รับแอปรับแอป

ตลาด SSD ส่อวิกฤตใหญ่ NAND ขาดแคลน–ราคาพุ่งแรง

มณีรัตน์ พูลผล01-26

ในช่วงปีที่ผ่านมา ใครที่ติดตามข่าวฮาร์ดแวร์น่าจะรู้สึกตรงกันว่า “ของแพงขึ้นทุกอย่าง” ตั้งแต่ RAM ที่ราคาพุ่งไม่หยุด ไปจนถึงการ์ดจอที่เปิดตัวล่าช้าเพราะปัญหาซัพพลาย และล่าสุด ข่าวที่กำลังทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์สะเทือน คือ SSD กำลังจะเข้าสู่ช่วงราคาขาขึ้นครั้งใหญ่ จากปัญหาการขาดแคลน NAND Flash ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ SSD

สถานการณ์นี้ไม่ได้มาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มีสัญญาณชัดเจนว่ากำลัง “แรงและเร็ว” กว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะข่าวลือและรายงานจากแหล่งอุตสาหกรรมที่ระบุว่า Samsung เตรียมขึ้นราคา NAND มากถึง 100% ในช่วงไตรมาสแรก และลูกค้ารายใหญ่ก็ได้รับการแจ้งล่วงหน้าไปแล้วเรียบร้อย


เกิดอะไรขึ้นกับตลาด NAND และ SSD

ปัญหาหลักที่อยู่เบื้องหลังวิกฤตรอบนี้คือ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดเกินกว่าที่ซัพพลายเชนโลกจะรับมือได้ทัน การมาของ AI ไม่ได้กระทบแค่ฝั่งซอฟต์แวร์ แต่ลากเอาฮาร์ดแวร์แทบทุกชนิดขึ้นมาด้วย ตั้งแต่ GPU, DRAM, ไปจนถึง NAND Flash

NAND เป็นหน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูลถาวร และเป็นส่วนสำคัญของ

  • SSD

  • สมาร์ตโฟน

  • เซิร์ฟเวอร์

  • ดาต้าเซ็นเตอร์

เมื่อ AI ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลและความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้น ความต้องการ NAND ก็เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดทันที


Samsung ขึ้นราคา NAND แรงถึง 100% เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวเล็ก

รายงานจาก ETNews ระบุว่า Samsung ได้ปรับขึ้นราคา NAND ในสัญญาระยะยาว (LTA) กับลูกค้ารายใหญ่ เช่น

  • Apple

  • NVIDIA

  • AMD

โดยการขึ้นราคานี้มีตัวเลขสูงกว่า 100% ภายในไตรมาสแรกเดียว ซึ่งถือว่ารุนแรงมากในอุตสาหกรรมชิป

แม้การขึ้นราคาจะเริ่มจากสัญญาระดับองค์กรก่อน แต่ผลกระทบแทบจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะไหลลงมาถึงตลาดผู้บริโภค เพราะเมื่อชิปแพงขึ้น ต้นทุน SSD ก็แพงขึ้นตามแบบตรงตัว


ราคาที่เห็นในร้านวันนี้ อาจยังถือว่าถูก

ถ้ามองจากสถานการณ์ค้าปลีกในตอนนี้ จะเห็นสัญญาณชัดว่า ราคา SSD กำลังไต่ขึ้นแทบทุกวัน ข้อมูลจาก PCPartPicker ชี้ว่า

  • ราคา SSD โดยเฉลี่ย เพิ่มขึ้นแล้วราว 18% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025

  • SSD แทบทุกความจุ ทุกแบรนด์ ปรับราคาขึ้นพร้อมกัน

และที่น่ากังวลคือ ตัวเลขนี้ยังไม่สะท้อนผลกระทบเต็มรูปแบบจากการขึ้นราคา NAND รอบล่าสุดด้วยซ้ำ หากราคา NAND เพิ่มขึ้นจริงตามรายงาน ราคา SSD ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอาจดูแพงกว่าตอนนี้อย่างเห็นได้ชัด

พูดกันตรง ๆ คือ ราคาปัจจุบันอาจกลายเป็น “ของถูก” เมื่อมองย้อนกลับไป


แล้วทำไมไม่เพิ่มกำลังการผลิต NAND ล่ะ

หลายคนอาจคิดว่า ถ้าชิปขาด ก็แค่เพิ่มกำลังผลิต แต่ความจริงกลับไม่ง่ายแบบนั้น เพราะอุตสาหกรรมหน่วยความจำกำลังเผชิญปัญหาซ้อนปัญหา

ในช่วงที่ DRAM ขาดแคลนหนัก บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง

  • Samsung

  • SK hynix

มีแนวโน้มจะ ปรับสายการผลิตไปโฟกัส DRAM มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้

  • ปริมาณ NAND ในตลาดไม่ได้เพิ่ม

  • อำนาจต่อรองของผู้ผลิตสูงขึ้น

  • ราคาสัญญา NAND ยิ่งแพงขึ้นเพื่อทำกำไรสูงสุด

กล่าวคือ ต่อให้มีความต้องการ NAND สูงขึ้น ผู้ผลิตก็ไม่ได้รีบเพิ่มซัพพลาย เพราะการจำกัดปริมาณกลับให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า


ทำไมผู้ใช้ PC ถึง “แทบทำอะไรไม่ได้”

หัวใจของปัญหานี้คือ ราคาฮาร์ดแวร์แพงขึ้นพร้อมกันหลายชิ้น ไม่ใช่แค่ SSD อย่างเดียว

  • RAM แพง

  • SSD กำลังแพง

  • GPU เปิดตัวช้าและของขาด

  • CPU บางรุ่นราคาไม่นิ่ง

เมื่ออัปเกรดชิ้นหนึ่ง ก็ต้องเจอราคาสูงอีกหลายชิ้นตามมา ทำให้การอัปเกรด PC กลายเป็นเรื่องที่ “ไม่คุ้ม” สำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะเกมเมอร์

และเมื่อมองไปข้างหน้า เทรนด์ AI ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอ ความต้องการ

  • DRAM

  • NAND

  • ชิปประมวลผล

จะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่า ยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่าราคาเหล่านี้จะกลับมาปกติเมื่อไร


ผลกระทบกับใครบ้าง

ผู้ใช้ทั่วไป

  • ซื้อ SSD ใหม่แพงขึ้น

  • อัปเกรดเครื่องยากขึ้น

เกมเมอร์

  • ต้องชะลอการอัปเกรด PC

  • เกมยุคใหม่กินพื้นที่มาก แต่ SSD ความจุสูงราคาแรง

ตลาด PC โดยรวม

  • ยอดขายชะลอตัว

  • ผู้บริโภคเลือกใช้ของเดิมนานขึ้น

ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์

  • ทำกำไรต่อชิ้นสูงขึ้น

  • แต่เสี่ยงยอดขายลดในระยะยาว


แนวโน้มต่อไป: อาจต้อง “อดทน” อีกหลายไตรมาส

จากภาพรวมทั้งหมด สิ่งที่ชัดเจนคือ ตลาด SSD กำลังเข้าสู่ช่วงตึงตัว และผู้บริโภคแทบไม่มีเครื่องมือรับมือมากนัก นอกจาก

  • ชะลอการอัปเกรด

  • ใช้ฮาร์ดแวร์เดิมให้นานขึ้น

  • เลือกอัปเกรดเฉพาะจุดที่จำเป็นจริง ๆ

สำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้ PC ทั่วไป ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงที่ต้อง “บอกลาแผนอัปเกรด” ไปก่อนอีกหลายไตรมาส จนกว่าซัพพลายเชนโลกจะเริ่มปรับสมดุลได้อีกครั้ง


บทสรุป

วิกฤต NAND และการขึ้นราคา SSD ครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นผลพวงจากการเติบโตของ AI ที่เปลี่ยนสมดุลอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ทั้งระบบ เมื่อ RAM แพง SSD แพง และชิปขาดพร้อมกัน ผู้บริโภคจึงแทบไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากรอให้พายุลูกนี้ผ่านไป

ที่มา wccftech