รับแอปรับแอป

เตือนนักเดินป่า! รู้จัก “หมามุ่ย” ตัวร้ายขนคัน แต่สรรพคุณไม่ธรรมดา

สุภาวดี นุ่มนวล01-30

หมามุ่ย เพื่อนร่วมทางของนักเดินป่า

ถ้าคุณชอบเดินป่า ลุยป่าเต็งรัง ป่าไผ่ หรือป่าเบญจพรรณของไทย มีโอกาสสูงมากที่คุณเคยเดินผ่าน “หมามุ่ย” แบบไม่รู้ตัว

เบื้องหลังขนเล็ก ๆ ที่ทำให้คันจนแทบบ้า คือเรื่องราวของพืชสมุนไพรโบราณที่ทั้ง ให้โทษแรง แต่ก็ให้คุณจัดเต็ม และยังเป็นหนึ่งในพืชพื้นถิ่นที่พบได้บ่อยในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังคงอุดมไปด้วยความหลากหลายของพืชท้องถิ่น

พืชเลื้อยผลเป็นฝัก ขนคันแต่เยียวยาคน

หมามุ่ยเป็นไม้เถาเลื้อยที่พบได้ง่ายในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะบริเวณป่าเต็งรังหรือแนวไม้ไผ่

หากคุณสังเกตเห็นเถาไม้เลื้อยที่มีฝักยาว หุ้มด้วยขนสีน้ำตาลอมเหลือง นั่นแหละคือ “หมามุ่ย” พืชหน้าตาธรรมดาแต่แฝงด้วยทั้งพิษและคุณในต้นเดียวกัน

มันระคายผิว แต่กลับถูกใช้เป็นสมุนไพรช่วยคนมานานแล้ว

โฉมหน้าทางวิทย์ของหมามุ่ย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของหมามุ่ย

  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Mucuna pruriens (L.) DC.

  • วงศ์: Leguminosae วงศ์ย่อย Papilionoideae

  • ลักษณะทั่วไป: เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว เลื้อยยาวได้ประมาณ 2–10 เมตร

  • ลำเถาและส่วนต่าง ๆ มีขนละเอียดปกคลุมหนาแน่น

  • ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ สีเขียวอมเทาเพราะมีขนขึ้นเต็มแผ่นใบ

เมื่อถึงฤดูดอก ช่วงประมาณเดือน พฤศจิกายนถึงมกราคม หมามุ่ยจะออกช่อดอกสีม่วงคล้ำ ห้อยระย้า ดูเด่นสะดุดตา

กลิ่นของดอกหมามุ่ยออกแนวคล้ายถั่วหมัก แม้อาจไม่ถูกใจคน แต่กลับดึงดูดแมลงผสมเกสรได้ดี

ผลของหมามุ่ยอยู่ในรูปแบบฝัก ขอบขนาน ปลายฝักโค้งงอ มีขนแข็งละเอียดปกคลุมแน่นคล้ายเส้นไหม ซึ่งนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ “ความคัน” ที่นักเดินป่าคุ้นเคยกันดี

ขนหมามุ่ย ทำไมคันจนทนแทบไม่ไหว?

อันตรายจากขนหมามุ่ยไม่ควรมองข้าม

ขนที่ปกคลุมฝักหมามุ่ยมีสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังอย่างรุนแรง เมื่อขนหลุดปลิวมาติดหรือถูกเสียดสีกับผิวหนัง สามารถทำให้เกิดอาการ:

  • คันมากแบบหยุดเกาไม่ได้

  • แสบร้อนผิว

  • มีผื่นแดงหรือบวมร่วมด้วยบางราย

การสัมผัสโดยตรง โดยเฉพาะการจับ ดึง หรือเด็ดฝักโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน อาจทำให้ปวดแสบปวดร้อนอยู่นาน จึงควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง

หากเจอหมามุ่ยระหว่างเดินป่า แค่ยืนมองและถ่ายรูปจากระยะปลอดภัยก็พอ ไม่จำเป็นต้องลองของด้วยการจับเล่น

ด้านมืดคือพิษ ด้านสว่างคือยา

แม้หมามุ่ยจะสร้างความทรมานให้ผิวหนัง แต่ในโลกสมุนไพร มันกลับถูกจัดเป็นพืชที่มีสรรพคุณหลากหลาย และถูกใช้มาช้านาน

ส่วนต่าง ๆ ของหมามุ่ยและสรรพคุณทางยา

  • เมล็ดหมามุ่ย
    ใช้ในตำรับยาไทยเพื่อ:

    • ช่วยลดไข้

    • ขับปัสสาวะ

    • บำรุงระบบประสาท

    • กระตุ้นสมรรถภาพทางเพศชาย

  • รากหมามุ่ย
    มีฤทธิ์ขับปัสสาวะแรง เมื่อนำมาใช้ร่วมกับรากมะเขือขื่น ยังช่วย บรรเทาอาการไอ ตามตำราพื้นบ้านบางพื้นที่

  • ใบหมามุ่ย
    นิยมนำมาตำหรือบดพอกแผล เพื่อช่วย ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการระคายเคืองเฉพาะที่

  • ขนจากฝักหมามุ่ย
    แม้จะเป็นตัวการของอาการคัน แต่บางตำรับยาพื้นบ้านกลับนำขนนี้มาใช้ในปริมาณน้อยมาก เพื่อ กระตุ้นระบบประสาทและการไหลเวียนโลหิต โดยต้องอาศัยความรู้และความชำนาญสูง ไม่เหมาะกับการลองใช้เองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

หมามุ่ยในระบบนิเวศป่าไทย

ในมุมของธรรมชาติ หมามุ่ยไม่ได้มีบทบาทแค่ทำคนคันหรือใช้เป็นยาเท่านั้น แต่มันยังเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ในระบบนิเวศของป่าไทย

หมามุ่ยมักขึ้นเองตาม:

  • ชายป่า

  • ป่าไผ่

  • พื้นที่โล่งในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ

ด้วยลักษณะเป็นไม้เลื้อย หมามุ่ยช่วย:

  • ยึดเกาะหน้าดิน ลดการชะล้างของดินในพื้นที่ลาดเอียง

  • ให้ร่มเงาและเป็นที่พึ่งพิงของไม้พื้นล่างและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

มันจึงไม่ใช่แค่พืช “สร้างความคัน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าที่ช่วยพยุงสมดุลชีวิตอื่น ๆ อยู่เงียบ ๆ

สรุปสำหรับสายเดินป่าและเทรคกิ้ง

สำหรับคนรักการเดินป่า การรู้จักหมามุ่ยไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ แต่เป็นเรื่องของ ความปลอดภัยและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ

จำง่าย ๆ สำหรับเวลาเจอหมามุ่ยในป่า

  • อย่าใช้มือเปล่าจับฝักหรือขน

  • หลีกเลี่ยงการสั่นหรือสะบัดเถา เพราะขนอาจปลิวมาติดผิว

  • ถ้าเผลอโดนแล้วรู้สึกคันและแสบ ควรหลีกเลี่ยงการเกา และรีบทำความสะอาดผิวด้วยน้ำสะอาด

หมามุ่ยคือพืชที่ย้ำให้เราเห็นว่า ในป่าเดียวกัน สิ่งที่สร้างความทรมานให้เราได้ ก็อาจเป็นสิ่งที่เยียวยาเราได้เช่นกัน เพียงแค่ต้องรู้จัก ระวังให้เป็น และใช้ให้ถูก