รับแอปรับแอป

AI Search เปลี่ยนเกมการตลาดออนไลน์: คู่มือเอาตัวรอดของธุรกิจในยุค Google AI

สุเมธ พรหมทอง01-31

เปิดยุคใหม่ของการค้นหาด้วย AI

Google AI กำลังเปลี่ยนโลกการค้นหา จากการพิมพ์แค่คีย์เวิร์ดสั้น ๆ ไปสู่การสนทนากับระบบค้นหาเหมือนคุยกับคนจริง ๆ

ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ลิงก์เว็บไซต์เรียงเป็นแถว แต่กลายเป็นคำตอบที่สรุปให้เสร็จ แถมแนบตัวเลือก สถานที่ ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงลิงก์จองครบจบในหน้าเดียว

นี่ไม่ใช่การอัปเดตเล็ก ๆ แต่คือการเปลี่ยนเกมของทั้ง SEO และโฆษณา Google Ads แบบยกแผง

AI Search คืออะไร ทำไมถึงต่างจากการค้นหาแบบเดิม

AI Search คือการค้นหาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์มาช่วย “เข้าใจ” สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ ไม่ได้มองแค่คำที่เราพิมพ์ แต่มองทะลุไปถึงเจตนาการค้นหา (user intent)

ตัวอย่างเช่น

“อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน มีคำแนะนำไหม”

แทนที่ Google จะแสดงลิงก์เว็บท่องเที่ยวเฉย ๆ ระบบจะ

  • สรุปเส้นทางเที่ยวให้แบบคร่าว ๆ

  • แนะนำสถานที่ยอดฮิต

  • เสนอร้านอาหารและที่พัก

  • แนบลิงก์จองให้พร้อม

จากเดิมที่เน้นค้นหา “คำ” ตอนนี้ระบบกำลังเรียนรู้ที่จะเข้าใจ “ความตั้งใจ” ของผู้ใช้ ทำให้คำตอบครบกว่า ตรงกว่า และใกล้เคียงผู้ช่วยส่วนตัวมากขึ้น

Google Ads กำลังย้ายจาก Keyword สู่ Intent

เมื่อการค้นหาเปลี่ยน การโฆษณาก็ต้องเปลี่ยนตาม จากการยิงโฆษณาใส่คีย์เวิร์ดที่คิดว่าใช่ ไปสู่การยิงตาม “เจตนาของผู้ใช้” ที่ AI วิเคราะห์ให้

ตอนนี้ AI ของ Google ดึงข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์ม เช่น

  • Chrome

  • YouTube

  • Google Maps

เพื่อนำมาช่วยเดาว่าผู้ใช้กำลังอยู่ในขั้นตอนไหนของการตัดสินใจ แล้วเสิร์ฟโฆษณาที่ตรงจังหวะที่สุด

ธุรกิจที่อยากใช้ Google Ads ให้คุ้มค่า จึงต้องเข้าใจวิธีคิดแบบใหม่ของระบบ และวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการทำงานของ AI แทนการไปยึดติดกับการไล่จับคีย์เวิร์ดแบบเดิม

คู่มือผู้ลงโฆษณา: ยิงแอดให้รอดในยุค AI

หากยังใช้วิธีวัดผลจากจำนวนคลิกอย่างเดียว มีโอกาสสูงที่จะตามเกมไม่ทัน คุณควรเริ่มขยับด้วยแนวทางเหล่านี้

  • ใช้แคมเปญแบบ Performance Max และเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อให้โฆษณาถูกกระจายไปยังหลายช่องทางอย่างครอบคลุมและแม่นยำ

  • ปรับจากการ Optimize คีย์เวิร์ดมาเป็นการ Optimize ตาม Intent ของลูกค้า

  • โฟกัสที่ คุณภาพของ Conversion เช่น การเก็บลีด การกรอกฟอร์ม หรือข้อมูลเชิงลึก แทนการดูยอดคลิกอย่างเดียว

  • เลือกประเภทแคมเปญที่เน้น Conversion มากกว่าตัวเลข CTR แบบผิวเผิน

  • พัฒนาเว็บไซต์ให้ข้อมูลแน่น มีรีวิว คำถามที่พบบ่อย วิดีโอ และบทความ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยให้ AI เลือกเว็บไซต์คุณไปแสดงผลได้ง่ายขึ้น

ในยุค AI ใครมีข้อมูลดีและครบกว่ามักได้เปรียบในการแสดงผลโฆษณา

เมื่อ AI กระทบตรง ๆ ต่อ SEO

AI Search ทำให้หลายคำถามถูกตอบตั้งแต่บนหน้าผลการค้นหา ผู้ใช้จำนวนมากอาจไม่จำเป็นต้องคลิกลิงก์เข้าเว็บไซต์อีกต่อไป

นั่นหมายความว่า SEO ไม่ได้หายไป แต่กติกาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

สิ่งที่ธุรกิจควรรีบลงมือทำ

  • สร้างคอนเทนต์เชิงลึกที่ตอบคำถามได้ครบในหน้าเดียว ให้สมกับที่ AI จะดึงข้อมูลไปใช้เป็นคำตอบ

  • ทำ Structured Data และ FAQ Schema เพื่อให้ระบบเข้าใจเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ตรงประเด็น

  • ผลิตคอนเทนต์หลายรูปแบบ เช่น วิดีโอ อินโฟกราฟิก รีวิวจากลูกค้าจริง เพื่อเพิ่มมิติของความน่าเชื่อถือ

  • ยึดหลัก E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) เพื่อสร้างภาพลักษณ์เว็บไซต์ที่มีคุณภาพในสายตา Google

Schema คืออะไร ทำไมสายคอนเทนต์ต้องรู้

Schema คือข้อมูลโครงสร้าง (Structured Data) ที่เราฝังลงไปในเว็บไซต์ เพื่อบอก Google ให้เข้าใจว่าแต่ละส่วนของหน้าเว็บคืออะไร

ตัวอย่างการใช้ Schema เช่น

  • รีวิวสินค้า: แสดงคะแนนดาวและจำนวนรีวิวในหน้าผลการค้นหา

  • FAQ Schema: ทำให้คำถาม–คำตอบไปโผล่ในหน้าค้นหาโดยตรง

  • ร้านอาหารที่ทำ Schema เมนู: Google อาจแสดงเมนูพร้อมราคาได้เลยจากหน้าแรก

** Schema ที่ชัด คือการช่วย Google แปลภาษาหน้าเว็บของเราให้กลายเป็นข้อมูลที่ AI ใช้งานได้ทันที**

เข้าใจ E-E-A-T: สูตรสร้างความน่าเชื่อถือในสายตา Google

E-E-A-T ประกอบด้วย 4 คำสำคัญที่ส่งผลต่อการประเมินคุณภาพเนื้อหา

  • Experience: ประสบการณ์ตรง แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนหรือธุรกิจเคยลงมือทำจริง

  • Expertise: ความเชี่ยวชาญในหัวข้อที่เขียน ไม่ใช่แค่เล่าแบบผิวเผิน

  • Authoritativeness: การได้รับการอ้างอิง การพูดถึง หรือการยอมรับจากแหล่งที่เชื่อถือได้

  • Trustworthiness: ความโปร่งใส ความแม่นยำของข้อมูล และความน่าไว้วางใจของเว็บไซต์โดยรวม

เว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ E-E-A-T ได้ดี มีโอกาสสูงที่จะถูกเลือกให้ปรากฏในคำตอบของ AI Search มากขึ้น

จาก AI สู่ Agentic AI: อนาคตที่ระบบทำแทนเรามากขึ้น

Google AI กำลังก้าวจากการเป็นแค่ผู้ช่วยแนะนำ ไปสู่การเป็น Agentic AI ที่ลงมือทำแทนผู้ใช้ได้จริง

ลองจินตนาการว่า เมื่อคุณถามเรื่องทริปท่องเที่ยว ระบบไม่ได้แค่เสนอไอเดีย แต่สามารถ

  • วางแผนทริปให้ครบ

  • เลือกตัวเลือกที่เหมาะกับงบประมาณ

  • ช่วยจัดการเรื่องตั๋ว ที่พัก และแพ็กเกจในไม่กี่คลิก

ถ้าอนาคตเป็นแบบนั้นจริง การเข้าชมเว็บไซต์โดยตรงอาจลดลงอีก ธุรกิจจึงต้องคิดใหม่ทั้งเรื่องการทำ SEO และการยิงแอดให้สอดคล้องกับโลกที่ AI เป็นด่านหน้าในการตัดสินใจ

แนวทางปรับตัวของธุรกิจในยุค AI Search

เพื่อไม่ให้แบรนด์หายไปจากสายตาลูกค้าในยุคที่ AI เป็นคนคัดเลือกข้อมูลให้ก่อน ธุรกิจควรโฟกัสที่

  • สร้างโปรไฟล์แบรนด์ให้ชัดเจน และสื่อสารด้วยภาพลักษณ์เดียวกันในทุกช่องทางออนไลน์

  • ผลิตคอนเทนต์คุณภาพ ทั้งรีวิวลูกค้า วิดีโอ และโพสต์โซเชียลที่เล่าเรื่องแบรนด์ได้อย่างจริงใจ

  • ส่งข้อมูลสำคัญให้ Google อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ AI เข้าใจว่าคุณคือใคร และเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายแบบไหน

ยิ่งระบบรู้จักคุณชัด โอกาสที่ AI จะเลือกคุณไปอยู่ในคำตอบก็ยิ่งมาก

กรณีศึกษา: ร้านท่องเที่ยวเล็ก ๆ ที่ชนะได้ด้วยคอนเทนต์

ร้านท่องเที่ยวในเชียงใหม่ที่เคยพึ่งโฆษณาคีย์เวิร์ดเป็นหลัก ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์มาลงทุนกับคอนเทนต์จริงจัง

สิ่งที่ทำคือ

  • สร้างรีวิวท่องเที่ยวจากประสบการณ์ลูกค้าจริง

  • ทำวิดีโอเล่าทริปแบบเรียล ๆ

  • เล่าเรื่องบรรยากาศและประสบการณ์ ให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวเอง

เมื่อคอนเทนต์เริ่มมีคุณภาพและหลากหลายมากขึ้น ระบบค้นหาของ Google ก็เริ่มแนะนำร้านนี้ถี่ขึ้น ยอดจองทริปพุ่งตามมาอย่างชัดเจน

เคสนี้ตอกย้ำว่าคอนเทนต์ที่ดี คืออาวุธสำคัญในการแข่งขันในยุค AI

สรุป: ใครเข้าใจ AI Search ก่อน มีโอกาสนำเกมก่อน

AI Search ไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการค้นหาและการตลาดออนไลน์

ธุรกิจที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้ควร

  • ลงทุนกับคอนเทนต์คุณภาพ

  • พัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับทั้งผู้ใช้และ AI

  • ใช้เครื่องมือโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มศักยภาพ

คนที่ปรับตัวทัน จะมองเห็น AI เป็นโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคาม และจะสามารถใช้มันเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว