ยุคของศิลปินใหม่ไทยที่กล้าผสมเสียงป๊อปหลากเฉด
กระแสการเกิดขึ้นของศิลปินใหม่ไทยในแนวป๊อปสมัยนี้ หมายถึงปรากฏการณ์ที่ศิลปินนิวเจนรุ่นล่าสุดกล้าสร้างซิงเกิลเปิดตัวด้วยการผสมผสานแนวทางดนตรีหลากหลาย ตั้งแต่ป็อปอินดี้ เบดรูมป๊อป ดาร์กป๊อป ไปจนถึงอาร์แอนด์บี ฟังสากลได้ เพื่อแสดงตัวตนเฉพาะของแต่ละคนผ่านการเล่าเรื่องความรัก ความปรารถนา และการเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยมีค่ายเพลง โปรเจกต์ และโปรดิวเซอร์หลากฝั่งเข้ามาหนุนหลังอย่างจริงจัง สร้างฉากใหม่ให้วงการเพลงป๊อปร่วมสมัย ในช่วงนี้จึงเห็นภาพศิลปินเนจเจนทยอยส่งซิงเกิลเปิดตัวที่ไม่ได้เป็นแค่เพลงแนะนำตัว แต่เป็นคำประกาศจุดยืน ทั้งในเชิงเสียงดนตรีและวิธีทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดค่ายหรือยืนด้วยสถานะศิลปินอิสระ ต่างกำลังก่อรูปภูมิทัศน์ป๊อปใหม่ที่เปิดรับการทดลองและการผสมแนวทางมากกว่าที่เคย

Jebé กับ ALL FOR ONE เมื่อป็อปอินดี้คลั่งรักเจอจังหวะญี่ปุ่น
กรณีของ Jebé คือภาพชัดว่าศิลปินใหม่ไทยไม่ยอมติดอยู่ในกรอบเดียว ค่ายเพลง What The Duck เปิดตัวจีน พัชรพร ทุติยภาค เข้าสู่สังกัดอย่างเป็นทางการ พร้อมปล่อย ALL FOR ONE สานต่อแนว Indie pop และ Pop alternative ที่เธอทำมาก่อน ก่อนหน้านี้ซิงเกิลเปิดตัว Don’t tell me ที่ทำกับโปรดิวเซอร์เต้ย THEMOONWILLALWAYSBEWITHME สามารถทะยานติดชาร์ต Cat Radio ได้ถึง 14 สัปดาห์ เป็นหลักฐานว่าตลาดพร้อมเปิดพื้นที่ให้เสียงใหม่ที่ชัดเจน ALL FOR ONE เล่าอารมณ์คลั่งรักแบบคนที่จำรายละเอียดทุกอย่างของอีกคนได้ และกล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้โดดเด่นคือการใส่ไวบ์ญี่ปุ่นที่ Jebé ชื่นชอบ ทั้งแรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์ ALL FOR ONE ใน My Hero Academia รวมกับกรูฟป๊อปอินดี้ เสียง synth และท่อนร้องภาษาญี่ปุ่น จนกลายเป็นตัวอย่างซิงเกิลเปิดตัวสไตล์นิวเจนที่ไม่กลัวจะเป็นตัวเองสุดทาง

สายดาร์กป๊อปและ R&B สากล Jasmine Yen และ JMNK ผลักขอบเขตเสียงป๊อป
ขณะป็อปอินดี้กำลังเบ่งบาน อีกฟากของกระดานคือศิลปินที่พาโทนมืดและซาวนด์สากลเข้ามา Jasmine Yen นักร้องนักแต่งเพลงวัย 22 ปี ประกาศเปิดตัวซิงเกิล SWEAT ผ่านสตรีมมิง นับเป็นงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะศิลปินอิสระ โดยเพลงนำเสนอดาร์กป๊อปที่ใช้เสียงสังเคราะห์และไลน์เบสเข้มข้น เพื่อสำรวจความรู้สึก ความปรารถนา และการควบคุมตัวเอง หลังจากเคยออกอัลบั้ม Tbh และซิงเกิล Forever 19 ที่ติดหนึ่งในสิบอันดับเพลงสากลยอดนิยมของสถานีวิทยุโทรทัศน์ฮ่องกง RTHK เธอเลือกหันมาเดินเองเพื่อควบคุมทิศทางสร้างสรรค์อย่างเต็มมือ และเตรียมปล่อยมิวสิกวิดีโอ SWEAT กำกับโดย Erik He ในวันที่ 9 ตุลาคม ในแนว R&B ฝั่ง JMNK ดูโอ้จากค่าย XOXO Entertainment เปิดซิงเกิลภาษาอังกฤษล้วน Nonchalant ผลิตโดยโปรดิวเซอร์แอ้ม อัจฉริยา ดุลยไพบูรณ์ ที่กลับมานั่งแท่นดูแลซาวนด์อีกครั้ง เพลงพูดถึงการก้าวออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษและการหันมาเห็นคุณค่าในตัวเอง ผ่านการใช้เรนจ์เสียงสูงต่ำและการควบคุมเสียงอย่างละเอียด ซึ่งทำให้การเปิดตัวสู่ตลาดสากลของพวกเธอดูมั่นใจและตั้งใจจะเป็นมากกว่าแค่การทดลอง

โปรเจกต์ BEEEF CUT memories can wait และ Yellow Butter Cult ในฐานะชิ้นเนื้ออินดี้คนละส่วน
ถ้า Jebé Jasmine Yen และ JMNK แสดงให้เห็นศักยภาพของค่ายและศิลปินอิสระ ฝั่งอินดี้ก็มีโมเดลการพัฒนาศิลปินใหม่ที่น่าสนใจผ่านโปรเจกต์ BEEEF CUT จาก BEEEF ยูนิตภายใต้ทีม Artist Services ของ Believe ซึ่งทำหน้าที่ดิสทริบิวเตอร์ช่วยเหลือศิลปินอิสระหลายด้านในยุคสตรีมมิง อู๋ ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ ทำหน้าที่เหมือนเชฟคัดสรรและพัฒนาศิลปิน โดยเลือก memories can wait และ Yellow Butter Cult รวมถึง Goofy Glasses One Analog และ satellite. เข้าสู่โปรเจกต์นี้ เพราะมองว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังเติบโตและน่าสนใจ memories can wait หรือพีท พีรพล นำอินดี้ป๊อปและกลิ่น Alternative Pop Rock กลับมาด้วยเพลงอย่าง NOT SURPRISED หนึ่งในเพลงจาก BEEEF CUT ที่ใช้แรงบันดาลใจจากดนตรี Alternative ยุค 1990 เพื่อพูดถึงความเปราะบางในใจ ด้าน Yellow Butter Cult วงอินดี้จากมหาสารคามที่เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม นำกลิ่นอายร็อกและเพื่อชีวิตยุคใหม่มาเป็นฐาน ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้แต่ละวงเป็นชิ้นเนื้อคนละส่วน อย่างที่อู๋บอกว่า “เราแบ่งโปรเจกต์นี้ออกเป็น 5 เพลงเป็น Volume 1 กับ Volume 2 ตอนนี้ปล่อย Volume 1 ไปแล้ว ส่วน Volume 2 จะปล่อยช่วงพฤศจิกายน”

ค่าย โปรเจกต์ และศิลปินอิสระ กำลังร่วมกันวาดแผนที่ป๊อปใหม่
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าการเกิดขึ้นของศิลปินเนจเจนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนรุ่นใหม่ แต่เป็นการขยับพร้อมกันของทั้งระบบ ตั้งแต่ค่ายเพลงที่เปิดตัวศิลปินใหม่อย่าง Jebé และสนับสนุนให้เธอผสมป็อปอินดี้กับเบดรูมป๊อปและกลิ่นเพลงญี่ปุ่น ไปจนถึงค่ายอย่าง XOXO Entertainment ที่ลงทุนให้ JMNK ทำซิงเกิลสากล Nonchalant โดยดึงโปรดิวเซอร์แถวหน้าอย่างแอ้ม อัจฉริยา มาร่วมงาน ฝั่งดิสทริบิวเตอร์อย่าง Believe ใช้โปรเจกต์ BEEEF CUT สร้างพื้นที่ให้ memories can wait Yellow Butter Cult และอีกสามวงทดลองซาวนด์ ออกเพลงสองเฟสทั้งเร็วและช้า เพื่อสื่อเอกลักษณ์ของตัวเองให้ชัดที่สุด ขณะเดียวกัน การที่ Jasmine Yen ผันตัวมาเป็นศิลปินอิสระและปล่อย SWEAT ในสไตล์ดาร์กป๊อป ก็สะท้อนว่าศิลปินบางส่วนเลือกเดินเองเพื่อให้มีอิสระสร้างสรรค์เต็มที่ เมื่อทุกองค์ประกอบทำงานพร้อมกัน เรากำลังเห็นวิธีคิดใหม่ต่อซิงเกิลเปิดตัว ที่ไม่ใช่แค่ใบเบิกทาง แต่คือแถลงการณ์ทางเสียงว่าศิลปินอยากให้โลกฟังอะไร ข้อสรุปคือ หากผู้ฟังยอมเปิดใจรับเนื้อเสียงหลากหลาย ตั้งแต่ป็อปอินดี้คลั่งรัก ดาร์กป๊อปเข้มข้น ไปจนอินดี้ร็อกและ R&B สากล จะพบว่าวงการป๊อปร่วมสมัยกำลังมีสีสันและความกล้าแบบที่นานแล้วไม่เห็น และศิลปินใหม่ไทยเหล่านี้กำลังเป็นคนถือพู่กัน







