบ้านเราเอง แต่ปัญหา ผิวแห้งจากการสูญเสียน้ำผ่านผิว (TEWL) ก็ยังเป็นเรื่องจริงที่หลายคนต้องเจอ
แอร์แรงๆ แดดจัดๆ และการใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป ล้วนทำให้เกราะป้องกันผิวต้องทำงานหนัก ผิวเลยต้องการความชุ่มชื้นที่ เบาสบาย ไม่เหนียว และไม่อุดตันรูขุมขน
ท่ามกลางสารดังๆ อย่างเรตินอล ไนอะซินาไมด์ หรือวิตามินซี มีอยู่หนึ่งส่วนผสมที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่แอบอยู่ในเซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์ดีๆ จำนวนมาก นั่นคือ บิวทิลีนไกลคอล (Butylene Glycol)
มันไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่มักเป็น ฮีโร่เงียบ ที่ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์ลื่นสบายผิว ซึมดี และทำให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
บทความนี้จะพาไปดูว่า บิวทิลีนไกลคอลคืออะไร ดีต่อผิวอย่างไร ปลอดภัยแค่ไหน และจะเอามันมาใส่ในรูทีนยังไงให้ผิวชุ่มน้ำแบบไม่มันและไม่เหนอะ
บิวทิลีนไกลคอลคืออะไร?
บิวทิลีนไกลคอลเป็น ของเหลวใส ไม่มีกลิ่น อยู่ในกลุ่มไดออล (แอลกอฮอล์ที่มีหมู่ไฮดรอกซิลสองตำแหน่ง)
สามารถผลิตได้จากผลพลอยได้ของปิโตรเลียม
หรือจาก การหมักอ้อย/ข้าวโพด ซึ่งกำลังเป็นตัวเลือกยอดนิยมของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
ชื่อที่มักเจอใน INCI
1,3-บิวเทนไดออล
หรือ 1,4-บิวเทนไดออล
หน้าที่หลักในสกินแคร์
เป็น ตัวเพิ่มความชุ่มชื้น (humectant)
เป็น ตัวทำละลาย (solvent)
เป็น ตัวช่วยปรับเนื้อสัมผัส (texture enhancer)
มันช่วยให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ กระจายตัวในสูตรได้ดี เนื้อสัมผัสลื่น เกลี่ยง่าย และไม่เหนียวหนึบ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนรู้สึกว่าเซรั่มบางตัว “ลื่นละมุน” กว่าอีกตัว ทั้งที่มีสารออกฤทธิ์คล้ายกัน
เคมีง่ายๆ ของบิวทิลีนไกลคอล (แต่สำคัญต่อผิวมาก)
สูตรโมเลกุล: C₄H₁₀O₂
น้ำหนักโมเลกุล: 90.12 กรัม/โมล
ละลายน้ำได้ 100%: ให้สัมผัสเบา ไม่หนักผิว
คุณสมบัติแอมฟิฟิลิก: ทำงานได้ดีกับทั้งเฟสน้ำและน้ำมัน จึงช่วยให้สูตรอิมัลชันต่างๆ เสถียรขึ้น
จุดเดือด: ประมาณ 207 °C (ทนทานในการผลิตขั้นอุตสาหกรรม)
การจับกับผิว: ล้างออกง่าย แต่ยังเกาะกับชั้นหนังกำพร้าได้ดีพอ ที่จะช่วยพาน้ำและความชุ่มชื้นไปไว้ที่ผิวชั้นนอกอย่างมีประสิทธิภาพ
หลายสูตรจะใช้ โพรพิลีนไกลคอล คู่กัน ซึ่งมีเคมีคล้ายกันและราคาย่อมเยา แต่บิวทิลีนไกลคอลมักถูกเลือกเมื่อแบรนด์ต้องการ
ความรู้สึกที่ อ่อนโยนต่อผิวมากกว่า
เนื้อสัมผัสที่ ลื่น นุ่ม และพรีเมียมกว่า
บิวทิลีนไกลคอลช่วยผิวคุณอย่างไร?
1. ดึงน้ำเข้าผิวและช่วยล็อกความชุ่มชื้น
บิวทิลีนไกลคอลเป็น สารดูดความชื้นสายสั้น (short-chain humectant) ที่ช่วยดึงความชื้นจากอากาศและจากผลิตภัณฑ์เข้าสู่ผิว เพื่อให้ผิวดูอิ่มน้ำขึ้น
งานวิจัยพบว่า สูตรที่มีบิวทิลีนไกลคอลสามารถ
เพิ่มระดับความชุ่มชื้นของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว (TEWL) ได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงหลังทา
2. ช่วยให้สารออกฤทธิ์ซึมลึกขึ้น (แต่ยังสุภาพกับผิว)
บิวทิลีนไกลคอลสามารถรบกวนการเรียงตัวของไขมันในชั้นหนังกำพร้า แบบอ่อนโยนและ reversible ทำให้สารสำคัญอื่นๆ ผ่านชั้นผิวได้ดีขึ้น เช่น
เปปไทด์
กรดอะซีลาอิก
กรดทรานซามิก
ผลคือ สารพวกนี้ ซึมถึงชั้นผิวที่ยังมีชีวิตได้ดีขึ้น ทำให้เห็นผลเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ในเปอร์เซ็นต์สูงจนน่าระคายเคือง
3. ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์ลื่น นุ่ม น่าใช้
ด้วยความที่ช่วยลดความหนืดในสูตรโดยไม่ทำให้ไม่เสถียร
เซรั่มจะรู้สึก ลื่นเหมือนใยไหม
ครีมจะให้ความรู้สึก เบากว่า ไม่หนักหน้า
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนติดใจเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังคือบิวทิลีนไกลคอล
4 ไฮไลต์หลักของบิวทิลีนไกลคอลในสกินแคร์
ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน โดยไม่หนักหรือมันเยิ้ม
ต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์แนวเคลือบผิวหนาๆ ที่อาจรู้สึกมัน ในอากาศร้อนชื้น บิวทิลีนไกลคอลให้ความชุ่มชื้นแบบเบา ไม่อุดตัน และไม่รู้สึกเหนอะหนะช่วยให้สารออกฤทธิ์ดูดซึมและทำงานได้ดีขึ้น
วิตามินซี อาร์บูติน และ PHA มักทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเมื่อมีบิวทิลีนไกลคอลอยู่ในสูตร ทำให้สามารถใช้ในความเข้มข้นที่ไม่สูงเกินไป เหมาะกับผิวบอบบางหรือผิวหลังหัตถการช่วยให้สูตรคงตัวนานขึ้น
การกักเก็บน้ำในอิมัลชันช่วยป้องกันการแยกชั้นและการระเหย ทำให้เซรั่มและครีมยังรู้สึกสดใหม่ แม้เปิดใช้มาแล้วสักพักมีประวัติไม่ค่อยก่อให้เกิดการแพ้
คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบส่วนผสมเครื่องสำอาง (CIR) จัดให้บิวทิลีนไกลคอลเป็นสารที่ปลอดภัยในความเข้มข้นสูงได้ในผลิตภัณฑ์แบบ leave-on ที่ใช้ซ้ำเป็นประจำ
ผลข้างเคียง: ผิวแพ้ง่ายต้องระวังตรงไหน?
โดยภาพรวม บิวทิลีนไกลคอลถือว่า เป็นมิตรกับผิว แม้ในคนที่เพิ่งทำเลเซอร์หรือหัตถการมา แต่ก็ยังมีรายละเอียดที่ควรรู้
โดยทั่วไปทนได้ดี
ใช้ได้แม้ในผิวที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์แบบเศษส่วนหรือการลอกผิวอ่อนๆ (ถ้าแพทย์อนุญาต)อาจมีอาการยุบยิบเล็กน้อย
ถ้าทาลงบนบริเวณที่เกราะป้องกันผิวถูกทำลายมาก หรือมีสารระคายเคืองตัวอื่นอยู่ในสูตรร่วมด้วย จึงควรเช็ก INCI ทั้งสูตร ไม่โทษบิวทิลีนไกลคอลอย่างเดียวโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (contact dermatitis) พบได้น้อยมาก
และหลายเคสเชื่อมโยงกับน้ำหอมเข้มข้นในสูตรเดียวกัน มากกว่าจะมาจากบิวทิลีนไกลคอลโดยตรงการทดสอบแพตช์คือทางเลือกที่ปลอดภัย
ถ้าคุณเป็นคนผิวแพ้ง่ายจริงๆ ให้ลองทาผลิตภัณฑ์ปริมาณเท่าเมล็ดข้าวหลังใบหู 48 ชั่วโมงก่อนใช้ทั้งหน้า
แล้วมันปลอดภัยจริงไหม?
ข้อมูลจากการใช้งานหลายสิบปี รวมถึงการทดสอบการแพ้ซ้ำในอาสาสมัครจำนวนมาก ชี้ไปในทางเดียวกันว่า บิวทิลีนไกลคอลไม่ใช่สารที่ก่อให้เกิดการแพ้ง่ายโดยตัวมันเอง
การทบทวนล่าสุดของคณะกรรมการ CIR ในปี 2024 ยังยืนยันว่า
ใช้ได้อย่างปลอดภัยในสูตรทั้งแบบล้างออกและไม่ล้างออก
ใช้ได้ในทุกช่วงอายุ เมื่ออยู่ในความเข้มข้นตามที่ผู้ผลิตกำหนดในกรอบความปลอดภัย

วิธีใช้บิวทิลีนไกลคอลในรูทีนแบบไม่งง
ข้อดีคือ บิวทิลีนไกลคอลมักอยู่ ในสูตร อยู่แล้ว ไม่ค่อยมีใครซื้อเป็นสารเดี่ยวๆ มาทาหน้า ดังนั้นสิ่งที่เราต้องรู้คือมันอยู่ในผลิตภัณฑ์หมวดไหนบ้าง และควรใช้ยังไงให้ได้ประโยชน์สุด
1. เซรั่ม (Serums)
เซรั่มให้ความชุ่มชื้นจำนวนมากจะมีบิวทิลีนไกลคอลอยู่ใน 5 อันดับแรก ของ INCI เพื่อดึงน้ำและช่วยพาสารออกฤทธิ์เข้าสู่ผิว
ใช้หลังล้างหน้า บนผิวที่ยังหมาดๆ เล็กน้อย
ช่วยให้ผิวดูอิ่มและรับมอยส์เจอไรเซอร์ต่อได้ดีขึ้น
2. มอยส์เจอไรเซอร์
เพราะเป็นสารที่ ชอบน้ำ จึงเข้าคู่ได้ดีมากกับสารเคลือบผิวอย่าง
สควาเลน
เซราไมด์
จับคู่กันแล้วจะช่วย “ล็อกความชุ่มชื้น” ในผิวได้ดีเป็นพิเศษ เหมาะมากสำหรับคนที่นอนห้องแอร์หรืออยู่ในออฟฟิศทั้งวัน
3. โทนเนอร์และเอสเซนส์
โทนเนอร์และเอสเซนส์ที่ให้ฟีลแบบ “ชุ่มน้ำแต่ไม่เหนอะ” สไตล์ K-beauty มักอาศัยคุณสมบัติการลื่นและการกักน้ำของบิวทิลีนไกลคอลเป็นตัวช่วยสำคัญ
4. แผ่นมาสก์ชีท
บิวทิลีนไกลคอลช่วยให้เนื้อผ้าของแผ่นมาสก์
ชุ่มเอสเซนส์ได้ดีขึ้น
ไม่แห้งระหว่างแปะบนหน้า
ทำให้เวลาแปะมาสก์ 10–20 นาที ผิวยังได้รับความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง
5. ครีมกันแดด
ในสูตรกันแดดสมัยใหม่ โดยเฉพาะแบบ hybrid หรือ chemical filters หลายตัวละลายและกระจายตัวได้ดีขึ้นเมื่อมีบิวทิลีนไกลคอล
ผลลัพธ์คือ
เนื้อกันแดด ไม่เป็นคราบขาวง่าย
ลดโอกาสเกิดคราบลอกเป็นขุยเวลาเกลี่ย
ข้อดีอีกอย่าง คือ มันเข้ากันได้กับสารเกือบทุกประเภท จึง
ใช้ก่อนหรือหลังกรดผลัดเซลล์ผิวได้
ใช้คู่เรตินอยด์ เปปไทด์ หรือวิตามินซีได้ โดยไม่ต้องจัดลำดับซับซ้อนมาก
ใครเหมาะกับบิวทิลีนไกลคอลที่สุด?
จริงๆ แล้วเป็นส่วนผสมที่ ใช้ได้แทบทุกคน แต่จะเด่นเป็นพิเศษในกลุ่มต่อไปนี้
ทุกสภาพผิว: ตั้งแต่ผิวมัน เป็นสิวง่ายของวัยรุ่น ไปจนถึงผิวแห้งและบางของวัยผู้ใหญ่
คนที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอหรือเพิ่งผ่านหัตถการ: เช่น หลังเลเซอร์ fractional หรือหลังการลอกผิวด้วยสารเคมีอย่างอ่อน ต้องการความชุ่มชื้นที่ไม่อุดตัน
สาย active จัดเต็ม: คนที่ใช้สารออกฤทธิ์แรงๆ หลายตัว แต่ยังอยากได้เนื้อครีมที่ ไม่หนัก ไม่เหนอะ และช่วยพาสารเหล่านั้นซึมลึกขึ้นโดยไม่เพิ่มการระคายเคืองเกินจำเป็น
ถ้าคุณหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากปิโตรเลียม ก็มีตัวเลือกเป็น บิวทิลีนไกลคอลที่ได้จากการหมักอ้อยหรือข้าวโพด (bio-based) ให้เลือกเช่นกัน
ในระดับอุตสาหกรรม ปัจจุบันบิวทิลีนไกลคอลแบบชีวภาพคิดเป็นมากกว่า 20% ของอุปทานทั่วโลก และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สรุป: ฮีโร่เงียบของผิวชุ่มชื้นแบบไม่เหนอะ
บิวทิลีนไกลคอลอาจไม่ได้ถูกปาดขึ้นหน้ากล่องเป็นสารไฮไลต์ แต่เบื้องหลังแล้วมันคือส่วนหนึ่งที่ทำให้สกินแคร์ยุคใหม่
เนื้อสัมผัสลื่น นุ่ม หรูหรา
ให้ความชุ่มชื้นแบบ บางเบาแต่เอาอยู่
ช่วยให้สารออกฤทธิ์ซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น
ลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว โดยไม่ทำให้รู้สึกหนักหรือเหนียว
สำหรับประเทศที่ร้อนชื้น มีแอร์ มีแดดจัดอย่างมาเลเซียหรือไทย การมีตัวช่วยแบบนี้ในรูทีนถือว่า “คุ้มพื้นที่บนโต๊ะเครื่องแป้ง” มาก
มันผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างยาวนาน ใช้ได้ทุกวัน และทำหน้าที่แบบเงียบๆ ให้ผิวคุณทั้ง ชุ่ม มีบาลานซ์ และพร้อมรับสารบำรุงอื่นๆ ได้เต็มที่
ครั้งหน้าถ้าหยิบขวดเซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์ขึ้นมา ลองพลิกไปดู INCI ถ้าเจอคำว่า Butylene Glycol อยู่ด้านบนๆ ของลิสต์ นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผิวคุณรู้สึกดีโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้

