ZestBuyZestBuy

เปิดร่างกม.สหรัฐฯ ล่ามหาแก๊งสแกมข้ามชาติ เปิดชื่อ 43 รายโยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปิดร่างกม.สหรัฐฯ ล่ามหาแก๊งสแกมข้ามชาติ เปิดชื่อ 43 รายโยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสนใจ|งานเทคโนโลยี

สหรัฐฯ ขยับใหญ่ ปราบสแกมข้ามชาติเล่นงานชาวอเมริกัน

“…มีความเชื่อมโยงที่น่าวิตกกังวลระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน องค์กรฉ้อโกงอาชญากรชาวจีน และนักการเมืองท้องถิ่นที่ทุจริตซึ่งช่วยให้พวกเขามีอำนาจมากขึ้น ดังนั้นนโยบายของสหรัฐฯ คือการปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ก่ออาชญากรรมค้ามนุษย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก เพื่อก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ขนาดใหญ่ต่อชาวอเมริกัน…”

จากประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างหนัก เมื่อ ส.ส. สหรัฐอเมริกาเสนอร่างกฎหมายตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาไล่จัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับข้ามชาติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยใหญ่ต่อชาวอเมริกันและโยงใยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างลึกซึ้ง

ภายในรายชื่อผู้ที่อาจถูกมาตรการเล่นงาน มีชื่อของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ ‘เบน สมิธ’ รวมอยู่ด้วย โดยฝ่ายทนายความในไทยยืนยันว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับผู้ที่กล่าวหา และยื่นเรื่องต่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านตลาดทุนให้ตรวจสอบความบริสุทธิ์

จากกระแสข่าวดังกล่าว จึงมีการหยิบร่างกฎหมายฉบับนี้ของสภาคองเกรสมาสรุปให้เห็นภาพว่า สหรัฐฯ คิดจะจัดการกับปัญหาสแกมออนไลน์อย่างไร และใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ถูกเล็งเล่นงานภายใต้กฎหมายใหม่

เป้าหมายหลักของร่างกฎหมาย: ปิดศูนย์หลอกลวง-ตัดเครือข่ายเงินสกปรก

ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 โดยสมาชิกสภาจากพรรครีพับลิกันหลายราย รวมถึงประธานคณะกรรมาธิการที่ดูแลประเด็นเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน จุดตั้งต้นคือการตั้ง หน่วยงานเฉพาะกิจร่วม (Task Force) เพื่อไล่รื้อโครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้การฉ้อโกงออนไลน์เป็นเครื่องมือดูดเงินชาวอเมริกัน

ขั้นตอนในสภา คือส่งร่างกฎหมายให้คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศและด้านตุลาการพิจารณา เพื่อกลั่นกรองตามขอบเขตอำนาจของแต่ละคณะ ก่อนจะไปถึงด่านตัดสินใจของประธานสภาในลำดับถัดไป

ชื่อของร่างนี้สะท้อนเป้าหมายอย่างชัดเจน คือกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ มุ่งไปที่การสร้างหน่วยเฉพาะกิจที่มีอำนาจและศักยภาพเพียงพอจะไล่ตามและปิดเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ต่อชาวอเมริกันอย่างจริงจัง

สิ่งที่คองเกรสพบ: ภาพใหญ่ของโครงข่ายสแกม

ในมาตรา 2 ของร่างกฎหมาย มีการบันทึก “ข้อค้นพบ” ที่สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงอาชญากรรมรายย่อย แต่เป็นโครงข่ายระดับภูมิภาคที่ใช้เทคโนโลยี การเงิน และการค้ามนุษย์เป็นเครื่องมือ

12 ประเด็นสำคัญที่รัฐสภาคองเกรสพบ ได้แก่:

  • ระหว่างการระบาดโควิด-19 องค์กรอาชญากรชาวจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หันมาใช้กลโกงการเงินรูปแบบใหม่ โดยอาศัยโครงการลงทุนคริปโตและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ซับซ้อน

  • กลโกงยอดฮิตคือ “การฆ่าหมู” (Pig Butchering) ที่ผู้หลอกลวงสร้างความสัมพันธ์เสมือนจริงกับเหยื่อ หลอกให้ทยอยโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผ่านแพลตฟอร์มปลอมจนหมดตัว

  • องค์กรอาชญากรรมใช้แรงงานบังคับจากเหยื่อการค้ามนุษย์จำนวนหลายแสนคนให้มานั่งเช็คแชต หลอกขายฝัน และปิดการขายหลอกลวง

  • เหยื่อแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกหลอกมาด้วยโฆษณาหางานเกินจริง พอเดินทางถึงก็ถูกยึดเอกสาร บังคับให้ทำยอดหลอกลวง ถ้าขัดขืนมีความเสี่ยงถูกทำโทษรุนแรง

  • ศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวง หรือที่ถูกเรียกกันว่า “ศูนย์หลอกลวง” มักตั้งอยู่ในพม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งมีปัญหาคอร์รัปชัน ขาดความโปร่งใส ขาดหลักนิติธรรม และมักดำเนินการแบบร่วมทุนระหว่างกลุ่มอาชญากรรมจีนกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลเผด็จการ

  • นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา เป้าหมายถูกเล็งไปที่ชาวอเมริกันมากขึ้น เงินออมทั้งชีวิตของเหยื่อจำนวนมากถูกสูบออกไป จนทำให้กลุ่มอาชญากรรมและผู้นำที่ไม่โปร่งใสในเมียนมา ลาว และกัมพูชามีฐานะมั่งคั่งและมีอำนาจเพิ่มขึ้น

  • ความเสียหายของชาวอเมริกันจากกลโกงกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 33% แบบปีต่อปีในปี 2567

  • ตามรายงานกระทรวงการคลัง ชาวอเมริกันสูญเสียอย่างน้อย 10,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 327,350,029,000 บาท) ในปี 2567 เพียงปีเดียว

  • ถ้ามองทั่วโลก คาดว่าความเสียหายสูงกว่า 60,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 1,963,799,964,000 บาท)

  • ตัวเลขความเสียหายจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เพราะมีจำนวนมากที่ไม่ถูกรายงานด้วยความอาย กลัว หรือไม่รู้ช่องทาง

  • มีความเชื่อมโยงที่น่ากังวลระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน องค์กรฉ้อโกงชาวจีน และนักการเมืองท้องถิ่นที่ทุจริตซึ่งช่วยให้เครือข่ายเหล่านี้ขยายอำนาจได้

  • นโยบายของสหรัฐฯ จึงชัดเจนว่า จะต้องปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ใช้การค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่โจมตีชาวอเมริกัน

หน่วยเฉพาะกิจ: ใครร่วมวง และมีอำนาจอะไรบ้าง

ภายใต้ร่างกฎหมายนี้ หน่วยเฉพาะกิจ จะต้องถูกจัดตั้งภายใน 30 วันหลังจากกฎหมายมีผล โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้ตั้ง และดึงหน่วยงานสำคัญในรัฐบาลมาร่วมภายใต้โต๊ะเดียวกัน

หน้าที่หลักของทีมนี้ คือ

  • นำความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการรื้อถอน ปิด และตัดเส้นเลือดใหญ่ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้แรงงานบังคับในศูนย์หลอกลวงออนไลน์

  • ภายในไม่เกิน 180 วันหลังจากกฎหมายบังคับใช้ ต้องจัดทำ ยุทธศาสตร์ระดับชาติแบบครบวงจร เสนอให้คณะกรรมาธิการในรัฐสภา เพื่อใช้เป็นโรดแม็ปในการ:

    • ปิดศูนย์หลอกลวง

    • ป้องกันไม่ให้ศูนย์เหล่านี้แพร่กระจาย

    • ทำลายองค์กรอาชญากรรมและเครือข่ายค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้อง

    • ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต และผู้เล่นตัวสำคัญทั้งที่เป็นรัฐและไม่ใช่รัฐที่คอยหนุนหลังเครือข่ายเหล่านี้

โครงสร้างของทีมงานพิเศษนี้ นำโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอตามที่ประธานทีมเห็นจำเป็น

หน่วยงานหลักที่ต้องเข้ามานั่งโต๊ะเดียวกัน ได้แก่:

  • อธิบดีจากกรมต่างๆ ในกระทรวงการต่างประเทศ
    • สำนักงานกิจการยาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ

    • สำนักงานกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

    • สำนักงานติดตามและปราบปรามการค้ามนุษย์

  • กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI)

  • กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และหน่วยงานข่าวกรองด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

  • กระทรวงการคลัง รวมถึง
    • สำนักงานปราบปรามการก่อการร้ายและข่าวกรองทางการเงิน

    • สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC)

    • เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากหน่วยงานกำกับดูแลสำคัญ เช่น

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)

  • คณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC)

  • คณะกรรมการกำกับดูแลการสื่อสารกลาง (FCC)

  • และตัวแทนหน่วยงานอื่นตามที่ประธานาธิบดีเห็นว่าเหมาะสม

ทีมงานยังต้องหารือกับองค์กรนอกภาครัฐที่เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์และต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น

  • ธนาคารและสถาบันการเงิน

  • แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

  • แอปพลิเคชันหาคู่ออนไลน์

  • ผู้ให้บริการโทรคมนาคม

  • แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต

  • ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ร้านค้าแอปฯ และเสิร์ชเอนจิน

เป้าหมายคือ ทำลายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเงิน ที่เอื้อต่อการรวมตัวและดำเนินงานของเครือข่ายสแกมเมอร์

อายุของหน่วยเฉพาะกิจ จะสิ้นสุดลงภายใน 7 ปีหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ เพื่อให้มีช่วงเวลายาวพอจะไล่รื้อโครงข่ายเชิงลึกได้จริง

13 ยุทธศาสตร์หลัก: แผนรบเชิงรุกไล่ล่าศูนย์หลอกลวง

มาตรา 5 ของร่างกฎหมายวางยุทธศาสตร์ไว้ 13 ข้อ ซึ่งเปรียบได้กับแผนรบเต็มรูปแบบ ทั้งการเมือง การทูต การเงิน และไซเบอร์ ดังนี้

  • กดดันรัฐบาลต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วน ให้ร่วมมือในการจัดการปัญหาศูนย์หลอกลวงหรืออย่างน้อยไม่เป็นผู้สนับสนุนหรือเพิกเฉย

  • สืบสวนบทบาทของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะต้นกำเนิดและผู้ต่อยอดปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน การขยายอิทธิพลด้านความมั่นคง และการเลือกปฏิบัติในการปราบปรามจนทำให้ชาวอเมริกันกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ

  • ตรวจสอบบทบาทของกองทัพเมียนมา ว่ามีส่วนในการอนุญาต มองข้าม หรือแสวงหาผลประโยชน์จากศูนย์หลอกลวงในประเทศอย่างไร และชี้ให้เห็นความจำเป็นของการแก้ไขปัญหาความรุนแรงและความไร้เสถียรภาพในพม่าเพื่อตัดไฟจากต้นลม

  • ตอบโต้ปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเชิงระบบ เพื่อจำกัดบทบาทการใช้กลไกของรัฐรองรับเครือข่ายหลอกลวง

  • ลดอำนาจและรัศมีขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่นที่มีแนวโน้มแพร่กระจาย

  • เสริมศักยภาพให้พันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศที่เชื่อถือได้ ผ่านการฝึกอบรมด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล การต่อต้านการฟอกเงิน และการลาดตระเวนชายแดน เพื่อปิดศูนย์หลอกลวงและป้องกันไม่ให้เกิดใหม่

  • สร้างระบบคัดกรองและปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ เน้นผลกระทบทางจิตใจ พร้อมเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ค้ามนุษย์ และจัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ต่อสาธารณะ

  • ร่วมกับพันธมิตรผลักดันมาตรการคว่ำบาตรหรือมาตรการอื่นๆ ต่อผู้ก่ออาชญากรรมและผู้สนับสนุนการหลอกลวงออนไลน์ ใช้กฎหมายด้านอาชญากรรมข้ามชาติ คอร์รัปชัน สิทธิมนุษยชน และการค้ามนุษย์เข้ากดดันพร้อมกัน

  • สนับสนุนการขึ้นบัญชีสีเทาหรือบัญชีดำประเทศที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เช่น กัมพูชา ตามกรอบของคณะทำงานปฏิบัติการทางการเงิน

  • ใช้ศักยภาพทางไซเบอร์เชิงรุก ล้วง ตัด และล้มการปฏิบัติการของศูนย์หลอกลวงออนไลน์

  • กู้คืนและส่งคืนทรัพย์สินที่ถูกขโมยจากประชาชนสหรัฐฯ จากปฏิบัติการฉ้อโกงเหล่านี้

  • บูรณาการการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการตอบสนองระหว่างหน่วยงานระดับรัฐบาลกลาง มลรัฐ และท้องถิ่น รวมถึงการสำรวจว่าสามารถใช้ศูนย์ Fusion Center ที่มีอยู่ มาต่อสู้กับศูนย์หลอกลวงได้หรือไม่

  • สร้างกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน ตั้งกลุ่มทำงานหรือหน่วยเฉพาะกิจร่วม แบ่งปันข้อมูล และร่วมมือกันในการฟ้องร้องผู้เล่นสำคัญในเครือข่าย

กลไกรายงานต่อคองเกรส: ต้องโชว์ผล ไม่ใช่แค่ตั้งทีม

ไม่ใช่เพียงตั้งหน่วยเฉพาะกิจแล้วปล่อยเงียบ ร่างกฎหมายกำหนดให้มี กลไกรายงานต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นระบบ

ภายใน 360 วันหลังจากยื่นแผนกลยุทธ์ และทุกปีต่อเนื่องอีก 5 ปี ทีมเฉพาะกิจต้องรายงานผลต่อคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องของรัฐสภา โดยต้องมีข้อมูลสำคัญ เช่น:

  • รายชื่อบุคคลต่างชาติทั้งหมดที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร เพราะมีส่วนรับผิดชอบหรือสั่งการการหลอกลวงการเงินออนไลน์ต่อพลเมืองสหรัฐฯ

  • การประเมินว่าบุคคลเหล่านั้นยังมีบทบาทในศูนย์หลอกลวงหรือไม่ และนิติบุคคลใด โดยเฉพาะในจีน ที่ให้การสนับสนุน

  • ประมาณการจำนวนเงินที่ถูกขโมยจากพลเมืองสหรัฐฯ เปรียบเทียบกับภาพรวมของความเสียหายทั่วโลก

  • จำนวนเงินที่สามารถสกัดกั้น ยึด หรือส่งคืนได้

  • จำนวนเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ถูกใช้เป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงออนไลน์

  • จำนวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหรือสนับสนุนศูนย์หลอกลวง

  • รายชื่อศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ทราบแล้ว

  • คำอธิบายรูปแบบการแพร่กระจายของศูนย์และปฏิบัติการเหล่านี้ ว่าขยายไปที่ไหน อย่างไร

  • คำแนะนำว่ากระทรวงการต่างประเทศควรสนับสนุนโปรแกรมประเภทใด และต้องใช้ทรัพยากรระดับไหนจึงจะทำให้กลยุทธ์เดินหน้าได้จริง

  • มาตรการอื่นใดที่ทีมงานเห็นว่าควรถูกนำมาใช้เพิ่มเติม

43 รายชื่อ “ตัวจริงเสียงจริง” ที่ถูกเล็งคว่ำบาตร

ในส่วนที่จับตากันมากที่สุด คือ บัญชีรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายมาตรการลงโทษ ภายใต้ร่างกฎหมายนี้ พบว่ามีอยู่ 43 รายชื่อ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังสามารถเพิ่มรายชื่อใหม่ได้อีก หากมีหลักฐานน่าเชื่อถือว่า บุคคลหรือนิติบุคคลนั้น:

  • มีส่วนรับผิดชอบต่อปฏิบัติการหลอกลวงการเงินออนไลน์

  • มีบทบาทในการสั่งการ ควบคุม หรือกำกับดูแลเครือข่ายที่มุ่งเป้าพลเมืองสหรัฐฯ

  • เชื่อมโยงกับปฏิบัติการที่ตั้งฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายในรายชื่อ 43 รายนี้ นอกจากชื่อของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ยังมีบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด อาทิ

1. ยิม เลียก (Yim Leak)

  • ประธานคณะกรรมการบริษัท BIC Group ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชา

  • เป็นบุตรชายนายยิม ไชลี รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับตระกูลฮุน ผ่านการแต่งงานของพี่สาวกับคนในครอบครัวฮุน

2. ก๊ก อาน

  • สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา

  • เคยถูกทางการไทยออกหมายจับในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์

3. กลุ่มบริษัทฮุ่ย วัน (Huione Group)

  • กลุ่มการเงินรายใหญ่จากกัมพูชา

  • ถูกเชื่อมโยงเข้ากับนายฮุน โต หลานชายของนายฮุน เซน

  • มีข้อกล่าวหาหนักหน่วงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะรูปแบบ “การฆ่าหมู” ที่มุ่งหลอกลงทุน

4. เฉิน จือ (Chen Zhi)

  • ประธานกลุ่ม Prince Group

  • ชาวจีนที่ได้สัญชาติกัมพูชา

  • ถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย อาชญากรรมไซเบอร์ และการฟอกเงิน โดยอาศัยสายสัมพันธ์แน่นกับผู้นำการเมืองท้องถิ่น

5. กวง จำเริญ (Kuoch Chamroeun)

  • ประธานพรรคประชาชนกัมพูชาประจำจังหวัดกันดาล

ข้อยกเว้นสำคัญ: เหยื่อการค้ามนุษย์ไม่ใช่ผู้กระทำผิด

แม้จะมีรายชื่อจำนวนมากถูกเล็งลงโทษ แต่ร่างกฎหมายก็วางหลักไว้ชัดเจนว่า หากประธานหน่วยเฉพาะกิจเห็นว่าบุคคลใดเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ จะไม่ถูกนับเป็น “บุคคลต่างชาติที่ถูกลงโทษ” ตามมาตรานี้

นั่นหมายความว่า แรงงานที่ถูกบังคับให้นั่งหลอกคนอื่นหน้าจอ ควรถูกมองเป็นเหยื่อที่ต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่ต้นเหตุของอาชญากรรม

สรุป: สหรัฐฯ เปิดเกมยาว ปิดโรงงานสแกมในภูมิภาค

ร่างกฎหมายฉบับนี้เผยให้เห็นภาพชัดว่า สหรัฐฯ มองปัญหา “สแกมออนไลน์” ไม่ใช่แค่เรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ธรรมดา แต่คือ สงครามกับโครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่พึ่งพาการค้ามนุษย์ คอร์รัปชัน และช่องโหว่ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • มีการตั้งหน่วยเฉพาะกิจข้ามกระทรวง

  • มียุทธศาสตร์ 13 ข้อที่ลากตั้งแต่ไซเบอร์ การเงิน การทูต ไปจนถึงสิทธิมนุษยชน

  • มีการรายงานผลต่อคองเกรสอย่างต่อเนื่อง

  • และมีบัญชีรายชื่อบุคคล/นิติบุคคลที่ถูกเล็งเล่นงานโดยตรงรวม 43 รายชื่อ

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของร่างกฎหมายที่ถูกยื่นต่อสภาคองเกรส เพื่อไล่บี้เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างจริงจัง และยังเปิดให้จับตาบทบาทของผู้เล่นรายใหญ่ในภูมิภาคนี้ต่อไปในอนาคต

หากต่อไปร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านและมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง โลกของ “โรงงานสแกม” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และหลายชื่อในบัญชี 43 รายนี้อาจจะต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งทางการเงิน การเมือง และกฎหมายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

ZestBuy Take

สหรัฐฯ ขยับใหญ่ ปราบสแกมข้ามชาติเล่นงานชาวอเมริกัน“…มีความเชื่อมโยงที่น่าวิตกกังวลระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน องค์กรฉ้อโกงอาชญากรชาวจีน และนักการเมืองท้องถิ่นที่...

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

เบื้องหลังดิจิทัลของศูนย์หัวใจฯ ทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหลับ
งานเทคโนโลยี

เบื้องหลังดิจิทัลของศูนย์หัวใจฯ ทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหลับ

2026-01-30
เปิดบ้านไอที! เบื้องหลังการนิเทศนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ที่สำนักวิทยบริการฯ
งานเทคโนโลยี

เปิดบ้านไอที! เบื้องหลังการนิเทศนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ที่สำนักวิทยบริการฯ

2026-01-30
พาชม 6 นวัตกรรมซินโครตรอนฝีมือคนไทย ที่พร้อมเขย่าวงการเทคโนโลยีโลก
งานเทคโนโลยี

พาชม 6 นวัตกรรมซินโครตรอนฝีมือคนไทย ที่พร้อมเขย่าวงการเทคโนโลยีโลก

2026-01-30
ชวนสายเทคฯ สิ่งแวดล้อมรวมพลัง! เปิดเวทีนวัตกรรมสู่ Green Development ในงานประชุม สวสท.’68
งานเทคโนโลยี

ชวนสายเทคฯ สิ่งแวดล้อมรวมพลัง! เปิดเวทีนวัตกรรมสู่ Green Development ในงานประชุม สวสท.’68

2026-01-30
AMR Asia บุก Mobility Tech Asia 2025 เปิดโซลูชันสุดล้ำ เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนการเดินทาง สู่อนาคตที่ยั่งยืน
งานเทคโนโลยี

AMR Asia บุก Mobility Tech Asia 2025 เปิดโซลูชันสุดล้ำ เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนการเดินทาง สู่อนาคตที่ยั่งยืน

2026-01-30
เมื่อเทคโนโลยี "พอดีพื้นที่" พลิกชีวิตคนฐานราก: จากเตาถ่านลำไยถึงโกโก้ผงสุขภาพ
งานเทคโนโลยี

เมื่อเทคโนโลยี "พอดีพื้นที่" พลิกชีวิตคนฐานราก: จากเตาถ่านลำไยถึงโกโก้ผงสุขภาพ

2026-01-30
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!