Neverness to Everness เกมโอเพ่นเวิลด์เหนือธรรมชาติ เปิดตัวแล้ว
Neverness to Everness เป็นหนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงก่อนเปิดให้บริการ ด้วยแนวเกมที่ผสมผสานความเป็น open-world เข้ากับธีมเหนือธรรมชาติในเมืองสมัยใหม่ ล่าสุดตัวเกมได้ปล่อยเทรลเลอร์ “Play On!” พร้อมประกาศความร่วมมือด้านเพลงกับเกมชื่อดังหลายเกม ทำให้ความน่าสนใจของเกมนี้เพิ่มขึ้นอีกระดับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาเกม RPG แบบโลกเปิดที่มีบรรยากาศแตกต่างจากแฟนตาซีทั่วไป เกมนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนำเสนอโลกเมืองที่มีชีวิต และเรื่องเหนือธรรมชาติที่ผสมอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว
เกมนี้คืออะไร และน่าสนใจตรงไหน
เป็นเกมแนว supernatural urban open-world action RPG จากทีมผู้พัฒนาเดียวกับ Tower of Fantasy โดยมีฉากหลังเป็นมหานครชื่อ Hethereau
จุดเด่นของเกมคือการนำ “ความเหนือธรรมชาติ” มาอยู่ในโลกเมืองที่ดูทันสมัย ทำให้เกิดบรรยากาศที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
ผู้เล่นจะรับบทเป็น “Anomaly Hunter” ที่ต้องทำงานรับจ้างจัดการปรากฏการณ์ผิดปกติ เพื่อหาเงินและพัฒนาชีวิตในเมือง
ปัญหาที่ผู้เล่นมักมองหาในเกมแนวโอเพ่นเวิลด์
ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาเกม open-world ที่ให้มากกว่าการสำรวจหรือทำเควสต์ซ้ำ ๆ
สิ่งที่หลายคนต้องการ เช่น
โลกในเกมที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่ฉากหลัง
กิจกรรมหลากหลาย ไม่จำเจ
เนื้อเรื่องที่เชื่อมโยงกับการเล่น
เกมนี้พยายามตอบโจทย์ด้วยการออกแบบเมืองให้มีไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงระบบที่ให้ผู้เล่นกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเองได้

จุดเด่นของโลกในเกม Hethereau
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือเมือง Hethereau ที่ถูกออกแบบมาให้มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา
เมืองที่มีชีวิตจริง
ผู้เล่นสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น
ขับรถสำรวจเมือง
ไปยังสถานที่ต่าง ๆ อย่างตลาดหรือสถานศึกษา
ใช้ชีวิตในรูปแบบที่ตัวเองเลือก
การผสมผสานความจริงกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
เหตุการณ์ผิดปกติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ เช่น
วัตถุที่มีพลังลึกลับ
ปรากฏการณ์ที่อธิบายไม่ได้
สิ่งเหล่านี้ทำให้โลกในเกมไม่น่าเบื่อ และมีสิ่งให้ค้นหาอยู่เสมอ
ระบบการเล่นและการพัฒนาตัวละคร
เกมไม่ได้เน้นแค่การต่อสู้ แต่ยังมีระบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย
การสร้างตัวตนในเมือง
ผู้เล่นสามารถเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ และค่อย ๆ พัฒนา เช่น
ทำงานหาเงิน
ขยายธุรกิจ
อัปเกรดที่อยู่อาศัย
การรวมทีม
คุณสามารถรวมทีมกับตัวละครที่มีความสามารถแตกต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้การเล่นมีมิติและความหลากหลายมากขึ้น
การคอลแลปส์เพลงที่เพิ่มบรรยากาศเกม
อีกหนึ่งจุดที่ถูกพูดถึงคือการร่วมมือด้านเพลงกับเกมชื่อดัง เช่น
Persona 5 Royal
Persona 5: The Phantom X
Tower of Fantasy
เพลงจากเกมเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในโลกของ Neverness to Everness ทำให้บรรยากาศการเล่นมีความหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น
โดยผู้เล่นจะได้ฟังเพลงเหล่านี้ระหว่างการสำรวจเมือง ซึ่งช่วยเสริมอารมณ์ของเกมได้อย่างดี

เกมนี้เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้เล่นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ
คนที่ชอบเกม open-world
ผู้เล่นที่สนใจธีมเหนือธรรมชาติ
คนที่ชอบเกม RPG ที่มีเนื้อเรื่อง
ผู้เล่นที่อยากได้อิสระในการเล่น
ในขณะเดียวกัน หากคุณต้องการเกมที่เน้นแอ็กชันเร็วหรือการแข่งขันสูง อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติม
ข้อควรรู้ก่อนเล่น
ก่อนตัดสินใจเล่นเกมนี้ มีบางจุดที่ควรเข้าใจ
เกมเน้นประสบการณ์โดยรวม ไม่ใช่แค่การต่อสู้
ต้องใช้เวลาในการสำรวจและพัฒนา
เนื้อหามีหลายระบบ อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
การเล่นแบบค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้เข้าถึงความสนุกของเกมได้มากขึ้น
กำหนดการเปิดให้บริการ
มีกำหนดเปิดให้บริการทั่วโลกในวันที่ 29 เมษายน 2026 บนแพลตฟอร์มหลัก ได้แก่
PC
PS5
มือถือ
การเปิดให้เล่นหลายแพลตฟอร์มช่วยให้ผู้เล่นเข้าถึงเกมได้สะดวกมากขึ้น
สรุป
Neverness to Everness เป็นเกม open-world RPG ที่นำเสนอแนวคิดใหม่ ด้วยการผสมผสานโลกเมืองกับความเหนือธรรมชาติ พร้อมระบบการเล่นที่ให้อิสระและหลากหลาย
การปล่อยเทรลเลอร์ใหม่และการคอลแลปส์เพลงกับเกมดัง ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวเกมก่อนเปิดให้บริการจริง
หากคุณกำลังมองหาเกมที่มีบรรยากาศแตกต่างจากแนวแฟนตาซีทั่วไป และอยากลองประสบการณ์ใหม่ในโลกเมืองที่เต็มไปด้วยความลึกลับ เกมนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ควรจับตามอง


ความคิดเห็น