หมามุ่ย เพื่อนร่วมทางของนักเดินป่า
ถ้าคุณชอบเดินป่า ลุยป่าเต็งรัง ป่าไผ่ หรือป่าเบญจพรรณของไทย มีโอกาสสูงมากที่คุณเคยเดินผ่าน “หมามุ่ย” แบบไม่รู้ตัว
เบื้องหลังขนเล็ก ๆ ที่ทำให้คันจนแทบบ้า คือเรื่องราวของพืชสมุนไพรโบราณที่ทั้ง ให้โทษแรง แต่ก็ให้คุณจัดเต็ม และยังเป็นหนึ่งในพืชพื้นถิ่นที่พบได้บ่อยในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังคงอุดมไปด้วยความหลากหลายของพืชท้องถิ่น
พืชเลื้อยผลเป็นฝัก ขนคันแต่เยียวยาคน

หมามุ่ยเป็นไม้เถาเลื้อยที่พบได้ง่ายในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะบริเวณป่าเต็งรังหรือแนวไม้ไผ่
หากคุณสังเกตเห็นเถาไม้เลื้อยที่มีฝักยาว หุ้มด้วยขนสีน้ำตาลอมเหลือง นั่นแหละคือ “หมามุ่ย” พืชหน้าตาธรรมดาแต่แฝงด้วยทั้งพิษและคุณในต้นเดียวกัน
มันระคายผิว แต่กลับถูกใช้เป็นสมุนไพรช่วยคนมานานแล้ว
โฉมหน้าทางวิทย์ของหมามุ่ย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของหมามุ่ย
ชื่อวิทยาศาสตร์: Mucuna pruriens (L.) DC.
วงศ์: Leguminosae วงศ์ย่อย Papilionoideae
ลักษณะทั่วไป: เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว เลื้อยยาวได้ประมาณ 2–10 เมตร
ลำเถาและส่วนต่าง ๆ มีขนละเอียดปกคลุมหนาแน่น
ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ สีเขียวอมเทาเพราะมีขนขึ้นเต็มแผ่นใบ
เมื่อถึงฤดูดอก ช่วงประมาณเดือน พฤศจิกายนถึงมกราคม หมามุ่ยจะออกช่อดอกสีม่วงคล้ำ ห้อยระย้า ดูเด่นสะดุดตา
กลิ่นของดอกหมามุ่ยออกแนวคล้ายถั่วหมัก แม้อาจไม่ถูกใจคน แต่กลับดึงดูดแมลงผสมเกสรได้ดี
ผลของหมามุ่ยอยู่ในรูปแบบฝัก ขอบขนาน ปลายฝักโค้งงอ มีขนแข็งละเอียดปกคลุมแน่นคล้ายเส้นไหม ซึ่งนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ “ความคัน” ที่นักเดินป่าคุ้นเคยกันดี

ขนหมามุ่ย ทำไมคันจนทนแทบไม่ไหว?
อันตรายจากขนหมามุ่ยไม่ควรมองข้าม
ขนที่ปกคลุมฝักหมามุ่ยมีสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังอย่างรุนแรง เมื่อขนหลุดปลิวมาติดหรือถูกเสียดสีกับผิวหนัง สามารถทำให้เกิดอาการ:
คันมากแบบหยุดเกาไม่ได้
แสบร้อนผิว
มีผื่นแดงหรือบวมร่วมด้วยบางราย
การสัมผัสโดยตรง โดยเฉพาะการจับ ดึง หรือเด็ดฝักโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน อาจทำให้ปวดแสบปวดร้อนอยู่นาน จึงควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง
หากเจอหมามุ่ยระหว่างเดินป่า แค่ยืนมองและถ่ายรูปจากระยะปลอดภัยก็พอ ไม่จำเป็นต้องลองของด้วยการจับเล่น
ด้านมืดคือพิษ ด้านสว่างคือยา
แม้หมามุ่ยจะสร้างความทรมานให้ผิวหนัง แต่ในโลกสมุนไพร มันกลับถูกจัดเป็นพืชที่มีสรรพคุณหลากหลาย และถูกใช้มาช้านาน
ส่วนต่าง ๆ ของหมามุ่ยและสรรพคุณทางยา
เมล็ดหมามุ่ย
ใช้ในตำรับยาไทยเพื่อ:ช่วยลดไข้
ขับปัสสาวะ
บำรุงระบบประสาท
กระตุ้นสมรรถภาพทางเพศชาย
รากหมามุ่ย
มีฤทธิ์ขับปัสสาวะแรง เมื่อนำมาใช้ร่วมกับรากมะเขือขื่น ยังช่วย บรรเทาอาการไอ ตามตำราพื้นบ้านบางพื้นที่ใบหมามุ่ย
นิยมนำมาตำหรือบดพอกแผล เพื่อช่วย ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการระคายเคืองเฉพาะที่ขนจากฝักหมามุ่ย
แม้จะเป็นตัวการของอาการคัน แต่บางตำรับยาพื้นบ้านกลับนำขนนี้มาใช้ในปริมาณน้อยมาก เพื่อ กระตุ้นระบบประสาทและการไหลเวียนโลหิต โดยต้องอาศัยความรู้และความชำนาญสูง ไม่เหมาะกับการลองใช้เองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

หมามุ่ยในระบบนิเวศป่าไทย
ในมุมของธรรมชาติ หมามุ่ยไม่ได้มีบทบาทแค่ทำคนคันหรือใช้เป็นยาเท่านั้น แต่มันยังเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ในระบบนิเวศของป่าไทย
หมามุ่ยมักขึ้นเองตาม:
ชายป่า
ป่าไผ่
พื้นที่โล่งในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ
ด้วยลักษณะเป็นไม้เลื้อย หมามุ่ยช่วย:
ยึดเกาะหน้าดิน ลดการชะล้างของดินในพื้นที่ลาดเอียง
ให้ร่มเงาและเป็นที่พึ่งพิงของไม้พื้นล่างและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
มันจึงไม่ใช่แค่พืช “สร้างความคัน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าที่ช่วยพยุงสมดุลชีวิตอื่น ๆ อยู่เงียบ ๆ
สรุปสำหรับสายเดินป่าและเทรคกิ้ง
สำหรับคนรักการเดินป่า การรู้จักหมามุ่ยไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ แต่เป็นเรื่องของ ความปลอดภัยและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ
จำง่าย ๆ สำหรับเวลาเจอหมามุ่ยในป่า
อย่าใช้มือเปล่าจับฝักหรือขน
หลีกเลี่ยงการสั่นหรือสะบัดเถา เพราะขนอาจปลิวมาติดผิว
ถ้าเผลอโดนแล้วรู้สึกคันและแสบ ควรหลีกเลี่ยงการเกา และรีบทำความสะอาดผิวด้วยน้ำสะอาด
หมามุ่ยคือพืชที่ย้ำให้เราเห็นว่า ในป่าเดียวกัน สิ่งที่สร้างความทรมานให้เราได้ ก็อาจเป็นสิ่งที่เยียวยาเราได้เช่นกัน เพียงแค่ต้องรู้จัก ระวังให้เป็น และใช้ให้ถูก

