กอลมาร์ เมืองเล็กๆ ที่เดินทีเดียวเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย
กอลมาร์ (Colmar) คือเมืองเล็กน่ารักในแคว้นแกรนด์เอสต์ (Grand Est) หรืออัลซาส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ติดชายแดนเยอรมนีพอดี ๆ ทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์ผสมกันทั้งกลิ่นอายฝรั่งเศสและเยอรมันในที่เดียว
บ้านไม้สีสดใสที่เรียงตัวริมคลอง ถนนหินเล็กๆ ที่แอบซ่อนมุมสวยไว้ทุกซอก ซ้อนทับด้วยบรรยากาศยุโรปยุคกลางแบบจัดเต็ม เลยไม่แปลกที่กอลมาร์จะได้ฉายา “เมืองในเทพนิยาย” และ “ลิตเติลเวนิซแห่งอัลซาส” จนใครๆ ก็อยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง
เมืองนี้มีการบันทึกชื่อครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ในจดหมายเหตุของคาร์โลแมน ต่อมาในปี 1226 กอล์มาร์ได้รับสถานะเป็นเมืองจักรวรรดิจากจักรพรรดิ Frederick II และได้สิทธิพลเมืองเท่าเทียมในปี 1278 เส้นทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ก็ไม่ธรรมดา เคยอยู่ภายใต้การปกครองของสวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี แล้วค่อยๆ กลับมาเป็นฝรั่งเศสอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
ด้วยความผสมผสานของวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ทำให้โวลแตร์เคยกล่าวถึงกอล์มาร์ว่าเป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเยอรมันและฝรั่งเศสแบบหาได้ยาก

ไฮไลต์ห้ามพลาดในกอล์มาร์
ถ้ามีเวลาหนึ่งวันเดินเที่ยวในเมืองกอล์มาร์ ลองเช็กไฮไลต์เหล่านี้ให้ครบ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมคนถึงตกหลุมรักเมืองนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้น
1. La Petite Venise (Little Venice)
ย่านริมคลองด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง จุดนี้คือมุมมหาชนของกอล์มาร์ บ้านสีพาสเทลและโทนสดใสเรียงรายตามแนวคลอง Lauch มุมถ่ายรูปคือเยอะจนเลือกไม่ถูก แถมบรรยากาศยังโรแมนติกมาก เหมาะทั้งเดินเล่นชิลๆ หรือมานั่งมองน้ำเพลินๆ2. Unterlinden Museum
พิพิธภัณฑ์ที่ดัดแปลงจากอดีตวิหารโดมินิกัน ภายในเก็บงานศิลปะตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคใหม่ ไฮไลต์สำคัญคือผลงาน “Isenheim Altarpiece” ของ Grünewald ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง3. Église Saint‑Martin (Martinsmünster)
โบสถ์กอธิกขนาดใหญ่กลางเมือง ตัวโครงสร้างสร้างระหว่างปี 1234–1365 ความสูงกว่า 71 เมตรทำให้มองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง ทั้งภายนอกและภายในเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนประวัติศาสตร์และความศรัทธาในยุคก่อนอย่างงดงาม4. Musée Bartholdi
บ้านเกิดของ Auguste Bartholdi ศิลปินผู้ออกแบบรูปปั้นเทพีเสรีภาพ ที่นี่จัดแสดงทั้งเรื่องราวชีวิตและผลงานต้นแบบของเขา ใครที่ชอบงานประติมากรรมจะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของสัญลักษณ์สำคัญระดับโลก5. Koïfhus (Ancient Customs House)
อาคารเก่ากลางเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและศุลกากร จุดเด่นคือรายละเอียดสถาปัตยกรรมแบบอัลซาสที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ครบ เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาถ่ายรูปและซึมซับบรรยากาศเมืองเก่า6. ตลาด Covered Market (Marché couvert)
ตลาดในอาคารสไตล์ยุค 1800 ที่ยังคงวิถีชีวิตท้องถิ่นเอาไว้อย่างมีเสน่ห์ ที่นี่คุณจะได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองของอัลซาส ผัก ผลไม้ ชีส และผลิตภัณฑ์ทำมือ บรรยากาศโลคัลแบบแท้ๆ ที่ช่วยทำให้ภาพของกอล์มาร์สมบูรณ์มากขึ้น


บรรยากาศเดินเที่ยว & กิจกรรมที่ควรลอง
กอล์มาร์เป็นเมืองเล็กก็จริง แต่รายละเอียดแน่นมาก แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ทั้งวัน เดินแบบไม่ต้องเร่ง จะสนุกที่สุด
เดินชมเมืองแบบสโลว์ไลฟ์
เมืองนี้เหมาะกับการเดินมากๆ ซอยเล็ก จัตุรัสกลางเมือง และมุมเงียบริมคลอง ล้วนเต็มไปด้วยรายละเอียด ไม่ว่าจะเดินแบบมีแผน หรือเดินหลงเล่นๆ ก็รับรองว่าจะได้รูปสวยกลับไปเต็มเครื่องล่องเรือไม้ชม Little Venice
ถ้าอยากเปลี่ยนมุมมองกอล์มาร์ ลองล่องเรือไม้ไปตามคลองของย่าน Little Venice คุณจะได้เห็นบ้านสีหวานและสะพานเล็กๆ จากระดับสายตาที่ต่างออกไป อารมณ์เหมือนย้อนเวลากลับไปยุคกลางแบบไม่ต้องพึ่งจินตนาการเยอะงานเทศกาลคริสต์มาส
ใครชอบตลาดคริสต์มาสต้องจดกอล์มาร์ไว้ในลิสต์ ช่วงปลายพฤศจิกายนถึงกลางธันวาคม เมืองทั้งเมืองจะถูกประดับไฟแบบจัดเต็ม มีตลาดคริสต์มาสหลายจุด บูธของฝากและงานแฮนด์เมดแบบดั้งเดิม บรรยากาศอบอุ่นทั้งแสงไฟและกลิ่นขนมอุ่น ๆ กลางอากาศหนาว




ทริปสายเดินเที่ยว: ทำไมกอล์มาร์ถึงควรอยู่ในลิสต์
กอล์มาร์อาจเป็นแค่เมืองเล็ก ๆ บนแผนที่ แต่สำหรับคนที่ชอบเดินเที่ยวในเมืองที่มีคาแรกเตอร์ชัดๆ ที่นี่คือสวรรค์
เมืองอยู่บนเส้นทางไวน์ของอัลซาส บรรยากาศรอบๆ จึงเขียวสวยและโรแมนติกเป็นพิเศษ
สามารถเดินทางมาง่ายจากสตราสบูร์ก ทำเป็นเดย์ทริปก็ได้ หรือค้างคืนสัก 1–2 คืนจะยิ่งอินกับบรรยากาศมากขึ้น
ถ้ามาได้ ลองเก็บทั้งช่วงหน้าร้อนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ และช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยแสงไฟ จะได้เห็นสองอารมณ์ที่ต่างกัน แต่สวยไม่แพ้กันเลย
ถ้าคุณชอบเมืองเล็ก เดินเล่นได้ทั่ว ถ่ายรูปแล้วไม่ต้องแต่งเยอะ กอล์มาร์คือเมืองที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

