ถ้าย้อนเวลากลับไปไม่กี่ปี วิกฤตที่ทำให้เกมเมอร์ปวดหัวที่สุดคือยุคเหมืองคริปโต การ์ดจอแพงจนต้องภาวนาให้ของเข้า หรือช่วงโควิดที่ชิปขาดตลาดแทบทุกอย่าง
หลายคนคิดว่าบทเรียนเหล่านั้นน่าจะจบแล้ว…แต่เปล่าเลย
ปลายปี 2025 วงการพีซีกำลังเจอศัตรูตัวใหม่ และรอบนี้มันไม่ใช่คนขุดเหรียญ แต่คือ AI ที่กำลังดูดทรัพยากรหน่วยความจำของโลกไปแบบไม่เหลือให้เกมเมอร์
เกิดอะไรขึ้น ทำไม “แรม” ถึงเริ่มหายจากตลาด
ในช่วงต้นปี 2025 ตลาดพีซีดูสดใสพอสมควร
CPU ดีขึ้น
GPU เริ่มหายากน้อยลง
ราคาเหมือนจะนิ่ง
แต่พอเข้าไตรมาส 4 สัญญาณอันตรายก็เริ่มชัด
DRAM เริ่มขาดตลาดทั่วโลก และราคาขยับขึ้นแบบเงียบ ๆ
สาเหตุหลักไม่ใช่พีซี ไม่ใช่เกม
แต่คือ AI Data Center ที่กำลังขยายตัวแบบไม่สนต้นทุน
ต้นเหตุจริง: AI กำลังกิน DRAM โลกทั้งใบ
AI สมัยใหม่ โดยเฉพาะโมเดลระดับ Frontier อย่าง GPT-5.2 ต้องใช้หน่วยความจำมหาศาล
ไม่ใช่ DDR5 แบบที่เราเสียบในคอม แต่คือ HBM (High-Bandwidth Memory)
ทำไม HBM ถึงเป็นปัญหาใหญ่
ผลิต 1 บิตของ HBM ใช้เวเฟอร์มากกว่า DDR5 ถึง 3 เท่า
Yield ต่ำ เพราะต้องใช้แพ็กเกจจิ้งขั้นสูง
ใช้ DRAM wafer จำนวนมากกว่าการผลิตแรมผู้บริโภคหลายเท่า
แปลตรง ๆ คือ
โรงงานผลิตแรม 1 โรง ถ้าเอาไปทำ HBM จะเหลือแรมสำหรับเกมเมอร์น้อยลงทันที

HBM ทำเงินดีกว่า ใครจะไม่เลือก
สำหรับผู้ผลิตอย่าง Samsung และ SK hynix
HBM ขายให้ลูกค้า AI ได้ราคาสูงกว่า
สัญญาระยะยาว
กำไรดีกว่า DDR5 สำหรับพีซี
ยิ่งตอนนี้ HBM พัฒนาไปถึง
HBM3
HBM3E
และกำลังมุ่งไป HBM4 / HBM4E
ไม่มีเหตุผลอะไรที่โรงงานจะไม่เทกำลังไปฝั่ง AI
ตัวเลขที่เกมเมอร์ควรรู้ (และควรกังวล)
ปี 2026: AI จะใช้ DRAM อย่างน้อย 20% ของกำลังผลิตโลก
ตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก
DRAM สำหรับพีซี เกมมิ่ง และโน้ตบุ๊ก → ถูกเบียดออกจากระบบ
นี่คือสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า
“DRAM Supercycle”
รอบขาขึ้นที่ผู้บริโภคอย่างเราหนีไม่พ้น
ผู้ผลิตพีซีเริ่มขยับแล้ว Lenovo, Dell, ASUS ไม่รอให้เจ็บตัว
เมื่อแรมเริ่มขาด โรงงานประกอบพีซีเจอทางเลือกไม่กี่ทาง
และทางที่เจ็บน้อยที่สุดสำหรับพวกเขา…คือ ขึ้นราคา
ตัวอย่างการขึ้นราคาที่รายงานออกมา
Dell
+130–230 ดอลลาร์ สำหรับเครื่องที่มี RAM 32GB
+520–765 ดอลลาร์ สำหรับเครื่อง 128GB
+55–135 ดอลลาร์ สำหรับ SSD 1TB
+530 ดอลลาร์ สำหรับ AI Laptop ที่ใช้ RTX PRO 500 (24GB)
ASUS / Acer
ต้นทุน BoM พุ่ง
ผู้บริหารยอมรับตรง ๆ ว่า “ไม่มีทางเลือกนอกจากขึ้นราคา”
แม้แต่แบรนด์เล็กอย่าง Framework
ก็เริ่มขึ้นราคาค่าอัปเกรด RAM แล้ว
System Integrator เตือนตรง ๆ “อย่ารอปี 2026”
CEO ของ MAINGEAR พูดชัดมากว่า
ราคาหน่วยความจำพุ่งไปแล้ว และปี 2026 จะหนักกว่าเดิม
คำแนะนำคือ
ถ้าคิดจะประกอบคอม
อัปเกรด GPU / SSD / RAM
อย่ารอ เพราะของที่ยังไม่ขึ้นราคาอาจหายไปเร็วมาก

เกมเมอร์ควรทำยังไงดีในช่วงแรมขาดตลาด
1. อย่า FOMO อัปแรมโดยไม่จำเป็น
ใช้ 16GB อยู่ → ยังไม่ต้องรีบ
8GB ยังพอไหว → อดทนอีกหน่อย
การอัปเกรดตอนนี้ = จ่ายแพงเกินจริง
2. Pre-built PC อาจคุ้มกว่าประกอบเอง
แปลกแต่จริง
ตอนนี้พีซีประกอบสำเร็จจาก OEM ใหญ่
ยังไม่สะท้อนราคาแรมใหม่ทั้งหมด
ได้สเปกสมดุล
คุมงบง่ายกว่า
3. ตลาดมือสองคือทางเลือก (แต่ต้องเช็กให้เป็น)
RAM เป็นอุปกรณ์ที่ทน
ไม่เสื่อมง่าย
ปลอมยาก (ถ้าทดสอบจริง)
อาจต่อราคาได้ดีกว่าซื้อใหม่
แต่ต้องไม่คาดหวังของถูกมาก
บทสรุป วิกฤตนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
เราผ่าน
วิกฤตเหมืองคริปโต
วิกฤตโควิด
มาได้
วิกฤตแรมจาก AI ก็เช่นกัน
แต่รอบนี้อาจ ลากยาวถึง 2027–2028

