รับแอปรับแอป

Canva Enterprise เครื่องมือออกแบบระดับองค์กร ที่เปลี่ยนทั้งทีมให้เป็นดีไซเนอร์

พิชิต ศรีทอง01-30

ทำไมองค์กรใหญ่ถึงหลงรัก Canva Enterprise

Canva Enterprise คือแพลตฟอร์มสร้างสรรค์งานกราฟิกสำหรับองค์กร ที่ออกแบบมาเพื่อยุคการสื่อสารด้วยภาพ (Visual Communication) โดยเฉพาะ ใช้งานง่ายแต่ทรงพลัง เหมาะทั้งสายงานทั่วไป และมืออาชีพด้านดีไซน์ที่ต้องการสร้าง

  • งานนำเสนอ (Presentation)

  • ภาพโพสต์โซเชียล

  • วิดีโอสั้น

  • อินโฟกราฟิก และสื่อกราฟิกทุกรูปแบบ

ทั้งหมดนี้ทำได้ภายใต้ระบบเดียว ที่ช่วยขับเคลื่อนภาพลักษณ์และการสื่อสารของแบรนด์ให้ดูมืออาชีพ และสม่ำเสมอในทุกช่องทาง

Canva Enterprise ถูกออกแบบให้เป็น ฮับงานออกแบบกลางของทั้งองค์กร

  • อินเทอร์เฟซใช้งานง่ายระดับผู้เริ่มต้น แต่ฟีเจอร์ครบสำหรับงานมืออาชีพ

  • รองรับการทำงานเป็นทีมแบบเรียลไทม์ แก้ไขไฟล์เดียวกันไปพร้อมกันได้

  • ผู้ดูแลแบรนด์สามารถควบคุมทุกผลงานก่อนเผยแพร่ได้อย่างเข้มงวด

  • ทุกชิ้นงานสื่อสารแบรนด์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร

ในมุมของ IT และฝ่ายบริหาร Canva Enterprise ยังมาพร้อมระบบการจัดการ การกำกับดูแล และระบบความปลอดภัยระดับองค์กรที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

แพลตฟอร์มนี้รองรับการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งบนคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน เข้าใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้ทันที หรือจะติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลมากขึ้นก็ได้เช่นกัน

สำหรับคนทำงานกราฟิกและสายคอนเทนต์ที่ต้องการเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอแบบง่าย แต่ได้งานระดับมืออาชีพ Canva Enterprise คือคำตอบสำหรับองค์กรที่ต้องการลิขสิทธิ์แท้ และพร้อมใช้ในระดับธุรกิจ

Canva มีกี่เวอร์ชัน และต่างกันยังไง?

Canva ไม่ได้มีแค่สำหรับคนทั่วไป แต่ยังแตกไลน์มาสำหรับธุรกิจหลายระดับ เพื่อให้เหมาะกับขนาดทีมและรูปแบบการใช้งานในองค์กร

1. Canva Business

Canva Business คือแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกรุ่นสำหรับธุรกิจ เหมาะกับทีมขนาดเล็ก หรือธุรกิจ SMEs ที่ต้องการระบบจัดการงานออกแบบให้เป็นเรื่องจริงจังมากกว่าบัญชีส่วนตัว

ฟีเจอร์เด่น เช่น

  • เครื่องมือจัดการผู้ใช้งาน และรายงานการใช้งาน

    • ดูภาพรวมการใช้งาน Canva ของทีม

    • กำหนดสิทธิ์การใช้งานของพนักงาน

    • จัดการวัตถุดิบและเทมเพลตจากส่วนกลาง

  • เทมเพลตสำเร็จรูปมากกว่า 3.6 ล้านแบบ

    • รองรับงานเอกสาร สไลด์ โบรชัวร์ โพสต์โซเชียล แบนเนอร์ ฯลฯ

  • คลังวัตถุดิบระดับสูงกว่า 141 ล้านชิ้น

    • ภาพ วิดีโอ กราฟิก เสียงประกอบ พร้อมใช้งานในเชิงพาณิชย์

  • Brand Kits สูงสุด 100 ชุด

    • จัดการแบรนด์ย่อยหลายแบรนด์ได้ในบัญชีเดียว

  • เครดิตการใช้งาน AI สำหรับธุรกิจ

  • พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 500 GB

  • เครื่องมือสำหรับผู้ดูแลระบบ

    • รายงานการใช้งาน

    • ควบคุมการใช้ฟีเจอร์ AI ของพนักงาน

  • ปลดล็อกฟีเจอร์ AI ในชุด Affinity by Canva

2. Canva Enterprise

Canva Enterprise ถูกสร้างสำหรับ ธุรกิจขนาดใหญ่ และองค์กรที่มีหลายทีม หลายแผนก ต้องทำงานร่วมกันบนระบบเดียว โดยมีฟีเจอร์จากรุ่น Business ครบถ้วน แล้วเพิ่มความสามารถระดับองค์กรเข้าไปอีกหลายด้าน

ฟีเจอร์เพิ่มเติมที่โดดเด่น เช่น

  • ความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูลระดับสูง

  • การเข้าสู่ระบบแบบ SSO (Single Sign-On)

  • รองรับมาตรฐานการจัดการผู้ใช้งาน SCIM

  • ผสานรวมกับเครื่องมือยอดนิยม เช่น Slack, Microsoft Teams, Mailchimp, Trello, Asana, Monday.com, ClickUp

  • Brand Kits สูงสุด 1,000 ชุด เพื่อรองรับแบรนด์ย่อยจำนวนมาก

  • ระบบอนุมัติงานออกแบบหลายระดับ (Tiered Approvals)

  • ระบบจัดการการเข้าถึงสำหรับแต่ละทีมในองค์กร

  • พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 1 TB

  • ทีม Customer Success Manager ดูแลการใช้งาน

  • เข้าถึงองค์ความรู้ด้านดีไซน์จากทีม Canva

  • ปลดล็อกฟีเจอร์ AI ในชุด Affinity by Canva

สรุปสั้น ๆ:

  • ถ้าทีมเล็ก ใช้ Canva Business ก็เหลือเฟือ

  • ถ้าองค์กรใหญ่ มีหลายแผนก ต้องเข้มเรื่องความปลอดภัย และแบรนด์ต้องเป๊ะทุกชิ้นงาน ให้ขยับขึ้นเป็น Canva Enterprise

ฟีเจอร์เด่นของ Canva Enterprise ที่องค์กรห้ามพลาด

มีครบทุกอย่างในที่เดียว

แนวคิดของ Canva Enterprise คือทำให้ ทุกคนออกแบบได้ โดยไม่ต้องเก่งกราฟิกมาก่อน เพราะทุกอย่างถูกเตรียมไว้ให้ในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งวัตถุดิบ เทมเพลต และเครื่องมืออัจฉริยะสำหรับธุรกิจ

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น

  • สร้างงานจากเทมเพลตมากกว่า 3.6 ล้านแบบ

  • รองรับเกือบทุกประเภทสื่อ: เอกสาร โบรชัวร์ สไลด์ โพสต์โซเชียล วิดีโอ แบนเนอร์ ฯลฯ

  • เข้าถึงคลังภาพและวิดีโอคุณภาพสูงกว่า 141 ล้านรายการ

  • ใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะ ช่วยยกระดับงานออกแบบ

ตัวอย่างฟีเจอร์ AI ที่รองรับภาษาไทย เช่น

  • Magic Write – AI ช่วยเขียนข้อความ

  • Magic Design – สร้างเลย์เอาต์อัตโนมัติจากไอเดียหรือไฟล์ที่มี

  • AI Translation – แปลภาษา (รองรับภาษาไทย)

  • AI Resize – ปรับขนาดงานออกแบบให้เหมาะกับหลายแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ยังมี Video Editor ให้ตัดต่อวิดีโอได้เลยในระบบ ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์แยก สามารถ

  • แทรกเสียง

  • ใส่เอฟเฟกต์

  • ใช้เทมเพลตวิดีโอสำเร็จรูปได้ทันที

การทำงานร่วมกันก็ลื่นไหลแบบเรียลไทม์ ทั้งการแก้ไขร่วมกัน แสดงความเห็น (comment) และแชร์ผลงานโดยยังคงความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร

ไฟล์งานสามารถดาวน์โหลดได้หลายฟอร์แมต เช่น PDF, MP4, GIF, PNG, JPEG, SVG รวมถึงส่งไปพิมพ์ได้โดยตรงจากระบบ

ออกแบบสวยได้ แม้ไม่ใช่ดีไซเนอร์

หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ Canva Enterprise คือระบบออกแบบแบบ Drag-and-Drop หรือ “ลากแล้ววาง” ทำงานตามแนวคิด WYSIWYG (What You See Is What You Get) คือสิ่งที่เห็นในหน้าจอออกแบบ คือสิ่งที่จะได้เมื่อดาวน์โหลดหรือเผยแพร่

ผู้ใช้สามารถ

  • ลากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น รูปภาพ ข้อความ ไอคอน เส้น กรอบ ปุ่ม กราฟ และวิดีโอ มาจัดวางได้ตามใจ

  • ปรับขนาด ย้าย หมุน เปลี่ยนสี หรือใส่เอฟเฟกต์ได้ทันที

  • ใช้ Grid และ Smart Guides จัดเลย์เอาต์ให้เรียบร้อยโดยอัตโนมัติ

  • ดับเบิลคลิกแก้ไขข้อความในหน้าออกแบบได้โดยตรง

  • ลากไฟล์จากคอมพิวเตอร์เข้าไปวางในงานออกแบบได้เลย (รองรับ JPEG, PNG, SVG, PDF, MP4)

ผลลัพธ์คือ คนที่ไม่เคยจับโปรแกรมดีไซน์มาก่อน ก็ยังสามารถสร้างงานที่ดูดี ใช้งานได้จริงในระดับองค์กร

เทมเพลตสำหรับทุกแผนก ทุกงาน

Canva Enterprise คือ คลังเทมเพลตของทั้งองค์กร ทุกคนสามารถเข้าไปเลือกแบบที่พร้อมใช้ และปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย

เหมาะกับทุกสายงานในองค์กร เช่น การตลาด ฝ่ายขาย HR ฝ่ายฝึกอบรม ไปจนถึงผู้บริหาร ที่ต้องทำสไลด์หรือเอกสารนำเสนอให้ดูมืออาชีพ

มีเทมเพลตมากกว่า 3.6 ล้านรูปแบบ ครอบคลุมงาน เช่น

  • โพสต์บน Facebook, Instagram, LinkedIn, Twitter / X

  • โปสเตอร์ แบนเนอร์ ใบปลิว

  • งานนำเสนอ (Presentation)

  • อินโฟกราฟิก แผนผัง โครงสร้างองค์กร (Organigram)

  • Resume และ Portfolio

  • การ์ดอวยพร การ์ดเชิญ

  • แบบฟอร์ม เช็กลิสต์ ตารางวางแผน

  • วิดีโอสั้น สตอรี่ เทมเพลต Reels

  • งานพิมพ์ เช่น นามบัตร เมนูร้านอาหาร บิลบอร์ด

คลังวัตถุดิบขนาดมหึมา

Canva Enterprise ไม่ได้มีดีแค่เทมเพลต แต่ยังมากับคลังวัตถุดิบที่ใช้ได้จริงในงานธุรกิจ ทั้งภาพ วิดีโอ เสียง ฟอนต์ และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ทีมคอนเทนต์ทำงานได้ไวขึ้นอย่างชัดเจน

ตัวอย่างวัตถุดิบในระบบ:

  • รูปภาพ (Photos)

    • ภาพพรีเมียมหลายสิบล้านภาพ

    • ความละเอียดสูง ลิขสิทธิ์ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งเชิงพาณิชย์และงานภายใน

    • ค้นหาด้วย AI หรือเลือกตามหมวด เช่น ธุรกิจ เทคโนโลยี การเงิน อาหาร

  • วิดีโอ (Videos)

    • วิดีโอคุณภาพสูงพร้อมเสียง

    • เหมาะกับพรีเซนเทชัน วิดีโอโฆษณา หรือโพสต์โซเชียล

    • Footage หลากหลายอารมณ์ เช่น ตื่นเต้น สนุก สุขุม มั่นใจ

  • ไอคอนและกราฟิก (Icons & Illustrations)

    • ไอคอนเวกเตอร์ปรับขนาดได้โดยไม่แตก

    • มีหมวดหมู่พร้อมใช้ เช่น Business, Education, Healthcare, Finance

  • ฟอนต์ (Fonts)

    • ฟอนต์พรีเมียมมากกว่า 3,000 แบบ

    • มีฟอนต์ภาษาไทยให้เลือกใช้

    • รองรับการอัปโหลดฟอนต์ประจำแบรนด์

  • เสียงและดนตรี (Audio)

    • เหมาะสำหรับวิดีโอหรือสไลด์ที่อยากให้มีชีวิตชีวา

    • แนวเพลงหลากหลาย เช่น Corporate, Upbeat, Relax, Dramatic

  • สติกเกอร์ เอฟเฟกต์ เส้นขอบ รูปทรง

    • เติมความเป็นเอนิเมชันให้ชิ้นงาน

    • ทำให้งานออกแบบโดดเด่นและดูมี interaction มากขึ้น

สื่อสารแบรนด์ให้เป๊ะทั้งองค์กร

หนึ่งในความท้าทายขององค์กรใหญ่ คือ งานออกแบบแต่ละแผนกไม่ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น โลโก้คนละเวอร์ชัน สีเพี้ยน ฟอนต์ไม่ตรงคู่มือแบรนด์

Canva Enterprise เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยระบบจัดการเทมเพลตและวัตถุดิบจากส่วนกลาง ทำให้

  • ทุกทีมเข้าถึง เวอร์ชันล่าสุด ของโลโก้ สี ฟอนต์ และองค์ประกอบของแบรนด์

  • กำหนดได้ว่าใครแก้ไขอะไรได้บ้าง

  • ป้องกันการแก้โลโก้ สี หรือฟอนต์เองแบบไม่ผ่านการตรวจสอบ

ผลลัพธ์คือทุกผลงาน ไม่ว่าจะออกจากทีมไหน ก็จะสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ได้อย่าง ทรงพลังและสอดคล้องกันทั้งองค์กร

ความปลอดภัยระดับองค์กร ปกป้องธุรกิจเต็มระบบ

องค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน หน่วยงานรัฐ หรือสถาบันการศึกษา มักเข้มงวดด้านความปลอดภัยของข้อมูล Canva Enterprise จึงออกแบบมาให้รองรับมาตรฐานสากล เช่น

  • ISO 27001

  • SOC 2 Type II

  • GDPR

  • CCPA

นอกจากนี้ยังมี Audit Logs ให้ตรวจสอบประวัติการใช้งานได้ละเอียด เช่น

  • ใครเข้าใช้ Canva

  • ทำอะไรบ้าง

  • เวลาไหน

ช่วยให้ฝ่าย IT และฝ่ายกฎหมายควบคุมการใช้งานได้อย่างมั่นใจ และเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์กร

ใช้งาน AI ใน Affinity by Canva ได้โดยตรง

เมื่อ Canva รวมชุดโปรแกรม Affinity by Canva เข้ามา ทำให้คนที่ใช้ลิขสิทธิ์ Canva Enterprise สามารถเรียกใช้ฟีเจอร์ AI บางส่วนของ Canva ได้โดยตรงจากแอป Affinity

ตัวอย่างฟีเจอร์ AI ที่ช่วยย่นเวลาทำงานกราฟิก:

  • Generative Fill – เติมหรือลบองค์ประกอบในภาพด้วย AI

  • Generative Expand – ขยายกรอบภาพออกไปโดยให้ AI เติมส่วนที่เหลือ

  • Generate Image / Vector – สร้างรูปภาพหรือเวกเตอร์จากคำสั่งข้อความ

  • Remove Background – ลบพื้นหลังแบบอัตโนมัติ

  • ฟีเจอร์อื่น ๆ ในชุด Canva Magic Studio

สิ่งนี้ช่วยให้ทีมดีไซน์มืออาชีพทำงานเร็วขึ้น โดยยังคงควบคุมดีเทลได้แบบโปร

ฟีเจอร์เพื่อธุรกิจที่มีหลายทีมและหลายช่องทางสื่อสาร

Canva Enterprise ไม่ได้คิดแค่เรื่องการออกแบบสวย แต่คิดไปถึง เวิร์กโฟลว์จริง ของทีมการตลาดและคอนเทนต์ในองค์กรด้วย

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เช่น

  • Content Planner

    • วางแผนและตั้งเวลาโพสต์คอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียได้จากใน Canva

    • รองรับ Facebook, Instagram, LinkedIn, Twitter / X และแพลตฟอร์มอื่น ๆ

  • Real-time Collaboration

    • แก้ไขงานพร้อมกันหลายคนในไฟล์เดียว

    • คอมเมนต์หรือ Tag ผู้ร่วมงานในตำแหน่งที่ต้องการได้ตรง ๆ

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ระดับองค์กรอีกหลายอย่าง เช่น

  • Brand Kit ขั้นสูง

    • ควบคุมโลโก้ สี ฟอนต์ และเทมเพลตของแบรนด์ได้แบบรวมศูนย์

  • Workflow Approval (ระบบอนุมัติงาน)

    • ให้ผู้จัดการตรวจและอนุมัติงานก่อนนำไปใช้จริง

    • ลดความเสี่ยงชิ้นงานหลุดมาตรฐานองค์กร

  • การจัดการสิทธิ์การเข้าถึง

    • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ เทมเพลต หรือโฟลเดอร์ ให้รายบุคคลหรือรายทีมได้ละเอียด

  • การผสานรวมกับแอปที่ธุรกิจใช้อยู่แล้ว

    • เช่น Slack, Microsoft Teams, Mailchimp, Trello, Asana, Monday.com, ClickUp

  • ระบบความปลอดภัยระดับองค์กร

    • รองรับ Single Sign-On (SSO) ร่วมกับ Azure AD, Google Workspace, Okta, OneLogin

    • รองรับ Two-Factor Authentication (2FA)

    • มี Audit Trail ติดตามประวัติการใช้งาน การแชร์ และการดาวน์โหลด

ความต้องการของระบบ (System Requirements)

เพื่อให้ Canva ทำงานได้ลื่นและเต็มประสิทธิภาพ ระบบต้องมีสเปกขั้นต่ำตามนี้

Desktop และ Mobile Browser (canva.com)

รองรับเบราว์เซอร์เวอร์ชันใหม่ ๆ ได้แก่

  • เบราว์เซอร์หลัก ๆ ที่มีเวอร์ชัน 84 ขึ้นไป

  • เบราว์เซอร์ที่ใช้เอนจิน Chromium เวอร์ชัน 91 ขึ้นไป

  • Safari เวอร์ชัน 14.1 ขึ้นไป

  • Microsoft Edge เวอร์ชัน 84 ขึ้นไป

  • เบราว์เซอร์รุ่นใหม่ที่มีเอนจินเวอร์ชัน 78 ขึ้นไป

(แนวทางคือ หากระบบอัปเดตเบราว์เซอร์อยู่เสมอ ก็พร้อมใช้งาน Canva ได้สบาย ๆ)

Mobile Device

  • iOS

    • iOS 14.5 ขึ้นไป

    • พื้นที่ว่างอย่างน้อย 50 MB

  • Android

    • รองรับอุปกรณ์ Android ส่วนใหญ่ (แนะนำให้ใช้เครื่องที่ติดตั้งเวอร์ชัน Android รุ่นใหม่)

Windows

  • OS: Windows 10 (เวอร์ชัน 1909) ขึ้นไป

  • CPU: อย่างน้อย 1 GHz (dual-core) หรือสูงกว่า

  • RAM: ขั้นต่ำ 1 GB (แนะนำ 4 GB ขึ้นไป)

  • พื้นที่ว่างในดิสก์: อย่างน้อย 1 GB

macOS

  • OS: macOS 12 (Monterey) ขึ้นไป

  • CPU: 64-bit Intel หรือ Apple M1

  • RAM: ขั้นต่ำ 2 GB (แนะนำ 4 GB ขึ้นไป)

  • พื้นที่ว่างในดิสก์: อย่างน้อย 1 GB

เปรียบเทียบเวอร์ชัน Canva สำหรับธุรกิจ

ตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์ของ Canva แต่ละแผนการใช้งานช่วยให้เห็นชัดว่า

  • แผนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

  • แผนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (Canva Business)

  • แผนสำหรับองค์กรใหญ่ (Canva Enterprise)

ถูกออกแบบมาเพื่อคนละระดับความต้องการจริง ๆ

แนวคิดง่าย ๆ ในการเลือก:

  • ถ้าคุณทำงานคนเดียว หรือทีมเล็ก เน้นทำคอนเทนต์เร็ว ๆ ใช้แผนเล็กก็พอ

  • ถ้าทีมเริ่มโต มีการแชร์เทมเพลตกัน ใช้หลายแบรนด์ย่อย ให้ขยับไป Business

  • ถ้าเป็นองค์กรใหญ่ มีฝ่าย IT คุมระบบ มีนโยบายด้านข้อมูล มีการอนุมัติงานหลายระดับ และต้องการความปลอดภัยสูงสุด – นี่คือพื้นที่ของ Canva Enterprise

สรุป:

Canva Enterprise ไม่ใช่แค่โปรแกรมออกแบบ แต่มันคือ แพลตฟอร์มจัดการงานสื่อของทั้งองค์กร ตั้งแต่คนที่ไม่เป็นดีไซน์เลย ไปจนถึงทีมกราฟิกมืออาชีพ ให้ทำงานร่วมกันได้เร็วขึ้น เป็นระบบมากขึ้น และยังรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้คงเส้นคงวาในทุกชิ้นงานอีกด้วย