ZestBuy

หนังจากเกม ทำไมหลายเรื่องไปไม่รอด? ผู้สร้าง Devil May Cry เผยเหตุผล

โปรไฟล์ WikWik05-14
ความสนใจมาริโอ

หนังจากเกม ไปไม่รอดเพราะอะไร? มุมมองจากผู้สร้าง Devil May Cry

กระแสของ หนังจากเกมDevil May Cry  และซีรีส์ที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังหลายผลงานเริ่มประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และกระแสตอบรับจากแฟน ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ถูกวิจารณ์ว่าทำออกมาได้ไม่ดี หรือไม่สามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของเกมต้นฉบับได้อย่างที่ควรจะเป็น

ล่าสุด Adi Shankar โปรดิวเซอร์และโชว์รันเนอร์ของแอนิเมชัน Devil May Cry ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมองว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลงานดัดแปลงหลายเรื่อง “ไปไม่รอด” มาจากการที่ทีมสร้างไม่เข้าใจตัวเกมต้นฉบับอย่างแท้จริง

ทำไมการดัดแปลงเกมถึงเป็นเรื่องยาก

แม้ปัจจุบันวงการภาพยนตร์และสตรีมมิงจะเริ่มให้ความสนใจกับวิดีโอเกมมากขึ้น แต่การนำเกมมาดัดแปลงยังคงเป็นความท้าทายที่ซับซ้อน

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ “เกม” และ “หนัง” เป็นสื่อที่แตกต่างกันโดยพื้นฐาน

ในเกม ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับเรื่องราวผ่านการควบคุมตัวละคร การตัดสินใจ และประสบการณ์ระหว่างเล่น ขณะที่ภาพยนตร์หรือซีรีส์เป็นการเล่าเรื่องแบบเส้นตรง ผู้ชมไม่มีอิสระในการมีส่วนร่วมเหมือนในเกม

เมื่อเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องโดยไม่เข้าใจแก่นของต้นฉบับ จึงทำให้หลายโปรเจกต์ดูฝืนหรือขาดเสน่ห์ที่แฟนเกมคุ้นเคย

มุมมองของ Adi Shankar ต่อวงการหนังจากเกม

Adi Shankar ให้สัมภาษณ์กับ GamesRadar+ ว่า แม้ตอนนี้จะมีการประกาศโปรเจกต์ดัดแปลงเกมจำนวนมาก แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะถูกสร้างจนเสร็จจริง

เขามองว่าการประกาศสร้างเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะกว่าจะกลายเป็นหนังหรือซีรีส์ที่สมบูรณ์ ยังต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งฝั่งผู้บริหาร นักลงทุน และเจ้าของลิขสิทธิ์

ที่สำคัญคือ หลายครั้งคนที่มีอำนาจตัดสินใจในโปรเจกต์เหล่านี้ อาจไม่ใช่คนที่เข้าใจหรือมีความผูกพันกับเกมต้นฉบับจริง ๆ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือผลงานบางเรื่องดูเหมือนสร้างขึ้นเพื่อเกาะกระแส มากกว่าจะเข้าใจสิ่งที่ทำให้เกมนั้นได้รับความนิยมตั้งแต่แรก

ปัญหาที่หนังหรือซีรีส์จากเกมมักเจอ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีตัวอย่างทั้งฝั่งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวอย่างชัดเจน

การเปลี่ยนเนื้อหามากเกินไป

บางโปรเจกต์พยายามดัดแปลงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด จนสูญเสียเอกลักษณ์ของเกมต้นฉบับ

แฟนเกมจำนวนมากจึงรู้สึกว่าผลงานเหล่านั้น “ใช้แค่ชื่อเกม” แต่ไม่ได้สะท้อนจิตวิญญาณจริง ๆ

เน้นตลาดมากกว่าตัวเกม

หลายครั้งโปรเจกต์ถูกผลักดันด้วยเหตุผลทางธุรกิจมากกว่าความเข้าใจในตัวเกม

ทำให้บท ตัวละคร หรือบรรยากาศถูกปรับเพื่อให้เข้าถึงคนทั่วไป แต่กลับทำให้แฟนเดิมรู้สึกห่างเหิน

ทีมสร้างไม่เข้าใจกลุ่มผู้เล่น

เกมแต่ละเกมมีวัฒนธรรมและฐานแฟนเฉพาะตัว หากทีมสร้างไม่เข้าใจว่าผู้เล่นรักอะไรในเกมนั้น ก็ยากที่จะสร้างผลงานที่ตอบโจทย์ทั้งแฟนเดิมและผู้ชมใหม่

ความสำเร็จของหนังจากเกมเริ่มเปลี่ยนภาพจำ

แม้จะมีความล้มเหลวจำนวนมาก แต่ช่วงหลังเริ่มมีตัวอย่างของผลงานที่ได้รับคำชมมากขึ้น

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ The Super Mario Bros. Movie ที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และกระแสตอบรับ

นอกจากนี้ยังมีซีรีส์หรือแอนิเมชันจากเกมอีกหลายเรื่องที่เริ่มพิสูจน์ว่า หากทีมสร้างเข้าใจต้นฉบับจริง ก็สามารถดึงดูดทั้งแฟนเกมและผู้ชมทั่วไปได้

กระแสนี้จึงทำให้หลายบริษัทเริ่มเร่งพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ ๆ จากเกมดัง

เกมดังหลายเรื่องกำลังถูกดัดแปลง

ปัจจุบันมีหลายโปรเจกต์ที่ถูกประกาศว่าจะถูกนำมาสร้างเป็นหนังหรือซีรีส์ เช่น

  • Helldivers 2

  • Metal Gear Solid

  • It Takes Two

  • Duke Nukem

อย่างไรก็ตาม การประกาศสร้างไม่ได้หมายความว่าโปรเจกต์จะเดินหน้าจนเสร็จสมบูรณ์เสมอไป

อย่างที่ Adi Shankar กล่าวไว้ ขั้นตอนการพัฒนาโปรเจกต์ระดับใหญ่มีความซับซ้อนสูง และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เลือกเดินอีกเส้นทาง

สำหรับแอนิเมชัน ทาง Adi Shankar ยืนยันว่าทีมงานพยายามหลีกเลี่ยงการ “ลอกเกมแบบตรงตัว”

แทนที่จะคัดลอกฉากหรือเนื้อเรื่องทั้งหมด ทีมสร้างเลือกเน้นการถ่ายทอด “จิตวิญญาณ” ของเกมมากกว่า

แนวคิดนี้หมายถึงการรักษาอารมณ์ คาแรกเตอร์ และบรรยากาศที่ทำให้แฟนเกมรู้สึกว่า “นี่คือ Devil May Cry” แม้รูปแบบการเล่าเรื่องจะถูกปรับให้เหมาะกับสื่อแอนิเมชันก็ตาม

วิธีคิดลักษณะนี้เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเป็นแนวทางที่สมดุลระหว่างการเคารพต้นฉบับและการสร้างผลงานใหม่ให้เหมาะกับผู้ชมวงกว้าง

มีอะไรน่าสนใจ

ล่าสุดเปิดฉายบน Netflix แล้ว โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่การเผชิญหน้าระหว่าง Dante และ Vergil ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์สำคัญที่สุดของซีรีส์

แฟนเกมจำนวนมากจับตาดูว่าซีซันใหม่จะสามารถรักษามาตรฐานและบรรยากาศ เอาไว้ได้มากแค่ไหน

โดยเฉพาะในด้านฉากแอ็คชัน คาแรกเตอร์ และโทนการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้

หนังจากเกมในอนาคตจะดีขึ้นหรือไม่

ปัจจุบันหลายสตูดิโอเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าการดัดแปลงเกมไม่ใช่แค่การนำชื่อดังมาสร้างเป็นหนัง

แต่ต้องเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นรักเกมนั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร โลกในเกม หรืออารมณ์ร่วมระหว่างเล่น

หากวงการยังเดินไปในทิศทางที่ให้ความสำคัญกับต้นฉบับมากขึ้น ก็มีโอกาสที่หนังและซีรีส์จากเกมในอนาคตจะได้รับการยอมรับมากกว่าเดิม

สรุป

แม้กระแสของ หนังจากเกม จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ความสำเร็จของแต่ละเรื่องยังขึ้นอยู่กับความเข้าใจในต้นฉบับเป็นสำคัญ

มุมมองของ Adi Shankar สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาหลักของผลงานหลายเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณหรือเทคนิคการสร้าง แต่คือการขาดคนที่เข้าใจ “หัวใจ” ของเกมจริง ๆ

ขณะที่ Devil May Cry เลือกใช้แนวทางถ่ายทอดจิตวิญญาณของเกมมากกว่าการลอกแบบตรงตัว ก็อาจกลายเป็นอีกตัวอย่างสำคัญว่าการดัดแปลงเกมสามารถทำออกมาให้เข้าถึงทั้งแฟนเดิมและผู้ชมใหม่ได้เช่นกัน

อ้างอิง https://www.online-station.net/movie/997887

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น