รับแอปรับแอป

เปิดตำนาน "พระผุด" ภูเก็ต อันซีนกลางทุ่งนาที่ต้องไปเห็นด้วยตา

ศิริพร วัฒนานุกูล01-28

พระผุด : อันซีนคู่เมืองภูเก็ตที่ไม่ควรพลาด

พระผุด หรือ หลวงพ่อพระทอง เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ต ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระทอง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต วัดเก่าแก่สายมหานิกายที่ชื่อเสียงโด่งดังทั้งในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

จุดเด่นขององค์พระคือ ลักษณะครึ่งองค์โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน จึงมีการสร้างองค์พระครึ่งองค์ครอบไว้ ชาวบ้านเลยเรียกท่านอย่างติดปากว่า “พระผุด” กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมศรัทธาของชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง

สำหรับสายเที่ยว วัดพระทองถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ต้องแวะในโปรแกรมเที่ยวภูเก็ต เพราะนี่คือ หนึ่งเดียวอันซีนไทยแลนด์ของภูเก็ต ที่ทั้งแปลก ทั้งขลัง ทั้งมีตำนานเข้มข้นให้ตามรอย

วัดกลางทุ่งนาที่กลายเป็นวัดพระทอง

ในอดีต บริเวณที่ประดิษฐานพระผุดยังเป็นเพียงทุ่งนาโล่ง ๆ มีพระธุดงค์มาปักกลดพักภาวนา จากนั้นจึงเริ่มมีการสร้างวัดขึ้น และอัญเชิญพระผุดเป็นพระประธานในอุโบสถ

มีการเล่าต่อกันมาว่า องค์พระผุดแท้จริงเป็นพระทองคำ จึงมีการพอกปูนทับองค์เดิมอีกชั้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทำให้มีความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และความคุ้มครองตามมาไม่ขาดสาย

ชื่อวัดในหมู่ชาวบ้านสมัยก่อนก็เรียกกันหลากหลาย ทั้ง

  • วัดนาใน

  • วัดพระผุด

  • วัดพระหล่อคอ (อิงตามลักษณะพระครึ่งองค์)

ต่อมาวัดนี้ได้รับพระราชทานนามอย่างเป็นทางการว่า “วัดพระทอง” โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ขณะยังทรงดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราช เมื่อปี พ.ศ. 2452

ต่อมาในเวลาถัดมา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อเสด็จประพาสจังหวัดภูเก็ตครั้งแรก ก็เคยแวะนมัสการหลวงพ่อพระผุดที่วัดพระทอง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2502 ยิ่งตอกย้ำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์และศรัทธา

ตำนานพระผุดที่มากกว่าคำว่า “แปลก”

หากมองเผิน ๆ พระผุดอาจดูเหมือนเพียงพระครึ่งองค์ที่โผล่ขึ้นจากดิน แต่เบื้องหลังซ่อน ตำนานประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าปาฏิหาริย์ เอาไว้เพียบ

ศึกเมืองถลางกับกองทัพพม่า

ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เมื่อพม่าเข้ามาตีหัวเมืองภาคใต้และยึดเมืองถลางได้ ทหารพม่าพยายามจะขุดพระผุดเพื่อนำกลับไปยังพม่า แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

ขณะขุดดินลงไป มีมดคันตัวเล็ก ๆ จำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากดิน ไต่กัดทหารพม่าจนป่วยเป็นไข้และล้มตายกันนับร้อยคน แม้จะพยายามใช้ไฟเผามดแล้วก็ยังไม่สามารถขุดองค์พระขึ้นไปได้มากนัก ขุดลงไปถึงเพียงบริเวณพระศอเท่านั้น

ในที่สุด กองทัพจากเมืองนครศรีธรรมราชยกมาช่วยตีเมืองถลางกลับคืนมาได้ ทำให้เรื่องราวพลังศักดิ์สิทธิ์ของพระผุดยิ่งดังไปทั่ว

หลังสงครามสงบ หลวงพ่อสิงห์ซึ่งเดินทางมาจากเมืองสุโขทัย ได้มาปักกลดที่เมืองถลาง และชักชวนชาวบ้านสร้างกุฏิ วิหาร และอุโบสถขึ้นมา โดยให้องค์พระผุดเป็นพระประธานในอุโบสถ และ ก่ออิฐสวมทับเฉพาะด้านหน้าให้สูงขึ้น เพื่อให้เหมาะแก่การทำสังฆกรรม

จากศึกเมืองถลางครั้งนั้นเอง จึงมีการกล่าวถึงวีรสตรีผู้กล้า ท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร หรือที่รู้จักกันในนามท่านผู้หญิงจันและคุณมุก ผู้ลุกขึ้นมานำทัพสู้ศึกพม่าจนโด่งดังในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย

เรื่องเล่าการค้นพบพระผุดจากปากผู้เฒ่า

ตำนานอีกด้านหนึ่งเป็นเรื่องเล่าที่คนเฒ่าคนแก่ถ่ายทอดต่อ ๆ กันมาเกี่ยวกับการค้นพบพระผุดในยุคที่แถบนั้นยังเป็นทุ่งนา

เล่ากันว่า วันหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งจูงควายออกไปกลางทุ่งตามคำสั่งพ่อแม่ ไปพบเสาหลักปริศนาอยู่ต้นหนึ่ง เด็กไม่รู้ว่าเป็นอะไร จึงผูกควายไว้กับหลักนั้นแล้ววิ่งเล่นตามประสา

พอตกเย็นกลับบ้าน เด็กคนนั้นล้มป่วยกะทันหันและเสียชีวิต ส่วนควายก็ล้มตายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

คืนหนึ่ง พ่อของเด็กฝันเห็นสาเหตุที่ลูกชายและควายตาย ว่าเกิดจากการนำเชือกไปผูกล่ามควายไว้กับ พระเกตุมาลา (เปลวพระรัศมีบนพระเศียร) ของพระพุทธรูปที่โผล่ขึ้นมาจากดิน รุ่งเช้าจึงพากันไปดู ก็พบว่าตรงกับความฝันทุกประการ

เรื่องนี้ถูกนำไปรายงานต่อเจ้าเมืองถลาง จึงมีคำสั่งให้ขุดดู แต่ก็เกิดเหตุอัศจรรย์อีกครั้ง มีตัวต่อและแตนออกมารุมต่อยคนขุดจนต้องหยุด ยิ่งทำให้บริเวณนั้นถูกมองว่าเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการมุงหลังคาไว้ให้ชาวบ้านกราบไหว้ และเรียกกันว่า “พระผุด” นับแต่นั้นมา

ต่อมา มีชีปะขาวรูปหนึ่งมาพำนักอยู่ที่เมืองถลาง เมื่อทราบว่ามีพระพุทธรูปทองคำผุดอยู่กลางทุ่งนา ก็เกิดความกังวลว่าอาจถูกโจรลักไปขาย จึงชวนชาวบ้านเก็บเปลือกหอยมาเผาเป็นปูนขาว ผสมทรายแล้วโบกปิดทับองค์พระเอาไว้ เพื่อป้องกันภัยจากคนคิดไม่ดี

พระผุดในสายตารัชกาลที่ 6

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ขณะยังทรงเป็นพระบรมโอรสาธิราช เสด็จประพาสจังหวัดภูเก็ต และเสด็จทอดพระเนตรพระผุดด้วยพระองค์เอง

ทรงมีพระราชวิจารณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างพระพุทธรูปสวมพระผุดว่าเป็น พระพุทธรูปที่มีเฉพาะพระเศียรและพระองค์เพียงครึ่งทรวง สร้างให้ดูราวกับกำลังผุดตัวขึ้นมาจากพื้นดิน แม้ฝีมือการก่อสร้างจะไม่วิจิตรตระการตานัก แต่ทรงชื่นชมในความ “กล้าทำ” ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร และทรงเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง

พร้อมกันนั้น พระองค์ยังพระราชทานนามวัดนี้อย่างเป็นทางการว่า “วัดพระทอง” ซึ่งใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน

พระผุดในสายตาคนไทยและคนจีน

หลวงพ่อพระทอง หรือพระผุด เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงในหมู่คนภูเก็ต คนไทยทั่วไปเรียกท่านว่า “พระผุด” ตามตำนานที่พระพุทธรูปผุดขึ้นมาเพียงพระเกตุมาลา สูงประมาณหนึ่งศอก

สำหรับชาวจีนในภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง จะเรียกพระองค์นี้ว่า “ภู่ปุ๊ค” (พู่ฮุก) เพราะเชื่อกันว่าพระผุดมีที่มาจากเมืองจีน จึงมีชาวไทยเชื้อสายจีนจากภูเก็ต พังงา ตะกั่วป่า ท้ายเหมือง และกระบี่ เดินทางมานมัสการอย่างสม่ำเสมอ

โดยเฉพาะช่วง เทศกาลตรุษจีน (เดือน 3) วัดพระทองจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้คนต่างเชื่อในบารมีขององค์พระผุดและเดินทางมาสักการะต่อเนื่องกันมายาวนานจนกลายเป็นประเพณีประจำท้องถิ่น

วัดพระทอง : สายบุญก็ใช่ สายเที่ยวก็ชอบ

สิ่งที่ทำให้พระผุด หรือพระทอง โดดเด่นไม่ใช่แค่ตำนาน แต่คือ ความแปลกของการผุดขึ้นจากดินเพียงครึ่งองค์ ที่ผสมกับเรื่องเล่าปาฏิหาริย์จนกลายเป็นความเชื่อฝังแน่นในหัวใจคนภูเก็ตและผู้ศรัทธาทั่วไทย

ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า การสักการะขอพรหลวงพ่อพระทองจะช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยและดลบันดาลให้สมหวัง จึงทำให้วัดพระทองเป็นจุดหมายยอดฮิตของทั้งนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและผู้มีจิตศรัทธา

นอกจากองค์พระผุด ภายในวัดยังมีไฮไลต์อื่น ๆ ให้แวะชม เช่น

  • อุโบสถเก่าแก่สำหรับทำสังฆกรรม

  • พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ตในอดีต

ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศภูเก็ตในมุมที่ไม่ใช่แค่ทะเล บอกเลยว่า วัดพระทองคืออีกมิติของภูเก็ตที่คุณไม่ควรข้าม

เหรียญหลวงพ่อพระทอง รุ่นแรก : ของดีหายากสายมูต้องรู้

ในบรรดาวัตถุมงคลของวัดพระทอง หนึ่งในรุ่นที่ถูกพูดถึงมากคือ เหรียญรุ่นแรกใบโพธิ์ หลวงพ่อพระทอง (พระผุด) วัดพระทอง จังหวัดภูเก็ต เนื้อกะไหล่ทอง

เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2511 โดยมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า

  • ผู้ที่กำลังมีทุกข์ หากเดินทางไปกราบหลวงพ่อพระทองและอธิษฐานขอพร ท่านจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

  • ผู้ที่ตั้งจิตขอสิ่งใดอย่างสุจริต หลวงพ่อพระทองจะช่วยดลบันดาลให้สำเร็จตามที่ตั้งใจ

ด้วยเหตุนี้เหรียญรุ่นแรกของท่านจึงกลายเป็น วัตถุมงคลที่ทั้งนักสะสมและสายมูต่างตามหา เพราะไม่ใช่แค่สวยเชิงศิลป์ แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องเล่าประสบการณ์จากผู้บูชามากมาย

สรุป : ถ้าไปภูเก็ตแล้วไม่แวะพระผุด ถือว่ายังไปไม่ถึง

สำหรับคนชอบท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ วัดพระทองและองค์พระผุดคือสถานที่ที่ควรใส่ไว้ในทริปภูเก็ตอย่างยิ่ง

  • ได้ทั้งไหว้พระขอพร

  • ได้ฟังตำนานโบราณแบบมีสีสัน

  • ได้ชมโบราณวัตถุและวิถีชีวิตเก่าของคนภูเก็ต

พระผุดไม่ใช่แค่พระครึ่งองค์ที่โผล่จากดิน แต่คือเรื่องราวความเชื่อ ความกล้าทำ และศรัทธาที่ผุดขึ้นในหัวใจผู้คนมากว่าร้อยปี ใครมีโอกาสไปเยือนภูเก็ต ลองจัดเวลาแวะไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในอันซีนที่ต้องมาเห็นกับตาให้ได้สักครั้งในชีวิต.