ท่ามกลางกระแสข่าวปลดพนักงาน ปิดสตูดิโอ และการลงทุนที่ชะลอตัวในอุตสาหกรรมเกม เสียงสะท้อนจากคนทำเกมรุ่นเก๋ายิ่งทำให้ภาพรวมชัดขึ้น ล่าสุด Christofer Sundberg ผู้ก่อตั้ง Avalanche Studios และผู้สร้างซีรีส์ Just Cause ออกมาวิพากษ์สภาพธุรกิจเกมในปัจจุบันว่าเป็นช่วงเวลาที่ “สิ้นหวัง ขี้ขลาด และสับสน” ที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในรอบกว่า 30 ปีที่ทำงานในวงการนี้
คำพูดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Sundberg กำลังเตรียมเปิดตัวเกมใหม่จากสตูดิโอของเขาเองอย่าง Liquid Swords กับผลงานแรกชื่อ Samson: A Tyndalston Story ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 8 เมษายน 2026
บทความนี้จะพาไปดูว่าเขาพูดอะไรไว้บ้าง ทำไมถึงมองว่าวงการเกมกำลังอยู่ในภาวะ “เมาค้าง” และสถานการณ์นี้ส่งผลต่อผู้พัฒนาเกมอย่างไร
“ไม่เคยเห็นธุรกิจสิ้นหวังและกลัวความเสี่ยงแบบนี้มาก่อน”
Sundberg ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดเวลากว่าสามทศวรรษที่เขาสร้างเกมมา เขาไม่เคยเจอสภาพธุรกิจที่ “สิ้นหวัง ขี้ขลาด (ที่เรียกกันสวย ๆ ว่า risk-averse) และสับสน” เท่านี้มาก่อน
คำว่า risk-averse หมายถึง “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” ซึ่งในบริบทของวงการเกม คือการที่ผู้จัดจำหน่ายและนักลงทุนเลือกทำแต่สิ่งที่ปลอดภัย เช่น ภาคต่อ เกมสูตรเดิม หรือ IP ที่พิสูจน์แล้วว่าขายได้ แทนที่จะลงทุนกับไอเดียใหม่ ๆ
เขายังอธิบายต่อว่า หลังจากช่วงปี 2021–2023 ที่มีการซื้อกิจการและลงทุนอย่างหนักในอุตสาหกรรมเกม ตอนนี้วงการกำลังเผชิญกับ “อาการเมาค้าง” จากการทุ่มเงินเกินตัว และอาการนี้ยืดเยื้อมานานถึงสามปีแล้ว

Liquid Swords กับการเดิมพันครั้งใหม่
หลังออกจาก Avalanche Studios Sundberg ก่อตั้งสตูดิโอใหม่ชื่อ Liquid Swords ในปี 2020 โดยมี NetEase เข้ามาลงทุนในปี 2021
เกมแรกของสตูดิโอคือ Samson: A Tyndalston Story ซึ่งจะเปิดตัวในราคา 25 ดอลลาร์ โดย Sundberg บอกชัดว่า เป้าหมายคือมอบประสบการณ์ที่ “สนุกและคุ้มค่า” เพื่อวางรากฐานสำหรับอนาคต
เขายอมรับตรง ๆ ว่า เขาลงทุนเงินของตัวเองกับบริษัทนี้ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่รวมถึงสถานะทางการเงินส่วนตัวก็อยู่ในความเสี่ยงด้วย
นอกจากนั้น เขายังมองว่า สิ่งสำคัญไม่แพ้เงินทุนคือความสามารถในการรักษาทีมพัฒนาไว้ให้ได้ในระยะยาว
การตัดสินใจครั้งยาก: ปลดพนักงานครึ่งทีม
Sundberg พูดตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการปลดพนักงาน โดยไม่ใช้คำสวยหรูอย่าง “restructuring” หรือ “ปรับโครงสร้าง”
เขายอมรับว่า ปีที่ผ่านมา Liquid Swords ตัดสินใจเลย์ออฟพนักงานครึ่งหนึ่งของทีม เพื่อยืดระยะเวลาทางการเงินให้บริษัทอยู่รอดจนถึงปี 2026
เหตุผลคือ บริษัทมีงบประมาณจำกัด และต้องวางแผนกระแสเงินสดอย่างระมัดระวัง การตัดสินใจนี้คือ “การเดิมพัน” เพื่อให้เกมออกสู่ตลาดได้สำเร็จ
ประโยคหนึ่งที่สะท้อนความจริงในวงการเกมตอนนี้ชัดเจนมากคือ
“เราทำทุกอย่างเพื่อส่งมอบประสบการณ์ราคา 25 ดอลลาร์ที่สนุก และหวังว่าผู้เล่นจะเห็นศักยภาพของเรา”
ภาพรวมอุตสาหกรรมเกม: การลงทุนที่ลดลง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการเกมเผชิญกับ:
การปิดสตูดิโอจำนวนมาก
นักพัฒนาหลายพันคนตกงาน
การชะลอตัวของเงินลงทุนเอกชน
รายงาน State of Video Gaming 2026 ของ Matthew Ball ก็ชี้ว่า การลงทุนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมเกมยังคงลดลงต่อเนื่อง
แม้เรายังเห็นเกมคุณภาพดีออกมาอยู่เรื่อย ๆ แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง และความกลัวความเสี่ยง
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ความปลอดภัยทางการเงินมาก่อนเสมอ แต่สำหรับงานสร้างสรรค์ การไม่กล้าเสี่ยงอาจหมายถึงการหยุดนิ่ง

ทำไม “ความกลัวความเสี่ยง” ถึงเป็นปัญหา
เกมที่สร้างปรากฏการณ์ใหญ่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น Just Cause, Dark Souls หรือเกมอินดี้หลายเกม ล้วนเกิดจากการลองสิ่งใหม่
ถ้าทุกค่ายเลือกทำแต่สูตรเดิม:
ภาคต่อที่ปลอดภัย
รีมาสเตอร์
เกมที่เลียนแบบเทรนด์
วงการอาจสูญเสียความหลากหลายและนวัตกรรม
Sundberg มองว่า คนสร้างเกมเข้าใจดีว่าความเสี่ยงสำคัญแค่ไหน แต่คำถามคือ ฝ่ายการเงินและนักลงทุนจะเข้าใจตรงนี้หรือไม่
แล้วผู้เล่นควรมองเรื่องนี้อย่างไร
สำหรับผู้เล่นทั่วไป ข่าวการปลดพนักงานหรือการชะลอตัวของตลาดอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลกระทบจริง ๆ คือ:
เกมใหม่ที่กล้าแหวกแนวอาจลดลง
สตูดิโอขนาดเล็กอยู่ยากขึ้น
ความหลากหลายของแนวเกมอาจแคบลง
ในทางกลับกัน การสนับสนุนเกมขนาดกลางหรือเกมอินดี้ที่กล้าแตกต่าง อาจเป็นแรงผลักดันสำคัญให้วงการยังเดินหน้าต่อ
บทสรุป: วงการเกมกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
คำพูดของ Christofer Sundberg ไม่ได้เป็นแค่การบ่นของผู้บริหารคนหนึ่ง แต่สะท้อนความรู้สึกของคนทำเกมจำนวนมากในช่วงหลังการลงทุนบูมระหว่างปี 2021–2023
ตอนนี้อุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วง “เมาค้าง” ที่ต้องจัดการต้นทุน ลดความเสี่ยง และประคองธุรกิจให้อยู่รอด
ขณะเดียวกัน สตูดิโออย่าง Liquid Swords ก็กำลังเดิมพันครั้งสำคัญกับ Samson: A Tyndalston Story เพื่อพิสูจน์ว่าทีมเล็ก ๆ ยังสามารถสร้างผลงานที่มีคุณค่าได้ในตลาดที่ระมัดระวังสูงแบบนี้
คำถามใหญ่คือ วงการเกมจะกลับมาสู่จุดที่กล้าลองสิ่งใหม่อีกครั้งเมื่อไร
และบางที คำตอบอาจไม่ได้อยู่แค่ที่นักลงทุน แต่อยู่ที่ผู้เล่นด้วยว่า พร้อมสนับสนุนความเสี่ยงในโลกเกมมากแค่ไหน

