แมวไม่ได้แค่ขนฟู แต่ยัง “ให้คุณ-ให้โทษ” ตามตำราโบราณด้วย
ถ้าคุณเป็นทาสแมวตัวจริง นอกจากจะรู้ว่าเจ้านายชอบกินอะไร นอนตรงไหน ยังมีอีกศาสตร์โบราณที่คนสมัยก่อนใช้ดูแมว ว่าเป็น “แมวให้คุณ” หรือ “แมวให้โทษ” จากลักษณะรูปร่างและสีสันของมัน
ตำราโบราณแบ่งลักษณะแมวออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
แมวให้คุณ (แมวนำโชค ชีวิตดี มียศทรัพย์)
แมวให้โทษ (แมวกาลกิณี ชีวิตวุ่นวาย มีแต่เรื่องหนักใจ)
รวมแล้วทั้งหมด 38 ชนิด ซึ่งถูกบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ผ่านงานนิพนธ์เรื่อง “มัชชารนีติ” ว่าด้วยการดูลักษณะแมว
อ่านแบบสนุก ๆ สายทาสอย่าเพิ่งซีเรียส เพราะสุดท้ายแล้ว ใครเป็นทาสแมวจริง ๆ ก็รู้ดีว่า จะลายไหนก็รักอยู่ดี
26 ลักษณะ “แมวให้คุณ” เลี้ยงแล้วเฮง งานปัง ทรัพย์มา
ในตำราโบราณระบุว่า แมวให้คุณมีทั้งหมด 26 ชนิด ใครได้เลี้ยงไว้ ชีวิตจะมีแต่ความเจริญ มียศฐาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินล้นมือ ไปดูลักษณะทีละข้อกัน
1-8 แมวให้โชค ให้ทรัพย์ เสริมวาสนา
1. หูทั้งสองข้างและเท้าทั้งสี่ขาว นัยน์ตาเหลืองดั่งพระจันทร์
เป็นแมวผู้ให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ผู้เลี้ยงทำสิ่งใดก็สำเร็จเป็นผลมาก เมื่อแมวเช่นนี้ตายลงให้ฝังอย่างดี แล้วค้นหา “นัยน์ตาและกระดูกที่กลายเป็นหิน” ณ ที่ฝังนั้น หากไม่พบ ก็ให้บูชากระดูกแทน เชื่อกันว่าเมื่อทำพิธีเซ่นสรวงครบถ้วน เจ้าของจะได้เป็นเศรษฐี2. นัยน์ตา ลิ้น ขน และเล็บ เป็นสีดำทั้งหมด
จัดเป็นแมวชั้นยอด นำทรัพย์สินเงินทองมาให้เจ้าของ หรือดลบันดาลให้ได้เป็นเศรษฐี3. แมวด่าง 9 แห่ง (แบบที่หนึ่ง)
เป็นแมวมีคุณเช่นเดียวกับข้อที่ 2 ผู้เลี้ยงจะได้สมบัติทุกชนิด เว้นเพียง “ทรัพย์แผ่นดิน”4. แมวด่าง 9 แห่ง (แบบที่สอง)
แมวชนิดนี้ช่วยให้แคล้วคลาดจากภยันตราย ทำกิจการใดก็ออกมาดี และทำให้ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินไร่นา (ตำราจะแยกชนิดที่ 3 และ 4 แม้ชื่อจะเหมือนกัน)5. ตัวดำ มีจุดขาว 9 แห่ง
เป็นแมวที่เปี่ยมอำนาจ ผู้ใดเลี้ยงจะเป็นคนมียศศักดิ์ไปตราบนานเท่านาน6. ขนมีสีออกแดงเรื่อ ๆ
ถือเป็นแมวมงคลและมีอำนาจ เหมาะกับผู้มีปัญญาเลี้ยงไว้จะได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ ทาสบริวาร ทรัพย์สิน และฐานันดรพร้อมสรรพ7. สีดอกเลา นัยน์ตาใสเหมือนหยดน้ำค้าง
เป็นแมวมีฤทธิ์มาก ได้ครอบครองเฉพาะผู้มีบุญเก่ามาแต่ปางก่อน เมื่อเลี้ยงไว้จะเป็นที่รักของผู้คน มีทรัพย์สมบัติพร้อมมูล ปรารถนาสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น เมื่อแมวตายควรฝังและทำตามพิธีบูชาเช่นเดียวกับข้อที่ 18. ตัวขาวปลอด ดวงตาเป็นสีคล้ายปรอท
ถ้าอยู่ในเรือนไหน ทรัพย์สินของเรือนนั้นจะมั่นคงถาวร เจ้าของบ้านจะมียศ มีความสุขไม่ขาด
9-15 แมวสำหรับเศรษฐี ผู้ดี และคนมีวาสนา
9. ลำตัวดำ นัยน์ตาดำใส เท้าขาว และมีแถบขาวจากหางจรดปลายจมูก
ใครเลี้ยงไว้ แม้เดิมยากจนก็จะกลายเป็นเศรษฐี มีข้าทาส บ้านเรือน ไร่นา ถ้าเป็นข้าราชการจะได้เลื่อนขึ้นถึงขั้นเจ้าประเทศราช ดูแลราชกิจสำคัญในมือ10. ด่างตรงกลางหลังและไหล่ (บริเวณจะงอยบ่า)
เป็นแมวที่มีคุณครบถ้วน มีทั้งสิริและเดช11. ด่างตรงโคนหางและกลางหลัง
เป็นแมวมีสิริมงคล ทำให้เจ้าของรุ่งเรืองเจริญงอกงาม12. ด่างตรงคอ
นำทรัพย์สินเงินทองมาให้ ใครเลี้ยงไว้จะมั่งมีศรีสุข13. ด่างตรงกลางแสกหน้า
แมวชนิดนี้มีทั้งเดชและคุณ เลี้ยงแล้วจะเพิ่มอำนาจวาสนาให้เจ้าของอย่างมาก14. ด่างตรงกลางกระหม่อม
เป็นแมวที่มีวาสนาสูงส่ง เหนือคำบรรยาย คุณวิเศษอื่นไม่จำเป็นต้องแจกแจง15. ด่างทั้งกลางกระหม่อมและกลางหลัง
จัดเป็นแมวสารพัดคุณ เปรียบได้กับภาชนะทองคำอันประเสริฐ
16-22 แมวเรียกทรัพย์ เรียกที่ดิน เรียกช้างม้า
16-17-18. แมวด่าง 5 แห่งหนึ่ง, แมวขาวปลอดหนึ่ง, แมวด่างจากหางจนถึงปลายจมูกอย่างงดงามหนึ่ง
ทั้งสามชนิดจัดเป็นแมวที่มีคุณอนันต์ รวมความแล้ว ผู้เลี้ยงจะได้เป็นเศรษฐี ได้ทรัพย์สินที่มีชีวิต เช่น ภรรยา สัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้า และได้ทรัพย์ไร้ชีวิตจำนวนมาก เช่น เงินทองและที่ดิน19. เท้าทั้งสี่ขาว
เหมาะกับตระกูลชั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องราชสกุล ตระกูลนั้นจะเจริญรุ่งเรืองดีนัก20. สะดือด่าง
เป็นแมวที่เหมาะกับชาวเรือหรือผู้เดินทางทางทะเล เลี้ยงแล้วจะเจริญด้วยลาภผล21. ด่างตรงคอ
วิญญูชนพึงเลี้ยงไว้ จะได้ทั้งลาภยศและทรัพย์สิน22. ด่างตรงจมูก
ถ้าคนมีปัญญาเลี้ยงไว้ จะได้ของมีค่ามากมาย ทั้งช้าง ม้า เงินทอง
23-26 แมวของคนมีอำนาจ นักบวช และขุนนาง
23. กลางหลัง หาง และหู เป็นสีดำ
ผู้เลี้ยงจะได้เป็นขุนนาง มียศศักดิ์ และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก24. ตะโพก ไหล่ และปลายหางเป็นสีดำ
ใครเลี้ยงจะเจริญรุ่งเรือง ได้เป็นใหญ่นายคน25. ด่างที่หูทั้งสองข้าง
เป็นแมวที่เหมาะแก่ภิกษุเท่านั้น พระที่เลี้ยงแมวชนิดนี้จะได้บริวารมาก และมีโอกาสเป็นคณาจารย์26. ด่างตรงคาง
ถ้าเลี้ยงไว้แล้วเป็นข้าราชบริพาร ก็จะได้เลื่อนขึ้นเป็นขุนนาง หากทำให้ผู้ปกครองโปรดปรานยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็มีสิทธิดูแลแว่นแคว้น
12 ลักษณะ “แมวให้โทษ” เลี้ยงแล้ววุ่นวาย ใครสายมูต้องอ่าน
อีกด้านหนึ่งของตำรา คือแมวที่จัดว่าเป็น “แมวให้โทษ” รวม 12 ชนิด โดยเชื่อกันว่าเลี้ยงแล้วจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ ทั้งในบ้านและกับตัวเจ้าของ
27-32 แมวที่นำความขัดแย้ง เดือดร้อน และภัยอันตราย
27. ตัวเหลืองทั้งตัว มีลายแดงทั่วทั้งตัวคล้ายเสือ
ไม่ควรเลี้ยง เพราะเชื่อว่าจะทำให้เจ้าของมีแต่ความวุ่นวาย ทะเลาะวิวาทบ่อย และทำให้ครอบครัวมีบุตรน้อย28. ส่งเสียงร้องเล็กบ้างใหญ่บ้าง ไม่เสมอกัน ใจคอเกรี้ยวกราด ชอบกัดกัน
ใครเลี้ยงไว้ ชีวิตจะเต็มไปด้วยความวิบัติและอันตรายอยู่เสมอ29. ขนสีดำแซมขาวทั่วทั้งตัว
ถือเป็นลักษณะที่ไม่ดี ทำให้เจ้าของเดือดเนื้อร้อนใจ ถูกศัตรูกลั่นแกล้งให้ร้าย และมีเรื่องเสียหายสารพัด30. หางด่าง
จัดว่าเป็นแมวของอมนุษย์ ผู้ใดเลี้ยงไว้จะมีภัยเกิดขึ้น ทั้งไฟไหม้บ้าน หรือถึงขั้นมีคนตายในเรือน จึงควรปล่อยไป31. แมวหางงอหรือหางคด เหมือนเสวียนหม้อข้าว
เป็นแมวมีโทษ เปรียบเหมือนเพชรที่แตกร้าวแล้ว ไม่ควรเก็บไว้ ให้ออกไปจากบ้านจะดีกว่า32. ตัวดำสนิท ดวงตาขาว
ใครเลี้ยงไว้ เชื่อกันว่าจะมีแต่ความทุกข์ยาก ทรัพย์สินเสียหาย ช้างม้าล้มตาย บริวารหนี ญาติมิตรเสียชีวิต เจ้าของเจ็บป่วยจนถึงสิ้นชีพได้
33-38 แมวลายแรง ๆ ที่ตำราว่าเป็นกาลกิณี
33. ด่างตรงสะเอว ตาแดงเหมือนดอกทองกวาว กลางวันชอบหลบตามข้างยุ้งฉาง
เมื่อคนเห็นมันจะรีบหลบหนี ใครเลี้ยงไว้จะพบแต่ความพินาศ มีโอกาสเกิดไฟไหม้บ้าน34. ตัวขาวปลอด ดวงตาแดงคล้ายตากระต่าย
เลี้ยงไว้จะมีแต่เรื่องทะเลาะวิวาท บริวารหนีหาย คนรักจากไป ผู้เป็นที่รักเสียชีวิต เจ้าของอาจตกยากถึงขั้นกลายเป็นทาส35. แมวที่ออกลูกแล้วลูกตาย
จัดเป็นแมวชั้นต่ำ นำชื่อเสียงในทางไม่ดีมาให้ ผู้มีปัญญาควรปล่อยไป ผู้ใดฝืนเลี้ยงจะมีภัยใหญ่หลวง ถึงขั้นวิบัติฉิบหาย36. แมวกินลูกตัวเอง
ถือว่ากาลกิณีอย่างแท้จริง เลี้ยงแล้วจะพบแต่อวมงคล ลูกเมียเสียชีวิต ถูกสัตว์ทำร้าย บริวารหนีหาย วัวควายล้มตาย เจ้าของป่วยหนัก และอาจต้องรับโทษทางบ้านเมือง37. ตัวลายพร้อยคล้ายเสือดาว
ผู้เลี้ยงจะประสบความหายนะ ไม่มีความเจริญ บริวารเสื่อมถอย และอาจถึงคราวเสียชีวิต38. ตัวลายพร้อยคล้ายเสือโคร่ง
เลี้ยงแล้วเชื่อว่าบ้านจะถูกฟ้าผ่า ทรัพย์สมบัติพินาศย่อยยับ
แมวในตำรา vs แมวบนตักเรา วันนี้จะเชื่อตำราหรือเชื่อหัวใจดี?
ทั้งหมดนี้คือ ลักษณะ “แมวให้คุณ” และ “แมวให้โทษ” ตามความเชื่อในตำราเก่าแต่สมัยอยุธยา ซึ่งสะท้อนโลกทัศน์สังคมไทยโบราณที่ผูกเรื่องโชคลางเข้ากับสัตว์เลี้ยงใกล้ตัวอย่างแมว
แต่สำหรับชาวทาสยุคนี้ ไม่ว่าเจ้านายจะ
ขาว ดำ ด่าง ส้ม ลายเสือ
หางงอ หางสั้น หรือหางฟูเป็นพวง
เราก็ยังคง เก็บเขาไว้ในหัวใจเหมือนเดิม
เพราะในชีวิตจริง สำหรับทาสแมวแล้ว ไม่ว่าแมวจะมีลักษณะตามตำราข้อไหนก็ตาม สุดท้ายเขาก็เป็น “แมวให้คุณ” อยู่ดี ให้ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน

