รับแอปรับแอป

แม่เหาะ: หมู่บ้านในนิทานที่สายรักป่าและช่างภาพห้ามพลาด

นราธิป ศรีจันทร์01-30

หนีร้อน หนีฝุ่น ไปหลบในหมู่บ้านในนิทาน

ในวันที่ทั้งประเทศร้อนระอุ ไฟป่าลุกลาม ฝุ่นควันปกคลุม โซเชี่ยลเต็มไปด้วยข่าวชวนท้อแท้ และผู้นำระดับประเทศไม่ได้ทำให้เรามีความหวังเท่าไร ยังมีที่หนึ่งที่รู้สึกเหมือนโอเอซิสทางใจ เป็น “หมู่บ้านในนิทาน” ที่มีอยู่จริงบนแผนที่ไทย

ที่นั่นคือ ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง สถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในวันที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์และผู้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเคารพและพึ่งพากันอย่างแท้จริง

อากาศเย็น เดือนเมษา และชีวิตที่เดินช้าลง

แม้จะเป็นเดือนเมษายน แต่ที่แม่เหาะ กลางวันเย็นสบาย กลางคืนหนาว 15–16 องศา อากาศใสสะอาด ไม่มีไฟป่า ไม่มีฝุ่นควันให้ต้องใส่หน้ากาก

ผู้คนที่นี่ รักและหวงแหนธรรมชาติ อยู่กับป่าอย่างเข้าใจ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง รักบ้านเกิด ข้าราชการหลายหน่วยงานก็ทุ่มเททำงานเพื่อให้ชุมชนอยู่ดีมีสุข ไม่ใช่แค่ในกระดาษ แต่เห็นได้ชัดในชีวิตจริงของผู้คน

แม่เหาะเหมือนโมเดลจำลองของเมืองไทยเมื่อ 40 ปีก่อน ป่าทึบ ฝนตกต้องตามฤดูกาล หน้าหนาวก็หนาวสมชื่อ ทุกอย่างยังทำงานตามธรรมชาติ ไม่ได้พังไปกับความโลภหรือการใช้ทรัพยากรเกินตัว

ทำไมแม่เหาะยังเขียวได้ขนาดนี้

สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากหลายพื้นที่คือ ชาวบ้านดูแลป่าของตัวเองต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน

  • พื้นที่ในตำบลเป็นป่าราว 70%

  • แทบทั้งหมดเป็น ป่าชุมชนที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลเอง

  • มีเพียงวนอุทยานของรัฐขนาดเล็กอยู่แค่ 2 แห่ง

นี่คือ ตัวอย่างจริง ที่ทำให้เห็นชัดว่า ผืนป่าที่สมบูรณ์ส่งผลต่ออากาศและคุณภาพชีวิตแบบจับต้องได้ ไม่ใช่แค่ทฤษฎีสวยๆ ในรายงาน

ดอยหัวสิง: จุดชมวิวที่ทำให้ลืมฝุ่นทั้งประเทศ

แค่ห่างจากชุมชนราว 2 กิโลเมตร คือ จุดชมวิวดอยหัวสิง มองออกไปเห็นผืนป่าของตำบลแม่เหาะที่ยังเขียวแน่น เต็มไปด้วยชีวิต อากาศใสแบบที่หลายเมืองใหญ่แทบไม่เหลือให้หายใจ

ในฤดูฝนและฤดูหนาว ที่นี่จะมี ทะเลหมอก ม้วนตัวคลออยู่บนยอดไม้และทิวเขา เป็นวิวที่ช่างภาพและสายชิลต้องยอมกดชัตเตอร์รัวๆ

เส้นทางเดินป่า 25 กิโลเมตรกลางป่าชุมชน

ผมได้มีโอกาสมาร่วมสำรวจเส้นทางเดินป่าที่แม่เหาะ เดินลึกเข้าไปในป่าชุมชนที่สมบูรณ์กว่า 25 กิโลเมตร ทุกก้าวคือการได้เห็นว่า ป่าที่ถูกดูแลอย่างเข้าใจหน้าตาเป็นยังไง

ระหว่างทางเราจะได้เห็น:

  • ไร่กาแฟ ที่ปลูกแทรกอยู่ในผืนป่าใกล้หมู่บ้าน แบบที่ต้นกาแฟอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้เคลียร์ป่าโล่งเป็นแปลง

  • แหล่งน้ำต้นทางที่มี ตาน้ำผุดขึ้นจากดิน น้ำใสจนอยากก้มดื่ม

  • พืชพรรณป่านานาชนิด ทั้งแบบสวยงามจนอยากหยุดถ่ายรูป และแบบกินอร่อยที่คนท้องถิ่นรู้จักดี

  • หลายช่วงของเส้นทางเหมือนเดินอยู่ใน ป่าโบราณ ต้นไม้ใหญ่คลุมด้วยมอสและเฟิร์นเป็นชั้นๆ

พอขึ้นถึงจุดชมวิวก็จะมองเห็นป่าเขียวชอุ่มได้รอบทิศ แบบ 360 องศาโดยไม่มีตึกหรือสายไฟมาบดบังสายตา

ที่นี่คือ จุดชมวิวดอยหม้อนึ่ง อีกหนึ่งมุมสูงที่มองเห็นแนวเขาสลับซับซ้อนและผืนป่าแบบเต็มตา

ฝนโปรย หมอกลอย วิวละลายใจสายช่างภาพ

บ่ายวันหนึ่งระหว่างเดินอยู่ในป่า เราได้เจอฝนโปรยเบาๆ พอฝนหยุดไม่นาน หมอกและไอน้ำก็ลอยตัวขึ้นจากผืนป่า เคลื่อนตัวทาบไปตามแนวเขา เกิดเป็นภาพที่งดงามแบบไม่ต้องแต่งฟิลเตอร์เพิ่ม

ดอกไม้ป่าอยู่ด้านหน้า ทิวเขาเขียวด้านหลัง หมอกบางๆ คลออยู่ระหว่างชั้นภูเขา เป็นวิวที่ ให้อารมณ์เหมือนโปสการ์ดมีชีวิต และเป็นมุมเด็ดสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ landscape

กลางเมษาแต่ต้องผิงไฟ

กลางเดือนเมษายน ที่อื่นเหงื่อไหลตั้งแต่เดินออกจากห้องนอน แต่ที่แค้มป์ในแม่เหาะ เราต้อง ก่อกองไฟผิงกันทั้งคืน

ถึงจะใช้ถุงนอนดีแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่าความหนาวแทรกเข้ามาได้ ถ้าเป็นหน้าหนาวจริงๆ ชาวบ้านบอกว่า อุณหภูมิลดลงติดลบ -2 องศา เป็นเรื่องปกติ

สำหรับสายแค้มป์ สายหนีร้อน หรือคนที่อยากรู้ว่าหนาวแท้ๆ ที่ไม่ใช่แอร์มันเป็นยังไง แม่เหาะคือคำตอบชัดเจน

ผู้นำชุมชนที่รักป่ามากกว่าคำพูด

การสำรวจครั้งนี้นำโดย กำนันประเสริฐ ใสสะอาด คนท้องถิ่นที่รักป่า ภูมิใจในบ้านเกิด และตั้งใจอยากให้คนในชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยไม่ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุด นั่นคือป่าของแม่เหาะ

ระหว่างเดิน เขาและชาวบ้านเล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจว่า พวกเขาแบ่งการจัดการป่าออกเป็น 3 เขตหลักๆ คือ

  • ป่าบวช: เขตศักดิ์สิทธิ์ ห้ามใช้ประโยชน์ เป็นเหมือนป่าที่ทุกคนให้ความเคารพ

  • เขตอนุรักษ์: เน้นดูแลรักษา เน้นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

  • ป่าใช้สอย: พื้นที่ที่ชุมชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ใช้แบบรู้ขอบเขต

เมื่อชุมชนได้รับประโยชน์จากป่าอย่างเป็นธรรม ทุกคนจึงกลายเป็น “ผู้พิทักษ์ป่า” แบบอัตโนมัติ ถ้าเกิดไฟป่าที่ไหน จะมีชาวบ้านนับร้อยออกมาช่วยกันดับไฟ โดยไม่ต้องมีใครจ้าง นี่คือพลังของชุมชนที่เข้าใจคุณค่าของป่าจริงๆ

ป่าบวชและป่าต้นน้ำที่ยังใสทั้งปี

ป่าบวชของแม่เหาะเป็น ป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก ลำธารใสไหลผ่านก้อนหินและร่มเงาต้นไม้ น้ำใสสะอาดตลอดทั้งปี ไม่ได้เป็นลำธารที่มีน้ำเฉพาะหน้าฝน

ในป่ายังเต็มไปด้วยอาหารธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้ดำรงชีวิต

เมื่อลูกอ๊อดยังตัวใหญ่ขนาดนี้ ก็พอเดาได้ว่ากบตัวโตๆ ในป่าต้องน่าทึ่งขนาดไหน ชุมชนที่นี่มีอาหารจากธรรมชาติให้หากินได้ทั้งปี แบบไม่ต้องพึ่งแต่ของในห้าง

เส้นทาง 3 วัน 2 คืน ที่สายเดินป่าต้องจดลิสต์

ตอนนี้ เส้นทางเดินป่าความยาวราว 25 กิโลเมตร ใกล้จะพร้อมสมบูรณ์แล้ว ด้วยระยะทางและมุมชมวิวระหว่างทาง ทำให้เหมาะมากสำหรับทริป 3 วัน 2 คืน

มีทั้งวิวบนสันเขา ป่าชื้นเขียว ลำธาร น้ำตกเล็กๆ ไปจนถึงมุมที่เหมาะกับการถ่ายรูปทั้งคนและวิว คาดว่าจะเปิดให้คนทั่วไปไปเดินได้ตั้งแต่ ปลายฤดูฝน แถวๆ ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

สำหรับสายเดินป่าที่อยากสัมผัสป่าชุมชนของจริง เส้นทางนี้คือ ลิสต์ที่ไม่ควรพลาด

แม่เหาะ: ไม่ใช่แค่ป่าสวย แต่เป็นห้องเรียนธรรมชาติ

ผมอยากชวนทุกคนไปแม่เหาะ ไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูปหรือไปเก็บยอดเขา แต่ไปเพื่อ:

  • สัมผัสความสมบูรณ์ของป่าที่ถูกดูแลด้วยหัวใจ

  • เจอผู้คนที่น่ารัก เป็นมิตร และภูมิใจในบ้านเกิด

  • ฟังเรื่องราวการจัดการป่าที่น่าจะ ถอดเป็นตำราตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ

การไปที่นี่ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยว แต่คือการไปเห็นด้วยตาว่า “การอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน” เป็นอย่างไร

เบื้องหลังทริปนี้ และคนทำงานที่ไม่ค่อยได้ขึ้นข่าว

ผมมารู้จักแม่เหาะจากการชวนของคุณบี จากหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ลงมาช่วยชุมชนจัดการการท่องเที่ยวให้เดินไปในทางที่ถูกต้อง ยั่งยืน และไม่ทำลายป่า

เมื่อไปถึงแม่เหาะ ก็ได้รับการดูแลอย่างดีจาก ผอ.จี และทีมงานจาก ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยงานในพื้นที่ที่ตั้งใจช่วยเหลือชุมชนทั้งในด้านการท่องเที่ยวและเรื่องอื่นๆ

มันทำให้เห็นว่า ยังมีข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่ทำงานหนักเพื่อชุมชน จริงจัง และไม่ต้องรอไฟสปอร์ตไลต์จากสื่อใดๆ

ความรู้สึกหลังเดินออกจากป่าแม่เหาะ

ทริปเดินป่าครั้งนี้ทำให้ผม อิ่มใจอย่างแท้จริง ได้เห็นป่าสวย ได้เห็นชุมชนที่รักป่า ได้เจอผู้นำท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และข้าราชการที่ตั้งใจช่วยประชาชน

ทั้งหมดนี้ทำให้เผลอแอบฝันว่า ถ้าทั้งประเทศเราเป็นแบบแม่เหาะได้สักครึ่งหนึ่งก็คงดีไม่น้อย

การเดินทางไปแม่เหาะ: ง่ายกว่าที่คิด

การเดินทางไปแม่เหาะสะดวกมาก:

  • นั่งรถทัวร์จาก กรุงเทพฯ – แม่ฮ่องสอน

  • ลงที่จุดจอดแม่เหาะ

  • สะพายเป้ข้ามถนน แล้วพร้อมเดินเข้าป่าได้เลย

ถ้าใครรอเดินเส้นทางอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนไม่ไหว แต่อยากหนีฝุ่นไปแค้มป์สูดอากาศดีๆ ก่อน ที่ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่เหาะ กำลังจัดพื้นที่ลานกางเต็นท์ให้ทันปลายปี แต่ตอนนี้ก็ยังมีหลายจุดที่พอจะกางเต็นท์แบบง่ายๆ ได้อยู่

ใครที่กำลังมองหา จุดถ่ายรูปสวย + อากาศดี + ชุมชนที่รักป่า อยู่ในที่เดียวกัน แม่เหาะคือหนึ่งในโลเคชั่นที่ควรปักหมุดไว้ในใจตั้งแต่ตอนนี้เลย