ปี 2026: จุดพลิกเกมของ SME ไทย
ปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนปีปฏิทิน แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกธุรกิจ ที่ทุกอย่างกำลังเคลื่อนเข้าสู่ความ ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และเข้าใจมนุษย์มากขึ้น
เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ ขับเคลื่อนด้วย 4Ds:
De-globalization โลกหันกลับมาพึ่งพาตัวเองมากขึ้น
Decarbonization ทุกภาคธุรกิจต้องจริงจังกับการลดคาร์บอน
Digitalization เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเปลี่ยนทุกมิติของการทำธุรกิจ
Demographics Challenges โครงสร้างประชากรใหม่ ทั้งสังคมสูงวัยและวิถีชีวิตคนยุคใหม่
ในบริบทแบบนี้ SME ไทยไม่มีสิทธิ์ “ยืนดู” แต่ต้อง “รีบขยับ” เพราะใครปรับได้ก่อน ย่อมคว้าโอกาสก่อน
finbiz by ttb จึงสรุป 6 เทรนด์ใหญ่ ที่จะกลายเป็นเหมือน “ประตูบานใหม่” ให้ผู้ประกอบการที่พร้อมลุยอนาคตแบบยั่งยืน
1. AI x Digital: ผู้ช่วยอัจฉริยะคู่คิด SME
AI วันนี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่กลายเป็น ผู้ช่วยที่คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้ในหลายมิติ
ตัวอย่างการใช้ AI ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วในธุรกิจ:
วิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของลูกค้า เพื่อเสนอโปรให้ตรงใจ
ตอบแชทอัตโนมัติ ทั้งขายของและบริการหลังการขายแบบเรียลไทม์
บริหารสต๊อกสินค้าอัตโนมัติ ลดของขาด ลดของล้นสต๊อก
เชื่อมระบบจองออนไลน์และระบบ CRM เข้ากับทุกช่องทางขาย
ภาครัฐเองก็กดคันเร่งดิจิทัลอย่างจริงจัง ผ่านโครงการ “One Tambon, One Digital” โดย DEPA ที่ตั้งเป้าช่วย SME และเกษตรกรกว่า 15,000 ราย ภายในปี 2026
ตัวเลขที่สะท้อนชัดว่า SME ไทย “ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิม” อีกต่อไป คือ:
70% ของ SME ไทยเริ่มใช้หรือทดลองใช้ AI แล้ว
90% ของธุรกิจที่ใช้ AI มีรายได้เพิ่มขึ้น
86% ของ SME ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล
100% ดำเนินงานในรูปแบบออนไลน์แล้ว
พร้อมกันนั้น ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเต็มตัว เช่น PromptPay ที่มีบัญชีใช้งานกว่า 77.6 ล้านบัญชี และมีธุรกรรมเฉลี่ยวันละ 75.9 ล้านรายการ
โอกาสสำหรับ SME:
เริ่มจากงานที่เก็บข้อมูลได้ชัดเจน เช่น การตอบแชท การดูยอดขาย และพฤติกรรมลูกค้า
ลงทุนในระบบหลังบ้านที่เชื่อมกับช่องทางออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ลื่นไหล ตั้งแต่ทักแชทจนจ่ายเงินและรับสินค้า
2. Smart Mobility: การเดินทางอัจฉริยะบนเส้นทางสีเขียว
ระบบขนส่งอัจฉริยะและรถ EV ไม่ใช่เทรนด์ไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ตัวช่วยลดต้นทุน + เพิ่มภาพลักษณ์สีเขียว” ให้ธุรกิจ
เมื่อธุรกิจใช้แอปวางแผนเส้นทางร่วมกับเทคโนโลยีขนส่งที่ชาญฉลาด สามารถ:
ลดค่าน้ำมันได้สูงสุดถึง 30%
ลดเวลาในการส่งของให้เร็วขึ้น
วางเส้นทางจัดส่งอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาครัฐไทยเร่งเครื่อง EV ผ่านมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 โดย:
สนับสนุนเงินให้ซื้อรถ EV สูงสุด 150,000 บาท
ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%
คาดการณ์ว่า ภายในปี 2027 จะมีรถ EV วิ่งในไทยกว่า 830,000 คัน
ทั้งหมดนี้ ส่งผลดีต่อทั้งต้นทุนธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กรที่จริงจังกับสิ่งแวดล้อม
โอกาสสำหรับ SME:
ธุรกิจขนส่งยิ่งต้องเริ่มเร็ว ทั้งใช้แอปวางเส้นทางและทยอยเปลี่ยนมาใช้รถ EV
นอกจากประหยัดต้นทุน ยังช่วยเสริมแบรนด์ให้ “ดูโปร” และ “ดูรักษ์โลก” พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
3. Green Mandate: ภารกิจสีเขียวที่เลี่ยงไม่ได้
คำว่า ESG วันนี้ไม่ได้เป็นแค่คำเท่ ๆ แต่กลายเป็น เงื่อนไขสำคัญในการค้าขายและการขอแหล่งทุน
ธุรกิจยุคใหม่ต้องเริ่มคุ้นกับการเปิดเผยข้อมูล เช่น:
ปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมา
การใช้พลังงานหมุนเวียน
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของธุรกิจตัวเอง
ประเทศไทยกำลังเตรียมกฎหมายสำคัญ เช่น:
Climate Change Bill
Clean Air Management Bill
ทั้งสองฉบับจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2026 และผลักดันให้ธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย:
Carbon Neutrality ภายในปี 2050
Net Zero GHG Emission ภายในปี 2065
ควบคู่กับการเตรียมใช้ระบบ:
ซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ (Emissions Trading System)
ภาษีคาร์บอน
ซึ่งพัฒนาและผลักดันโดยหน่วยงานอย่าง TGO และ ONEP
โอกาสสำหรับ SME:
เริ่มเก็บและติดตามตัวเลขการใช้พลังงานของธุรกิจตนเองตั้งแต่วันนี้
ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ประหยัดไฟมากขึ้น
พิจารณาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์
ติดตามนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ตกขบวนกฎใหม่ และใช้เป็นแต้มต่อในการแข่งขัน
4. Trust Economy: เศรษฐกิจยุคที่ “ความน่าเชื่อถือ” คือทุน
เมื่อข้อมูลท่วมหน้าจอทุกวัน สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดกลับไม่ใช่ข้อมูล แต่คือ “ความน่าเชื่อถือ” โดยเฉพาะในโลกออนไลน์
ผู้บริโภคกว่า 67% ให้ความสำคัญกับ ช่องทางชำระเงินที่ไว้ใจได้ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักก่อนตัดสินใจซื้อ
สำหรับ SME ที่ต้องเจอคู่แข่งเป็นแบรนด์ใหญ่ ความน่าเชื่อถือจึงไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือ โครงสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัยจริง
เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยสร้าง Trust เช่น:
Blockchain สำหรับตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยเฉพาะอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
Smart Contract ที่ทำให้ข้อตกลงชัดเจน ตรวจสอบได้ ไม่ต้องพึ่งแค่ความเชื่อใจ
อีกด้านหนึ่ง “ข้อมูลลูกค้า” ก็กลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ธุรกิจที่กำหนดนโยบายชัดเจน ให้ลูกค้าควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองได้ จะยิ่งได้คะแนนความไว้วางใจเพิ่ม
ในโลกที่ข่าวปลอมและรีวิวปลอมระบาด ผู้บริโภคกว่า 60% รู้สึกลังเลเมื่อต้องตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการจาก SME
โอกาสสำหรับ SME:
ออกแบบระบบรีวิวที่ตรวจสอบได้ เน้นรีวิวจากผู้ใช้จริง
มีนโยบายคืนเงินที่โปร่งใส ยุติธรรม และสื่อสารชัด
สร้าง Community รอบแบรนด์ หรือใช้ AI วิเคราะห์รีวิว เพื่อกรองข้อมูลและตอบสนองลูกค้าอย่างโปร่งใสและมืออาชีพ
5. Longevity Economy: ตลาดผู้สูงวัยที่ใหญ่และจริงจัง
ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) คือกลุ่มลูกค้าที่มีครบทั้ง กำลังซื้อ เวลา และความต้องการเฉพาะทาง
ตัวอย่างความต้องการที่กำลังเติบโต:
บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน
แอปติดตามสุขภาพเฉพาะกลุ่ม
บริการและสินค้าที่ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงวัยมากกว่า 13.2 ล้านคน หรือประมาณ 20% ของประชากร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 31% ภายในปี 2583
ตลาดกลุ่มนี้เติบโตเฉลี่ยถึง 25% ต่อปี โดยเฉพาะ:
บริการดูแลที่บ้าน
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ
โอกาสสำหรับ SME:
พัฒนาสินค้าและบริการที่โฟกัส “คุณภาพชีวิต” มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว
- ตัวอย่างเช่น:
เฟอร์นิเจอร์ที่ปลอดภัย ใช้งานง่าย สำหรับผู้สูงวัย
แอปสุขภาพที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตัวหนังสืออ่านชัด
แพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับวัยเกษียณ ที่ใส่ใจเรื่องเวลาเดินทาง การพักผ่อน และสุขภาพ
ออกแบบสถานที่และการบริการให้เหมาะกับร่างกายผู้สูงวัย เช่น พื้นกันลื่น ราวจับ ป้ายและสัญลักษณ์ชัดเจน
6. Pet Humanization: จาก “สัตว์เลี้ยง” สู่ “สมาชิกครอบครัว”
เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ในไทยกำลังเปลี่ยนไปแบบชัดเจนมาก จากแค่ “สัตว์เลี้ยง” สู่การเป็น “น้อง” หรือ “ลูก” ที่เป็นสมาชิกครอบครัวเต็มตัว
เจ้าของสัตว์เลี้ยงรุ่นใหม่พร้อมลงทุนเพื่อสุขภาพและความสุขของน้อง ๆ ทั้งอาหาร บริการ และไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างต้องได้มาตรฐานสูงขึ้นเรื่อย ๆ
จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี คาดว่าในปี 2026:
มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยจะทะลุ 100,000 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization สูงถึง 50,500 บาท/ตัว/ปี
ตัวเลขนี้สูงกว่าการเลี้ยงสัตว์แบบทั่วไปถึง 6 เท่า
ประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง อันดับ 2 ของโลก
สำหรับสาย อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ นี่คือโอกาสทอง เพราะเจ้าของพร้อมเปิดใจให้กับเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลน้องแบบใกล้ชิดขึ้น เช่น:
ชามอาหารอัจฉริยะที่ควบคุมปริมาณและเวลาให้อาหาร
กล้องดูน้องสัตว์เลี้ยงผ่านมือถือพร้อมไมค์พูดคุย
อุปกรณ์ติดตามสุขภาพและการเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยง
โอกาสสำหรับ SME ไทย:
ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูง
บริการ Grooming และ Pet Hotel ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของน้อง
ร้านอาหารและคาเฟ่แบบ Pet Friendly ที่รองรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สัตว์เลี้ยง ที่ดีไซน์โดนใจเจ้าของ
แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของ “เจ้าของ” และ “น้อง” ได้อย่างลึกซึ้ง จะยิ่งสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นในระยะยาว
ก้าวสู่ธุรกิจยุคใหม่: ฉลาด เขียว และใส่ใจมนุษย์ (และน้อง ๆ)
ปี 2026 เป็นปีที่ SME ไทยต้องเลิกลังเล แล้วหันมา “กล้าปรับ” และ “กล้าลงมือ” อย่างจริงจัง
ใช้เทคโนโลยีให้ฉลาดขึ้น
ปรับธุรกิจให้เขียวขึ้น
ออกแบบสินค้าและบริการให้เข้าใจมนุษย์ (และสัตว์เลี้ยง) มากขึ้น
ธุรกิจที่เดินหน้าเรื่อง ESG ตั้งแต่วันนี้ จะมีแต้มต่อทั้งในแง่แบรนด์และการเข้าถึงแหล่งทุน
โซลูชันสินเชื่อสีเขียวสำหรับ SME ที่พร้อมลุย
เพื่อให้ SME พัฒนาไปสู่ธุรกิจที่ดูแลโลกและสังคมได้อย่างราบรื่น มีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยหนุนหลังด้านการลงทุนสีเขียว เช่น สินเชื่อธุรกิจสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในโครงการรักษ์โลก ครอบคลุมถึง 7 หมวดหมู่สำคัญ ได้แก่:
พลังงานหมุนเวียน
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการน้ำและน้ำเสียอย่างยั่งยืน
การป้องกันมลพิษและการจัดการของเสีย
การขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด
อาคารสีเขียว
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
สินเชื่อกลุ่มนี้มักมาพร้อมเงื่อนไขและสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ SME เข้าถึงการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น และต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในเชิงกำไรและภาพลักษณ์
ปี 2026 จึงไม่ใช่ปีที่ถามว่า “พร้อมหรือยัง” แต่คือปีที่ต้องถามว่า จะเริ่มลงมือเปลี่ยนธุรกิจตัวเองให้ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้นอย่างไร ตั้งแต่วันนี้

