ฟุตบอลโลกดันเกมเศรษฐกิจไทย
กรุงเทพฯ – ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยภาพรวมอุตสาหกรรมลูกฟุตบอลไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จากแรงหนุนของมหกรรมฟุตบอลโลก (World Cup 2026) ที่จะกลายเป็นตัวจุดประกายสำคัญให้ตลาดลูกฟุตบอลทั่วโลกคึกคักยิ่งกว่าเดิม
ในปี 2024 ไทยก้าวขึ้นมาติดอันดับ Top 5 ผู้ส่งออกลูกฟุตบอลของโลก และยังเป็น อันดับ 2 ของอาเซียน รองจากเวียดนาม โดยมูลค่าการส่งออกลูกฟุตบอลไทยอยู่ราว 2.9 พันล้านบาท สะท้อนให้เห็นศักยภาพของผู้ผลิตไทยบนเวทีโลกอย่างชัดเจน
เวิลด์คัพ 2026 จุดระเบิดยอดส่งออก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่า ทุกครั้งที่มีฟุตบอลโลก ยอดส่งออกลูกฟุตบอลจะถูกเร่งเครื่องตามไปด้วย เนื่องจากความต้องการใช้ลูกฟุตบอลเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงการแข่งขัน การซ้อม รวมไปถึงการขายปลีกเพื่อแฟนบอลและนักสะสม
สำหรับ World Cup 2026 มีการประเมินว่า การส่งออกลูกฟุตบอลไทยมีโอกาสขยายตัวสูงถึง 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินไหลเข้าสู่เศรษฐกิจไทยในห่วงโซ่กีฬาและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
ทำไมลูกฟุตบอลไทยถึงไปได้ไกล
การที่ลูกฟุตบอลไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากปัจจัยหนุนหลายด้านที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
ได้เปรียบด้านวัตถุดิบยางธรรมชาติ
ไทยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ทำให้ผู้ผลิตลูกฟุตบอลสามารถเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญได้อย่างต่อเนื่องและมีความได้เปรียบด้านต้นทุนมาตรฐานการผลิตระดับสากล
โรงงานผลิตลูกฟุตบอลไทยจำนวนมากพัฒนากระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในแง่คุณภาพ ความทนทาน และประสิทธิภาพการใช้งาน จนได้รับความเชื่อมั่นจากแบรนด์และผู้ซื้อในหลายประเทศกระแสฟุตบอลในประเทศเติบโต
ความนิยมในกีฬาฟุตบอลของคนไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในระดับสมัครเล่น โรงเรียน สโมสร และลีกอาชีพ ช่วยผลักดันให้ผู้ผลิตพัฒนาสินค้าอย่างจริงจัง และสร้างฐานการผลิตที่แข็งแรงรองรับการส่งออก
โอกาสต่อไปของอุตสาหกรรมลูกหนังไทย
เมื่อฟุตบอลโลก 2026 ใกล้เข้ามา ความต้องการลูกฟุตบอลทั่วโลกจะเร่งตัวขึ้นตามไปด้วย หากไทยสามารถรักษาคุณภาพ พัฒนานวัตกรรม และใช้จุดแข็งด้านยางธรรมชาติได้อย่างเต็มศักยภาพ ก็มีโอกาสรักษาตำแหน่ง ผู้เล่นสำคัญในตลาดลูกฟุตบอลโลก และต่อยอดความสำเร็จได้อีกยาวๆ
ในสนามฟุตบอล ผู้ชนะคือทีมที่เตรียมตัวดีกว่า เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมลูกฟุตบอลไทย ที่กำลังจะได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีโลกในยุคเวิลด์คัพ 2026 นี้

