ปูม้าอ่าวไทย: จากงานอนุรักษ์ สู่เมนูเด็ดปลุกท้องเที่ยว
ตำรับอาหารจากปูม้าทะเลอ่าวไทย (วลัยลักษณ์) เป็นตัวอย่างชัด ๆ ของการเอางานวิจัยมาปั้นต่อยอดให้กลายเป็นทั้งเมนูอร่อยและเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น
โครงการนี้ต่อยอดมาจากการทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 ภายใต้โครงการธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำไปสู่การสร้างสรรค์ตำรับอาหารปูม้าจากทะเลอ่าวไทย (วลัยลักษณ์) ในฐานะงานวิจัยใหม่ ภายใต้ชื่อ “โครงการวิจัยการพัฒนาตำรับปูม้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อยกระดับพื้นที่เดิม จังหวัดนครศรีธรรมราช และต่อยอดพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน”
เบื้องหลังคือทีมวิจัยที่ขับเคลื่อนโดยคณาจารย์จากศูนย์บริการวิชาการและสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ไม่ได้มองปูม้าแค่เป็นวัตถุดิบ แต่เป็น “ทุนวัฒนธรรมอาหาร” ของชุมชนชายฝั่งที่ต้องได้รับการต่อยอดอย่างจริงจัง
เป้าหมายของโครงการ: ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ
โครงการพัฒนาตำรับอาหารจากปูม้าไม่ได้มองแค่ความอร่อยของเมนูในจาน แต่ตั้งใจออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งทะเล ชุมชน และการท่องเที่ยว
วัตถุประสงค์หลักของโครงการมีทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ดังนี้
รองรับการขยายผลโครงการ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ให้ปูม้ามีมูลค่าเพิ่มต่อเนื่องและยั่งยืน ไม่ใช่แค่จับมาขายวัตถุดิบสด
คิดค้น คัดสรร และดัดแปลงตำรับอาหารพื้นถิ่นให้เหมาะกับยุคใหม่ แต่ยังคงรากเหง้าวัฒนธรรมเดิม
ผลิตตำรับอาหารจากปูม้าที่มีมาตรฐานทั้งด้านรสชาติและรูปลักษณ์ ดูดีทั้งบนโต๊ะอาหารและในการนำเสนอเชิงธุรกิจ
ยกระดับอาหารท้องถิ่นให้กลายเป็น “อาหารอัตลักษณ์ประจำชุมชน” พร้อมต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และรองรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น ทัวร์ชุมชน เวิร์กช็อปทำอาหาร หรือเมนูพิเศษของร้านอาหารในพื้นที่
เส้นทางการวิจัย: ปูม้าในสองระยะสำคัญ
ระยะที่ 1: ปูม้าพื้นถิ่นนครศรีธรรมราช (ปี 2563)
ปี 2563 โครงการวิจัยตำรับอาหารจากปูม้า BCG (วช. มวล.) เริ่มต้นจากการหยิบ “ปูม้า” ขึ้นมาเป็นพระเอก แล้วถามใหม่ว่า เราจะทำให้ปูม้ามีมูลค่ามากกว่าการขายกิโลยังไง
งานวิจัยมุ่งพัฒนาตำรับอาหารจากปูม้า เพื่อส่งเสริมการบริโภคและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชน โดยลงพื้นที่ค้นหาอัตลักษณ์เมนูพื้นถิ่นจากปูม้าในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 8 แห่ง เช่น
ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและประมงชายฝั่ง บ้านในถุ้ง (ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา)
ธนาคารปูม้า แพเพชรปิยะ (ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา)
ธนาคารปูม้า บ้านแหลม (ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา)
ธนาคารปูม้า บ้านเขาออก (ต.ท้องเนียน อ.ขนอม)
ธนาคารปูม้า บ้านฝายท่า (ต.ทุ่งใส อ.สิชล)
ธนาคารปูม้า บ้านปากพญา (ต.ท่าซัก อ.เมืองนครศรีธรรมราช)
ธนาคารปูม้า บ้านท่าพยา (ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง)
ธนาคารปูม้า บ้านหนองหงส์ (ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร)
ผลลัพธ์คือได้ชุดตำรับอาหารพื้นถิ่นจากปูม้าที่สะท้อนตัวตนของแต่ละชุมชน และพร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงธุรกิจอาหารและท่องเที่ยว
ระยะที่ 2: ปูม้า สมุย–พะงัน สู่เมนูอัตลักษณ์ (ปี 2564–2565)
ช่วงปี 2564–2565 งานวิจัยเดินทางต่อไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ภายใต้แนวคิด “ตำรับอาหารอัตลักษณ์ปูม้า สมุย–พะงัน”
โครงการยังคงยืนอยู่บนฐานของการส่งเสริมการบริโภคปูม้าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบท้องถิ่นและเรื่องราวของวิถีประมงชายฝั่งควบคู่กันไป
ผลคือเกิดชุดเมนูปูม้าในมิติใหม่ ที่พร้อมเป็นได้ทั้งเมนูร้านอาหารท้องถิ่น เมนูต้อนรับนักท่องเที่ยว และเนื้อหาสำหรับใช้ในการเรียนการสอนด้านการจัดการอาหาร
จากงานวิจัยสู่ตำราเรียน: ห้องเรียนที่หอมกลิ่นแกงปู
หนึ่งในความน่าสนใจของโครงการนี้คือการไม่ปล่อยให้งานวิจัยจบอยู่ในรายงาน แต่ดึงเข้าห้องเรียนให้นักศึกษาได้ลงมือสร้างเมนูจริง
ตำรับอาหารจากปูม้าถูกนำไปใช้ในรายวิชา THB60-252 การจัดการอาหารไทยและอาหารท้องถิ่น (Thai Cuisine and Local Cuisine Management) ในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาอุตสาหกรรมการบริการ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ในรายวิชานี้ นักศึกษาจะได้เรียนครบทั้งมิติของวัฒนธรรมและทักษะการลงมือทำ เช่น
ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการอาหารไทย
ประเภทอาหารไทย เครื่องมือและอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร
กระบวนการปรุงอาหารไทย คำศัพท์เฉพาะด้านอาหารไทย
สมุนไพรและเครื่องเทศไทย
การฝึกปฏิบัติ รวมถึงเทคนิคการเตรียมและปรุงอาหารไทยประเภทต่าง ๆ
ศิลปะการจัดและนำเสนออาหาร ทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย
การศึกษาภาคสนามและการทำโครงงานวัตถุดิบท้องถิ่น
โจทย์สำคัญของโครงงานคือ: ให้ “ปูม้าทะเลอ่าวไทย” กลายเป็นหัวใจของสำรับอาหาร ที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหารไทยพื้นบ้านภาคใต้
นักศึกษาต้องศึกษาและพัฒนาในหลายมิติ เช่น
ศึกษาความสำคัญและประวัติของปูม้าทะเลอ่าวไทย รวมถึงวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบท้องถิ่นภาคใต้ที่เกี่ยวข้อง
พัฒนาตำรับอาหารไทยและอาหารไทยท้องถิ่น โดยใช้ปูม้าเป็นพระเอกของจาน
สร้างสำรับอาหารไทย 1 สำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์อาหารไทยพื้นบ้าน
วางสำรับสำหรับ 4 คน มีอาหาร 6 จานขึ้นไป เลือกธีม (Theme) ตามความสนใจของแต่ละกลุ่ม โดยจัดสำรับให้ถูกต้องตามหลักสำรับไทย
องค์ประกอบสำรับประกอบด้วย
แกง
น้ำพริกและเครื่องจิ้ม
ยำ / ลาบ / พล่า
ของแนม
ข้าว
ของหวาน
อาหารจานเดียว
ไม่หมดเท่านี้ ยังมีโจทย์ “ปูม้าทะเลอ่าวไทยสู่อาหารโลก – Modern Blue Crab Cuisine to the World” ที่ผลักให้นักศึกษาคิดเมนูอาหารไทยร่วมสมัยโดยใช้วัตถุดิบพื้นบ้านภาคใต้ แต่จัดจานสไตล์ยุโรป ทว่าต้องยังคงเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ พร้อมเพิ่มมูลค่าผ่านเทคนิคและการนำเสนออย่างประณีต




ห้องเรียนปูม้า: เมื่อเมนูคือสนามซ้อมของคนรุ่นใหม่
ในห้องเรียน “อาหารจากปูม้า” นักศึกษาหลายกลุ่มต่างออกแบบสำรับและเมนูของตัวเอง โดยหยิบปูม้ามาเล่นในธีมที่หลากหลาย ทั้งแนวพื้นบ้าน แนวฟิวชัน และแนวร่วมสมัย
แม้ในเนื้อหาดั้งเดิมจะมีการอ้างอิงลิงก์ผลงานของแต่ละคน แต่สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ คือแนวคิดเบื้องหลังเมนูเหล่านั้น ที่ล้วนใช้ปูม้าเป็นตัวเชื่อมระหว่างทะเลอ่าวไทย วัตถุดิบท้องถิ่น และเรื่องเล่าของชุมชน
เมนูสำรับของนักศึกษา ครอบคลุมครบทั้ง
แกงรสเข้มข้นที่จัดจ้านสไตล์ใต้
น้ำพริกปูม้าและเครื่องจิ้มกินแนมผักพื้นบ้าน
ยำ ลาบ พล่าที่ดึงความสดของปูม้าออกมาอย่างเต็มที่
ของแนม ข้าว และของหวานที่ช่วยสมดุลสำรับ
อาหารจานเดียวที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว
เมนูไฮไลท์: แกงคั่วปูม้าใบชะพลู เมนูที่บ้านใต้ต้องมี


หนึ่งในเมนูที่โดดเด่นจากชุดตำรับคือ “แกงคั่วปูม้าใส่ใบชะพลู” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสำรับ “ล่องธาราในถิ่นใต้”
แกงคั่วจานนี้เป็นแกงกะทิสไตล์ไทยแท้ ใช้เครื่องแกงคั่วเข้มข้น ใส่ใบชะพลูหอม ๆ และปูม้าสดจากทะเลอ่าวไทย
เคล็ดลับรสชาติของแกงคั่วที่ดีคือ
ต้องมีรสเผ็ด เค็ม มัน
ตัดด้วยหวานเล็กน้อย
ทั้งหมดต้องกลมกล่อมไม่โดดรส
ตำรับนี้เหมาะมากทั้งกับการกินคู่ขนมจีน หรือข้าวสวยร้อน ๆ ก็ฟินไม่แพ้กัน
อีกหนึ่งเมนูที่ถูกพูดถึงคือ “แกงเขียวหวานปูม้า” ที่เอารสคลาสสิกของแกงเขียวหวานมาผสานกับความหอมหวานของเนื้อปูม้า เป็นเมนูที่กินกับขนมจีนก็เข้ากันแบบไม่ต้องสงสัย
เมื่อปูม้ากลายเป็นจุดขายของเมืองและชุมชน
ปลายทางของโครงการวิจัยนี้ไม่ได้จบแค่การมีตำรับอาหารสวย ๆ ในเล่ม แต่เชื่อมโยงไปถึงการยกระดับชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
ผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นคือ
ได้ตำรับอาหารจากปูม้าที่มีมาตรฐาน รสชาติดี รูปลักษณ์สวยงาม พร้อมใช้ในร้านอาหาร โรงแรม หรือกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว
ช่วยขยายมุมมองการใช้ปูม้า เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดแค่เมนูพื้นฐาน
สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับอาหารท้องถิ่น ให้กลายเป็น “เมนูอัตลักษณ์” ของชุมชนชายฝั่งทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย–เกาะพะงัน)
เปิดโอกาสต่อยอดสู่ธุรกิจร้านอาหารชุมชน สินค้าอาหารแปรรูป และโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร
ในมุมของการศึกษา งานวิจัยนี้ยังถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเต็มตัว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มุ่งเป็นสถาบัน “เป็นหลักในถิ่น” ใช้องค์ความรู้ช่วยขับเคลื่อนพื้นที่ที่ตัวเองตั้งอยู่
ปูม้า x ท่องเที่ยวสายกิน: โอกาสที่รอคนลงมือจริง


สำหรับสายเที่ยวสายกิน ปูม้าอ่าวไทยไม่ใช่แค่เมนูที่ต้องไปลอง แต่กำลังกลายเป็น “เรื่องเล่า” ที่ผูกโยงทะเล ธนาคารปูม้า งานวิจัย นักศึกษา และชุมชนเข้าด้วยกัน
ใครที่กำลังมองหาไอเดียทริปใหม่ ๆ ในภาคใต้ ลองมองปูม้าให้ไกลกว่าตลาดสด แล้วตามรอยตำรับปูม้าอัตลักษณ์เหล่านี้ ทั้งในรูปแบบเมนูชุมชน ร้านอาหารท้องถิ่น หรือเวิร์กช็อปทำอาหารที่เชื่อมกับเรื่องราวของธนาคารปูม้า
เพราะในหนึ่งจานแกงปูม้า มันไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือเรื่องของทะเล ชีวิตคนชายฝั่ง และอนาคตของอาหารไทยบนเวทีโลก

