รับแอปรับแอป

นั่งบินตีสอง นั่ง NEX เข้าเมือง: ทริปโซโล่ครั้งแรกสู่โตเกียวแบบไม่หลับทั้งคืน

พงศ์ภัทร จันดี01-30

บินดึกจากสุวรรณภูมิ เปิดทริปโซโล่ญี่ปุ่น

เริ่มทริปเดี่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืนกันตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนนั้นแอร์เอเชียเอกซ์ยังบินที่นี่อยู่ บรรยากาศเกือบห้าทุ่ม คนล้นเทอร์มินัล พอขึ้นมาชั้นเช็คอินเท่านั้นแหละ เจอแถวเช็คอินยาวเป็นหางว่าว ยาวข้ามสามช่องตัวอักษรไปเลย ตอนแรกยังคิดว่าไม่ใช่แถวเรา สุดท้ายใช่เต็ม ๆ

เพื่อน ๆ ที่ตามมาส่ง พอเห็นแถวเท่านั้นแหละ โบกมือลาแล้วแยกย้าย กลับบ้านไม่รอส่งถึงเกท (หัวเราะ) เรายืนต่อแถวอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แถวขยับทีละนิด จนเริ่มนึกขึ้นได้ว่า เรามี บัตรเครดิตแอร์เอเชีย ธนาคารกรุงเทพ อยู่ในมือ พนักงานเดินผ่านมาเลยลองถามดู ปรากฏว่าใช้ต่อช่องชั้นธุรกิจได้จริง ๆ

เขาพาเราเดินลัดไปเกือบสุดโซนเช็คอิน แถวใหม่มีไม่ถึง 10 คน จากแถวเดิมเป็นร้อย ถือว่า คุ้มที่มีบัตรเบ่งมาก

เช็คอินเสร็จได้คูปองเพียบ แต่พลาดที่นั่งริมหน้าต่าง

เวลาไหลไปจนเกือบเที่ยงคืน ก็มาถึงคิวเช็คอินของเรา พอเป็นลูกค้าใหม่ของบัตรเครดิตแอร์เอเชีย จะได้คูปองสำหรับ

  • โหลดน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม

  • เลือกที่นั่ง

  • แลกเครื่องดื่มบนเที่ยวบินที่ออกจากไทย

ข้อจำกัดคือ ต้องมาแลกที่เคาน์เตอร์หน้างานเท่านั้น ไม่สามารถกดใช้ผ่านเว็บได้ ปัญหาคือที่นั่งริมหน้าต่างเต็มหมดแล้ว คนอื่นเขาจองล็อกไว้ตั้งแต่ซื้อบัตร พนักงานเลยช่วยอะไรไม่ได้มาก นอกจากแนะนำว่า รอบหน้ามาเช็คอินให้ไว จะได้เลือกที่นั่งสวย ๆ ทัน

เรื่องน้ำหนักกระเป๋าไม่ใช่ปัญหา เรามีกระเป๋า 30 นิ้ว น้ำหนักแค่ 11.8 กิโลกรัม เบา ๆ สบาย ๆ ผ่านฉลุย

ผ่าน ตม. แล้วไปสอยของฟรีก่อนขึ้นเครื่อง

เช็คอินเสร็จก็ได้เวลาไปเกท ผ่านพิธีกรรมตรวจคนออกนอกประเทศหรือ ตม. สำหรับคนไทยนี่สบาย ๆ เลย เพราะมีช่องอัตโนมัติให้ใช้ แค่แทรกตัวเข้าไปแล้วเดินยาว ๆ ไปยังช่องสำหรับคนไทย

ทางเดินหลัง ตม. ก็จะเจองานศิลป์ประจำสนามบินสุวรรณภูมิที่เห็นทีไรก็จำได้ทุกครั้ง เป็นเอกลักษณ์ไทยที่วางอยู่กลางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบสนามบิน ดูขัด ๆ กันนิดหน่อยแต่ก็กลายเป็นภาพคุ้นตาเวลาเดินทางออกนอกประเทศ

ก่อนจะเดินไปเกท C8 เราขอแวะใช้สิทธิ์ บัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ที่ McDonald’s รับฟรีซามูไรเบอร์เกอร์และพายอย่างละหนึ่งชิ้น เติมพลังไว้ก่อนขึ้นเครื่อง จากนั้นค่อยเดินไปเกทแบบไม่ต้องรีบ

นั่งกินแมคที่เกท เสร็จแล้วก็เข้าห้องน้ำ เตรียมตัวเติมน้ำใส่ขวดพกพาไว้ดื่มบนเครื่อง พอถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องราว ๆ 01:20 น. พนักงานก็เริ่มเรียกตามกลุ่มตามสเต็ปของแอร์เอเชีย

แม้เราจะมีบัตรเครดิตแอร์เอเชีย แต่ด้วยความที่ไม่มีสัมภาระขึ้นเครื่องเยอะ และได้นั่งริมทางเดินอยู่แล้ว ก็เลยเลือกขึ้นทีหลัง ๆ หน่อย ไม่ต้องไปยืนเบียดต่อแถวนาน ๆ ให้เมื่อย

สุดท้ายยังไงก็ต้องเข้าแถวเหมือนเดิม (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้ยาวเท่ากลุ่มแรก ๆ ขึ้นเครื่องได้ไม่นาน ลูกเรือก็เริ่มปิดประตู เตรียมนับจำนวนผู้โดยสาร พร้อมออกเดินทางสู่โตเกียว

บนเครื่อง: ที่นั่ง 3-3-3 กับคืนที่นอนไม่เต็มอิ่ม

เครื่องที่ใช้บินคือแอร์บัส A330 ของแอร์เอเชียเอกซ์ จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 ระยะห่างระหว่างที่นั่งสำหรับคนสูงประมาณ 180 ซม. อย่างเรา ถือว่านั่งได้โอเค ไม่ถึงกับคับมาก

แต่ปัญหาคือ นอนไม่หลับ ทั้งความตื่นเต้นที่ได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ทั้งความอึดอัดเล็ก ๆ จากที่นั่ง ทำให้หลับไปได้แค่ราวชั่วโมงครึ่ง ที่เหลือคือตื่นยาว

อย่างน้อยดีที่เลือกนั่งริมทางเดิน จะได้เหยียดขาและลุกเดินได้ง่ายหน่อย

ใครที่อยากนอนสบาย ๆ จริง ๆ เขามีออปชันให้เช่าหรือซื้อเพิ่มได้ ทั้งผ้าห่ม ทั้งอัปเกรดที่นั่งเป็นฮอตซีต หรือสายเปย์ก็จัดแฟลตเบดให้นอนราบยาว ๆ เลย แต่เราขอประหยัด ดึงสติไว้ว่า เงินส่วนนี้เก็บไปใช้เที่ยวข้างหน้าดีกว่า อดนอนไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวก็ทนไหว

อาหารบนเครื่อง: กะเพราไก่ น้ำเปล่า โค้ก และชานมไข่มุก

เรื่องกินไม่เคยแพ้ใคร เราจองอาหารล่วงหน้าไว้เป็น ข้าวกะเพราไก่สูตรหม่อมหลวงหน่อย เสิร์ฟมาพร้อมน้ำเปล่า 1 ขวด ยังมีคูปองแลกเครื่องดื่มบนเครื่องอีก จัดเพิ่มเป็นโค้ก 1 กระป๋อง

เท่านั้นยังไม่พอ ยังซื้อชานมไข่มุกบุกแบรนด์ดังประจำแอร์เอเชียมาอีกหนึ่งแก้ว เรียกว่าอิ่มแน่นตลอดไฟลต์

พอกินมื้อเช้าเสร็จ ก็ใกล้เวลาเครื่องลงแล้ว ความรู้สึกตอนนั้นคือ ตื่นเต้นสุด ๆ ญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตกำลังจะเริ่มขึ้นจริง ๆ

แตะพื้นนาริตะครั้งแรก

เสียงประกาศบนเครื่องแจ้งว่า

ผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เราได้พาท่านผู้โดยสารมาถึงสนามบินนานาชาติโตเกียวนาริตะเป็นที่เรียบร้อย ขณะนี้เป็นเวลา 10 นาฬิกา 35 นาที ตามเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่น เราขอแจ้งให้ท่านทราบว่าเราเดินทางมาถึงที่หมายก่อนเวลา 10 นาทีค่ะ

เราลงแตะพื้นสนามบินนาริตะ สนามบินที่เรียกได้ว่าคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มองออกไปเห็นเครื่องบินหลายสายการบินจอดเรียงราย และนั่นคือเครื่องที่พาเรามาจากกรุงเทพฯ สู่โตเกียว

เดินต่อไปตามทางเดินยาว ๆ ระหว่างเกท ได้เห็นเครื่องบินหลากหลายสัญชาติเรียงรายเต็มสายตา ก่อนจะผ่านจุดตรวจวัดอุณหภูมิ แล้วเข้าสู่ด่าน ตม. ญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นยังบังคับให้ต้องทำ VISIT JAPAN มาก่อน

ด่าน ตม. และศุลกากรผ่านไปแบบสบาย ๆ ไม่มีการถามอะไรเพิ่มเติม แม้จะมีเจ้าหน้าที่สุนัขออกมาดมกระเป๋าตรงศุลกากร แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย ให้ผ่านออกมาได้อย่างปลอดภัย

เน็กซ์ (NEX): ขบวนรถไฟด่วนที่พาเราเข้าโตเกียว

ภารกิจต่อไปคือการเข้าเมือง เราซื้อพาสรถไฟจากเว็บ JR EAST โดยตรง เป็น TOKYO WIDE PASS ใช้ได้ 3 วัน ขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัดในเขตโตเกียวและจังหวัดรอบข้าง รวมถึง

  • รถไฟชินคันเซ็นบางสาย

  • รถไฟด่วนแบบระบุที่นั่ง

แน่นอนว่าได้จองที่นั่งล่วงหน้ามาเรียบร้อยแล้วด้วย

พอลงมาถึงสถานีรถไฟใต้สนามบิน ก็เริ่มมองหาตู้แลกรถไฟ แต่หายังไงก็ไม่เจอ เหงื่อเริ่มซึมว่า ตูจะขึ้นรถยังไงดี อยู่ ๆ ก็เห็นป้าย JR EAST TRAVEL SERVICE CENTER เลยเดินเข้าไปต่อคิว ใช้วิธีโชว์เอกสารที่ปริ้นจากอีเมลให้พนักงานดูพร้อมพาสปอร์ต

พนักงานถามยืนยันเป็นภาษาอังกฤษนิดหน่อย ว่าจะเอาเที่ยวตามที่จองมานี้เลย ไม่แก้ไขอะไร จากนั้นก็ออก TOKYO WIDE PASS พร้อม Reserved Seat Ticket ตามที่เราจองไว้ จริง ๆ แล้วสามารถไปออกตั๋วเองที่เครื่องอัตโนมัติที่มีช่องวางพาสปอร์ตได้ แต่ตอนนั้นเราหาไม่เจอจริง ๆ

ด้วยความที่คิวค่อนข้างยาว ทำให้เวลาล่วงเลยไปจนเกือบถึงรอบรถไฟ ทั้ง ๆ ที่เราเผื่อเวลาไว้เกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว เลยต้องรีบลงไปซื้ออาหารกลางวันแบบด่วน ๆ จากเซเว่น มื้อนี้เลยเป็น ข้าวปั้นแพ็กแรกในญี่ปุ่น ตั้งแต่เหยียบแผ่นดิน

พื้นที่เก็บกระเป๋าบนเน็กซ์จะอยู่บริเวณทางเข้าออก มีที่ล็อกรหัสให้เรียบร้อย ส่วนที่นั่งมาตรฐานจัดแบบ 2-2 นั่งสบาย ดูโปรมาก

NEX: สายด่วนจากสนามบินสู่หัวใจโตเกียว

ได้ตั๋วเรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปยังชานชาลา ขึ้น Narita Express (NEX) รถไฟด่วนเชื่อมสนามบินนาริตะเข้ากลางเมืองโตเกียว วิ่งเชื่อมได้ทั้งโตเกียวและเมืองรอบ ๆ ถือว่าสะดวกมากสำหรับคนที่พักแถวสถานีเจอาร์ใหญ่ ๆ อย่าง

  • Tokyo

  • Shibuya

  • Shinjuku

  • Yokohama

  • Ōfuna

เพราะสามารถนั่งยาวไปถึงปลายทางแบบไม่ต้องเปลี่ยนรถ และที่สำคัญคือ รวมอยู่ใน TOKYO WIDE PASS แล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง ใช้ทีเดียวให้คุ้มสุด

บรรยากาศบน NEX เงียบ สะอาด นั่งไปหลับไป (เพราะไม่ได้หลับบนเครื่องเท่าไหร่) เรียกว่าแอบเปลี่ยนจากชมนิวเป็นหลับเอาแรงเล็กน้อย

สุดท้ายเราก็มาถึง ชินจุกุ จุดหมายแรกในโตเกียว ที่พักของเราจริง ๆ อยู่ย่านชินโอคุโบะ ด้วยความที่มีกระเป๋าใบใหญ่ เลยเลือกนั่งรถไฟสายยามาโนเตะต่ออีกหนึ่งป้ายไปลงสถานีชินโอคุโบะ ซึ่งก็สามารถใช้ TOKYO WIDE PASS ได้เหมือนเดิม

จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินไปถึงที่พัก ฝากกระเป๋าเอาไว้ แล้วเตรียมลุยเที่ยวโตเกียวต่อทันทีแบบไม่พัก

ตอนต่อไปมาดูกันว่า โซโล่ทริปโตเกียววันแรกในเมือง จะเริ่มต้นยังไงต่อ