รับแอปรับแอป

สายเดินป่าเตรียมตัว! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเดินหน้าเต็มสูบ ลุยพัฒนาท่องเที่ยว–รักษ์ป่าไปพร้อมกัน

ศุภชัย แก้วใจ01-30

ภูกระดึงกำลังจะเปลี่ยนประสบการณ์ขึ้นภูแบบใหม่

โครงการ กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังแล้ว ไม่ได้เป็นแค่ข่าวลือในหมู่สายเดินป่าอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงการใหญ่ระดับชาติ ที่ต้องบาลานซ์ให้ได้ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมกัน

เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ คือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและหน่วยงานดูแลผืนป่าของประเทศ ที่จับมือกันวางอนาคตใหม่ให้ภูกระดึงอย่างเป็นระบบ

แก่นคิดของโครงการ: ท่องเที่ยวเพื่อทุกคน ไม่ทิ้งธรรมชาติไว้ข้างหลัง

หัวใจของโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงอยู่ภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” หรือการทำให้คนทุกกลุ่มสามารถสัมผัสความงามของภูกระดึงได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่แลกมาด้วยการทำร้ายธรรมชาติ

แนวทางหลักคือ

  • เปิดโอกาสให้คนที่ขึ้นเดินไม่ไหว ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีข้อจำกัดด้านร่างกาย ได้มีโอกาสเห็นเสน่ห์ของภูกระดึง

  • วางระบบการจัดการท่องเที่ยวให้ไปต่อได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ทำกระเช้าขึ้นมาแล้วจบ

  • ยึดมาตรฐานการบริหารจัดการแบบสากล ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว

MOU สองฉบับ ที่จะกำหนดทิศทางอนาคตภูกระดึง

การเดินหน้าโครงการนี้ไม่ได้มาจากแค่ไอเดียสวยหรู แต่ถูกวางด้วยกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ผ่านบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันจำนวน 2 ฉบับ ที่ถือเป็นโครงหลักของการพัฒนา

MOU ฉบับที่ 1 เน้นเรื่องพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

  • ร่วมกันวางแผน บริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่พิเศษในเขตอุทยาน

  • โฟกัสพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับแนวเส้นทางและระบบของกระเช้าไฟฟ้า

  • เชื่อมการทำงานของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวกับหน่วยงานที่ดูแลป่าให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

MOU ฉบับที่ 2 ขยายมุมมองออกไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง

  • ศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ ภูกระดึงและในเขตพื้นที่พิเศษอื่น ๆ

  • ตั้งเป้ายกระดับแหล่งเที่ยวในประเทศ ให้มีศักยภาพทั้งด้านรายได้และการอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กัน

  • นำข้อมูล วิชาการ และงานวิจัยมาใช้กำหนดแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ตัดสินใจจากความรู้สึกอย่างเดียว

กระเช้าไฟฟ้า: ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือสัญลักษณ์ของสมดุลใหม่

สิ่งที่ถูกย้ำชัดคือ โครงการนี้จะไม่เดินหน้าโดยปิดหูปิดตาคนในพื้นที่หรือกลุ่มอนุรักษ์ ตรงกันข้าม ทุกเสียงถูกมองเป็น “พลังร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา”

แนวคิดสำคัญของการสร้างกระเช้าไฟฟ้าที่ภูกระดึง คือ

  • ต้องเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เปิดรับนักท่องเที่ยวแล้วรายได้กระจุกตัว

  • ใช้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน นักอนุรักษ์ นักเดินป่า และผู้เชี่ยวชาญ

  • มองกระเช้าไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่เป็น สัญลักษณ์ของความร่วมมือ ความรับผิดชอบ และการพัฒนาแบบสมดุล

บทบาทของกรมอุทยาน: เน้นอนุรักษ์เป็นตัวตั้ง

ฝ่ายพื้นที่ป่าไม่ได้หายไปไหน แต่เดินอยู่แถวหน้าในการกำกับทิศทางโครงการ เพราะต้องคุมให้ ผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

สิ่งที่ถูกวางหลักไว้คือ

  • ทุกขั้นตอนต้องยึดหลักการอนุรักษ์เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด

  • การบริหารจัดการการท่องเที่ยวต้องเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ไม่ให้เกินรับไหว

  • กรมอุทยานฯ จะเป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูล วิชาการ และการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านอนุรักษ์อย่างเข้มงวด

  • มีมุมมองระยะยาวว่า ผลประโยชน์ที่แท้จริงต้องตกกับประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่แค่กำไรระยะสั้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดขยายผลความร่วมมือไปยังพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ ที่เหมาะสม แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และยึดความยั่งยืนของทรัพยากรเป็นหลัก

ไทม์ไลน์คร่าว ๆ ของโครงการกระเช้าภูกระดึง

สำหรับสายเที่ยวที่เริ่มคิดแล้วว่า “แล้วเราจะได้นั่งกระเช้าเมื่อไหร่?” โครงการนี้มีกรอบเวลาคร่าว ๆ วางไว้แล้ว ดังนี้

  • อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด และออกแบบโครงสร้างเชิงวิศวกรรมของระบบกระเช้า

  • จัดทำรายงาน EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

  • เป้าหมายคือเสนอ EIA เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติภายในช่วงกลางปีตามแผนที่วางไว้

  • มีการกำหนดช่วงเวลาสำหรับ การปักหมุดเสาต้นแรกของกระเช้า หลังผ่านกระบวนการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมและด้านกฎหมายครบถ้วน

  • ตั้งเป้าเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ หากทุกอย่างเดินหน้าได้ตามแผน

ในมุมของสายเดินป่า: ภูกระดึงยุคใหม่ จะหน้าตาแบบไหน?

สำหรับคนที่รักการเดินขึ้นภูกระดึงแบบดั้งเดิม เสียงหอบ เหงื่อไหล และความภูมิใจเมื่อเหยียบหลังแปครั้งแรก ยังไม่มีอะไรบอกว่าเสน่ห์แบบนั้นจะหายไป

แต่สิ่งที่แน่ ๆ คือ ภูกระดึงกำลังเดินเข้าสู่ ยุคใหม่ของการจัดการท่องเที่ยว ที่ต้องตอบโจทย์ทั้ง

  • การเข้าถึงของคนกลุ่มใหม่ ๆ

  • ความห่วงใยต่อธรรมชาติในระยะยาว

  • บทบาทของชุมชนรอบ ๆ พื้นที่

สุดท้ายแล้ว โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงจะกลายเป็น “ตัวอย่างของการพัฒนาอย่างสมดุล” หรือ “ตัวอย่างของการเดินพลาด” นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าทุกภาคส่วนจะช่วยกันผลักดัน ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมมากแค่ไหน

แต่สำหรับสายเดินป่าและเทรคกิ้งคนไหนที่รักภูกระดึงอยู่แล้ว นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่น่าติดตามที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของภูแห่งนี้เลยก็ว่าได้