ลาบูบู้ตัวเล็ก แต่เขย่าตลาดอาร์ตทอยทั้งโลก

ฤดูร้อนที่ผ่านมา ใต้สปอตไลต์ของงานประมูล Wing Lok ที่ฮ่องกง มีประติมากรรมลาบูบู้สีเขียวมินต์ถูกเคาะราคาสูงถึง 1.08 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 138,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ทำลายสถิติของเล่นต้นฉบับจีนอย่างขาดลอย
จากน้ำหนักตัวไม่กี่ขีดของภูตน้อยฟันแหลมเก้าซี่ หน้าตากวน ๆ เจ้าเล่ห์ กลับกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของตลาดวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลก ลาบูบู้ถูกเชิญไปจัดแสดงในหอศิลป์ระดับโลก และกลายเป็น สัญลักษณ์ใหม่ของอาร์ตทอยจีน ที่ใคร ๆ ก็ต้องหันมามอง
จากคิวตีสามถึงยอดวิวพันล้าน: แฟนดอมลาบูบู้ที่ลามไปทั่วโลก
ภาพคนต่อคิวซื้อคอลเลกชันลาบูบู้ในลาสเวกัสตั้งแต่ตีสาม คลิปคนไปถ่ายรูปเช็กอินกับลาบูบู้หน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส ถูกแชร์วนจนขึ้นฟีดคนทั่วโลก ยอดคอนเทนต์เกี่ยวกับลาบูบู้บน TikTok ทะยานแตะกว่า 5.8 พันล้านครั้ง ซึ่งกว่า 80% เป็นคอนเทนต์จากผู้ใช้งานเองแบบ UGC ล้วน ๆ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่ “ของเล่นฮิต” แต่คือการที่ลาบูบู้กลายเป็น ภาษากลางใหม่ของวัฒนธรรมป๊อป ที่ใครถือ ใครโพสต์ ก็เหมือนได้มีส่วนร่วมในเทรนด์ระดับโลก
เดือนมีนาคม 2025 คอลเลกชันใหม่ Monster Carnival ของลาบูบู้ภายใต้แบรนด์จีน Pop Mart เปิดตัวที่ลาสเวกัส แฟน ๆ ยอมยืนหนาวคิวตั้งแต่ตีสาม
ที่ลอนดอน ร้านต้องจำกัดจำนวนคนเข้าพร้อมกัน เพราะแย่งกันซื้อจนแทบควบคุมไม่อยู่
เดือนเมษายน สาขา Pop Mart ใหม่ในย่านลาเดฟองส์ ปารีส ยังไม่ทันเปิดประตูอย่างเป็นทางการ คนก็เรียงแถวยาวรอ บล็อกเกอร์ฝรั่งเศสถึงกับเล่าว่า “มาถึงสิบโมง ยังตกใจว่าคิวยาวจนแทบมองไม่เห็นพื้น”
แฮชแท็ก #Labubu บน TikTok ถูกใช้ไปหลายพันล้านครั้ง เวลาเสิร์ชชื่อ Pop Mart บนแพลตฟอร์มต่างประเทศ จะเจอคลิปแกะกล่องสุ่มนับหมื่นรายการ แฟน ๆ ทั่วโลกต่างลุ้นไปพร้อมกันว่า ในกล่องเล็ก ๆ หนึ่งกล่อง จะได้ลาบูบู้แบบไหน
รายงานการเงินไตรมาสแรกปี 2025 ของ Pop Mart เผยว่า รายได้จากตลาดต่างประเทศพุ่งขึ้นราว 475% – 480% เมื่อเทียบปีก่อน ปัจจุบัน Pop Mart มีสาขาในกว่า 30 ประเทศ ทำให้มูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 3 แสนล้านเหรียญฮ่องกง นักวิเคราะห์จากดอยช์แบงก์ยังย้ำว่า IP ที่ทะลุทั้งวัฒนธรรมเอเชียและฝั่งดาราตะวันตกได้ ถือว่า “หายากมาก”
ทำไมหน้าตา “ไม่เป๊ะ” ของลาบูบู้ ถึงโดนใจ Gen Z
ดีไซน์ของลาบูบู้ไม่ได้สวยหวานแบบตุ๊กตาทั่วไป แต่เป็นสไตล์ “น่ารักแบบแปลกตา” ที่ทั้งขบถ ทั้งอบอุ่นอยู่ในตัวเดียวกัน
ลูซี ชิตโตวา มัณฑนากรจากลอนดอน บอกได้ตรงใจว่า “หน้าตาอาจจะแปลกและไม่สวย แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นจนทุกคนอินได้”
ในมุมของ Gen Z รูปลักษณ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบของลาบูบู้ กลายเป็นการ “ต่อต้านมาตรฐานสังคมอย่างนุ่มนวล” คนรุ่นใหม่จำนวนมากมองว่า ตัวละครแบบนี้คือ ตัวแทนเพื่อนทางใจ
ผลสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภควัย 18–35 ปี ถึง 65% มองว่า ตัวละครเหล่านี้คือ “เพื่อนทางอารมณ์”
ลาบูบู้จึงไม่ได้เป็นแค่ของสะสม แต่เป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาและเล่าเรื่องราวแทนเจ้าของ
ลาบูบู้เวอร์ชันโลคัล: เมื่อภูตน้อยไปถึงไทย ฝรั่งเศส มาเลเซีย
ความปังของลาบูบู้ไม่ได้หยุดที่การเป็นของสะสม แต่ยังถูก “แปลความหมายทางวัฒนธรรม” ให้เข้ากับแต่ละประเทศอย่างแยบยล
กัวลาลัมเปอร์: สาขาแรกของ Pop Mart เปิดตัวพร้อมคิวยาวเหยียดทั้งคืน
กรุงเทพฯ: ลาบูบู้ในชุดผ้าไหมไทยกลายเป็นการ รีมิกซ์ศิลปะพื้นเมืองมาสู่แฟชั่นร่วมสมัย คนไทยแห่ถ่ายรูป แชร์ลงโซเชียลจนกลายเป็นกระแส
ปารีส: ลาบูบู้เวอร์ชันอิมเพรสชันนิสม์ ถูกตีความใหม่ให้เข้ากับฉากศิลปะฝรั่งเศส สร้างบทสนทนาใหม่ระหว่างอาร์ตทอยและศิลปะคลาสสิก
ผู้บริโภคชาวไทยคนหนึ่งเล่าว่า “ชอบงานศิลปะมาก พอศิลปะไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่กลายเป็นของเล่นสะสมที่พกไปไหนก็ได้ ถ่ายรูปได้ มันคือ ‘ความสุขที่จับต้องได้’”
เบื้องหลังคาร์แรคเตอร์ลาบูบู้ จึงไม่ใช่แค่ดีไซน์น่ารัก แต่คือการที่ทีมดีไซเนอร์จีนและ Pop Mart ปรับ IP ให้กลายเป็น สัญลักษณ์วัฒนธรรมที่จับต้องได้ เข้ากับวิถีชีวิตคนทั่วโลก
ผลลัพธ์คือ
ปรากฏการณ์ “วางบนชั้นเมื่อไร หมดทันที” ในหลายประเทศ
ลาบูบู้กลายเป็นเคสตัวอย่างของ IP จีนที่กลืนรวมเข้ากับกระแสโลกาภิวัตน์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ดาราระดับโลก + แฟนครีเอเตอร์ = นิเวศวัฒนธรรมลาบูบู้
ความดังของลาบูบู้ยิ่งถูกเร่งให้แรงขึ้นด้วยพลังของคนดังและครีเอเตอร์
เดวิด เบ็คแฮม โพสต์รูปของขวัญจากลูกสาวเป็นเจ้าลาบูบู้ลงโซเชียล
ลิซ่า สมาชิกวง BLACKPINK แชร์รูปลาบูบู้ของตัวเอง จุดกระแสคลั่งไคล้ไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในอีกมุมหนึ่ง แฟน ๆ เองก็ช่วยขยายจักรวาลลาบูบู้ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการแต่งตัว ตกแต่ง และดัดแปลงตามใจชอบ ตั้งแต่
ตัดเย็บชุดใหม่ให้ลาบูบู้
แต่งฟันแหลมด้วยคริสตัลหรือเพชรเลียนแบบ
สร้างฉาก ถ่ายรูป ทำสตอรี่เล่าเรื่องราวของลาบูบู้ในโลกของตัวเอง
ทั้งหมดนี้ทำให้ลาบูบู้เปลี่ยนจาก “สินค้า” ไปเป็น นิเวศวัฒนธรรมที่มีชีวิตจริงในมือผู้คน
หวัง หนิง ผู้ก่อตั้ง Pop Mart เคยพูดไว้อย่างชัดเจนว่า “เยาวชนมากมายนับไม่ถ้วน กำลังใช้ลาบูบู้เล่าเรื่องของตัวเอง”

Made in Dongguan: โรงงานอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังภูตน้อย
ขณะที่แฟน ๆ ทั่วโลกดีใจที่ได้ลาบูบู้ตัวหนึ่งมาวางบนชั้นโชว์ ที่จีน ลาบูบู้จำนวนมหาศาลกำลังถูกผลิตอย่างไม่หยุดพักในโรงงานอัจฉริยะที่เมืองตงกว่าน มณฑลกวางตุ้ง
ตงกว่านตั้งอยู่ไม่ไกลจากเซินเจิ้น เป็นหนึ่งในฐานผลิตหลักของ Pop Mart ตอนดึก ๆ โรงงานผลิตของเล่นในเขตสือไผยังสว่างราวตอนกลางวัน แขนกลหุ่นยนต์ทำงานอย่างแม่นยำ ฉีดเรซิ่นเหลวเข้าสู่บล็อกพิมพ์ ให้ร่างของลาบูบู้โผล่ออกมาจากสายพานทีละกล่องสุ่ม
เมืองนี้เคยรับจ้างผลิตของเล่น License ให้แบรนด์ยักษ์อย่าง Disney และ Marvel มาเป็นเวลานาน ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็น ห่วงโซ่อุตสาหกรรมของเล่นที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้ง
การออกแบบ
วิจัยพัฒนา
ผลิตแม่พิมพ์
ประกอบชิ้นส่วน
จนถูกจดจำในฐานะเมือง “Dongguan Made” ที่ส่งออกของเล่นของสะสมไปทั่วโลก ด้วยสปีดการผลิตลาบูบู้สูงสุดราว 800 ตัวต่อชั่วโมง
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา โรงงานและพันธมิตรกว่า 30 แห่งในตงกว่าน ร่วมกันสร้างเครือข่ายผลิตลาบูบู้ให้มั่นคง ในโรงงานอัจฉริยะเหล่านี้ ลาบูบู้เริ่มจากแบบร่างดิจิทัล ถูกแปลงสู่โมเดลจริงด้วยเทคโนโลยี
การพิมพ์สามมิติ (3D Printing)
ระบบจำลองการฉีดพลาสติกด้วย AI เพื่อคุมคุณภาพ
ผู้บริหารโรงงานแห่งหนึ่งเล่าว่า หลังจากปรับเข้าสู่ระบบดิจิทัล สามารถลดเวลาทำแม่พิมพ์จาก 15 วันเหลือเพียง 3 วัน และดันอัตราผลิตภัณฑ์ดีขึ้นไปถึง 98.7% ลาบูบู้ล็อตที่ผลิตเสร็จจะถูกส่งต่อสู่กว่า 30 ประเทศ ผ่านท่าเรือเซินเจิ้นภายใน 48 ชั่วโมง
ผลลัพธ์คือ “กองทัพลาบูบู้” จำนวนมหาศาลเดินทางจากเมืองตงกว่านไปหามือสะสมทั่วโลก ขณะเดียวกัน เมืองนี้ก็เร่งอัปเกรดตัวเองจากฐานรับจ้างผลิต สู่ ฐานสร้างแบรนด์และ IP ของตัวเอง อย่างเต็มตัว
ตงกว่าน: เมืองที่ผลิตทั้งลาบูบู้และโลกอนิเมะ
วันนี้ ตงกว่านไม่ใช่แค่เมืองโรงงาน แต่เป็นหนึ่งใน ฐานการผลิตของเล่นและอนิเมะระดับสำคัญของโลก
ของเล่น License จากอนิเมะทั่วโลกกว่า 25% ถูกผลิตจากที่นี่
ของเล่นของสะสมกว่า 85% ของจีนเอง ก็มาจากเมืองนี้
มีโรงงานผลิตของเล่นกว่า 4,000 แห่ง เป็นต้นน้ำ–ปลายน้ำเกือบ 1,500 แห่ง
คนในอุตสาหกรรมถึงกับบอกว่า ภายในรัศมีราว 1 กิโลเมตรในตงกว่าน สามารถจัดหาทุกปัจจัยการผลิตสำหรับของเล่นสะสมได้ครบทั้งหมด
แบรนด์ IP ต้นฉบับชื่อดังอย่าง ToyCity และ Laura ก็ถือกำเนิดที่นี่เช่นกัน เครือข่ายห่วงโซ่อุปทานของเล่นยังขยายไปยังเมืองอื่น ๆ เช่น ซูโจวในมณฑลเจียงซู
หนึ่งในตัวอย่างคือ บริษัทซั่วเฟิง ที่เคยมีโรงงานชุดนอนซบเซา แต่กลับมาคึกคักอีกครั้งเพราะกระแสตุ๊กตาลาบูบู้ เมื่อเห็นโอกาสใหม่ ผู้บริหารตัดสินใจหันมาผลิตเสื้อผ้าให้ลาบูบู้แทน
ภายในไม่ถึง 20 วัน โรงงานออกแบบและผลิตชุดเดรสให้ลาบูบู้ได้มากกว่า 80 แบบ
สร้างรายได้ราว 170,000 หยวนในระยะเวลาอันสั้น
ผู้บริหารยังมองว่า ยอดขายรายเดือนอาจพุ่งแตะระดับ “หลักล้านหยวน” หากคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามคาด
โรงงานลักษณะนี้มีอยู่จำนวนมากในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ทำให้ทั้งภูมิภาคกลายเป็น นิเวศอุตสาหกรรมของเล่นสะสมที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เมื่อรัฐหนุนเต็มที่: โมเดล “IP + การบริโภค” ของจีน
เดือนมีนาคม 2025 จีนเปิดเกมใหม่ด้วยการผลักดันโมเดล “IP + การบริโภค” อย่างจริงจัง เมืองตงกว่านเองก็ออกมาตรการเฉพาะ เช่น
ตั้งกองทุนสนับสนุนการผสาน “ของเล่นสะสม + มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม”
ส่งเสริมโมเดล “ของเล่นสะสม + การท่องเที่ยว”
เมืองสือไผลงทุนปีละ 10 ล้านหยวน เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมของเล่นสะสมที่ใหญ่ที่สุดในจีน ตั้งแต่สายพานอัจฉริยะในตงกว่าน ไปถึงโรงงานในเจียงซูและเจ้อเจียง ทั้งหมดนี้ช่วยสร้าง ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแรงให้กับการส่งออกของเล่นสะสมของจีน

ลาบูบู้ลบภาพ “ของจีนถูกแต่ไม่ดี” อย่างไร
ความสำเร็จของลาบูบู้กลายเป็นเคสสด ๆ ที่ช่วยลบอคติเดิม ๆ ว่า “สินค้าจีนถูกแต่คุณภาพไม่ดี”
นิตยสาร The Economist เคยชี้ว่า ในอดีต สินค้า Made in China จำนวนมากเข้าสู่ตลาดตะวันตกผ่านการผลิตแบบ OEM หรือรับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่น แต่ทุกวันนี้ แพลตฟอร์มอย่าง Shein, Temu และแบรนด์อย่าง Pop Mart กำลังพลิกบทบาท นำเสนอ “สินค้าจีนหน้าแบรนด์ตัวเอง” ให้โลกเห็นอย่างตรงไปตรงมา
ความสำเร็จของ IP จีนไม่ได้อยู่แค่ในของเล่น แต่ยังขยายไปสู่เกมและภาพยนตร์ เช่น
เกม “ตำนานสีดำ : หงอคง” ที่มียอดผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันเกิน 1.04 ล้านคนภายในชั่วโมงแรกที่เปิดตัว
ภาพยนตร์ “นาจา 2 (Ne Zha 2)” ที่ทำรายได้จนติดท็อป 5 บ็อกซ์ออฟฟิศโลก
ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา iMpact จากสิงคโปร์มองว่า “ลาบูบู้พิสูจน์ให้เห็นว่า แบรนด์จีนสามารถชนะใจผู้บริโภคโลกด้วยความรู้สึกร่วม โดยไม่ต้องแบ่งเชื้อชาติ”
อุตสาหกรรมอาร์ตทอยจีน โตแรงระดับหมื่นล้านหยวน
เบื้องหลังลาบูบู้คือการสนับสนุนด้านนโยบายและโครงสร้างจากรัฐจีนที่ต่อเนื่องยาวนาน รายงาน “การพัฒนาอุตสาหกรรมของเล่นสะสมและอนิเมะของจีน (2024)” โดยสภาสังคมศาสตร์จีนคาดการณ์ว่า
มูลค่าอุตสาหกรรมของเล่นสะสมจีน จะพุ่งสู่ราว 1.101 แสนล้านหยวน ภายในปี 2026
อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีเกิน 20%
ในสนามโกอินเตอร์ของแบรนด์ของเล่นจีน ยังมีอีกหลายชื่อที่วิ่งแรงไม่แพ้ Pop Mart เช่น
TOP TOY: เปิดสาขามากกว่า 280 แห่งทั่วโลก ส่งออกสินค้ารวม 47 ล้านหยวน ผ่านการขนส่ง 53 รอบในปี 2024
52 TOYS: ยอดขายในตลาดไทยโต 300% และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โต 220% ในปีเดียว
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า การที่ของเล่นสะสมจีนเป็นที่นิยมทั่วโลก สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์จีน ได้รับการยอมรับทั้งในด้านความสวยงามและคุณภาพ ไม่ใช่แค่ราคาถูกอย่างที่เคยถูกเหมารวม
กระแสขยายตัวของแบรนด์จีนยังลามไปนอกวงการของเล่นอย่างชัดเจน
รถยนต์ไฟฟ้าจีนเริ่มกลายเป็นภาพคุ้นตาตั้งแต่สตอกโฮล์มไปจนถึงซิดนีย์
ร้านชาแบรนด์จีนอย่าง MiXue มีจำนวนสาขาทั่วโลกแซงหน้าแมคโดนัลด์ และกำลังรุกหนักในตลาดอเมริกาใต้
นักวิชาการจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ชี้ว่า แพลตฟอร์มอย่าง TikTok ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคน (ราวครึ่งหนึ่งเป็นชาวสหรัฐฯ) มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองผู้บริโภคต่อจีน ผ่านคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานทั่วโลกโพสต์เกี่ยวกับลาบูบู้และวัฒนธรรมจีนอย่างต่อเนื่อง
เขามองว่า การส่งออกทางวัฒนธรรมกำลังช่วย “ปรับภาพลักษณ์จีน และแสดงให้เห็นว่าบริษัทจีนสามารถสร้างสินค้าและบริการที่มีเสน่ห์จนคนทั้งโลกอยากซื้อได้”

ลาบูบู้ในไทย: จากของเล่นฮิตสู่สะพานเชื่อมซอฟต์พาวเวอร์จีน-ไทย
ในประเทศไทย “ลาบูบู้” ที่วางขายในร้าน POP MART ถูกยกให้เป็น อาร์ตทอยจีนตัวท็อป อย่างแท้จริง ทั้งคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ไทยหลายคนกลายเป็นแฟนคลับตัวจริง โพสต์รูปอวดลาบูบู้ตัวโปรดจนแฟน ๆ แห่ซื้อจนของขาดตลาด
ผลที่ตามมาคือ
สินค้าหมดเกลี้ยงหน้าร้านบ่อยครั้ง
ราคาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ถูกดันขึ้นสูงกว่าป้ายหน้าร้านหลายเท่าตัว
เมื่อไทย–จีนเดินทางไปมาหาสู่กันแบบฟรีวีซ่า แฟนไทยจำนวนไม่น้อยถึงขั้นบินไปจีนเพื่อ “ตามล่าลาบูบู้” ด้วยตัวเอง
ผู้บริหาร Pop Mart (ประเทศไทย) ระบุว่า แฟนไทยคลั่งลาบูบู้ไม่แพ้ชาติไหน รุ่นพิเศษหลายตัวขายหมดภายในวันเดียว ยอดขายในไทยติดอันดับ 1 จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ถึงขั้นที่สาขาในเวียดนามและมาเลเซียยังเห็นคนไทยไปต่อคิวซื้อเป็นประจำ
วันที่ 1 กรกฎาคม ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยแฟนคลับที่สวมเสื้อลายลาบูบู้ มายืนรอต้อนรับ “มาสคอตลาบูบู้” ซึ่งเดินทางมาไทยอย่างเป็นทางการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดพิธีต้อนรับและมอบตำแหน่ง “Amazing Thailand Experience Explorer” ให้ลาบูบู้ เพื่อใช้เป็นตัวแทนโปรโมตการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน
ภายใต้แนวคิด POPMART LABUBU X TAT IGNITE THAILAND ลาบูบู้ในเวอร์ชันมาสคอตได้
สวมชุดไทย
เดินเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ลิ้มรสอาหารไทย
เรียนรู้มารยาทและวัฒนธรรมท้องถิ่น
ทั้งหมดนี้ถูกบันทึกและเผยแพร่ในฐานะ “ไกด์นำเที่ยวแบบลาบูบู้” เพื่อชวนเพื่อนชาวจีนให้มาเที่ยวไทยตามรอยภูตน้อยตัวนี้
นับตั้งแต่ Pop Mart เข้าสู่ตลาดไทยในเดือนพฤษภาคม 2023 ความแรงของลาบูบู้ผลักดันให้แบรนด์ต้องเร่งขยายสาขาออฟไลน์ ปัจจุบันมีแล้วอย่างน้อย 5 สาขาในไทย
รองประธาน Pop Mart International มองว่า ลาบูบู้ไม่เพียงช่วยให้คนไทยอยากรู้จักจีนมากขึ้น แต่ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคจีนหันมาสนใจวัฒนธรรมไทยเพิ่มขึ้นด้วย ลาบูบู้จึงกลายเป็น สะพานนุ่ม ๆ ที่เชื่อมผู้บริโภคสองฝั่งให้เปิดใจเข้าหากัน
จากฟันแหลม 9 ซี่ สู่มหาอำนาจซอฟต์พาวเวอร์
ถ้ามองผิวเผิน ลาบูบู้อาจเป็นแค่ตุ๊กตาตัวเล็กฟันแหลม 9 ซี่ แต่เมื่อซูมออกไป จะเห็นทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ เทคโนโลยีโรงงานอัจฉริยะ เครือข่ายแฟนคลับทั่วโลก ไปจนถึงบทบาทในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ “สินค้าจีน” ทั้งระบบ
ลาบูบู้กำลังพิสูจน์ว่า
IP ที่ดี สามารถเดินทางข้ามวัฒนธรรมไปได้ไกลกว่าที่เราคิด
ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ สามารถกลายเป็น เครื่องมือทางซอฟต์พาวเวอร์ ที่เชื่อมประเทศและผู้คนเข้าด้วยกัน
และในสายตาคนไทย ลาบูบู้ไม่ได้เป็นแค่ของสะสม แต่คือสื่อกลางที่ทำให้เราเข้าใจทั้งจีน ยุคใหม่ และตัวเราเองได้ดีขึ้นผ่านความ “น่ารักแบบไม่สมบูรณ์แบบ” ของภูตน้อยตัวนี้
ภูตน้อยฟันแหลมตัวนี้จึงไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือเรื่องเล่าที่ทั้งโลกกำลังเล่าร่วมกันอยู่ – และเกมนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

