ZestBuy

วางแผนทัศนศึกษาประหยัดงบ 2569–2570

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-17

ภาพรวมทัศนศึกษาประหยัดงบ 2569–2570 สำหรับโรงเรียนต่างจังหวัด

การทัศนศึกษาไม่ใช่แค่การพานักเรียนออกนอกห้องเรียน แต่คือการจัดประสบการณ์เรียนรู้นอกสถานที่ให้เด็ก ๆ ได้ทั้งสาระ ความประทับใจ และเรื่องเล่ากลับบ้านไปแบ่งปันกับผู้ปกครอง

ในปีการศึกษา 2569–2570 โรงเรียนต่างจังหวัดต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายหลายด้าน ทั้งค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าครองชีพที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและค่าขนส่ง ทำให้การวางแผนทัศนศึกษาอย่างมืออาชีพและประหยัดงบเป็นเรื่องจำเป็น

ภาครัฐจึงเข้ามาช่วยลดภาระ ผ่านทั้ง เงินอุดหนุนรายหัว, โครงการ Back To School 2026 และแนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ซึ่งโรงเรียนสามารถใช้เป็นฐานในการวางแผนทริปทัศนศึกษาใกล้บ้านอย่างคุ้มค่า


หลักคิดในการจัดทัศนศึกษาประหยัดงบ

1. กำหนดงบประมาณบนฐานข้อมูลจริง

การวางงบทัศนศึกษาต้องเชื่อมกับภาพรวมค่าใช้จ่ายของนักเรียนและโรงเรียนในปีเดียวกัน โดยมีข้อมูลสำคัญจากภาครัฐและตลาด เช่น

  • เงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนต่อปี

    • ก่อนประถม: 325 บาท

    • ประถม: 400 บาท

    • มัธยมต้น: 500 บาท

    • มัธยมปลาย: 550 บาท

    • ปวช.1–3 (สถานประกอบการ): 950 บาท

  • ค่าอุปกรณ์การเรียน

    • ก่อนประถม: 145 บาท/ภาคเรียน

    • ประถม: 220 บาท/ภาคเรียน

    • มัธยมต้น–ปลาย: 260 บาท/ภาคเรียน

  • ค่าชุดนักเรียนจริงในตลาดปี 2569

    • อนุบาล–ประถม: ประมาณ 400–800 บาท/ชุด (รวมชุดพละ)

    • มัธยม: ประมาณ 500–1,200 บาท/ชุด

    • ผู้ปกครองส่วนใหญ่ซื้อ 2–3 ชุด/คน

การรู้ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้โรงเรียนประเมินกำลังจ่ายของผู้ปกครอง และกำหนดงบทริปต่อหัวอย่างเหมาะสม ไม่กดดันครัวเรือนมากเกินไป

2. วางแผนล่วงหน้าควบคู่กับมาตรการรัฐ

ปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และยกระดับคุณภาพการเรียนรู้โดยตรง เช่น

  • แนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ครอบคลุม 5 ด้านหลัก
    • ค่าจัดการเรียนการสอน (ก่อนประถม 2,040 บาท, ประถม 2,280 บาท, มัธยมต้น 4,200 บาท, มัธยมปลาย 4,560 บาท/คน/ปี)

    • ค่าอุปกรณ์การเรียน

    • ค่าเครื่องแบบนักเรียน

    • ค่าหนังสือเรียน

    • ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ซึ่งสามารถครอบคลุมกิจกรรมทัศนศึกษาได้ หากวางโครงการให้ตรงกรอบ)

  • การปรับระเบียบเครื่องแต่งกายให้ผ่อนปรน เช่น
    • อนุญาตให้ใช้ชุดเดิม ไม่บังคับซื้อใหม่

    • ไม่บังคับซื้อชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ

    • ลดข้อกำหนดเรื่องรองเท้าและกระเป๋า

    • ปรับการปักชื่อบนเสื้อเหลืออักษรย่อโรงเรียน

โรงเรียนสามารถใช้ช่วงที่มีโครงการลดค่าครองชีพ เช่น Back To School 2026 (30 เม.ย.–31 พ.ค. 2569 ลดสูงสุด 86%) เป็นจังหวะในการจัดซื้ออุปกรณ์และเตรียมกิจกรรม เพื่อให้ทัศนศึกษามีต้นทุนรวมต่ำลง

3. จัดลำดับเป้าหมายการเรียนรู้

ก่อนเลือกสถานที่ ต้องตอบให้ได้ว่า ทริปนี้ต้องการเสริมอะไรให้ผู้เรียน เช่น

  • เน้น วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ → ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

  • เน้น ประวัติศาสตร์และโบราณสถาน → พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

  • เน้น สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า → สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, Sea Life Bangkok Ocean World

  • เน้น ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย → DIB Bangkok Art Museum, ตลาดน้อย–เจริญกรุง

การชัดเจนในเป้าหมายช่วยให้ทุกงบที่จ่ายไปตอบโจทย์ผลลัพธ์การเรียนรู้ ไม่ใช่จ่ายเพื่อความสนุกอย่างเดียว


ไอเดียแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านสำหรับต่างจังหวัด

จากข้อมูลสถานที่ทัศนศึกษาและแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน มีหลายแห่งที่เชื่อมโยงเนื้อหาวิชาหลากหลาย และสามารถเป็นต้นแบบการเลือก “แหล่งใกล้บ้าน” ของโรงเรียนต่างจังหวัดได้

1. แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (กรุงเทพฯ)
    แหล่งรวมโบราณวัตถุสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย เปิดวันพุธ–อาทิตย์ 08.30–16.00 น. เหมาะสำหรับวิชาประวัติศาสตร์และสังคมศึกษา

  • อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (อยุธยา)
    มีวัดและโบราณสถานสำคัญ เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ เป็นพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย

  • ณ สัทธา อุทยานไทย (ราชบุรี)
    พื้นที่ 42 ไร่แบ่งเป็น 17 โซน รวบรวมหุ่นขี้ผึ้งเสมือนจริงของบุคคลสำคัญ นำเสนอด้วยเทคโนโลยีร่วมสมัย เหมาะกับวิชาประวัติศาสตร์ สังคมศึกษา และจริยธรรม

2. แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และพลังงาน

  • ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
    ศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์ เปิดอังคาร–อาทิตย์ 09.00–16.00 น. มีโปรแกรมท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการเกี่ยวกับดาราศาสตร์ เหมาะกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

  • ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง (นนทบุรี)
    แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ เด็ก ๆ เรียนรู้ตั้งแต่แหล่งพลังงานธรรมชาติ ไปจนถึงระบบผลิตและส่งไฟฟ้า ผ่านเกมและสื่อผสม ที่สำคัญคือ ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องจองล่วงหน้า

3. แหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติ สัตว์ และเกษตร

  • Milk Museum by CP-Meiji (สระบุรี)
    ศูนย์การเรียนรู้กระบวนการผลิตนมและโยเกิร์ต แบ่งเป็น 4 โซน มีฐานเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ นมเปรี้ยว และโยเกิร์ต เชื่อมโยงวิชาวิทยาศาสตร์ โภชนาการ และเกษตรกรรม เปิดจันทร์–ศุกร์ 09.00–16.30 น.

  • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว (ชลบุรี)
    แหล่งเรียนรู้สัตว์ป่าและการอนุรักษ์ธรรมชาติ มีสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ พร้อมกิจกรรมให้อาหารและเรียนรู้พฤติกรรมสัตว์

  • สวนนงนุชพฤกษศาสตร์ (ชลบุรี)
    ศูนย์รวมพันธุ์พืชและดอกไม้ มีการจัดแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การแสดงช้าง และกิจกรรมเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์และวัฒนธรรม

4. แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะ ภาพยนตร์ และชุมชน

  • หอภาพยนตร์ (นครปฐม)
    รวบรวมมรดกภาพยนตร์ไทย มีนิทรรศการและโรงภาพยนตร์ศรีศาลายา ให้นักเรียนเรียนรู้ภาพยนตร์ในฐานะงานศิลป์และสื่อสาร เหมาะกับประถมปลาย–มัธยม วิชาภาษาไทย ศิลปะ และสังคมศึกษา

  • DIB Bangkok Art Museum (กรุงเทพฯ)
    พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่รีโนเวตจากโกดังเก่า มี Sculpture Garden และ Courtyard กว้าง 1,400 ตร.ม. เหมาะกับนักเรียนสายศิลปะ

  • ตลาดน้อย–เจริญกรุง (กรุงเทพฯ)
    ชุมชนเก่าชาวจีนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ใกล้เคียงมีพื้นที่ศิลปะชื่อดัง เช่น River City Bangkok, ATT 19, Talat Noi Street Art ช่วยเสริมจินตนาการและแรงบันดาลใจ


วิธีค้นหาและคัดเลือกสถานที่ทัศนศึกษาใกล้บ้านให้คุ้มค่า

เมื่อโรงเรียนต่างจังหวัดต้องเลือกสถานที่ใกล้บ้านเพื่อประหยัดค่าเดินทาง การคัดเลือกอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ทุกบาทที่จ่าย “คุ้มค่า” ทั้งด้านการเรียนรู้และความปลอดภัย

1. ตรวจสอบเนื้อหาการเรียนรู้ให้สอดคล้องหลักสูตร

  • เชื่อมสถานที่กับ กลุ่มสาระ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศิลปะ ภาษาไทย ฯลฯ

  • ใช้แนวทางโครงการ สพฐ. ด้าน กิจกรรมทัศนศึกษา เรียนรู้สู่โลกกว้าง (Learn to the world) เป็นกรอบวางวัตถุประสงค์

  • พิจารณาว่าแต่ละสถานที่มีนิทรรศการ กิจกรรม หรือฐานเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ทักษะ เช่น การคิดวิเคราะห์ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

2. ประเมินความปลอดภัยและความพร้อมของสถานที่

รัฐบาลปี 2569 ยกระดับ “โรงเรียนปลอดภัย” เป็นวาระเร่งด่วน โดยมี MOU ระหว่าง ศธ. กับ 18 หน่วยงานด้านสาธารณสุข มหาดไทย ตำรวจ และหน่วยงานสังคม เพื่อวางระบบความปลอดภัยนักเรียนแบบครบวงจร

ในส่วนของทัศนศึกษา โรงเรียนควร

  • ตรวจสอบความพร้อมด้าน ระบบไฟฟ้า อาคาร สภาพพื้นที่เล่นและเดิน

  • ประเมินเส้นทางการเดินทางและความเสี่ยงด้านการขนส่ง

  • ตรวจสอบว่ามีมาตรการดูแลนักเรียนเป็นกลุ่มใหญ่หรือไม่ เช่น ณ สัทธา มีที่จอดรถรองรับรถบัสมากกว่า 30 คัน

3. เลือกสถานที่ที่มีกิจกรรมเสริมทักษะ

สถานที่บางแห่งไม่ได้มีแค่การดูนิทรรศการ แต่มี Workshop และกิจกรรมเสริมทักษะ เช่น

  • ณ สัทธา อุทยานไทย: กิจกรรม Workshop เสริมการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์

  • ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.: เกมและอุปกรณ์จำลองให้เด็กลงมือสัมผัส

  • ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ: โปรแกรมท้องฟ้าจำลองเปลี่ยนตามเดือน ทำให้เชื่อมกับบทเรียนได้หลากหลาย

การเลือกสถานที่ที่ “ให้เด็กได้ลงมือทำ” จะเพิ่มคุณภาพของทริปโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบมาก


เทคนิคจองรถทัศนศึกษาให้ได้ราคาถูก

ค่าเดินทางเป็นส่วนใหญ่ของงบทริป โดยเฉพาะโรงเรียนต่างจังหวัดที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด การวางแผนการจองรถอย่างเป็นระบบจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

1. เปรียบเทียบผู้ให้บริการ

  • สำรวจทั้งรถบัสและรถตู้ในพื้นที่ เพื่อดูราคาเหมาคันและเงื่อนไขบริการ

  • พิจารณาปัจจัยเรื่อง ค่าขนส่ง ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในปี 2569 ซึ่งถูกพูดถึงในหลายมาตรการภาครัฐ

2. จองล่วงหน้าและเลือกวันเดินทางที่ราคาดี

จากประสบการณ์ของศูนย์การเรียนรู้และสถานที่ยอดฮิต เช่น กฟผ. Learning Center มักเต็มเร็วในช่วงวันหยุด โรงเรียนจึงควร

  • เลือกวันธรรมดาที่ราคาค่าเช่ารถและการจองสถานที่มักไม่สูงเท่าวันหยุด

  • จองล่วงหน้าให้ผู้ให้บริการสามารถวางแผนเส้นทางและให้ราคามิตรภาพมากขึ้น

3. ต่อรองแพ็กเกจเหมาคัน

เมื่อรวมกลุ่มนักเรียนเป็นจำนวนมาก โรงเรียนสามารถต่อรองได้ เช่น

  • เหมาคันรถบัสพร้อมคนขับและน้ำมันในราคาเดียว

  • ขอรวมบริการย่อย เช่น รับ–ส่งครูผู้ควบคุม หรือแวะจุดเรียนรู้เพิ่มเติมระหว่างทาง

การต่อรองแบบ “แพ็กเกจครบ” มักช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อหัวได้มากกว่าเช่ารถแยกหลายเที่ยว


เทคนิคจองตั๋วเข้าชมและกิจกรรมให้ประหยัด

นอกจากค่าเดินทาง ค่าบัตรเข้าชมและกิจกรรมเสริมก็เป็นส่วนที่ทำให้งบทริปสูง หากวางแผนดีจะลดได้อย่างมีนัยสำคัญ

1. ใช้โควต้าโรงเรียนและจองเป็นหมู่คณะ

หลายสถานที่ออกแบบโครงสร้างค่าเข้าชมสำหรับกลุ่มนักเรียน เช่น

  • หอภาพยนตร์: มีโรงหนังสำหรับนักเรียนในจังหวัดนครปฐม

  • Sea Life Bangkok Ocean World: มีการจัดแสดงและกิจกรรมสำหรับผู้เรียนรู้ทุกวัย ซึ่งมักมีรูปแบบบัตรหมู่คณะ

โรงเรียนควรติดต่อสถานที่โดยตรงเพื่อสอบถาม ราคากลุ่ม และเงื่อนไขพิเศษสำหรับโรงเรียน

2. ใช้โปรโมชันออนไลน์และโครงการ Back To School 2026

กระทรวงพาณิชย์จัดโครงการ “Back To School 2026” ลดราคาสินค้าและบริการด้านการศึกษาสูงสุด 86% ครอบคลุมกว่า 1,000 รายการ เช่น

  • เครื่องแบบนักเรียน รองเท้า ถุงเท้า

  • เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน โต๊ะและเก้าอี้นักเรียน

  • สินค้าไอทีและแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต

  • คอร์สเรียนพิเศษและบริการส่งของ

แม้ไม่ได้ลดค่าบัตรเข้าชมโดยตรง แต่ลดภาระค่าใช้จ่ายอื่น ทำให้โรงเรียนและผู้ปกครองมีพื้นที่งบประมาณเหลือมากขึ้นสำหรับกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เช่น ทัศนศึกษา

นอกจากนี้ยังมี E-Catalog ให้ประชาชนสแกน QR Code เพื่อดูราคาส่วนลดและสั่งซื้อออนไลน์ ช่วยให้โรงเรียนวางแผนการจัดซื้อของประกอบกิจกรรมได้อย่างคุ้มค่า

3. ตรวจสอบสิทธิส่วนลดจากหน่วยงานรัฐ

แนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา และการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวในปี 2569 สะท้อนว่ารัฐตั้งใจให้กิจกรรมอย่างทัศนศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนจึงควร

  • ตรวจสอบงบ ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าสามารถใช้กับทริปทัศนศึกษาได้ในกรอบโครงการใด

  • ใช้เอกสารแนวทางจาก สพฐ. ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี เป็นฐานการเขียนโครงการและเบิกจ่ายงบอย่างถูกระเบียบ


ตัวอย่างแพ็กเกจทัศนศึกษาประหยัดงบตามระดับชั้น

จากข้อมูลราคาชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และเงินอุดหนุนรายหัว สามารถใช้เป็นกรอบคิดประมาณการค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับทริปทัศนศึกษา โดย ไม่ระบุเป็นตัวเลขตายตัว แต่เสนอแนวทางจัดแพ็กเกจที่สมดุลระหว่างภาระผู้ปกครองกับคุณภาพกิจกรรม

1. ระดับประถมศึกษา

แนวทางแพ็กเกจ

  • เลือกสถานที่ใกล้โรงเรียน เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือแหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ค่าเดินทางต่ำ

  • ใช้วิชาสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์เป็นหลัก ใช้เอกสารจากโครงการ “ศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน” ในชุดแนวทาง สพฐ. เป็นกรอบวางกิจกรรม

  • ประเมินงบต่อหัวโดยอ้างอิงว่า ผู้ปกครองในปี 2569 มีแนวโน้มซื้อชุดนักเรียน 2–4 ชุดต่อคน (ตามข้อกำหนดแต่ละโรงเรียน) และมีกำลังซื้อ “ทรงตัว” โรงเรียนจึงควรระมัดระวังไม่เพิ่มภาระซ้ำซ้อน

2. ระดับมัธยมศึกษา

แนวทางแพ็กเกจ

  • เลือกสถานที่ที่มีเนื้อหาลึกขึ้น เช่น ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ หอภาพยนตร์ Sea Life Bangkok Ocean World อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา หรือ DIB Bangkok Art Museum

  • เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและค่ายวิชาการ เช่น ค่ายวิทยาศาสตร์หรือค่ายประวัติศาสตร์

  • ใช้เงินอุดหนุนค่าอุปกรณ์การเรียน (260 บาท/ภาคเรียน) และค่าเครื่องแบบ (500–550 บาท/ปี) เป็นฐานในการวางช่วงเวลาทริปไม่ให้ชนกับช่วงที่ผู้ปกครองต้องจ่ายก้อนใหญ่

3. ระดับอาชีวะ/ปวช. (จัดโดยสถานประกอบการ)

แนวทางแพ็กเกจ

  • ใช้สถานที่ที่มีเนื้อหาด้านอาชีพและเทคโนโลยี เช่น ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สวนนงนุช (ด้านการจัดการพื้นที่และการท่องเที่ยว) ตลาดน้อย–เจริญกรุง (ด้านธุรกิจชุมชนและศิลปะ)

  • พิจารณาเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบสำหรับปวช.1–3 ที่ 950 บาท/ปี และค่าอุปกรณ์การเรียน 520 บาท/ปี เป็นฐานกำหนดภาระงบทริป


สรุปและเช็กลิสต์เตรียมงานทัศนศึกษาประหยัดงบ

เพื่อให้ทริปทัศนศึกษาประหยัดงบของโรงเรียนต่างจังหวัดเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และไม่เพิ่มภาระผู้ปกครองเกินจำเป็น สามารถใช้เช็กลิสต์ต่อไปนี้เป็นแนวทาง

1. ด้านเอกสารและโครงการ

  • ตรวจสอบแนวทาง โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ 2569 จาก สพฐ.

  • เขียนโครงการให้สอดคล้องกับหมวด ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และโครงการ “กิจกรรมทัศนศึกษา เรียนรู้สู่โลกกว้าง (Learn to the world)”

  • จัดเตรียมเอกสารอนุมัติจากผู้บริหารและเขตพื้นที่การศึกษา

2. ด้านงบประมาณ

  • สำรวจภาระค่าใช้จ่ายหลักของผู้ปกครองในปี 2569 ได้แก่
    • ค่าชุดนักเรียน (ประมาณ 400–1,200 บาท/ชุด)

    • ค่าอุปกรณ์การเรียน (รวมทั้งเทอมประมาณ 1,500–3,500 บาท ขึ้นไปต่อเทอม)

  • ใช้เงินอุดหนุนรายหัวเป็น “ฐาน” แล้วออกแบบทริปไม่ให้ทับซ้อนช่วงจ่ายก้อนใหญ่

  • ใช้โครงการ Back To School 2026 และ E-Catalog ของกรมการค้าภายในเพื่อซื้ออุปกรณ์ประกอบกิจกรรมในราคาลดสูงสุด 86%

3. ด้านประกันภัยและความปลอดภัย

  • ยึดแนวทางนโยบาย “โรงเรียนปลอดภัย” ซึ่งรัฐบาลผลักดันเป็น Quick Win โดยมีความร่วมมือ 18 หน่วยงาน

  • ตรวจสอบสภาพรถทัศนศึกษา สถานที่ และเส้นทางเดินทาง

  • วางระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตามโครงการ “ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน” และ “สถานศึกษาปลอดภัย” ในชุดแนวทางโครงการของ สพฐ.

4. ด้านการประเมินผลหลังกลับจากทริป

  • ใช้กรอบโครงการ ประกันคุณภาพการศึกษาแนวใหม่ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีความสุข” ในการประเมินผลทริปทัศนศึกษา

  • เก็บข้อมูลจากครู นักเรียน และผู้ปกครอง ว่าทริปช่วยเสริมอะไรบ้างทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ

  • นำผลประเมินไปปรับปรุงแผนทัศนศึกษาในปีต่อไปให้ประหยัดขึ้น แต่มีคุณภาพสูงขึ้น


การทัศนศึกษาประหยัดงบสำหรับโรงเรียนต่างจังหวัดในปี 2569–2570 จึงไม่ใช่เรื่องของการ “ลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียว” แต่คือการใช้ทุกมาตรการของรัฐ เงินอุดหนุน และโครงการลดค่าครองชีพให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์การเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น