รับแอปรับแอป

6 เมกะเทรนด์ปี 2026 ที่ SME ไทยต้องรู้ ก่อนพลาดโอกาสธุรกิจอัจฉริยะ สีเขียว และเข้าใจคนมากขึ้น

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-31

ปี 2026: จุดพลิกเกมของ SME ไทย

ปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนปีปฏิทิน แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกธุรกิจ ที่ทุกอย่างกำลังเคลื่อนเข้าสู่ความ ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และเข้าใจมนุษย์มากขึ้น

เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ ขับเคลื่อนด้วย 4Ds:

  • De-globalization โลกหันกลับมาพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

  • Decarbonization ทุกภาคธุรกิจต้องจริงจังกับการลดคาร์บอน

  • Digitalization เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเปลี่ยนทุกมิติของการทำธุรกิจ

  • Demographics Challenges โครงสร้างประชากรใหม่ ทั้งสังคมสูงวัยและวิถีชีวิตคนยุคใหม่

ในบริบทแบบนี้ SME ไทยไม่มีสิทธิ์ “ยืนดู” แต่ต้อง “รีบขยับ” เพราะใครปรับได้ก่อน ย่อมคว้าโอกาสก่อน

finbiz by ttb จึงสรุป 6 เทรนด์ใหญ่ ที่จะกลายเป็นเหมือน “ประตูบานใหม่” ให้ผู้ประกอบการที่พร้อมลุยอนาคตแบบยั่งยืน

1. AI x Digital: ผู้ช่วยอัจฉริยะคู่คิด SME

AI วันนี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่กลายเป็น ผู้ช่วยที่คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้ในหลายมิติ

ตัวอย่างการใช้ AI ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วในธุรกิจ:

  • วิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของลูกค้า เพื่อเสนอโปรให้ตรงใจ

  • ตอบแชทอัตโนมัติ ทั้งขายของและบริการหลังการขายแบบเรียลไทม์

  • บริหารสต๊อกสินค้าอัตโนมัติ ลดของขาด ลดของล้นสต๊อก

  • เชื่อมระบบจองออนไลน์และระบบ CRM เข้ากับทุกช่องทางขาย

ภาครัฐเองก็กดคันเร่งดิจิทัลอย่างจริงจัง ผ่านโครงการ “One Tambon, One Digital” โดย DEPA ที่ตั้งเป้าช่วย SME และเกษตรกรกว่า 15,000 ราย ภายในปี 2026

ตัวเลขที่สะท้อนชัดว่า SME ไทย “ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิม” อีกต่อไป คือ:

  • 70% ของ SME ไทยเริ่มใช้หรือทดลองใช้ AI แล้ว

  • 90% ของธุรกิจที่ใช้ AI มีรายได้เพิ่มขึ้น

  • 86% ของ SME ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล

  • 100% ดำเนินงานในรูปแบบออนไลน์แล้ว

พร้อมกันนั้น ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเต็มตัว เช่น PromptPay ที่มีบัญชีใช้งานกว่า 77.6 ล้านบัญชี และมีธุรกรรมเฉลี่ยวันละ 75.9 ล้านรายการ

โอกาสสำหรับ SME:

  • เริ่มจากงานที่เก็บข้อมูลได้ชัดเจน เช่น การตอบแชท การดูยอดขาย และพฤติกรรมลูกค้า

  • ลงทุนในระบบหลังบ้านที่เชื่อมกับช่องทางออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ลื่นไหล ตั้งแต่ทักแชทจนจ่ายเงินและรับสินค้า

2. Smart Mobility: การเดินทางอัจฉริยะบนเส้นทางสีเขียว

ระบบขนส่งอัจฉริยะและรถ EV ไม่ใช่เทรนด์ไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ตัวช่วยลดต้นทุน + เพิ่มภาพลักษณ์สีเขียว” ให้ธุรกิจ

เมื่อธุรกิจใช้แอปวางแผนเส้นทางร่วมกับเทคโนโลยีขนส่งที่ชาญฉลาด สามารถ:

  • ลดค่าน้ำมันได้สูงสุดถึง 30%

  • ลดเวลาในการส่งของให้เร็วขึ้น

  • วางเส้นทางจัดส่งอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาครัฐไทยเร่งเครื่อง EV ผ่านมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 โดย:

  • สนับสนุนเงินให้ซื้อรถ EV สูงสุด 150,000 บาท

  • ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%

  • คาดการณ์ว่า ภายในปี 2027 จะมีรถ EV วิ่งในไทยกว่า 830,000 คัน

ทั้งหมดนี้ ส่งผลดีต่อทั้งต้นทุนธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กรที่จริงจังกับสิ่งแวดล้อม

โอกาสสำหรับ SME:

  • ธุรกิจขนส่งยิ่งต้องเริ่มเร็ว ทั้งใช้แอปวางเส้นทางและทยอยเปลี่ยนมาใช้รถ EV

  • นอกจากประหยัดต้นทุน ยังช่วยเสริมแบรนด์ให้ “ดูโปร” และ “ดูรักษ์โลก” พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

3. Green Mandate: ภารกิจสีเขียวที่เลี่ยงไม่ได้

คำว่า ESG วันนี้ไม่ได้เป็นแค่คำเท่ ๆ แต่กลายเป็น เงื่อนไขสำคัญในการค้าขายและการขอแหล่งทุน

ธุรกิจยุคใหม่ต้องเริ่มคุ้นกับการเปิดเผยข้อมูล เช่น:

  • ปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมา

  • การใช้พลังงานหมุนเวียน

  • ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของธุรกิจตัวเอง

ประเทศไทยกำลังเตรียมกฎหมายสำคัญ เช่น:

  • Climate Change Bill

  • Clean Air Management Bill

ทั้งสองฉบับจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2026 และผลักดันให้ธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย:

  • Carbon Neutrality ภายในปี 2050

  • Net Zero GHG Emission ภายในปี 2065

ควบคู่กับการเตรียมใช้ระบบ:

  • ซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ (Emissions Trading System)

  • ภาษีคาร์บอน

ซึ่งพัฒนาและผลักดันโดยหน่วยงานอย่าง TGO และ ONEP

โอกาสสำหรับ SME:

  • เริ่มเก็บและติดตามตัวเลขการใช้พลังงานของธุรกิจตนเองตั้งแต่วันนี้

  • ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ประหยัดไฟมากขึ้น

  • พิจารณาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์

  • ติดตามนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ตกขบวนกฎใหม่ และใช้เป็นแต้มต่อในการแข่งขัน

4. Trust Economy: เศรษฐกิจยุคที่ “ความน่าเชื่อถือ” คือทุน

เมื่อข้อมูลท่วมหน้าจอทุกวัน สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดกลับไม่ใช่ข้อมูล แต่คือ “ความน่าเชื่อถือ” โดยเฉพาะในโลกออนไลน์

ผู้บริโภคกว่า 67% ให้ความสำคัญกับ ช่องทางชำระเงินที่ไว้ใจได้ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักก่อนตัดสินใจซื้อ

สำหรับ SME ที่ต้องเจอคู่แข่งเป็นแบรนด์ใหญ่ ความน่าเชื่อถือจึงไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือ โครงสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัยจริง

เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยสร้าง Trust เช่น:

  • Blockchain สำหรับตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยเฉพาะอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

  • Smart Contract ที่ทำให้ข้อตกลงชัดเจน ตรวจสอบได้ ไม่ต้องพึ่งแค่ความเชื่อใจ

อีกด้านหนึ่ง “ข้อมูลลูกค้า” ก็กลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ธุรกิจที่กำหนดนโยบายชัดเจน ให้ลูกค้าควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองได้ จะยิ่งได้คะแนนความไว้วางใจเพิ่ม

ในโลกที่ข่าวปลอมและรีวิวปลอมระบาด ผู้บริโภคกว่า 60% รู้สึกลังเลเมื่อต้องตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการจาก SME

โอกาสสำหรับ SME:

  • ออกแบบระบบรีวิวที่ตรวจสอบได้ เน้นรีวิวจากผู้ใช้จริง

  • มีนโยบายคืนเงินที่โปร่งใส ยุติธรรม และสื่อสารชัด

  • สร้าง Community รอบแบรนด์ หรือใช้ AI วิเคราะห์รีวิว เพื่อกรองข้อมูลและตอบสนองลูกค้าอย่างโปร่งใสและมืออาชีพ

5. Longevity Economy: ตลาดผู้สูงวัยที่ใหญ่และจริงจัง

ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) คือกลุ่มลูกค้าที่มีครบทั้ง กำลังซื้อ เวลา และความต้องการเฉพาะทาง

ตัวอย่างความต้องการที่กำลังเติบโต:

  • บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน

  • แอปติดตามสุขภาพเฉพาะกลุ่ม

  • บริการและสินค้าที่ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงวัยมากกว่า 13.2 ล้านคน หรือประมาณ 20% ของประชากร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 31% ภายในปี 2583

ตลาดกลุ่มนี้เติบโตเฉลี่ยถึง 25% ต่อปี โดยเฉพาะ:

  • บริการดูแลที่บ้าน

  • เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

โอกาสสำหรับ SME:

  • พัฒนาสินค้าและบริการที่โฟกัส “คุณภาพชีวิต” มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

  • ตัวอย่างเช่น:
    • เฟอร์นิเจอร์ที่ปลอดภัย ใช้งานง่าย สำหรับผู้สูงวัย

    • แอปสุขภาพที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตัวหนังสืออ่านชัด

    • แพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับวัยเกษียณ ที่ใส่ใจเรื่องเวลาเดินทาง การพักผ่อน และสุขภาพ

  • ออกแบบสถานที่และการบริการให้เหมาะกับร่างกายผู้สูงวัย เช่น พื้นกันลื่น ราวจับ ป้ายและสัญลักษณ์ชัดเจน

6. Pet Humanization: จาก “สัตว์เลี้ยง” สู่ “สมาชิกครอบครัว”

เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ในไทยกำลังเปลี่ยนไปแบบชัดเจนมาก จากแค่ “สัตว์เลี้ยง” สู่การเป็น “น้อง” หรือ “ลูก” ที่เป็นสมาชิกครอบครัวเต็มตัว

เจ้าของสัตว์เลี้ยงรุ่นใหม่พร้อมลงทุนเพื่อสุขภาพและความสุขของน้อง ๆ ทั้งอาหาร บริการ และไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างต้องได้มาตรฐานสูงขึ้นเรื่อย ๆ

จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี คาดว่าในปี 2026:

  • มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยจะทะลุ 100,000 ล้านบาท

  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization สูงถึง 50,500 บาท/ตัว/ปี

  • ตัวเลขนี้สูงกว่าการเลี้ยงสัตว์แบบทั่วไปถึง 6 เท่า

  • ประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง อันดับ 2 ของโลก

สำหรับสาย อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ นี่คือโอกาสทอง เพราะเจ้าของพร้อมเปิดใจให้กับเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลน้องแบบใกล้ชิดขึ้น เช่น:

  • ชามอาหารอัจฉริยะที่ควบคุมปริมาณและเวลาให้อาหาร

  • กล้องดูน้องสัตว์เลี้ยงผ่านมือถือพร้อมไมค์พูดคุย

  • อุปกรณ์ติดตามสุขภาพและการเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยง

โอกาสสำหรับ SME ไทย:

  • ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูง

  • บริการ Grooming และ Pet Hotel ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของน้อง

  • ร้านอาหารและคาเฟ่แบบ Pet Friendly ที่รองรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

  • สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สัตว์เลี้ยง ที่ดีไซน์โดนใจเจ้าของ

แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของ “เจ้าของ” และ “น้อง” ได้อย่างลึกซึ้ง จะยิ่งสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นในระยะยาว

ก้าวสู่ธุรกิจยุคใหม่: ฉลาด เขียว และใส่ใจมนุษย์ (และน้อง ๆ)

ปี 2026 เป็นปีที่ SME ไทยต้องเลิกลังเล แล้วหันมา “กล้าปรับ” และ “กล้าลงมือ” อย่างจริงจัง

  • ใช้เทคโนโลยีให้ฉลาดขึ้น

  • ปรับธุรกิจให้เขียวขึ้น

  • ออกแบบสินค้าและบริการให้เข้าใจมนุษย์ (และสัตว์เลี้ยง) มากขึ้น

ธุรกิจที่เดินหน้าเรื่อง ESG ตั้งแต่วันนี้ จะมีแต้มต่อทั้งในแง่แบรนด์และการเข้าถึงแหล่งทุน

โซลูชันสินเชื่อสีเขียวสำหรับ SME ที่พร้อมลุย

เพื่อให้ SME พัฒนาไปสู่ธุรกิจที่ดูแลโลกและสังคมได้อย่างราบรื่น มีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยหนุนหลังด้านการลงทุนสีเขียว เช่น สินเชื่อธุรกิจสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในโครงการรักษ์โลก ครอบคลุมถึง 7 หมวดหมู่สำคัญ ได้แก่:

  • พลังงานหมุนเวียน

  • การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การจัดการน้ำและน้ำเสียอย่างยั่งยืน

  • การป้องกันมลพิษและการจัดการของเสีย

  • การขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด

  • อาคารสีเขียว

  • การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

สินเชื่อกลุ่มนี้มักมาพร้อมเงื่อนไขและสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ SME เข้าถึงการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น และต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในเชิงกำไรและภาพลักษณ์

ปี 2026 จึงไม่ใช่ปีที่ถามว่า “พร้อมหรือยัง” แต่คือปีที่ต้องถามว่า จะเริ่มลงมือเปลี่ยนธุรกิจตัวเองให้ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้นอย่างไร ตั้งแต่วันนี้