ZestBuy

หนังสือเล่มกับ E-book จำเป็นต่างกันอย่างไร

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-14
ความสนใจอ่านหนังสือ

หนังสือเล่ม vs E-book ในยุคอ่านออนไลน์นำหน้า

พฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนไป: จากกระดาษสู่หน้าจอ

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยและงานสำรวจที่เกี่ยวข้อง ภาพรวมที่ชัดเจนคือ คนไทยอ่านมากขึ้น แต่ย้ายเวลาอ่านไปอยู่บนออนไลน์

  • ปี 2018 คนไทยอ่านเฉลี่ยราว 80–93 นาที/วัน และเพิ่มขึ้นเป็น 93 นาที/วันในปี 2024

  • แต่เวลาที่ใช้กับการอ่านออนไลน์ มากกว่าหนังสือเล่มถึง 100.7 นาที

  • การอ่านออนไลน์รวมทั้ง หนังสือพิมพ์ออนไลน์ นิยายออนไลน์ และ หนังสือดิจิทัล (E-book)

ในเชิงสัดส่วนคนอ่านรูปแบบต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปชัดเจน

  • ผู้อ่านหนังสือเล่มลดจาก 98% (ปี 2019) เหลือ 81% (ปี 2024)

  • ผู้อ่าน E-book เพิ่มจาก 22% เป็น 33% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ข้อมูลอีกชุดหนึ่งสะท้อนว่าในภาพรวมคนไทยใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 159 นาทีต่อวัน แบ่งเป็น

  • อ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย/มือถือ) 100 นาที/วัน

  • อ่านหนังสือกระดาษ 59 นาที/วัน

แม้พฤติกรรมจะเทไปทางออนไลน์ แต่หนังสือเล่มยังไม่หายไป เพียงแค่ต้องแชร์พื้นที่ให้ E-book มากขึ้น และถูกตั้งคำถามเรื่อง “ความจำเป็น” ในยุคที่ทุกอย่างอ่านได้จากหน้าจอ

เปรียบเทียบประสบการณ์: หนังสือเล่ม vs E-book

1 ประสบการณ์การอ่านและอารมณ์

หนังสือเล่ม

  • ให้ความรู้สึกพิเศษและเป็นส่วนตัว หลายคนรู้สึกว่า “ผูกสัมพันธ์” กับหนังสือได้มากกว่า

  • การจับเล่ม การเปิดหน้ากระดาษ กลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ ถูกบรรยายว่าเป็นความสนุก ผ่อนคลาย และบางคนถึงขั้นชอบสะสมหนังสือเป็นของที่ระลึก

  • นักวิจัย (ตามบทความอ้างอิง) ชี้ว่า การอ่านจากกระดาษช่วยให้ เข้าใจและจดจำข้อมูลได้ลึกกว่า เพราะการพลิกหน้าและสัมผัสเล่มหนังสือช่วยให้สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ดี

  • การอ่านเล่มยังช่วยให้ “หลุด” จากโลกดิจิทัล ลดการถูกรบกวนจากการแจ้งเตือน

E-book

  • เด่นเรื่อง ความสะดวกและยืดหยุ่น สามารถพกหนังสือจำนวนมากไว้ในอุปกรณ์เดียว

  • ปรับขนาดตัวอักษรได้ เลือกสไตล์การแสดงผลให้เหมาะกับสายตาและความชอบ

  • อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า ความผูกพันกับหนังสือน้อยกว่า รู้สึกเหมือนอ่านบนแท็บเล็ตหรือมือถือมากกว่าการอ่าน “หนังสือ” จริง ๆ

2 สุขภาพตาและสมาธิ

หนังสือเล่ม

  • ไม่ใช้แสงสีฟ้าเหมือนหน้าจอ จึงช่วยลดอาการตาล้า แสบตา เมื่ออ่านเป็นเวลานาน

  • การอ่านกระดาษ ลดสิ่งรบกวนจากหน้าจอและการแจ้งเตือน ช่วยให้มีสมาธิกับเนื้อหาได้ดีขึ้น

E-book

  • หากอ่านผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต แสงจากหน้าจออาจทำให้ ตาล้า และกระทบการนอนหลับ ได้หากใช้นาน

  • แต่ถ้าใช้อุปกรณ์เฉพาะอย่าง E-reader ที่ออกแบบหน้าจอให้คล้ายกระดาษ ก็ช่วยลดปัญหานี้ได้ในระดับหนึ่ง (ตามข้อมูลระบุเพียงว่ามีหน้าจอคล้ายสีของกระดาษ และใช้เพื่ออ่านโดยเฉพาะ)

3 ความสะดวก พกพา และการใช้งาน

หนังสือเล่ม

  • มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก โดยเฉพาะเวลาต้องพกหลายเล่ม

  • ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บ และเสียเวลาในการค้นหาหนังสือแต่ละเล่ม

E-book

  • พกพาง่ายมาก เก็บหนังสือได้หลายร้อยถึงพันเล่มในอุปกรณ์เดียว

  • ซื้อและดาวน์โหลดได้ทันที ไม่ต้องรอจัดส่ง

  • มีฟังก์ชันช่วยอ่าน เช่น ค้นหาคำ ไฮไลต์ จดโน้ต ปรับฟอนต์ ซึ่งหนังสือเล่มไม่สามารถทำได้ในลักษณะเดียวกัน

  • แต่ต้องพึ่งพา อุปกรณ์และแบตเตอรี่ หากแบตหมดก็อ่านต่อไม่ได้

ต้นทุน ราคา และมุมมองด้านสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนชัดว่า ราคา คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนหันมาอ่าน E-book เพิ่ม

  • E-book ราคาถูกกว่าหนังสือเล่มเฉลี่ยราว 27%

  • ต้นทุนการผลิตหนังสือเล่มเพิ่มขึ้นกว่า 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

  • ราคากลางหนังสือเล่มขยับจาก 230 บาท/เล่ม (ปี 2020) เป็นราว 290 บาทในปัจจุบัน หรือเพิ่มเฉลี่ย ปีละ 4.7%

ผลที่ตามมาคือ

  • ผู้บริโภคจำนวนหนึ่ง จำกัดการซื้อหนังสือเล่ม และหันไปเลือก E-book ที่เข้าถึงง่ายและถูกกว่า

  • ในมุมผู้บริโภค E-book จึงถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่า” กว่า

ในมิติสิ่งแวดล้อม แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ได้ลงตัวเลขเชิงลึก แต่บทความหนึ่งระบุว่า การผลิต E-book ช่วยลดการใช้กระดาษและทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อเทียบกับหนังสือเล่มที่ต้องใช้การผลิตและขนส่งเป็นรูปเล่ม

บทบาทของหนังสือเล่ม: การเรียนรู้ งาน และการสะสม

แม้สัดส่วนผู้อ่านหนังสือเล่มลดลง แต่บทความต่าง ๆ ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของรูปเล่ม โดยเฉพาะในด้านการเรียนรู้และจิตใจ

  • การอ่านจากกระดาษช่วยให้ สมาธิดีและเข้าใจลึกกว่า เหมาะกับการอ่านเนื้อหาที่ต้องใช้สมาธิ เช่น หนังสือเรียน หนังสือวิชาการ หรือเนื้อหาที่ต้องการจำระยะยาว

  • ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยยังมองหนังสือเล่มเป็น ของสะสม และส่วนหนึ่งของตัวตน การมี “ห้องสมุดส่วนตัว” จากหนังสือเล่ม กลายเป็นการสะท้อนรสนิยมและความสนใจของเจ้าของ

  • การจับเล่ม เปิดหน้า จดโน้ตบนกระดาษ และการไฮไลต์จริง ๆ ช่วยให้การเรียนและการอ้างอิงทำได้อย่างเป็นธรรมชาติในสายตาผู้อ่านบางกลุ่ม

ในห้องเรียนและย่านมหาวิทยาลัย ร้านหนังสือยังเลือกเน้น หนังสือเรียนและหนังสือวิชาการ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของนักศึกษาและบุคลากร ซึ่งเป็นสัญญาณว่าหนังสือเล่มยังคงมีบทบาทชัดเจนในโลกการศึกษา

การเติบโตของแพลตฟอร์ม E-book และพฤติกรรมผู้อ่านไทย

ข้อมูลต่าง ๆ สอดคล้องกันว่า E-book เติบโตต่อเนื่อง

  • สัดส่วนผู้อ่านอีบุ๊ค เพิ่มจาก 22% เป็น 33% ระหว่างปี 2019–2024

  • ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ระบุว่าอีบุ๊ค ในไทยช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยอย่างน้อยปีละ 5–6%

  • คนไทยใช้เวลาอ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์เฉลี่ย 100 นาที/วัน มากกว่าหนังสือเล่มที่ 59 นาที

ด้านเนื้อหายอดนิยม

  • ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ประเภทที่ขายดีสุดคือ การ์ตูนและนิยาย มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 40%

  • นิยายวายและนิยายสืบสวนเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูง

  • แนวพัฒนาตัวเอง หนังสือเรียน และหนังสือเด็กก็ยังติดอันดับ

ด้านพฤติกรรมนักอ่านดิจิทัล

  • นักอ่านนิยม “อ่านตามรีวิว” จาก อินฟลูเอนเซอร์และยูทูเบอร์ มากขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ

  • นักอ่านจำนวนมากติดตามคอนเทนต์สั้น กระชับ และฟรี เช่น TikTok หรือ Podcast ซึ่งแย่งทั้งเวลาและสมาธิจากการอ่านหนังสือเล่มและอีบุ๊ค

โอกาสของนักเขียนและสำนักพิมพ์ในโลกนี้คือ

  • การพัฒนาอีบุ๊คควบคู่กับฉบับพิมพ์

  • การเข้าถึงผู้อ่านผ่านช่องทางออนไลน์ รีวิว และคอนเทนต์รูปแบบใหม่ ๆ

(บทความอ้างอิงไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงกลยุทธ์มากกว่านี้ จึงสรุปได้เพียงในกรอบดังกล่าว)

เมื่อไหร่ควรอ่านหนังสือเล่ม เมื่อไหร่ควรอ่าน E-book

จากข้อดีข้อเสียที่ถูกรวบรวมในบทความต่าง ๆ สามารถสรุปแนวทางเลือกให้เหมาะกับตัวเองได้ดังนี้

เหมาะกับหนังสือเล่ม เมื่อ…

  • ต้องการ สมาธิสูง และลดสิ่งรบกวนจากหน้าจอ

  • อ่านเนื้อหาที่ต้องการ เข้าใจลึกและจำได้นาน เช่น วิชาการ หรือเนื้อหาหนัก ๆ

  • อยากได้ประสบการณ์การจับต้อง กลิ่นกระดาษ ความรู้สึกผ่อนคลายจากการพลิกหน้า

  • ต้องการเก็บหนังสือไว้เป็น ของสะสม หรือของที่ระลึก

เหมาะกับอีบุ๊คเมื่อ…

  • ต้องการ พกหนังสือหลายเล่มในที่เดียว เช่น เวลาเดินทาง หรือใช้ชีวิตเคลื่อนไหวตลอดวัน

  • ต้องการความ คุ้มค่าด้านราคา เพราะอีบุ๊คมักถูกกว่าหนังสือเล่มราว 27%

  • ต้องใช้ฟังก์ชันอย่างค้นคำ ไฮไลต์ หรือปรับตัวอักษรเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

  • ต้องการเข้าถึงหนังสือได้ ทันที ไม่ต้องรอจัดส่ง

หลายบทความเสนอร่วมกันว่า ทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดอาจไม่ใช่การ “เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” แต่เป็นการ ใช้ทั้งสองแบบควบคู่กัน เช่น

  • ใช้อีบุ๊คระหว่างเดินทาง หรืออ่านงานเบา ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องสะสม

  • ใช้หนังสือเล่มสำหรับอ่านลึก ๆ ก่อนนอน หรือเวลาต้องการพักสายตาจากหน้าจอ

ร้านหนังสือในยุคดิจิทัล: ปรับตัวท่ามกลางรายได้ที่หดตัว

พฤติกรรมคนอ่านที่หันไปอ่านออนไลน์ และราคาหนังสือเล่มที่สูงขึ้น ส่งผลตรงต่อธุรกิจร้านหนังสือ

  • จำนวนร้านหนังสือลดลงราว 12% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

  • รายได้ธุรกิจร้านหนังสือลดจาก 15,000 ล้านบาท (ปี 2018) เหลือ 10,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

  • คาดว่าในปี 2025 รายได้ร้านหนังสือจะลดลงต่ออีก 4.5% แต่การหดตัวนี้น้อยกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ที่เคยหดตัวเฉลี่ยถึง 14% ต่อปี

เพื่อลดแรงกระแทก ร้านหนังสือจำนวนมากเริ่มปรับตัวในหลายมิติ

  • ขยายช่องทางและสินค้า

    • เพิ่มการขายออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน

    • พัฒนาอีบุ๊คของตัวเอง

    • นำหนังสือเฉพาะกลุ่ม เช่น มังงะ มาวางขายเพื่อดึงดูดผู้อ่านใหม่

  • ตอบโจทย์พื้นที่และผู้อ่านเฉพาะกลุ่ม

    • แต่ละสาขาไม่ขายหนังสือเหมือนกันหมด แต่คัดเลือกตามความสนใจของลูกค้าในพื้นที่ เช่น สาขาใกล้มหาวิทยาลัยเน้นหนังสือวิชาการ

  • สร้างรายได้เสริม

    • เปิดคาเฟ่ พื้นที่นั่งอ่าน

    • ขายสินค้าไลฟ์สไตล์ ลดการพึ่งพารายได้จากการขายหนังสืออย่างเดียว

  • สร้างพื้นที่ชุมชน

    • จัดกิจกรรมพบปะนักเขียน เวิร์กชอป พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองจากหนังสือ

    • ทำให้ร้านมีบทบาทมากกว่า “ที่ขายหนังสือ” แต่เป็นพื้นที่เชื่อมผู้อ่านเข้าหากัน

อย่างไรก็ดี ธุรกิจร้านหนังสือยังเผชิญความเสี่ยงสำคัญ

  • ผู้อ่านรุ่นใหม่หันไปสนใจ คอนเทนต์สั้น ฟรี อย่าง TikTok และ Podcast

  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้ออ่อน และราคาหนังสือที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คนเลือก ลดงบซื้อหนังสือ

  • ความสนใจของผู้อ่านแตกออกเป็นกลุ่มเฉพาะ เช่น นิยายวาย นิยายจีนแฟนตาซี หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้ร้านที่ขาย “หนังสือทั่วไป” ดึงดูดลูกค้าได้ยากขึ้น

อนาคตของหนังสือเล่ม: หายไป หรือเปลี่ยนบทบาท?

จากข้อมูลที่มี หนังสือเล่มอาจไม่ได้ “หายไป” ในทันที แต่บทบาทกำลัง เปลี่ยนจากสิ่งจำเป็นเพียงทางเดียว ไปเป็นหนึ่งในหลายทางเลือก

แนวโน้มที่เห็นได้คือ

  • หนังสือเล่มยังคง สำคัญในด้านสมาธิ การจดจำ และประสบการณ์การอ่านเชิงลึก

  • อีบุ๊คเติบโตต่อเนื่อง ด้วยแรงหนุนจาก ราคา ความสะดวก และการเข้าถึง

  • ร้านหนังสือกำลังกลายเป็น พื้นที่ชุมชน และศูนย์กลางกิจกรรม มากกว่าที่ขายหนังสืออย่างเดียว

สำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

  • ผู้อ่าน สามารถใช้ทั้งหนังสือเล่มและอีบุ๊คให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

  • ผู้ปกครองและครู อาจใช้หนังสือเล่มในการฝึกสมาธิและการอ่านลึกให้เด็ก และใช้อีบุ๊คเป็นช่องทางเสริมเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านในโลกดิจิทัล

  • ผู้ประกอบการหนังสือ ต้องพัฒนาเนื้อหาในหลายรูปแบบ ใช้ช่องทางออนไลน์ และออกแบบประสบการณ์ในร้านให้ตอบโจทย์พฤติกรรมใหม่

สรุป: ความจำเป็นของหนังสือเล่มในวันนี้

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมด “ความจำเป็น” ของหนังสือเล่มในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ที่การแข่งกับอีบุ๊คว่าใครดีกว่าใคร แต่คือการ เติมเต็มซึ่งกันและกัน

  • หนังสือเล่มโดดเด่นเรื่อง สมาธิ ความเข้าใจลึก ประสบการณ์สัมผัส และคุณค่าทางจิตใจ

  • E-book เด่นเรื่อง ราคา ความสะดวก ความเร็วในการเข้าถึง และฟังก์ชันดิจิทัล

ในยุคที่คนไทยอ่านมากขึ้นแต่ย้ายไปอยู่บนออนไลน์ การรักษาหนังสือเล่มให้มีที่ยืน จึงไม่ใช่การดึงผู้อ่านออกจากหน้าจอทั้งหมด แต่คือการทำให้ผู้อ่านเห็นว่า ทั้งสองรูปแบบมีคุณค่าไม่เหมือนกัน และต่างก็จำเป็นในแบบของตัวเอง

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น