เปิดเพลงให้ดัง แล้วดันคลิปให้ปัง
การรู้ว่าควรไปหา เพลงประกอบคลิป TikTok ที่กำลังมาแรง จากที่ไหนบ้าง คืออาวุธลับที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ห้ามมองข้ามเลยสักนิด
ซาวด์ที่ติดเทรนด์ไม่ใช่แค่ช่วยดันเอ็นเกจเมนต์ให้ยอดวิวพุ่ง แต่ยังช่วยให้คนจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ของคุณโผล่บนหน้า For You (FYP) แบบไม่ต้องง้อบูสต์โฆษณาหนัก ๆ
บน TikTok ซาวด์ที่มาแรงมีได้ทุกแบบ ตั้งแต่เพลงยุค 80s ที่กลับมาฮิตใหม่ วลีเด็ดที่กลายเป็นมีมทั้งแพลตฟอร์ม ไปจนถึงซาวด์รีมิกซ์ที่ฟังไม่กี่วินาทีก็ติดหัวทั้งวัน
ยิ่งเลือกใช้เพลงหรือซาวด์ที่ใช่ คลิปของคุณก็ยิ่งมีโอกาสถูกดู ถูกแชร์ และถูกพูดถึงมากขึ้นตามไปด้วย
ทุกวันนี้มีมากกว่า 85% ของคลิปบน TikTok ที่ใส่เพลงประกอบ และเกือบ 40% ของครีเอเตอร์ยอดนิยมยังใส่เสียงพูดผสมเข้าไปด้วย ทำให้เสียงกลายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การดูคลิปบนแพลตฟอร์มนี้อย่างแท้จริง
ถ้าอยากให้คลิปมีลุ้นทั้งติด FYP ทั้งกลายเป็นไวรัล การเลือกใช้ เพลงประกอบคลิปหรือซาวด์ที่อยู่บนเทรนด์ คือกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม
ด้านล่างนี้คือ 8 วิธีตามทันซาวด์ไวรัลก่อนคนอื่น พร้อมไอเดียเอาไปต่อยอดในแผน TikTok Marketing ของคุณให้เห็นผลจริง
8 วิธีหาเพลง TikTok มาแรงแบบไม่พลาดทุกเทรนด์
ก่อนอื่นมาดูภาพรวม 8 แหล่งล่าซาวด์ฮิตที่ครีเอเตอร์ควรรู้จักไว้ให้ครบ:
TikTok Creative Center
ช่องค้นหาใน TikTok
หน้า For You (FYP)
คลังซาวด์ในแอป TikTok
เพลย์ลิสต์ TikTok บน Spotify
เพลย์ลิสต์รวมเพลง TikTok บนแพลตฟอร์มวิดีโอ
ชาร์ต Billboard
เว็บไซต์รวมเทรนด์อย่าง TokChart
จากข้อมูล TikTok มีการพบว่า ผู้ใช้จดจำแบรนด์ได้มากขึ้นถึง 8 เท่า เมื่อคลิปของแบรนด์ใช้ซาวด์ที่มีเอกลักษณ์ และเข้าเทรนด์ของแพลตฟอร์ม
เพราะฉะนั้น การเลือกเพลงประกอบคลิปให้ “ถูกเทรนด์” และ “ถูกใจคนดู” จึงสำคัญพอ ๆ กับไอเดียคอนเทนต์เลยทีเดียว
ด้านล่างนี้คือรายละเอียดแต่ละวิธี ที่คุณหยิบไปใช้ได้ทันที
1. ใช้ TikTok Creative Center เป็นเรดาร์จับเพลงฮิต
TikTok Creative Center คือเหมือนศูนย์รวมเพลงฮิตและซาวด์มาแรงประจำแพลตฟอร์ม ที่คอยอัปเดตให้ตลอดเวลา
คุณสามารถดูอันดับเพลงยอดนิยม พร้อมฟิลเตอร์แบ่งตามประเทศหรือภูมิภาค ทำให้โฟกัสเฉพาะตลาดที่แบรนด์ต้องการสื่อสารได้ตรงกว่าเดิม
เมื่อกดเข้าไปที่เพลงแต่ละเพลง จะเห็นข้อมูลอย่างเช่น:
กราฟความนิยมย้อนหลังเป็นสัปดาห์
เทรนด์ของเพลงว่ากำลังขึ้น กำลังนิ่ง หรือเริ่มแผ่ว
ข้อดีอีกอย่างคือ Creative Center เปิดให้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ฟรี แค่ล็อกอินด้วยบัญชี TikTok Business ก็พร้อมลุย
ที่น่าสนใจมากคือมีฟิลเตอร์ “Approved for business use” ที่ช่วยคัดเพลงและซาวด์ที่เหมาะสำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ ลดความเสี่ยงเรื่องลิขสิทธิ์และปัญหาคลิปโดนปิดเสียงหรือถูกลบในภายหลัง

2. ใช้ช่องค้นหาใน TikTok เจาะเทรนด์ตามหมวดที่คุณเล่น
ฟีเจอร์ค้นหาในแอป TikTok ไม่ได้เอาไว้ใช้หาคลิปสนุก ๆ อย่างเดียว แต่คืออีกหนึ่งอาวุธในการหาเพลงประกอบที่ตรงกับนิชของคุณแบบเนียน ๆ
วิธีใช้มีแค่นี้:
เปิดแอป TikTok
กดไอคอนค้นหาด้านบนของหน้าจอ
พิมพ์คำที่เกี่ยวข้องกับหมวดของคุณ เช่น fashion, อาหาร, ท่องเที่ยว
เลือกแท็บ Sounds เมื่อผลค้นหาขึ้นมา
คุณจะเห็นลิสต์เพลงและซาวด์ที่กำลังถูกใช้บ่อยในหมวดนั้น พร้อมตัวเลขจำนวนครั้งที่มีคนเอาไปใช้ในคลิปต่าง ๆ
วิธีนี้ช่วยให้คุณรู้ได้ทันทีว่า คนในคอมมูนิตี้เดียวกับแบรนด์กำลังเล่นซาวด์แบบไหนอยู่ และช่วยเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ของคุณถูกเสิร์ฟขึ้น FYP ของกลุ่มเป้าหมายที่ใช่

3. เลื่อนดูหน้า FYP แบบมีสติ ไม่ใช่แค่ไถเพลิน
หนึ่งในวิธีที่ง่ายและแม่นที่สุดในการหาเพลงมาแรงคือ เปิดหน้า For You แล้วไถดูสักพัก
หลายคนแชร์ตรงกันว่า ถ้าเลื่อนดูประมาณ 5 นาที จะเริ่มได้ยินซาวด์เดิม ๆ กลับมาซ้ำอยู่ไม่กี่เพลง นั่นแหละคือสัญญาณว่าเพลงเหล่านั้นกำลังติดเทรนด์
หน้า FYP จึงทำหน้าที่เหมือนเรดาร์จับกระแสแบบเรียลไทม์ ที่คอยบอกเราว่า:
ช่วงนี้คนกำลังเล่นซาวด์อะไร
เพลงไหนถูกใช้ในหลากหลายบริบท
ซาวด์ไหนเริ่มถูกใช้จนเกือบเป็นมีมประจำแพลตฟอร์ม

เมื่อสนใจซาวด์ไหนเป็นพิเศษ แค่แตะชื่อซาวด์ข้างไอคอนโน้ตเพลงมุมซ้ายล่างของคลิป TikTok ก็จะแสดงหน้าแยกให้ดูว่ามีคลิปกี่ตัวที่ใช้ซาวด์นี้อยู่
ตัวอย่างเช่น
ซาวด์อย่าง Power of Three ที่มาจากผู้ใช้ชื่อ Johnny_cage
หลายคนใช้ซาวด์นี้ทำท่าหมุนเป็นวงเหมือนร่วมพิธีมนตร์
แบรนด์รองเท้ากันน้ำอย่าง Vessi ก็เอาซาวด์นี้มาดัดเล่นมุกขอให้ฝนตกเพื่อให้มีเหตุผลซื้อรองเท้ากันน้ำเพิ่ม
จะเห็นว่าแค่เลือก “ซาวด์ที่คนกำลังเล่น” ก็ช่วยให้แบรนด์เข้าเทรนด์ได้ง่ายขึ้น และคอนเทนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาบน TikTok โดยไม่ต้องพยายามมาก
สิ่งที่ต้องจำไว้คือ หน้า For You ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย อัลกอริทึมจะปรับตามความสนใจและคอมมูนิตี้ที่เราเสพเป็นประจำ
ถ้าอยากเข้าใจกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ คุณควรทำการบ้านเพิ่ม เช่น สำรวจว่า:
FYP ของพวกเขาน่าจะเต็มไปด้วยคอนเทนต์แนวไหน
สไตล์เพลงและซาวด์ที่พวกเขาน่าจะคุ้นหูคือแบบใด
ยิ่งเข้าใจโลกของผู้ชมได้มากเท่าไร คุณก็ยิ่งเลือกเพลงประกอบคลิปได้ตรงใจมากขึ้นเท่านั้น
4. สำรวจคลังซาวด์ในแอป TikTok โดยตรง
อีกแหล่งสำรวจเพลงมาแรงที่ง่ายมากคือ คลังซาวด์ในตัวแอป TikTok เอง
ขั้นตอนมีเพียงไม่กี่ข้อ:
เปิดแอป TikTok
กดปุ่ม + ด้านล่างเหมือนจะสร้างคลิปใหม่
แตะคำว่า “เพิ่มเสียง” (Add sound) ด้านบนสุดของหน้าจอ
ระบบจะแสดงหน้าแนะนำเพลงและซาวด์ต่าง ๆ พร้อมตัวเลขจำนวนโพสต์ที่ใช้ซาวด์นั้น
ถ้าเจอซาวด์ที่น่าสนใจแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้เมื่อไร สามารถกดบันทึกเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยหยิบมาใช้ในคลิปอื่นภายหลังได้
คลังซาวด์นี้เป็นเหมือนหน้ารวมเทรนด์เสียงประจำช่วงเวลา ช่วยให้คุณสแกนได้ในไม่กี่นาทีว่า ตอนนี้เพลงแบบไหนกำลังขึ้น และอันไหนน่าจะเหมาะกับโทนของแบรนด์คุณ

5. ใช้เพลย์ลิสต์ TikTok บน Spotify เป็นเหมือนไกด์ลิสต์เพลงไวรัล
แพลตฟอร์มสตรีมเพลงอย่าง Spotify เต็มไปด้วยเพลย์ลิสต์ที่รวม เพลงไวรัลจาก TikTok ไว้ให้คุณฟังยาว ๆ
แค่พิมพ์คำว่า “TikTok” ในช่องค้นหาแล้วเลือกแท็บ Playlists ก็จะเห็นเพลย์ลิสต์จากทั้งผู้ใช้ทั่วไปและเพลย์ลิสต์คัดสรรแนวต่าง ๆ เช่น:
Viral hits ประจำปี
เพลงแนว Phonk, Country, Latin, R&B, Rock ที่ดังบน TikTok
การเปิดฟังเพลย์ลิสต์เหล่านี้ช่วยให้คุณรู้โทนเสียงที่คนคุ้นหูในช่วงนั้น และยังอาจได้เพลงใหม่ ๆ ไปใช้ประกอบคลิปที่ยังไม่ถูกใช้จนเกลื่อนบนแพลตฟอร์มด้วย

6. ลองค้นหาเพลย์ลิสต์เพลง TikTok ฮิตบนแพลตฟอร์มวิดีโอ
แพลตฟอร์มวิดีโอก็เป็นอีกแหล่งที่คนชอบรวมเพลง TikTok ไวรัลเอาไว้ในคลิปยาว
วิธีตามหาไอเดียเพลงใหม่ ๆ คือพิมพ์คำค้นสั้น ๆ อย่าง:
“trending TikTok sounds”
“trending TikTok songs”
หรือแม้แต่พิมพ์แค่คำว่า “trending TikTok” ระบบก็จะแสดงคำแนะนำการค้นหายอดนิยมให้ทันที ทำให้เห็นเลยว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่กำลังสนใจเพลงหรือซาวด์แบบไหน

ยังมีช่องที่มักอัปเดตเพลย์ลิสต์เพลง TikTok อย่างต่อเนื่อง และจัดหมวดหมู่ตามภาษาและภูมิภาค ทำให้คุณเลือกเพลงให้ตรงกับตลาดเป้าหมายได้ง่ายขึ้นอีก

7. เช็กชาร์ต Billboard เพื่อจับเพลงที่กำลังปังทั่วโลก
ชาร์ตเพลงระดับโลกอย่าง Billboard Hot 100 หรือชาร์ต Global 200 มักจะสะท้อนเทรนด์เพลงที่ดังบน TikTok ไปพร้อม ๆ กัน
ในช่วงปีหลัง ๆ มีตัวเลขน่าสนใจอย่างเช่น:
มากกว่า 80% ของเพลงที่ติดชาร์ต Billboard Global 200 เคยไวรัลบน TikTok มาก่อน
อีกส่วนหนึ่งไวรัลพร้อมกับหรือหลังจากติดชาร์ตเพียงไม่นาน
นั่นหมายความว่า ถ้าคุณตามชาร์ตอยู่ตลอด ก็มีโอกาสสูงที่จะเจอ เพลงที่เหมาะจะเอามาใช้เป็นซาวด์ประกอบคลิป TikTok ก่อนที่คนอื่นจะเริ่มใช้กันอย่างหนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ใน TikTok Creative Center ยังสามารถพิมพ์หาเพลงจากชาร์ตใหญ่ ๆ ได้โดยตรง แล้วดูต่อได้เลยว่า:
ผู้ใช้บน TikTok นำเพลงนั้นไปใช้เล่าเรื่องแบบไหน
กลุ่มผู้ชมแบบไหนที่อินกับเพลงนี้
กราฟความสนใจของเพลงกำลังไต่ขึ้นหรือเริ่มนิ่ง
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า ควรเอาเพลงนี้มาใช้ตอนนี้เลย หรือเก็บไว้จังหวะอื่นจะเหมาะกว่า

8. ใช้ TokChart ดูเทรนด์แบบรายวัน แยกตามประเทศ
เว็บไซต์อย่าง TokChart ทำหน้าที่เหมือนแดชบอร์ดคอยจับตามองเพลงที่กำลังมาแรงบน TikTok แบบอัปเดตแทบตลอดเวลา
คุณสามารถ:
ดูเพลงที่กำลังไต่อันดับในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เลือกประเทศหรือภูมิภาคที่ต้องการเจาะตลาด
เช็กได้ว่ามีวิดีโอจำนวนเท่าไรที่ใช้ซาวด์นั้นอยู่
ดูจำนวนวิดีโอใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยซาวด์เดียวกันในแต่ละวัน

เมื่อคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของเพลงแต่ละเพลง คุณจะเห็นข้อมูลมากขึ้น เช่น:
เพลงนี้กำลังมาแรงในประเทศไหนบ้าง
แฮชแท็กยอดนิยมที่ถูกใช้คู่กับซาวด์
คะแนนความฮิตหรือแรงส่งของเพลง
บางแพลตฟอร์มยังให้ฟิลเตอร์สำหรับแยกเพลงที่อนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์ ทำให้คุณเลือกใช้เป็นเพลงประกอบคลิป TikTok ได้อย่างสบายใจขึ้น
ผลลัพธ์คือ คุณไม่ต้องไถหาเทรนด์เองทั้งวัน แต่ยังตามทันเพลงฮิตแบบไม่ตกขบวน
ทำไมต้องเลือกเพลงที่กำลังฮิตบน TikTok?
การใช้ เพลงประกอบคลิปที่กำลังติดเทรนด์ ช่วยเพิ่มพลังให้ทั้งครีเอเตอร์และแบรนด์มากกว่าที่คิด เพราะซาวด์ทำหน้าที่มากกว่าแค่เสียงพื้นหลัง
เหตุผลหลัก ๆ มีดังนี้:
เพิ่มโอกาสให้คนเจอคลิปมากขึ้น
อัลกอริทึมของ TikTok มีแนวโน้มดันซาวด์ที่กำลังมาแรง เมื่อคุณใช้เพลงฮิต คลิปของคุณจึงมีโอกาสโผล่บน FYP หรือถูกแนะนำในหน้าซาวด์ได้มากขึ้นแบบออร์แกนิกทำให้คอนเทนต์รู้สึกสดใหม่
เทรนด์ซาวด์ช่วยต่อยอดไอเดียเล่าเรื่องในหลากหลายรูปแบบ คุณสามารถเล่นกับเนื้อเพลง จังหวะ หรือมู้ดของเสียง ทำให้คอนเทนต์ไม่จำเจดันเอ็นเกจเมนต์ให้สูงขึ้น
ซาวด์ที่คนคุ้นหูจะดึงดูดให้เขาดูต่อ กดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ หรือกดเซฟไว้ใช้เอง ส่งผลให้คลิปของคุณมีโอกาสขึ้นไวรัลมากขึ้นอีกขั้น
สรุปง่าย ๆ คือ เสียงที่ใช่ช่วยให้คนหยุดดู ส่วนเนื้อหาที่ใช่ช่วยให้เขาอยู่ต่อจนจบ
4 เทคนิคใช้เพลงฮิตให้ดูโปร ไม่ดูลอกเทรนด์
นอกจากการตามหาเพลงแล้ว วิธีใช้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ต่อให้ใช้เพลงฮิตแต่ตีความผิดทาง ก็อาจทำให้คลิปดูแปลกแยกจากเทรนด์ได้
นี่คือ 4 เทคนิคที่ควรจำเวลาเอาเพลงดังมาใช้กับคอนเทนต์ของคุณ:
เข้าใจบริบทการใช้เพลงและเทรนด์ให้ถ่องแท้
บันทึกเพลงที่อยากใช้เก็บไว้ในรายการโปรด
คิดถึงแฟน ๆ และกลุ่มเป้าหมายของคุณก่อนทุกครั้ง
เช็กเรื่องลิขสิทธิ์ และขออนุญาตเมื่อจำเป็น
ด้านล่างนี้คือรายละเอียดที่จะช่วยให้คุณใช้เพลงได้แบบไม่พลาด
เทคนิคที่ 1: ดูก่อนว่าเขาใช้เพลงนี้เล่าเรื่องยังไง
การเห็นชื่อเพลงหรือซาวด์บนเทรนด์ยังไม่พอ คุณควรเข้าไปดูด้วยว่า คนส่วนใหญ่เอาซาวด์นี้ไปเล่าเรื่องแบบไหน
ลองสังเกต:
คนใช้ซาวด์นี้ทำคอนเทนต์แนวตลก ดราม่า หรืออินสไปร์
มีมุมกล้องหรือท่าทางอะไรที่กลายเป็นเหมือน “สูตรสำเร็จ” ของเทรนด์นี้
มุกหลักของเทรนด์คืออะไร เช่น ความต่างสุดขั้ว การหักมุม หรือความพังแบบตั้งใจ
เมื่อเข้าใจบริบทแล้ว คุณจะเข้าร่วมเทรนด์ได้โดยไม่รู้สึกหลุดธีม และยังมีพื้นที่ให้ “ตีความในแบบของแบรนด์ตัวเอง” ได้ด้วย
ตัวอย่างเช่น แบรนด์รองเท้า Demonia Cult ชอบทำคลิปที่ให้รองเท้ากลายเป็นตัวละครหลักของเรื่อง
ในเทรนด์ที่ใช้เพลง “Illegal” ของ PinkPantheress คนส่วนใหญ่มักใช้เพื่อเล่าโมเมนต์ที่คนสองขั้วสุดข้ามโลกมาหาจุดตรงกลางร่วมกัน
Demonia Cult เลยเอาเทรนด์นี้มาดัดเล่นในแบบของตัวเอง:
ใช้รองเท้าสองคู่แทนคนสองคน
คู่หนึ่งสายสีสันจัดจ้านแนวปาร์ตี้
อีกคู่โทนดำหม่น ๆ แนวกอธ
ทั้งสองคู่ใช้เชือกรองเท้ามา “จับมือกัน” เพื่อสื่อว่าแม้สไตล์ต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือช่วยเพิ่มความสูงให้ผู้ใส่
เรียบง่ายแต่เฉียบ เป็นตัวอย่างของการใช้เพลงฮิตแบบเข้าเทรนด์แต่ไม่ซ้ำใคร
เทคนิคที่ 2: กดเซฟเพลงที่ชอบไว้ก่อน อย่าปล่อยให้ไถผ่านแล้วหายไป
หลายคนมีโมเมนต์แบบนี้: เลื่อน FYP แล้วเจอเพลงโดนใจมาก แต่ไม่ได้กดเซฟไว้ พออยากกลับมาใช้ก็หายหาไม่เจออีกเลย
เพื่อไม่ให้พลาด ซาวด์ดี ๆ ที่เหมาะกับสไตล์ของคุณ ให้กดบันทึกทันทีที่รู้สึกว่าเพลงนี้น่าเอาไปเล่นต่อ
ข้อดีของการเก็บไว้ในรายการโปรด:
ช่วยให้คุณวางแผนคอนเทนต์ล่วงหน้าได้ง่าย
ไม่เสียเวลาตามหาเพลงเดิมซ้ำ ๆ
มีคลังเพลงสต็อกไว้ใช้แม้ตอนคิดไอเดียไม่ออก
ซาวด์บน TikTok มักฮิตเป็นสัปดาห์ หรือบางเพลงอยู่ได้นานเป็นเดือน แถมยังมีโอกาสกลับมาฮิตซ้ำในอนาคต โดยเฉพาะเพลงประกอบจากหนังหรือซีรีส์ที่ถูกโปรโมตเป็นระยะ ๆ

ลองนึกภาพเพลงจากเทรลเลอร์ภาพยนตร์สักเรื่อง:
ฮิตรอบแรกตอนปล่อยตัวอย่าง
ฮิตอีกรอบตอนภาพยนตร์เข้าฉาย
แล้วกลับมาอีกครั้งตอนลงสตรีมมิง
การกดเซฟซาวด์ไว้ตั้งแต่รอบแรก จะทำให้คุณพร้อมหยิบมาใช้ได้ทุกเมื่อไม่ว่ากระแสจะวนกลับมาตอนไหน
คิดซะว่ารายการโปรดของคุณคือ “ไลบรารีเพลงประกอบ TikTok ส่วนตัว” ที่คอยรอให้คุณหยิบมาเล่าเรื่องใหม่ ๆ ได้เสมอ
เทคนิคที่ 3: อย่าลืมถามใจแฟนคลับก่อนถามหาเทรนด์
การตามซาวด์ที่ทั้งแพลตฟอร์มกำลังเล่นอยู่เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องไม่ลืมกลุ่มแฟนตัวจริงของคุณ
เพราะเพลงที่ดังทั่ว TikTok ไม่ได้แปลว่าจะโดนใจผู้ติดตามของคุณทุกคนเสมอไป
ลองใช้แนวคิดแบบ social listening ช่วยส่องว่า:
แฟน ๆ ของคุณกำลังอินกับคอนเทนต์แบบไหน
พวกเขาชอบแนวเพลงหรือซาวด์แบบไหน
มีกลุ่มย่อยหรือคอมมูนิตี้เฉพาะที่ใช้ซาวด์ประจำตัวหรือเปล่า
บางทีซาวด์ที่ไม่ได้ขึ้นอันดับท็อปของทั้งแพลตฟอร์ม แต่อาจฮิตมากในชุมชนเล็ก ๆ ที่ตรงกับเป้าหมายของคุณจริง ๆ และช่วยให้คอนเทนต์เข้าถึงคนที่ใช่ได้ดีกว่าเพลงกระแสหลักด้วยซ้ำ
เทคนิคที่ 4: อย่ามองข้ามเรื่องลิขสิทธิ์เพลง
หลายแบรนด์พลาดตรงนี้เยอะมาก คือคิดว่าซาวด์ที่คนใช้กันเยอะ ๆ บน TikTok แปลว่าใครก็ใช้ได้ โดยไม่ต้องคิดอะไรต่อ
ในความเป็นจริง เพลงและเสียงส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มมีเจ้าของลิขสิทธิ์ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน หรือผู้ใช้ที่สร้างซาวด์จนเป็นไวรัล
สำหรับแบรนด์หรือบัญชีธุรกิจ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่อาจส่งผลต่อยอดขาย ถือว่ามีความเสี่ยงถ้านำเพลงทั่วไปมาใช้แบบไม่ตรวจสอบก่อน
สิ่งที่ควรทำคือ:
เลือกเพลงจาก Commercial Music Library (CML) ของ TikTok ให้มากที่สุด เพราะผ่านการอนุญาตสำหรับใช้เชิงพาณิชย์มาแล้ว
มองว่าคอนเทนต์ออร์แกนิกของแบรนด์ก็ถือเป็นสื่อโฆษณาในตัวเอง ไม่ต่างจากแอด
ถ้าจำเป็นต้องใช้เพลงที่อยู่นอก CML ให้ติดต่อขออนุญาตเจ้าของสิทธิ์ก่อนเสมอ
ถ้าอีกฝ่ายไม่ตอบหรือปฏิเสธ คุณควรเคารพการตัดสินใจนั้น การปกป้องภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว สำคัญกว่าคลิปไวรัลหนึ่งคลิปเสมอ
การเซฟตัวเองเรื่องลิขสิทธิ์ตั้งแต่ต้น ช่วยป้องกันปัญหาดราม่าอย่างการถูกกล่าวหาว่าขโมยผลงาน หรือคลิปโดนปิดเสียงทีหลัง ซึ่งกระทบทั้งการมองเห็นและความรู้สึกของผู้ชม
จากซาวด์ไวรัล…สู่สินค้าที่คนแย่งกันซื้อ
บน TikTok เสียงไม่ใช่แค่เอฟเฟกต์เพิ่มบรรยากาศ แต่กลายเป็นเครื่องมือหลักในเกมการตลาดของแบรนด์ยุคนี้
ทั้งโพสต์ออร์แกนิกและ TikTok Ads ล้วนได้ประโยชน์จากการเลือกใช้เพลงประกอบคลิปที่กำลังมาแรง บวกกับการเล่าเรื่องที่เข้ากับซาวด์อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อซาวด์และเพลงได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์ม:
คอนเทนต์ของคุณจะมีโอกาสถูกมองเห็นมากขึ้น
ผู้ชมจะจดจำแบรนด์ได้ผ่านซาวด์ที่ได้ยินซ้ำ ๆ
สุดท้ายโอกาสปิดการขายผ่าน TikTok ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ไม่แปลกเลยที่หลายแบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับการเลือก เพลงประกอบคลิป TikTok พอ ๆ กับการคิดสคริปต์หรือวางมุมกล้อง
Q&A: รวมคำถามยอดฮิตเรื่องเพลงประกอบคลิป TikTok
จะหาเพลงประกอบคลิปที่กำลังติดเทรนด์บน TikTok ได้ยังไง?
คุณสามารถหาเพลงมาแรงบน TikTok ได้หลายวิธี เช่น:
ใช้แถบค้นหาในแอปแล้วเลือกแท็บ Sounds
เปิดดูเทรนด์บน TikTok Creative Center
เข้าไปสำรวจคลังซาวด์ (Sound Library) ตอนสร้างคลิปใหม่
การสลับใช้ทุกวิธีร่วมกันจะช่วยให้คุณตามทันกระแสทั้งระดับแพลตฟอร์มและในนิชของตัวเอง
จะดูได้ยังไงว่าเพลงไหนกำลังมาแรงบน TikTok?
ช่องทางที่ควรเช็กเป็นประจำ ได้แก่:
หน้า For You (FYP)
ช่องค้นหา (Search Bar) แล้วเลือกแท็บ Sounds
คลังซาวด์ของ TikTok
TikTok Creative Center
เพลย์ลิสต์รวมเพลง TikTok บน Spotify
เพลย์ลิสต์ที่จัดรวมเพลง TikTok บนแพลตฟอร์มวิดีโอ
ชาร์ตเพลงระดับโลกอย่าง Billboard
จำไว้ว่า ซาวด์มาแรงเปลี่ยนตลอดเวลา การเช็กเทรนด์เป็นกิจวัตรจึงสำคัญมาก
ทำไมซาวด์บางอย่างถึงใช้เชิงพาณิชย์บน TikTok ไม่ได้?
บัญชีประเภทธุรกิจ (Business Account) จะถูกจำกัดเรื่องการใช้เพลงบางประเภท หากแบรนด์ไม่ได้ถือสิทธิ์ในเพลงนั้น
TikTok จึงมี Commercial Music Library (CML) แยกต่างหาก สำหรับเพลงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในงานเชิงพาณิชย์ ช่วยให้แบรนด์เลือกเพลงได้อย่างปลอดภัยขึ้น
เพลงประกอบแบบไหนที่ถูกใช้มากที่สุดบน TikTok?
ซาวด์ที่ถูกใช้งานเยอะที่สุดมักเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามเทรนด์เพลง กระแสซีรีส์ ภาพยนตร์ หรือมุกไวรัลช่วงนั้น
ในบางช่วงเวลา TikTok เคยรายงานรายชื่อเพลงที่ถูกเล่นและถูกใช้ทำคลิปสูงสุดทั่วโลก ซึ่งมักจะเป็นเพลงที่ทั้งติดหูและถูกนำไปตีความเล่นมุกต่อได้หลากหลายบริบท
สุดท้ายแล้ว ถ้าอยากให้คลิป TikTok ของคุณทั้ง ดูสนุก ฟังเพลิน และขายของได้ ให้คิดทุกคลิปเหมือนเป็นการแมตช์สามอย่างเข้าด้วยกัน:
เพลงที่ใช่
ไอเดียเล่าเรื่องที่โดน
และกลุ่มคนดูที่คุณอยากคุยด้วยจริง ๆ
เมื่อสามอย่างนี้ลงล็อก ซาวด์ที่ดีจะไม่ใช่แค่เสียงประกอบอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

