รับแอปรับแอป

เจาะลึก “Runaway หนีไปก็ตายเปล่า” ซีรีส์ GL ผีไทยที่โคตรท้าทาย 3 นักแสดงนำหญิง

ปภังกร สุขใจ01-31

สามหญิงสามโลก: มนุษย์ หมอผี และผีที่รอชำระแค้น

หญิงสาวที่ชีวิตถูกตามหลอกหลอนแบบไร้ทางออก

หมอผีหญิงที่ต้องใช้พลังร่างทรงเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก

และผีที่เก็บสะสมความอาฆาตข้ามภพชาติ

คือสามแกนหลักของ ‘Runaway หนีไปก็ตายเปล่า’ ซีรีส์แซฟฟิกแนวสยองขวัญที่มาเขย่าตลาดซีรีส์ไทย ด้วยโทนเรื่องเข้มข้น พล็อตระทึกทุกตอน และตัวละครที่แต่ละคนต้องแลกทั้งใจและร่างกายเพื่อแบกเรื่องนี้ไปด้วยกัน

ซีรีส์เรื่องนี้ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์ เพราะ

  • ดัดแปลงจากนิยายที่มีฐานแฟนเหนียวแน่น

  • ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสยองที่มาพร้อมดราม่าเข้มๆ

  • แคสต์นักแสดงนำได้น่าสนใจ และแต่ละคนต้องเจอบทที่ผลักตัวเองสุดทาง

มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ ในบท “วิน” หญิงที่ไม่ใช่แค่เห็นผี แต่โดนเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงานจนใช้ชีวิตแบบ “คนปกติ” ไม่ได้อีกต่อไป

ปลายฟ้า ศิระอาชา สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง VIIS มารับบท หมอผีหญิง ที่ภาพจำไม่เหมือนหมอผีไทยแบบเดิมเลย

ปิดท้ายด้วย เปียโน-ณิชาพัชร์ น้ำทรัพย์อนันต์ ที่เปิดตัวสู่โลกซีรีส์ครั้งแรกด้วยบท ผี ที่มีมิติและแรงอาฆาตซับซ้อนชนิดแจ้งเกิดได้ทั้งวงการการแสดง

ครั้งแรกที่ได้รู้พล็อต: ทั้งผี ทั้งหมอผี ทั้งคนหนีตาย

เปียโน (จอมขวัญ)

บทแรกในชีวิต แถมเป็นผีทันที เปียโนยอมรับตรงๆ ว่า

  • ตอนแรกไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร

  • ไม่รู้ว่าต้องเจ็บแค้นขนาดไหนถึงกลายเป็นผีที่อาฆาตหนักขนาดนั้น

แต่พอเข้าเวิร์กช็อป อ่านบทลึกขึ้น เธอเริ่มมองเห็นเงาของ “คนที่ถูกทำร้าย” อยู่ข้างในผีตัวนี้ มันเลยไม่ใช่แค่การทำตัวให้น่ากลัว แต่ต้องเล่นให้คนรู้สึกได้ถึงบาดแผลด้วย

ปลายฟ้า (บุญ)

ปลายฟ้าเห็นบทครั้งแรกแล้วโดนใจเลย เพราะเป็นคนชอบหนังผีมากอยู่แล้ว ถึงไม่ต้องเล่นเป็นผีแต่ได้เล่นเป็น “คนปราบผี” ก็ว่าท้าทายสุดๆ

  • เธอบอกว่าที่ไทยแทบไม่เคยเห็น “หมอผีผู้หญิง” ในซีรีส์หรือหนัง

  • แถมบุญต้องเป็นคนที่คอยปกป้องคนอื่น ในชีวิตจริงปลายฟ้ายอมรับว่าแทบไม่เคยได้อยู่ในโหมดนี้

เลยมองว่านี่คือโอกาสทองที่พลาดไม่ได้ และเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตแบบที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

มิวสิค (วิน)

มิวสิคเล่าว่าตัวเองไม่เคยอ่านนิยายมาก่อน ตอนแคสต์คือแทบไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไร

ตอนเริ่มอ่านบทแบบจริงจัง เธอบอกว่า รู้สึกคลื่นไส้ไปเลย เพราะ

  • วินคือคนที่ต้อง “รับทุกอย่างไว้คนเดียว”

  • ต้องเห็นผีตลอดเวลา ต้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เวิร์กช็อปช่วยให้เธอเข้าใจวินมากขึ้น โดยเฉพาะการต้องเล่นเคมีกับปลายฟ้าตั้งแต่วันแรก ทั้งที่เพิ่งเจอกันแต่ต้องรู้สึกเหมือนเจอเนื้อคู่ ส่วนเปียโนที่ต้องมาจองล้างจองผลาญวิน มิวสิคแอบขำว่า “สวยขนาดนี้จะให้กลัวยังไงไหว” จนปลายฟ้าแซวว่า “สวยแบบนี้ ใครจะปราบลงคะ”

ดีไซน์หมอผีหญิงครั้งแรกในซีรีส์ไทย

คำถามที่ทุกคนสนใจคือ หมอผีหญิงจะออกมาในโทนไหน

ปลายฟ้าเล่าว่าตัวเองตั้งใจมากว่า บุญจะไม่ใช่หมอผีสายโอเวอร์แอ็กติ้ง

  • ไม่ใช่แบบลุกมาหยิบของขึ้นมาสวดทุกสองวินาที

  • ในเรื่อง บุญคือคนที่มีวิชาอาคมติดตัวแบบแน่นๆ

  • มีวิธีรับมือและต่อสู้กับผีที่หลากหลายจน “ผียังต้องเกรง”

หมอผีตัวนี้เลยไม่ได้มีเสน่ห์แค่เพราะเก่งเรื่องไสยศาสตร์ แต่เพราะนิ่ง สุขุม และยืนอยู่ในจุดที่กล้าปกป้องคนอื่นด้วย

สามคนนี้กลัวผีกันจริงไหม

คำถามที่เลี่ยงไม่ได้กับซีรีส์สยองขวัญคือ: สรุปแล้วกลัวผีกันหรือเปล่า

  • มิวสิคบอกว่าทั้งเธอและปลายฟ้ากลัวผี

  • แต่พอถึงคิวเปียโน ทุกอย่างกลับตลบหลัง

เปียโนสารภาพว่า เธอชอบผี และเคยอยากเจอจริงๆ ด้วยซ้ำ ตอนเด็กๆ เคยวิ่งกับเพื่อนไปตามหาผีในหมู่บ้าน และเคยบอกในไลฟ์ว่าตัวเองไม่อยากเล่นยูริหวานๆ แต่อยากเล่นดราม่าหนักๆ แบบหนังสยองที่มีมิติมากกว่า

ประสบการณ์ “เห็นผีจริง” ของปลายฟ้า

เรื่องไม่จบแค่ว่าใครกลัวผีหรือไม่กลัว เพราะปลายฟ้าคือคนที่ เห็นผีจริงมาตั้งแต่เด็ก

เธอเล่าว่าแม้โตแล้วก็ยังเจอ ล่าสุดตอนอยู่เกาหลีในช่วงที่กำลังอ่านบทซีรีส์เรื่องนี้คนเดียวในห้อง

  • เธอชอบอ่านบทออกเสียงเพื่อให้จำได้ง่าย

  • จังหวะเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนระเบียงด้านหลัง

  • เห็นเป็น “ผู้ชายยืนอยู่” ชัดๆ

ปลายฟ้าตัดสินใจทำเป็นไม่เห็น แล้วอ่านบทต่อจนเริ่มทนความเงียบไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องมุดเข้าผ้าห่ม

พอถามว่าทำให้เข้าใจบทมากขึ้นไหม เธอบอกว่า

  • ถึงเห็นผีบ่อย แต่ไม่เคย “ชิน” ได้เลย

  • เคยต้องไปทำพิธีปิดตาเพื่อให้เห็นน้อยลง แต่สุดท้ายก็ยังเห็นอยู่ดี

โชคดีที่ในกองมีทีมงานคนหนึ่งที่ “เห็นเหมือนกัน” คอยสอนว่า ถ้าเรามีเซนส์แบบนี้ หนีไม่พ้น สิ่งที่ต้องทำคือ ทำใจให้แข็งและปรับตัวเอง ให้ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่เห็นให้ได้ โดยไม่ถามมันตลอดเวลา

สิ่งนี้กลายมาเชื่อมกับบทของบุญ ที่ต้องอยู่กับการเห็นผีเป็นเรื่องปกติในชีวิต และในขณะเดียวกัน ปลายฟ้าก็ต้องเรียนรู้ตัวเองไปพร้อมกับตัวละคร

อะไรที่ “เหมือน” และ “ไม่เหมือน” ตัวละครของตัวเอง

ปลายฟ้า vs “บุญ”

ปลายฟ้ามองว่าตัวเองกับบุญเหมือนกันในหลายเรื่อง

  • เป็นคนพูดน้อย โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งรู้จัก

  • ไม่ถนัดเรื่องมนุษยสัมพันธ์เท่าไหร่

  • ถ้าชอบใครจะยิ่งเงียบ ยิ่งเกร็ง พูดไม่ออกไปอีก

บุญในซีรีส์ก็เป็นคนแบบนี้เหมือนกัน ภายนอกนิ่ง แต่ข้างในมีความรู้สึกเยอะมาก เพียงแค่ไม่ค่อยแสดงออก

มิวสิค vs “วิน”

มิวสิคบอกว่าตัวเองไม่ค่อยเหมือนวินเท่าไหร่

  • ตัวจริงเป็นคนเงียบ อินโทรเวิร์ต พลังงานต่ำ ชอบอยู่กับตัวเอง

  • ส่วนวินเคยเป็น “คนปกติ” มาก่อน แต่ถูกเหตุการณ์เหนือธรรมชาติค่อยๆ ดูดพลังชีวิตออกไป

การเล่นวินเลยกลายเป็นการหาจังหวะต่างระหว่าง “ตอนยังไม่เห็นผี” กับ “ตอนถูกผีรุมเร้า” ซึ่งมีไดนามิกที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

เปียโน vs “จอมขวัญ”

ก่อนตาย จอมขวัญคือ

  • ลูกคนเล็กจากตระกูลดี

  • ถูกพ่อแม่คาดหวังสูง

  • ภายนอกดูเป็นคุณหนู เอาแต่ใจ (ตรงนิดๆ ตามที่เปียโนแซวตัวเอง)

แต่ถ้าอ่านเรื่องไปเรื่อยๆ จะเห็นว่า

  • จอมขวัญเป็นคนให้ใจกับคนรอบตัวมาก

  • เป็นห่วงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ

  • ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่รัก

เปียโนรู้สึกว่าตัวเองคล้ายตรงที่ รักอิสระ ไม่ชอบอยู่ในกรอบ แต่ถ้าต้องยอมเพื่อให้ได้อิสระในแบบที่ตัวเองต้องการ ก็พร้อมจะทำ

สิ่งที่ไม่เหมือนอย่างชัดเจนคือ

  • จอมขวัญถูกคลุมถุงชน ในขณะที่ครอบครัวของเปียโนปล่อยเสรี

  • บ้านของเธอไม่มีวันที่จะจับคู่ให้ลูก ถ้าลูกรักใคร เขาก็พร้อมจะรักด้วย

  • ส่วนตัวจริงของเปียโนเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ไม่ค่อยเก็บแค้นเป็นปีแบบจอมขวัญ เพราะเชื่อว่าถ้าอยากมีชีวิตที่มีความสุข ต้องจัดการความรู้สึกตัวเองก่อน

การบ้านกองโตของทั้งสาม ก่อนจะเป็นวิน บุญ และจอมขวัญ

ปลายฟ้า

การบ้านหลักของปลายฟ้าคือการ “นิ่ง”

  • ปกติเป็นคนวอกแวกง่าย ไม่ค่อยสังเกตตัวเองว่าทำอะไรยังไงในแต่ละวัน

  • แต่บุญเป็นคนที่ใช้สายตาและความเงียบเล่าเรื่องเยอะมาก

เธอเลยต้อง

  • เริ่มสังเกตพฤติกรรมตัวเองละเอียดขึ้น

  • ฝึกสมาธิให้ตัวเองนิ่งกว่าปกติ

  • ทบทวนทุกประโยคที่ตัวละครพูดว่า “พูดแบบนี้เพราะรู้อะไรอยู่ในใจ” ไม่ใช่แค่พูดส่งๆ

เปียโน

เพราะนี่คือซีรีส์เรื่องแรกในชีวิต ทุกอย่างสำหรับเปียโนคือ “การบ้าน”

  • ต้องเรียนรู้การแสดงหน้ากล้องตั้งแต่ศูนย์ แถมรับบทเป็นผีที่สติแตก

  • ต้องควบคุมการออกเสียง เพราะตัวจริงพูดเร็วและบางคำพูดไม่ชัด

เธอเล่าว่าคำอย่าง “สะเปะสะปะ” เคยพูดเป็น “สะเบะสะบะ” โดยไม่รู้ว่าพูดผิด สิ่งที่กดดันคือพอพูดผิดหรือหลุด พี่ๆ ในกองก็ต้องถ่ายใหม่ทั้งหมด ทำให้กลัวว่าจะทำให้คนอื่นเสียเวลา

มิวสิค

สำหรับมิวสิค ความท้าทายคือ “ร่างกายตัวเอง”

  • บทของวินต้องเล่นกับลมหายใจ ความกลัว และสภาวะทางกายที่ตึงเครียดตลอดเวลา

  • ตารางถ่ายคือฟีลวงจรอุบาทว์: เลิกสี่ทุ่ม นอนห้าทุ่ม ตีสี่ครึ่งต้องตื่นไปทำงานต่อ

เธอกังวลว่าตัวเองจะดูแลร่างกายยังไงให้พร้อมสำหรับการร้องไห้แบบเหมือนไม่เคยร้องมาก่อนในวันถัดมา

เพื่อโฟกัสกับงานจริงๆ มิวสิคถึงขั้น

  • ลบเกมทั้งหมดที่เล่นเป็นประจำ

  • หยุดเล่นทั้งเกมปลูกผัก เกมในคอม และ PS5

เพราะนี่คือการรับบทนำแบบเต็มตัวครั้งแรก เธออยากให้คนดูเห็นว่าเธอทุ่มเทกับเรื่องนี้มากแค่ไหน

ศึกใหญ่ที่ต้องสู้: ไม่ใช่แค่ผี แต่คือใจของตัวเอง

ปลายฟ้าบอกว่าความท้าทายหลักของเธอคือ “ตัวเอง”

  • ตัวจริงไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ยิ่งเจองานใหม่ยิ่งกลัว

  • เวลาทำงานในโหมดศิลปิน ร้อง เต้น มันไปอัตโนมัติได้ เพราะชินแล้ว

  • แต่การแสดงคือดินแดนใหม่ที่ต้องบิ๊วท์ใจตัวเองทุกครั้งก่อนเข้าฉาก

เธอต้องคอยบอกตัวเองว่า

  • ต้องทำได้

  • ถ้าทำไม่ได้ก็ยังมีทีมงานและเพื่อนนักแสดงที่พร้อมซัพพอร์ต

“อะไรที่ใหม่สำหรับเรา เราจะกลัวเสมอ แต่ในเมื่อเราผ่านอย่างอื่นมาได้แล้ว ครั้งนี้เราก็ต้องผ่านไปให้ได้เหมือนกัน”

เปียโนเองก็ต้องสู้กับ “เสียงในหัว” ของตัวเองเหมือนกัน

  • เธอกลัวว่าถ้าเล่นแล้วคนดูจะรู้สึกตลกแทนที่จะกลัว

  • เสียงพูดจริงของเธอไม่ได้ฟีลผีหลอน แต่เป็น “ผีแบ๊ว” มากกว่า

  • ถ้าไม่แต่งหน้า ไม่จัดแสง เธอเองก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองน่ากลัวเลย

ดังนั้นทุกฉากของจอมขวัญ เปียโนต้องบอกตัวเองว่า

  • เราต้องสร้าง “ความน่ากลัว” ให้ได้จริงๆ

  • ไม่ใช่แค่เล่นแค้น แต่ต้องอินเต็มกับคาแรกเตอร์จนคนเชื่อ

เรื่องเจ้ากรรมนายเวร: เชื่อไม่เชื่อ แต่อะไรทำไว้ก็ต้องชดใช้

ในพาร์ตโปรโมต มีคำถามหนึ่งที่โยนให้คนดูว่า “คุณเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวรไหม” คำถามเดียวกันถูกส่งต่อมาถึงสามนักแสดงนำด้วย

  • ปลายฟ้า เชื่อว่า “ทุกการกระทำมีผลตามมา” ไม่ว่าจะดีหรือร้าย สิ่งนั้นแหละคือเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบผี อาจเป็นผลของการกระทำที่ย้อนกลับมาหาเรา

  • มิวสิค ก็เชื่อ แม้จะไม่เคยเจอเจ้ากรรมนายเวรแบบตรงๆ แต่คนรอบตัวเคยเจอ และปีที่ผ่านมามีคนทักว่าเป็นปีชง เป็นปีที่ใช้กรรม เวรกรรมเลยอาจจะไม่ได้มาในรูปเพียงผีเท่านั้น

  • เปียโน มองว่าเจ้ากรรมนายเวรไม่จำเป็นต้องหมายถึงคนที่เราเคยทำให้เขาเจ็บแล้วเขากลับมาแก้แค้น แต่เชื่อในแนวคิดว่า “Everything happens for a reason” เหมือนที่ปลายฟ้าพูดไว้ ทุกอย่างมีเหตุและผลของมันเสมอ

บทนี้สำคัญต่ออาชีพนักแสดงของพวกเธอยังไง

มิวสิค

มิวสิคยอมรับว่า ตัวเองเคยเคลียร์ “เส้นแบ่งระหว่างตัวเองกับตัวละคร” ไม่ค่อยชัดในอดีต เคยมีประสบการณ์เล่นบทแล้วออกจากอารมณ์ไม่ได้ และเรื่องนี้ก็พาเธอกลับไปใกล้จุดนั้นอีกครั้ง

  • เธอต้องใช้วิธีฟังเสียงขันทิเบต หรือปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ทุกคืนเพื่อระบาย

  • เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลย มันจะติดอยู่ในหัวจนออกจากคาแรกเตอร์ไม่ได้จริงๆ

เรื่องนี้เลยกลายเป็นบทเรียนใหญ่ในอาชีพการแสดงของเธอ ว่า

  • ถ้าจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป ต้องแยกให้ชัดว่า “นี่คือการทำงาน” กับ “นี่คือชีวิตจริง”

  • และเธอยังแอบกังวลเรื่องนี้กับเปียโนด้วย เพราะเวลาทำเวิร์กช็อป เปียโนมักจะซึมยาวหลังจากจบฉากหนักๆ

เปียโน

เปียโนมองว่าซีรีส์นี้อาจเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญ ในชีวิตการแสดงของเธอ

  • บทจอมขวัญมีมิติและ plot twist เยอะมาก

  • ถึงจะไม่ได้มีซีนออกมาเยอะเท่าบุญหรือวิน แต่ความคาดหวังที่คนดูมีต่อ “ผี” นั้นสูงมาก

เธอบอกอย่างมั่นใจและแอบขำไปด้วยว่า

  • ถ้าเล่นไม่ถึง คนดูจะผิดหวังหนักมาก

  • แต่ถ้าเล่นดี คนอาจจะ “ปลื้มผี” ไปเลย

ซึ่งความคิดนี้เองทั้งกดดันและท้าทายเธอสุดๆ

ปลายฟ้า

ปลายฟ้ามองว่าซีรีส์เรื่องนี้คือ “ครูที่ดีมากๆ” ในชีวิต

  • เธอได้ลองผิดลองถูกต่อหน้าคนทำงานที่พร้อมจะสอนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่

  • บรรยากาศในกองไม่มีใครกดดันใคร ทำให้เธอสนุกกับการเรียนรู้การแสดงจริงๆ

มันเลยไม่ใช่แค่โปรเจกต์งานหนึ่ง แต่เป็นประสบการณ์ที่เธอบอกว่า จะไม่มีวันลืม เพราะมันทั้งสนุก ทำให้เติบโต และทำให้ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายคน

เคมีครั้งแรก: จากแฟนคลับ BNK สู่เพื่อนร่วมซีรีส์ผี

มิวสิคเล่าว่าความรู้สึกตอนเจอปลายฟ้าและเปียโนครั้งแรก กับตอนนี้ต่างกันมาก แต่ในทางที่ดีขึ้น

  • แวบแรกที่เจอคือ “สวยทั้งคู่เลย แล้วนี่มาเล่นหนังผีกันจริงๆ เหรอ”

  • พอได้รู้จักกันมากขึ้น การคุย การเล่นกัน ทำให้เห็นว่าทั้งคู่เหมาะกับบทที่ได้รับมากๆ

ปลายฟ้าเสริมว่าการเวิร์กช็อปช่วยละลายพฤติกรรมเร็วมาก แต่สิ่งที่น่ารักคือ

  • ตอนอยู่มัธยมที่ชลบุรี ปลายฟ้าเคยรู้จักมิวสิคจาก BNK มาก่อนแล้ว

  • วันหนึ่งได้มาเจอตัวจริงและต้องเล่นเป็นคู่กัน มันเลยเหมือน “แฟนคลับได้มาเล่นซีรีส์กับคนที่ตัวเองเคยตามอยู่”

ส่วนเปียโนก็แอบมีความกลัวของตัวเองตอนรู้ว่าต้องเล่นเป็นจอมขวัญ

  • เธอกลัวว่าพอทีมรู้ว่าเธอไม่มีผลงานซีรีส์มาก่อน จะมีคนผิดหวัง

  • กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงเวลาให้คนอื่น เพราะอีกสองคนมีประสบการณ์งานเยอะกว่า

แต่พอได้เริ่มทำงานจริงๆ เปียโนรู้สึกชัดเจนว่า

  • ทั้งมิวสิคและปลายฟ้าไม่ใช่คนที่กั๊กเทคนิคหรืออยากเด่นคนเดียว

  • ทุกคนพร้อมช่วยกัน และทำให้ทีมผู้หญิงชุดนี้กลายเป็นทีมที่เธออยากทำงานด้วยจริงๆ

สามมุมมองต่อซีรีส์ GL และการ “ไม่ฟิกซ์ความรัก”

เมื่อถามว่าปกติดูซีรีส์แนว GL กันอยู่แล้วไหม คำตอบของแต่ละคนก็น่าสนใจไม่แพ้บทที่เล่น

  • มิวสิค บอกตรงๆ ว่าไม่ได้ดู GL เยอะ เพราะชีวิตจริงของเธออยู่ในความ GL ตั้งแต่แรกแล้ว เธอเคยเปิดตัวว่าชอบผู้หญิง เลยตั้งใจไว้ว่าสักวันหนึ่งอยากรับบทในซีรีส์ GL ให้ได้ และ Runaway ก็เป็นเวทีที่ทำให้ฝันนี้เกิดขึ้นจริง

  • ปลายฟ้า เล่าว่าตอนทำงานในพาร์ตศิลปิน มักมีคนมองว่าลุคเธอ “นางเอกๆ” แต่ในใจลึกๆ เธออยากเป็นพระเอกมากกว่า อยากหลุดจากกรอบที่ว่าผู้หญิงต้องเล่นแต่บทแบบหนึ่ง พอมีโอกาสได้เล่นบทแบบพระเอกใน GL เธอเลยรู้สึกว่ามันคือการสานฝันตัวเอง แต่ถึงลุคจะดูหวาน ความจริงคือเธอไม่ได้ทำตัวหวานๆ เป็นเลย ชอบอะไรเท่ๆ ตั้งแต่แรก เลยคิดว่าต้องง่าย…แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่า ไม่ง่ายเลยสักนิด

  • เปียโน เคยมีช่วงหนึ่งที่อินกับเสน่ห์ของผู้หญิงเท่ๆ คาแรกเตอร์ชัดๆ เหมือนที่เธอเคยชอบพี่หลิงหลิง เธอเลยอยากเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และคาแรกเตอร์น่าจดจำแบบนั้นบ้าง พอมีโอกาสได้เล่นซีรีส์ GL ที่ไม่ใช่แค่ความรักหวานๆ แต่มีความหลอน ความเข้มข้น เธอเลยอยากลองเต็มที่

วงการซีรีส์ GL ไทยในสายตาของพวกเธอ

ปลายฟ้า มองว่าวงการตอนนี้กำลังไปในทิศทางที่ดีมาก

  • ซีรีส์ GL มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

  • และที่สำคัญคือช่วยทำให้ความรักแบบหญิง-หญิง ชาย-ชาย หรือรูปแบบไหนก็ตาม กลายเป็นเรื่อง “ปกติ” มากขึ้น

เธอมองว่าความรักควรเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ ไม่ต้องแบ่งแยกว่าคู่นี้ถูกหรือผิด การที่มีซีรีส์แบบนี้เพิ่มขึ้น เลยเป็นสัญญาณที่ดี และเธอเชื่อว่ามันจะไปได้ไกลกว่านี้อีก

เปียโน รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงขึ้นเร็วมาก

  • จากยุคที่ BL ครองตลาด จนตอนนี้ GL เริ่มมีที่ยืนของตัวเองชัดเจนขึ้น

  • แต่สิ่งที่ทำให้ Runaway แตกต่างคือมันเป็น GL ผีเรื่องแรก

ไม่ใช่แค่เล่าเรื่องคู่รัก แต่มีชั้นของความสัมพันธ์ การชำระเวรกรรม และบรรยากาศสยองขวัญที่ถักรวมกัน ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองชอบแนวนี้มากเป็นพิเศษ

มิวสิค กลับมองอีกมุมหนึ่ง เธอบอกว่าแทบไม่ค่อยนับเรื่องนี้เป็น GL เต็มตัวด้วยซ้ำ

  • เพราะในเรื่องไม่ได้เน้น love line จัดๆ

  • เธอรู้สึกว่าช่วงหลังมีการ “ฟิกซ์โพสิชัน” ใน GL เยอะขึ้น ทั้งเรื่องว่าใครต้องเป็นบทแบบไหน คู่จะต้องวางตำแหน่งกันยังไง

สำหรับมิวสิค มันจริงจังเกินไปในแง่นั้น เธอเลยอยากให้คนดู มองเรื่องนี้เป็น “ชีวิตของคนคนหนึ่งที่ต้องเจอกับอีกคนหนึ่ง” มากกว่าการมานั่งคิดว่าคู่ไหนต้องอยู่ในบทบาทอะไร

เธออยากให้คนดูลอง

  • ดูความสัมพันธ์ในเรื่องนี้แบบไม่ติดป้าย

  • ค้นหาความหมายของคำว่า “รัก” ในแบบของตัวเองผ่านสิ่งที่ตัวละครแต่ละคนทำ

เพราะในที่สุดแล้ว ถ้าเรามองว่าตัวละครทั้งหมดคือ “คน” ที่กำลังต่อสู้กับชีวิตของตัวเอง เราจะสบายใจที่จะอยู่กับพวกเขามากกว่าการฝืนจับคู่ หรือบังคับให้ใครต้องเล่นบทไหนเพื่อสนองภาพจำ

สรุป: Runaway ไม่ได้พาเราหนีจากความกลัว แต่พาไปเจอ “ตัวเอง” เต็มๆ

Runaway หนีไปก็ตายเปล่า ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์ผี หรือแค่ซีรีส์ GL แต่คือเรื่องราวของ

  • คนที่ถูกกรรมเก่าล้อมไว้จนแทบไม่เหลือทางหายใจ

  • หมอผีหญิงที่ต้องแข็งแรงทั้งกายและใจมากกว่าที่ตัวเองคิด

  • ผีที่ไม่ได้เกิดจากความน่ากลัวล้วนๆ แต่เป็นผลจากความเจ็บปวดที่ไม่มีใครรับฟัง

และเบื้องหลังตัวละครทั้งสามนี้ ก็คือผู้หญิงสามคนที่กำลังใช้เรื่องนี้พิสูจน์ทั้งความสามารถและหัวใจของตัวเองในฐานะนักแสดง

ถ้าอยากดูซีรีส์ผีที่ไม่ได้มีดีแค่ตุ้งแช่ แต่มีเลือดเนื้อ ความสัมพันธ์ และคำถามเรื่องเวรกรรมแบบจุกๆ ‘Runaway หนีไปก็ตายเปล่า’ คืออีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริงๆ