หนังสือเล่ม vs E-book ในยุคอ่านออนไลน์นำหน้า
พฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนไป: จากกระดาษสู่หน้าจอ
จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยและงานสำรวจที่เกี่ยวข้อง ภาพรวมที่ชัดเจนคือ คนไทยอ่านมากขึ้น แต่ย้ายเวลาอ่านไปอยู่บนออนไลน์
ปี 2018 คนไทยอ่านเฉลี่ยราว 80–93 นาที/วัน และเพิ่มขึ้นเป็น 93 นาที/วันในปี 2024
แต่เวลาที่ใช้กับการอ่านออนไลน์ มากกว่าหนังสือเล่มถึง 100.7 นาที
การอ่านออนไลน์รวมทั้ง หนังสือพิมพ์ออนไลน์ นิยายออนไลน์ และ หนังสือดิจิทัล (E-book)
ในเชิงสัดส่วนคนอ่านรูปแบบต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปชัดเจน
ผู้อ่านหนังสือเล่มลดจาก 98% (ปี 2019) เหลือ 81% (ปี 2024)
ผู้อ่าน E-book เพิ่มจาก 22% เป็น 33% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ข้อมูลอีกชุดหนึ่งสะท้อนว่าในภาพรวมคนไทยใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 159 นาทีต่อวัน แบ่งเป็น
อ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย/มือถือ) 100 นาที/วัน
อ่านหนังสือกระดาษ 59 นาที/วัน
แม้พฤติกรรมจะเทไปทางออนไลน์ แต่หนังสือเล่มยังไม่หายไป เพียงแค่ต้องแชร์พื้นที่ให้ E-book มากขึ้น และถูกตั้งคำถามเรื่อง “ความจำเป็น” ในยุคที่ทุกอย่างอ่านได้จากหน้าจอ

เปรียบเทียบประสบการณ์: หนังสือเล่ม vs E-book
1 ประสบการณ์การอ่านและอารมณ์
หนังสือเล่ม
ให้ความรู้สึกพิเศษและเป็นส่วนตัว หลายคนรู้สึกว่า “ผูกสัมพันธ์” กับหนังสือได้มากกว่า
การจับเล่ม การเปิดหน้ากระดาษ กลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ ถูกบรรยายว่าเป็นความสนุก ผ่อนคลาย และบางคนถึงขั้นชอบสะสมหนังสือเป็นของที่ระลึก
นักวิจัย (ตามบทความอ้างอิง) ชี้ว่า การอ่านจากกระดาษช่วยให้ เข้าใจและจดจำข้อมูลได้ลึกกว่า เพราะการพลิกหน้าและสัมผัสเล่มหนังสือช่วยให้สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ดี
การอ่านเล่มยังช่วยให้ “หลุด” จากโลกดิจิทัล ลดการถูกรบกวนจากการแจ้งเตือน
E-book
เด่นเรื่อง ความสะดวกและยืดหยุ่น สามารถพกหนังสือจำนวนมากไว้ในอุปกรณ์เดียว
ปรับขนาดตัวอักษรได้ เลือกสไตล์การแสดงผลให้เหมาะกับสายตาและความชอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า ความผูกพันกับหนังสือน้อยกว่า รู้สึกเหมือนอ่านบนแท็บเล็ตหรือมือถือมากกว่าการอ่าน “หนังสือ” จริง ๆ
2 สุขภาพตาและสมาธิ
หนังสือเล่ม
ไม่ใช้แสงสีฟ้าเหมือนหน้าจอ จึงช่วยลดอาการตาล้า แสบตา เมื่ออ่านเป็นเวลานาน
การอ่านกระดาษ ลดสิ่งรบกวนจากหน้าจอและการแจ้งเตือน ช่วยให้มีสมาธิกับเนื้อหาได้ดีขึ้น
E-book
หากอ่านผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต แสงจากหน้าจออาจทำให้ ตาล้า และกระทบการนอนหลับ ได้หากใช้นาน
แต่ถ้าใช้อุปกรณ์เฉพาะอย่าง E-reader ที่ออกแบบหน้าจอให้คล้ายกระดาษ ก็ช่วยลดปัญหานี้ได้ในระดับหนึ่ง (ตามข้อมูลระบุเพียงว่ามีหน้าจอคล้ายสีของกระดาษ และใช้เพื่ออ่านโดยเฉพาะ)
3 ความสะดวก พกพา และการใช้งาน
หนังสือเล่ม
มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก โดยเฉพาะเวลาต้องพกหลายเล่ม
ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บ และเสียเวลาในการค้นหาหนังสือแต่ละเล่ม
E-book
พกพาง่ายมาก เก็บหนังสือได้หลายร้อยถึงพันเล่มในอุปกรณ์เดียว
ซื้อและดาวน์โหลดได้ทันที ไม่ต้องรอจัดส่ง
มีฟังก์ชันช่วยอ่าน เช่น ค้นหาคำ ไฮไลต์ จดโน้ต ปรับฟอนต์ ซึ่งหนังสือเล่มไม่สามารถทำได้ในลักษณะเดียวกัน
แต่ต้องพึ่งพา อุปกรณ์และแบตเตอรี่ หากแบตหมดก็อ่านต่อไม่ได้
ต้นทุน ราคา และมุมมองด้านสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนชัดว่า ราคา คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนหันมาอ่าน E-book เพิ่ม
E-book ราคาถูกกว่าหนังสือเล่มเฉลี่ยราว 27%
ต้นทุนการผลิตหนังสือเล่มเพิ่มขึ้นกว่า 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ราคากลางหนังสือเล่มขยับจาก 230 บาท/เล่ม (ปี 2020) เป็นราว 290 บาทในปัจจุบัน หรือเพิ่มเฉลี่ย ปีละ 4.7%
ผลที่ตามมาคือ
ผู้บริโภคจำนวนหนึ่ง จำกัดการซื้อหนังสือเล่ม และหันไปเลือก E-book ที่เข้าถึงง่ายและถูกกว่า
ในมุมผู้บริโภค E-book จึงถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่า” กว่า
ในมิติสิ่งแวดล้อม แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ได้ลงตัวเลขเชิงลึก แต่บทความหนึ่งระบุว่า การผลิต E-book ช่วยลดการใช้กระดาษและทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อเทียบกับหนังสือเล่มที่ต้องใช้การผลิตและขนส่งเป็นรูปเล่ม
บทบาทของหนังสือเล่ม: การเรียนรู้ งาน และการสะสม
แม้สัดส่วนผู้อ่านหนังสือเล่มลดลง แต่บทความต่าง ๆ ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของรูปเล่ม โดยเฉพาะในด้านการเรียนรู้และจิตใจ
การอ่านจากกระดาษช่วยให้ สมาธิดีและเข้าใจลึกกว่า เหมาะกับการอ่านเนื้อหาที่ต้องใช้สมาธิ เช่น หนังสือเรียน หนังสือวิชาการ หรือเนื้อหาที่ต้องการจำระยะยาว
ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยยังมองหนังสือเล่มเป็น ของสะสม และส่วนหนึ่งของตัวตน การมี “ห้องสมุดส่วนตัว” จากหนังสือเล่ม กลายเป็นการสะท้อนรสนิยมและความสนใจของเจ้าของ
การจับเล่ม เปิดหน้า จดโน้ตบนกระดาษ และการไฮไลต์จริง ๆ ช่วยให้การเรียนและการอ้างอิงทำได้อย่างเป็นธรรมชาติในสายตาผู้อ่านบางกลุ่ม
ในห้องเรียนและย่านมหาวิทยาลัย ร้านหนังสือยังเลือกเน้น หนังสือเรียนและหนังสือวิชาการ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของนักศึกษาและบุคลากร ซึ่งเป็นสัญญาณว่าหนังสือเล่มยังคงมีบทบาทชัดเจนในโลกการศึกษา
การเติบโตของแพลตฟอร์ม E-book และพฤติกรรมผู้อ่านไทย
ข้อมูลต่าง ๆ สอดคล้องกันว่า E-book เติบโตต่อเนื่อง
สัดส่วนผู้อ่านอีบุ๊ค เพิ่มจาก 22% เป็น 33% ระหว่างปี 2019–2024
ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ระบุว่าอีบุ๊ค ในไทยช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยอย่างน้อยปีละ 5–6%
คนไทยใช้เวลาอ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์เฉลี่ย 100 นาที/วัน มากกว่าหนังสือเล่มที่ 59 นาที
ด้านเนื้อหายอดนิยม
ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ประเภทที่ขายดีสุดคือ การ์ตูนและนิยาย มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 40%
นิยายวายและนิยายสืบสวนเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูง
แนวพัฒนาตัวเอง หนังสือเรียน และหนังสือเด็กก็ยังติดอันดับ
ด้านพฤติกรรมนักอ่านดิจิทัล
นักอ่านนิยม “อ่านตามรีวิว” จาก อินฟลูเอนเซอร์และยูทูเบอร์ มากขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ
นักอ่านจำนวนมากติดตามคอนเทนต์สั้น กระชับ และฟรี เช่น TikTok หรือ Podcast ซึ่งแย่งทั้งเวลาและสมาธิจากการอ่านหนังสือเล่มและอีบุ๊ค
โอกาสของนักเขียนและสำนักพิมพ์ในโลกนี้คือ
การพัฒนาอีบุ๊คควบคู่กับฉบับพิมพ์
การเข้าถึงผู้อ่านผ่านช่องทางออนไลน์ รีวิว และคอนเทนต์รูปแบบใหม่ ๆ
(บทความอ้างอิงไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงกลยุทธ์มากกว่านี้ จึงสรุปได้เพียงในกรอบดังกล่าว)

เมื่อไหร่ควรอ่านหนังสือเล่ม เมื่อไหร่ควรอ่าน E-book
จากข้อดีข้อเสียที่ถูกรวบรวมในบทความต่าง ๆ สามารถสรุปแนวทางเลือกให้เหมาะกับตัวเองได้ดังนี้
เหมาะกับหนังสือเล่ม เมื่อ…
ต้องการ สมาธิสูง และลดสิ่งรบกวนจากหน้าจอ
อ่านเนื้อหาที่ต้องการ เข้าใจลึกและจำได้นาน เช่น วิชาการ หรือเนื้อหาหนัก ๆ
อยากได้ประสบการณ์การจับต้อง กลิ่นกระดาษ ความรู้สึกผ่อนคลายจากการพลิกหน้า
ต้องการเก็บหนังสือไว้เป็น ของสะสม หรือของที่ระลึก
เหมาะกับอีบุ๊คเมื่อ…
ต้องการ พกหนังสือหลายเล่มในที่เดียว เช่น เวลาเดินทาง หรือใช้ชีวิตเคลื่อนไหวตลอดวัน
ต้องการความ คุ้มค่าด้านราคา เพราะอีบุ๊คมักถูกกว่าหนังสือเล่มราว 27%
ต้องใช้ฟังก์ชันอย่างค้นคำ ไฮไลต์ หรือปรับตัวอักษรเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น
ต้องการเข้าถึงหนังสือได้ ทันที ไม่ต้องรอจัดส่ง
หลายบทความเสนอร่วมกันว่า ทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดอาจไม่ใช่การ “เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” แต่เป็นการ ใช้ทั้งสองแบบควบคู่กัน เช่น
ใช้อีบุ๊คระหว่างเดินทาง หรืออ่านงานเบา ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องสะสม
ใช้หนังสือเล่มสำหรับอ่านลึก ๆ ก่อนนอน หรือเวลาต้องการพักสายตาจากหน้าจอ
ร้านหนังสือในยุคดิจิทัล: ปรับตัวท่ามกลางรายได้ที่หดตัว
พฤติกรรมคนอ่านที่หันไปอ่านออนไลน์ และราคาหนังสือเล่มที่สูงขึ้น ส่งผลตรงต่อธุรกิจร้านหนังสือ
จำนวนร้านหนังสือลดลงราว 12% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
รายได้ธุรกิจร้านหนังสือลดจาก 15,000 ล้านบาท (ปี 2018) เหลือ 10,000 ล้านบาทในปัจจุบัน
คาดว่าในปี 2025 รายได้ร้านหนังสือจะลดลงต่ออีก 4.5% แต่การหดตัวนี้น้อยกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ที่เคยหดตัวเฉลี่ยถึง 14% ต่อปี
เพื่อลดแรงกระแทก ร้านหนังสือจำนวนมากเริ่มปรับตัวในหลายมิติ
ขยายช่องทางและสินค้า
เพิ่มการขายออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน
พัฒนาอีบุ๊คของตัวเอง
นำหนังสือเฉพาะกลุ่ม เช่น มังงะ มาวางขายเพื่อดึงดูดผู้อ่านใหม่
ตอบโจทย์พื้นที่และผู้อ่านเฉพาะกลุ่ม
แต่ละสาขาไม่ขายหนังสือเหมือนกันหมด แต่คัดเลือกตามความสนใจของลูกค้าในพื้นที่ เช่น สาขาใกล้มหาวิทยาลัยเน้นหนังสือวิชาการ
สร้างรายได้เสริม
เปิดคาเฟ่ พื้นที่นั่งอ่าน
ขายสินค้าไลฟ์สไตล์ ลดการพึ่งพารายได้จากการขายหนังสืออย่างเดียว
สร้างพื้นที่ชุมชน
จัดกิจกรรมพบปะนักเขียน เวิร์กชอป พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองจากหนังสือ
ทำให้ร้านมีบทบาทมากกว่า “ที่ขายหนังสือ” แต่เป็นพื้นที่เชื่อมผู้อ่านเข้าหากัน
อย่างไรก็ดี ธุรกิจร้านหนังสือยังเผชิญความเสี่ยงสำคัญ
ผู้อ่านรุ่นใหม่หันไปสนใจ คอนเทนต์สั้น ฟรี อย่าง TikTok และ Podcast
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้ออ่อน และราคาหนังสือที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คนเลือก ลดงบซื้อหนังสือ
ความสนใจของผู้อ่านแตกออกเป็นกลุ่มเฉพาะ เช่น นิยายวาย นิยายจีนแฟนตาซี หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้ร้านที่ขาย “หนังสือทั่วไป” ดึงดูดลูกค้าได้ยากขึ้น
อนาคตของหนังสือเล่ม: หายไป หรือเปลี่ยนบทบาท?
จากข้อมูลที่มี หนังสือเล่มอาจไม่ได้ “หายไป” ในทันที แต่บทบาทกำลัง เปลี่ยนจากสิ่งจำเป็นเพียงทางเดียว ไปเป็นหนึ่งในหลายทางเลือก
แนวโน้มที่เห็นได้คือ
หนังสือเล่มยังคง สำคัญในด้านสมาธิ การจดจำ และประสบการณ์การอ่านเชิงลึก
อีบุ๊คเติบโตต่อเนื่อง ด้วยแรงหนุนจาก ราคา ความสะดวก และการเข้าถึง
ร้านหนังสือกำลังกลายเป็น พื้นที่ชุมชน และศูนย์กลางกิจกรรม มากกว่าที่ขายหนังสืออย่างเดียว
สำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
ผู้อ่าน สามารถใช้ทั้งหนังสือเล่มและอีบุ๊คให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนในชีวิตประจำวัน
ผู้ปกครองและครู อาจใช้หนังสือเล่มในการฝึกสมาธิและการอ่านลึกให้เด็ก และใช้อีบุ๊คเป็นช่องทางเสริมเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านในโลกดิจิทัล
ผู้ประกอบการหนังสือ ต้องพัฒนาเนื้อหาในหลายรูปแบบ ใช้ช่องทางออนไลน์ และออกแบบประสบการณ์ในร้านให้ตอบโจทย์พฤติกรรมใหม่
สรุป: ความจำเป็นของหนังสือเล่มในวันนี้
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมด “ความจำเป็น” ของหนังสือเล่มในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ที่การแข่งกับอีบุ๊คว่าใครดีกว่าใคร แต่คือการ เติมเต็มซึ่งกันและกัน
หนังสือเล่มโดดเด่นเรื่อง สมาธิ ความเข้าใจลึก ประสบการณ์สัมผัส และคุณค่าทางจิตใจ
E-book เด่นเรื่อง ราคา ความสะดวก ความเร็วในการเข้าถึง และฟังก์ชันดิจิทัล
ในยุคที่คนไทยอ่านมากขึ้นแต่ย้ายไปอยู่บนออนไลน์ การรักษาหนังสือเล่มให้มีที่ยืน จึงไม่ใช่การดึงผู้อ่านออกจากหน้าจอทั้งหมด แต่คือการทำให้ผู้อ่านเห็นว่า ทั้งสองรูปแบบมีคุณค่าไม่เหมือนกัน และต่างก็จำเป็นในแบบของตัวเอง


ความคิดเห็น