รับแอปรับแอป

MG7 รุ่นปี 2026 ยกเครื่องห้องโดยสาร AI อัปเกรดระบบช่วยขับ ล้ำกว่าที่เคยในงบไม่ถึง 8 แสน

กิตติพงษ์ ชัยมงคล01-30

MG7 โฉมปี 2026: ซีดานสปอร์ตที่ขยับเข้าใกล้คำว่า “รถอัจฉริยะ”

MG ภายใต้เครือ SAIC Group เปิดตัว MG7 รุ่นปี 2026 ในจีนแบบจัดเต็ม ปรับโฉมประจำปีเน้นด้านเทคโนโลยี ทั้งระบบช่วยขับอัจฉริยะ และห้องโดยสารที่ฉลาดขึ้นด้วย AI

รุ่นย่อยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ราคาเปิดตัวอยู่ระหว่าง 116,900 – 154,900 หยวน หรือราว ๆ 584,500 – 774,500 บาท จัดอยู่ในหมวดซีดานสปอร์ตที่เน้นความคุ้มค่าต่อเทคโนโลยีแบบจริงจัง

ดีไซน์ภายนอก: Fastback สายสปอร์ตที่เน้นความดุดัน

MG7 ปี 2026 ยังคงคาแรกเตอร์ซีดานท้าย Fastback หลังคาลาดต่อเนื่องจากเสา A ไปจนถึงท้ายรถ ให้ทรงโปรไฟล์สปอร์ตชัดเจน และช่วยให้ตัวรถดูยาว ลู่ลมมากขึ้น

เส้นสายด้านข้างถูกออกแบบให้เน้นช่วงท้าย เนื้อสะโพกดูบึกบึน เต็มมัดกล้ามมากกว่าเดิม เหมาะกับคนที่อยากได้ซีดานที่บุคลิกไม่เรียบง่ายจนเกินไป

ด้านท้ายจัดเต็มด้วยท่อไอเสีย 4 ท่อแบบคู่ซ้ายขวา ขนาดใหญ่สะดุดตา พร้อมวาล์วที่สามารถปรับตั้งค่าได้ตามโหมดการขับขี่ ช่วยเพิ่มทั้งซาวด์และบุคลิกของรถ

สปอยเลอร์หลังเป็นแบบไฟฟ้าปรับได้ 3 ระดับ ฝังกลืนไปกับฝาท้าย แต่ยังดีไซน์ Ducktail ยื่นออกมาอย่างแนบเนียน เป็นจุดเด่นที่ช่วยให้ด้านท้ายดุดันขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก

ห้องโดยสาร: เมื่อ AI เข้าไปนั่งข้างคนขับ

ภายในห้องโดยสารของ MG7 ยังคงใช้ดีไซน์จอคู่เชื่อมต่อกัน เป็นทั้งศูนย์กลางความบันเทิงและระบบนำทาง รองรับการเชื่อมต่อออนไลน์ครบสำหรับยุคดิจิทัล

แต่ไฮไลต์ของรุ่นปี 2026 คือ การฝัง AI Large Language Model เข้าไปในระบบ Infotainment ทำให้การสั่งงานด้วยเสียงก้าวข้ามจากคำสั่งแบบท่องจำ ไปสู่การพูดคุยในภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ระบบสามารถเข้าใจบริบทในการสนทนาได้ดีขึ้น รับคำสั่งต่อเนื่องได้ และควบคุมฟังก์ชันในรถได้หลากหลายกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณหภูมิ แนะนำเส้นทาง หรือจัดการฟีเจอร์บันเทิงต่าง ๆ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวประจำห้องโดยสาร

พื้นที่ใช้สอย: ไม่ได้มีดีแค่รูปทรง

แม้จะมาในคาแรกเตอร์ซีดานท้าย Fastback แต่ MG7 ก็ไม่ได้ทิ้งงานด้านความเอนกประสงค์

ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 375 ลิตร เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งของช้อปปิ้งหรือสัมภาระทั่วไป และยังสามารถเพิ่มพื้นที่ได้ด้วยการพับเบาะหลังลง เหมาะกับทั้งทริปเดินทางไกลและการใช้งานแบบครอบครัวเล็ก ๆ

ระบบช่วยขับ NGP: ขับเองก็ได้ ให้รถช่วยก็สบาย

MG7 ปี 2026 มาพร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะ NGP (Navigation Guided Pilot) ที่พัฒนาโดย SAIC เอง ใช้ฮาร์ดแวร์ตรวจจับรอบคันมากถึง 23 ชิ้น

จุดเด่นคือฟังก์ชัน ADAS ขั้นสูงรวม 22 รายการ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระคนขับ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น

  • ISC ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ช่วยปรับความเร็วให้เหมาะสมตามสภาพถนนหรือตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • ALC ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ลดภาระการหาจังหวะเปลี่ยนเลนเอง

  • ACC ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างต่อเนื่อง

  • AEB ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสการชนเมื่อผู้ขับตอบสนองไม่ทัน

ภาพรวมคือการยกระดับจาก “รถมีระบบช่วยขับ” ไปสู่การเป็น คู่หูในการเดินทางที่คอยเฝ้าระวังรอบคันตลอดเวลา

ขุมพลังเทอร์โบ 2 ทางเลือก

ใต้ฝากระโปรง MG7 ปี 2026 ยังวางเครื่องยนต์สันดาปเทอร์โบให้เลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ทั้งสายเน้นความคุ้มค่าและสายสมรรถนะ

เครื่องยนต์ 1.5T

  • กำลังสูงสุด 188 แรงม้า

  • แรงบิด 300 นิวตันเมตร

  • เกียร์อัตโนมัติแบบ Dual-Clutch 7 สปีด

เซ็ตนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ความแรงกำลังดี เน้นความประหยัดและค่าใช้จ่ายในการถือครอง

เครื่องยนต์ 2.0T

  • กำลังสูงสุด 261 แรงม้า (192 kW)

  • แรงบิด 405 นิวตันเมตร

  • เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

ตัวนี้คือสายดุ เน้นอัตราเร่งและการตอบสนองที่เร้าใจกว่า เหมาะกับคนที่มอง MG7 เป็นซีดานสปอร์ตเต็มตัวมากกว่ารถใช้งานทั่วไป

รุ่นท็อปยังได้ช่วงล่างแบบ mCDC ที่สามารถปรับการทำงานได้ด้วยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้รถบาลานซ์ระหว่างความนุ่มสบายและความหนึบในโค้ง รวมถึง E-LSD เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและเสถียรภาพเมื่อต้องขับแบบจริงจัง

สรุป: ซีดานที่ผสม AI, สมรรถนะ และความคุ้มค่าไว้ในคันเดียว

MG7 รุ่นปี 2026 คือตัวอย่างของรถที่ไม่ได้เน้นแค่แรงหรือสวย แต่พยายาม ยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วย AI และระบบช่วยขับขั้นสูง

  • ดีไซน์ Fastback สปอร์ตชัด พร้อมรายละเอียดปลายท่อและสปอยเลอร์ที่จริงจัง

  • ห้องโดยสารรองรับ AI ภาษาธรรมชาติ ทำให้การสั่งงานในรถง่ายขึ้นอย่างเห็นภาพ

  • ระบบช่วยขับ NGP และ ADAS 22 ฟังก์ชัน ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและสบายขึ้น

  • เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T และ 2.0T เลือกได้ตามสไตล์การขับ

ใครกำลังมองหาซีดานสปอร์ตที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด MG7 ปี 2026 น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรจับตามองอย่างจริงจัง