รับแอปรับแอป

เกมการ์ดผู้กล้าฝ่าควันร้าย: เมื่อการ์ดเกมกลายเป็นอาวุธปกป้องเด็กไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า

ชนินทร์ อินทร์ดี01-30

เกมไม่ใช่แค่เกม เมื่อการ์ดกลายเป็นโล่ป้องกันเด็กไทย

กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับมือกลุ่มอาจารย์จากกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันเปิดเกมรุกใหม่ในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยบุหรี่ไฟฟ้า

พวกเขาไม่ได้หยิบแต่กฎหมายหรือโทษมาพูดซ้ำ ๆ แต่เลือกใช้ทางเลือกที่โดนใจยุคนี้กว่า นั่นคือการออกแบบ สื่อการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเกม (Game-Based Learning) ที่พูดทั้งเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าและความปลอดภัยจากการขับขี่ด้วยการสวมหมวกนิรภัย

เป้าหมายชัดเจน คือทำให้ครูตำรวจมีเครื่องมือการสอนที่ “ใช่” และ “เข้าถึง” เด็กและเยาวชนได้จริง ทั้งในโรงเรียนและในชุมชน

สื่อการเรียนรู้สายเกม: สนุก แต่ได้สกิลชีวิตจริง

โครงการนี้ออกแบบสื่อในสไตล์เกมให้เด็กได้ เรียนรู้ผ่านการเล่น ไม่ใช่นั่งฟังบรรยายจนเบื่อ โดยเนื้อหาเน้นสองแกนสำคัญ

  • ความเสี่ยงและภัยแฝงของบุหรี่ไฟฟ้า

  • การสร้างนิสัยปลอดภัย เช่นการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ใช้รถจักรยานยนต์

แนวคิดคือให้เด็ก “อิน” กับสถานการณ์ในเกม จำภาพ จำเหตุการณ์ จำผลลัพธ์ได้ยาว ๆ มากกว่าฟังเตือนแค่ผ่าน ๆ แล้วลืมในไม่กี่นาที

อบรมครูตำรวจ 88 สถานี: ปั้นครูให้เป็นโค้ชสายเกม

ในช่วงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 และ 1–2 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับครูตำรวจ D.A.R.E ตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ (ชมส.) รวมถึงตำรวจจราจร จากทั้งหมด 88 สถานีตำรวจ

เนื้อหาอบรมไม่ได้มีแค่ทฤษฎี แต่จัดเต็มแบบลงสนามจริง

  • อัปเดตมาตรการและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • เรียนรู้วิธีจัดกระบวนการเรียนรู้แบบใช้เกมเป็นฐาน

  • ฝึกปฏิบัติการใช้สื่อและเกมในห้องเรียนหรือเวทีอบรมจริง

  • วางแผนการขยายผลไปยังโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่

ผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมอบรมถือว่าเป็นบวกอย่างชัดเจน ครูตำรวจส่วนใหญ่รู้สึกมั่นใจขึ้นมากในการหยิบสื่อเกมไปใช้จริงกับเด็กและเยาวชนในความรับผิดชอบของตนเอง

“เกมการ์ดผู้กล้าฝ่าควันร้าย”: การ์ดใบเล็ก แต่พลิกอนาคตเด็กได้ใหญ่

พล.ต.ต.ดร.พัลลก แอร่มหล้า รอง ผบช.น. ผู้ดูแลด้านยาเสพติด ในฐานะประธานการฝึกอบรม ชี้ให้เห็นบทบาทใหม่ของตำรวจว่า ไม่ได้เป็นแค่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ต้องเป็นผู้พิทักษ์อนาคตของชาติด้วย

จากข้อมูลการจับกุม พบรูปแบบน่าเป็นห่วงคือ มีการนำยาเสพติดมาใส่ในบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้เสพสูดสารเสพติดผ่านการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ดูภายนอกเหมือนแค่ “สูบเล่น” แต่จริง ๆ คือการเสพยาเต็ม ๆ

ตรงนี้เองที่ทำให้ “เกมการ์ดผู้กล้าฝ่าควันร้าย” ถูกออกแบบมาไม่ใช่แค่ให้เด็กสนุก แต่เป็น เครื่องมือเปลี่ยนชีวิต

  • เด็กเรียนรู้ผ่านการจำลองสถานการณ์ในเกม

  • ได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจท่ามกลางแรงกดดันของเพื่อนหรือสิ่งยั่วยุ

  • สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่คะแนนในเกม แต่คือทักษะเอาตัวรอดในชีวิตจริง

หลังจบการอบรม ครูตำรวจแต่ละคนถูกมองว่าเป็นเหมือน “เมล็ดพันธุ์” ที่จะกระจายความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องออกไปยังเด็กและเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ ต่อเนื่อง

แผนยิงยาว: จาก 352 ครั้งอบรม สู่อีกหมื่นกว่าชีวิตที่ได้ภูมิคุ้มกัน

ด้าน พล.ต.ต.ดร.สุรศักดิ์ เลาทพิบูลย์กุล หัวหน้าโครงการ อธิบายภาพใหญ่ของแผนงานต่อจากนี้ว่า หลังการอบรม ครูตำรวจจะนำสื่อการเรียนรู้และเกมไปใช้จริงในโรงเรียนและพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละสถานีตำรวจ

เป้าหมายถูกวางไว้แบบชัด ๆ

  • จัดอบรม/จัดกิจกรรมอย่างน้อย 352 ครั้ง (เฉลี่ยสถานีละ 4 ครั้ง)

  • เข้าถึงเด็กและเยาวชนอย่างน้อย 14,000 คน ภายในเดือนกันยายน 2568

นี่ไม่ใช่แค่โครงการสั้น ๆ แล้วจบ แต่ถูกวางให้เป็น ต้นแบบของการใช้นวัตกรรม Game-Based Learning ในการป้องกันปัญหาสารเสพติดและส่งเสริมความปลอดภัยในวงกว้าง

จากบุหรี่ไฟฟ้าถึงปัญหาอื่น เกมเดียวต่อยอดได้อีกหลายสนาม

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการพิสูจน์ว่า ถ้าดีไซน์ดี ๆ เกมสามารถกลายเป็น แพลตฟอร์มการเรียนรู้ ที่ใช้ต่อยอดไปสู่ปัญหาอีกหลากหลายด้านได้ในอนาคต

  • ใช้แนวคิดเกมช่วยสื่อสารเรื่องยาเสพติดในรูปแบบอื่น ๆ

  • ขยายไปสู่ประเด็นความปลอดภัยบนท้องถนนและในชีวิตประจำวัน

  • ปลูกฝังทักษะคิดเป็น เลือกเป็น ปฏิเสธเป็น ให้กับเด็กตั้งแต่ยังเล็ก

เป้าหมายปลายทางคือการสร้างสังคมไทยที่เด็กและเยาวชนมี ภูมิคุ้มกันจากสารเสพติดทุกรูปแบบ และมี จิตสำนึกด้านความปลอดภัย ติดตัวไปตลอดชีวิต

เมื่อการ์ดหนึ่งใบสามารถเล่าเรื่องได้เป็นฉาก ๆ เกมหนึ่งชุดก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันโศกนาฏกรรมที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตใครเลย