ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่าไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหน ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป ไปจนถึงแอฟริกา “ผู้ประกอบการชาวจีน” กลายเป็นกลุ่มที่มีบทบาททางเศรษฐกิจสูงอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้า โรงงาน ธุรกิจออนไลน์ โลจิสติกส์ หรือแม้แต่สตาร์ทอัพจำนวนมาก ล้วนมีชาวจีนเข้าไปเกี่ยวข้อง
คำถามคือ อะไรเป็นแรงผลักดันให้คนจีนจำนวนมากตัดสินใจออกจากประเทศบ้านเกิด เพื่อไปสร้างธุรกิจในต่างแดน
นี่ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากโครงสร้างเศรษฐกิจ นโยบายรัฐ และการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของนักธุรกิจจีนในยุคโลกาภิวัตน์
บทความนี้จะพาไล่เรียงเหตุผลแบบเป็นระบบ เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับบริบทโลกธุรกิจปัจจุบัน
คนจีนย้ายไปทำธุรกิจต่างประเทศ คืออะไรในเชิงเศรษฐกิจ
การที่คนจีนย้ายถิ่นฐานไปทำธุรกิจ ไม่ได้หมายถึงการอพยพแรงงานแบบดั้งเดิม แต่คือ การขยายเครือข่ายธุรกิจ (Business Expansion & Capital Migration)
ซึ่งประกอบด้วย
ผู้ประกอบการรายย่อย
นักลงทุน
เจ้าของโรงงาน
พ่อค้าออนไลน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนย้ายทุน ความรู้ และระบบบริหารจัดการ

เหตุผลหลักที่คนจีนเลือกย้ายไปทำธุรกิจในต่างประเทศ
1. ตลาดในจีนมีการแข่งขันสูงมาก
จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน
ผลที่ตามมาคือ
ธุรกิจเกือบทุกประเภทมีคู่แข่งจำนวนมาก
กำไรต่อหน่วยลดลง
ค่าโฆษณาออนไลน์สูงขึ้น
ผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดยาก
สำหรับผู้ประกอบการจำนวนหนึ่ง การออกไปเริ่มต้นในตลาดที่การแข่งขันยังไม่รุนแรง จึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
2. นโยบายรัฐผลักดันการออกไปลงทุนต่างประเทศ
รัฐบาลจีนมีนโยบายที่ชัดเจน เช่น
Belt and Road Initiative (BRI)
ซึ่งสนับสนุนให้ภาคธุรกิจจีน
ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เปิดโรงงานในต่างประเทศ
ทำการค้าข้ามพรมแดน
สิ่งนี้ทำให้การไปทำธุรกิจต่างประเทศ “ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ
3. ค่าแรงและต้นทุนในจีนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จีนไม่ใช่ประเทศค่าแรงต่ำอีกต่อไป
ในหลายเมืองใหญ่
ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น
ค่าเช่าพื้นที่สูง
กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมเข้มงวด
การย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่า เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
4. การเติบโตของ E-commerce และ Cross-border Trade
แพลตฟอร์มอย่าง
Alibaba
JD
TikTok Shop
Shopee
Lazada
ทำให้การค้าข้ามประเทศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ผู้ประกอบการจีนจำนวนมากเลือก
ไปตั้งบริษัทในต่างประเทศ
ใช้จีนเป็นฐานผลิต
ขายสินค้าให้ตลาดโลก
โมเดลนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงและขยายตลาดได้รวดเร็ว
5. การกระจายความเสี่ยงด้านทรัพย์สินและชีวิต
ผู้ประกอบการจีนบางส่วนมองการย้ายถิ่นฐานเป็น
การกระจายความเสี่ยงด้านกฎหมาย
การกระจายทรัพย์สิน
การวางแผนระยะยาวให้ครอบครัว
การมีธุรกิจในหลายประเทศช่วยให้รับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

ประเทศปลายทางยอดนิยมของนักธุรกิจจีน
ประเทศไทย
เวียดนาม
มาเลเซีย
อินโดนีเซีย
กัมพูชา
ยุโรปตะวันออก
แอฟริกา
เหตุผลหลักคือ
ทำเลดี
ตลาดกำลังเติบโต
กฎหมายเอื้อต่อการลงทุน
แรงงานพร้อม
ผลกระทบต่อประเทศปลายทาง
ด้านบวก
เงินลงทุนเพิ่ม
การจ้างงาน
เทคโนโลยีและความรู้ใหม่
การเชื่อมต่อกับตลาดโลก
ด้านที่ต้องบริหารจัดการ
การแข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่น
ความต่างทางวัฒนธรรม
กฎระเบียบด้านแรงงานและภาษี
ประเทศที่บริหารจัดการได้ดี จะสามารถเปลี่ยนการเข้ามาของทุนจีนให้เป็นโอกาสระยะยาว

คนจีนทำธุรกิจแบบไหนในต่างประเทศมากที่สุด
ค้าปลีกและค้าส่ง
โรงงานผลิต
โลจิสติกส์
E-commerce
ร้านอาหาร
ธุรกิจบริการ
เทคโนโลยี
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความเร็วในการตัดสินใจ และการใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขในการบริหาร
สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเรียนรู้จากปรากฏการณ์นี้
การคิดแบบ Global Mindset
การใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
การปรับตัวเร็ว
การมองตลาดนอกประเทศตั้งแต่เริ่มต้น
โลกธุรกิจในอนาคตไม่ใช่การแข่งขันในประเทศเดียว แต่คือการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลก
การย้ายถิ่นฐานของนักธุรกิจจีนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือกลยุทธ์ระยะยาว
การที่คนจีนย้ายไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เป็นผลจาก
โครงสร้างเศรษฐกิจ
นโยบายรัฐ
การแข่งขันภายในประเทศ
เทคโนโลยี
การวางแผนระยะยาว
นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนที่สนใจธุรกิจและการลงทุนในยุคใหม่

