รับแอปรับแอป

เจาะดีเทล Piaget Andy Warhol Watch: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นงานศิลปะ Pop Art

ศิริพร วัฒนานุกูล01-30

Andy Warhol กับเรือนเวลาที่กลายเป็นตำนาน

Andy Warhol ศิลปิน Pop Art ระดับโลกผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะร่วมสมัย ไม่ได้หลงใหลแค่สีสันและภาพซ้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนรักนาฬิกาตัวยง และหนึ่งในเรือนโปรดในคอลเลกชั่นของเขาก็คือผลงานจาก Piaget ซึ่งทำให้เขากลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของ Piaget Society ไปโดยปริยาย

เพื่อให้เกียรติความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Andy Warhol และ Yves Piaget แบรนด์ได้ร่วมมือกับมูลนิธิ The Andy Warhol Foundation for the Visual Arts ประกาศเปลี่ยนชื่อรุ่นนาฬิกาไอคอนนิคอย่างเป็นทางการเป็น “Andy Warhol” พร้อมต่อยอดด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ Piaget The Andy Warhol Watch ที่นำดีเอ็นเอของศิลปินระดับตำนานมาถ่ายทอดลงบนข้อมือ

จากรุ่น 15102 สู่ตำนานเรือนเวลาแห่ง Piaget

หากย้อนกลับไปในปี 1972 Piaget ได้เปิดตัวนาฬิกาโมเดล “15102” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในรุ่นไอคอนนิคของแบรนด์ จุดที่ทำให้เรือนนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ไม่ได้มีเพียงดีไซน์อันโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเพราะมันเป็นหนึ่งในนาฬิกาประจำคอลเลกชั่นของ Andy Warhol เองด้วย

การที่ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลในโลกศิลปวัฒนธรรมเลือกสวมใส่ ทำให้นาฬิการุ่นนี้ถูกยกระดับจากเรือนเวลาทั่วไปไปสู่สถานะ นาฬิกาแห่งตำนาน ในประวัติศาสตร์ของ Piaget และสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างโลกศิลปะและโลกนาฬิกาขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม

ไม่นานมานี้ Piaget จึงตัดสินใจย้ำความสำคัญของเรื่องราวนี้ ด้วยการประกาศใช้ชื่อ “Andy Warhol” อย่างเป็นทางการบนตัวนาฬิกา เพื่อกลายเป็นอนุสรณ์แห่งมิตรภาพที่เริ่มต้นตั้งแต่ค่ำคืนงานกาล่าในวอชิงตัน และยังคงส่งอิทธิพลมาจนถึงวันนี้

Andy Warhol บนเวที Watches and Wonders

ในงาน Watches and Wonders Geneva ปีล่าสุด Piaget ได้นำคอลเลกชั่น Andy Warhol รุ่นใหม่เข้าสู่สปอตไลต์เต็มตัว ถ่ายทอดกลิ่นอาย Pop Art ผ่านโทนสี ความเปล่งประกาย และมิติที่มีชีวิตชีวาบนข้อมือ

ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องของอดีต แต่คือการต่อยอดจิตวิญญาณของ Andy Warhol ให้มีชีวิตอยู่ต่อไปในภาษาของเรือนเวลา ที่ผสมทั้งความหรูหรา ความจัดจ้าน และความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่เขาน่าจะยิ้มให้ถ้าได้เห็นด้วยตาตัวเอง

ไฮจิวเวลรีที่ต่อยอดจากปี 1972

ก่อนหน้าจะมาถึงรุ่นล่าสุด Piaget เคยเปิดตัวนาฬิกา Andy Warhol รุ่น High Jewellery ในคอลเลกชั่นอัญมณีชั้นสูง Metaphoria เมื่อปี 2023 โดยนำแรงบันดาลใจจากนาฬิกาต้นแบบปี 1972 มาตีความใหม่ในมู้ดเอิร์ธโทนที่หรูและลึกซึ้ง

หน้าปัดของรุ่นนั้นถูกสร้างขึ้นจากไม้กลายเป็นหิน ซึ่งมีเท็กซ์เจอร์และเฉดสีที่เป็นธรรมชาติ แต่ถูกจัดวางอย่างมีศิลปะ เพิ่มความหรูหราด้วยมรกตทรงบาแกตต์แทนหลักชั่วโมงทั้ง 12 ตำแหน่ง และเรียงมรกตทรงบาแกตต์สามแถวล้อมกรอบตัวเรือน ช่วยสร้างมิติให้ตัวเรือนดูราวกับงานจิวเวลรีเต็มรูปแบบมากกว่านาฬิกาเพียงอย่างเดียว

หน้าปัดโอปอล สีสันแบบ Pop Art ในโลกหรูหรา

การกลับมาครั้งนี้ Piaget เติมสมาชิกใหม่ให้กับตระกูล Andy Warhol รุ่น High Jewellery ด้วยการออกแบบหน้าปัดที่โฟกัสไปที่สีสันของเขียวและน้ำเงินในหลากโทน ไล่เฉดราวกับกำลังมองผ่านกล้องสลับลายหรือคายเลโดสโคป

พื้นหน้าปัดทำจากโอปอลที่มีความแวววาวในตัว เต็มไปด้วยประกายสีน้ำเงินและสีเขียว เมื่อกระทบแสงยิ่งเผยเสน่ห์แบบเหนือจริง เป็นความงดงามที่ทั้งหรู ทั้งเปี่ยมกลิ่นอายศิลปะในเวลาเดียวกัน

ที่สำคัญคือ Piaget สามารถคัดสรรโอปอลที่มีขนาดใหญ่พอจะครอบคลุมตัวเรือนขนาด 45×43 มิลลิเมตรได้อย่างลงตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากต้องสวย ต้องเล่นไฟดี ยังต้องรองรับการเจียระไนและการประกอบตัวเรือนด้วย

ระยิบระยับด้วยแซฟไฟร์และดีไซน์สองเข็มสุดมินิมอล

เพื่อขับให้สีสันของโอปอลโดดเด่นยิ่งขึ้น Piaget เลือกเสริมความสดด้วยการล้อมขอบตัวเรือนด้วยแซฟไฟร์ทรงบาแกตต์สีน้ำเงิน เรียงเป็นสามแถวอย่างเนี้ยบไร้ที่ติ

เมื่อแสงตกกระทบ อัญมณีทุกเม็ดช่วยกันเล่นไฟอย่างต่อเนื่อง เกิดเอฟเฟกต์ระยิบระยับที่ไม่แย่งซีนแต่กลับดันหน้าปัดให้โดดเด่นขึ้นไปอีก

การแสดงผลเวลากลับถูกลดทอนให้เรียบง่าย ด้วยเข็มสองเข็มรูปทรง Dauphine ที่คมชัดและคลาสสิก ทำให้หน้าปัดดูสะอาดตาและเปิดพื้นที่ให้ลวดลายของโอปอลได้เฉิดฉายแบบเต็มเฟรม นี่คือความสมดุลระหว่างความหรูหราและความมินิมอลที่ออกมาพอดีเป๊ะ

หินอุกกาบาต ตาเสือ และดีไซน์ตัวเรือนที่เล่าเรื่องผ่านวัสดุ

นอกจากรุ่น High Jewellery แล้ว ทาง Piaget ยังขยายไลน์ Andy Warhol ให้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ต่อยอดจาก Andy Warhol Clou de Paris ปี 2024 ซึ่งโดดเด่นด้วยหน้าปัดหินอุกกาบาตสีน้ำเงิน

ในกลุ่มรุ่นใหม่ที่ตามมา มีตัวเลือกของหน้าปัดหินล้ำค่าที่น่าสนใจหลายแบบ ได้แก่:

  • หน้าปัดพลอยตาเสือ: ให้เฉดสีเหลืองอำพันผสมโทนส้มเข้มและน้ำตาล ดูอบอุ่นนุ่มนวล พร้อมลวดลายกราฟิกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถูกเน้นให้โดดเด่นผ่านการเจียระไนอย่างประณีตของช่างผู้เชี่ยวชาญ

  • หน้าปัดหินอุกกาบาตสีขาว: จับคู่กับตัวเรือนโรสโกลด์ที่ขัดแต่งขอบตัวเรือนแบบขั้นบันไดหรือลายกาดรูน ช่วยให้ภาพรวมดูนุ่มและหรูในเวลาเดียวกัน

  • หน้าปัดหินอุกกาบาตสีเขียว: มาพร้อมตัวเรือนไวท์โกลด์สลักลายกาดรูนเช่นกัน ให้ความรู้สึกเย็น เท่ และร่วมสมัยมากขึ้น

ทุกรุ่นใช้พื้นผิวของหินแต่ละชนิดเป็นตัวเล่าเรื่อง ทำให้แต่ละเรือนมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวในแบบที่ไม่มีใครเหมือน แม้จะอยู่ภายใต้ชื่อ Andy Warhol เหมือนกันก็ตาม

กลไก Cal.501P1 หัวใจของศิลปะบนข้อมือ

เบื้องหลังหน้าปัดดีไซน์จัดเต็มทุกรูปแบบ คือกลไกอัตโนมัติ Cal.501P1 ที่ผลิตโดย Piaget เองทั้งหมด ซึ่งไม่ได้โดดเด่นแค่ความเที่ยงตรง แต่ในมุมของงานฝีมือก็จัดเต็มไม่แพ้กัน

รายละเอียดการขัดแต่งประกอบด้วย

  • ลาย Côtes de Genève แบบวงกลมบนชิ้นส่วนหลัก

  • เมนเพลทตกแต่งด้วยลายเกรนวงกลม

  • สะพานจักรถูกลบเหลี่ยมอย่างพิถีพิถัน

  • ใช้สกรูสีน้ำเงินเพิ่มความคอนทราสต์และความหรูหรา

กลไกนี้ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ใช้ทับทิมทั้งหมด 23 เม็ด และมี พลังงานสำรองราว 40 ชั่วโมง เหมาะทั้งสำหรับคนที่ใส่เป็นประจำ หรือหมุนเวียนกับเรือนอื่นแบบไม่ต้องกังวลจนเกินไป

พูดง่ายๆ คือด้านหน้าคืองานศิลปะ ด้านหลังคือเครื่องจักรกลอันประณีต ที่สอดรับกันอย่างสมบูรณ์

ความพิเศษที่สั่งได้: Made to Order ในแบบของคุณ

ไฮไลต์อีกอย่างของ Andy Warhol รุ่นใหม่ คือการเปิดโอกาสให้คนรักนาฬิกาและคนรักศิลปะได้เติมตัวตนลงไปอย่างเต็มที่ ผ่านการสั่งทำ (made to order) ในดีเทลสำคัญหลายจุด

ตัวเลือกที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น

  • หน้าปัดหินล้ำค่ามากถึง 10 รูปแบบ

  • สายหนังให้เลือก 5 เฉดสี ที่ให้คาแรกเตอร์แตกต่างกัน

  • ทรงเข็มนาฬิกา เลือกได้ทั้งแบบ Dauphine หรือ Baton

  • วัสดุตัวเรือนระหว่าง โรสโกลด์ หรือ ไวท์โกลด์

ทั้งหมดนี้ทำให้ Andy Warhol ไม่ได้เป็นเพียงชื่อบนหน้าปัด แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มให้เจ้าของเรือนสามารถคอลลาบกับดีเอ็นเอของ Piaget และจิตวิญญาณของศิลปินระดับโลกได้ด้วยตัวเอง

สรุป: เมื่อศิลปะ Pop Art ถูกแปลเป็นภาษาเวลา

Piaget The Andy Warhol Watch ไม่ได้เป็นแค่การหยิบชื่อศิลปินดังมาติดบนเรือนเวลา แต่คือการตีความตัวตนของ Andy Warhol ให้กลายเป็นสิ่งที่สวมใส่ได้จริงบนข้อมือ

ตั้งแต่การเลือกใช้หินล้ำค่าที่มีบุคลิกชัดเจนอย่างโอปอล ตาเสือ และหินอุกกาบาต ไปจนถึงการขัดแต่งกลไกภายในอย่างประณีต ล้วนสะท้อนแนวคิดที่ว่า ความหรูหราไม่จำเป็นต้องเงียบเรียบเสมอไป แต่อาจเปล่งประกายอย่างมีศิลปะได้เช่นกัน

สำหรับสายศิลปิน สาย Pop Art หรือคนที่มองหานาฬิกาที่มีเรื่องราวมากกว่าแค่บอกเวลา นี่คือหนึ่งในคอลเลกชั่นที่ควรถูกจดไว้ในเรดาร์อย่างจริงจัง