รับแอปรับแอป

ทาสแมวเตรียมตัว! เมื่อ "เศรษฐกิจแมว" กลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่ทุกธุรกิจต้องแย่งใจเจ้านายสี่ขา

ปฏิภาณ รุ่งเรือง02-01

แมวกำลังยึดครองโลก…ผ่านกำลังซื้อของทาสแมว

หรือจริงๆ แล้วแมวกำลังวางแผนครองโลก ด้วยอำนาจน่ารักและเสียงโก่งร้องตอนตีสาม?

งาน Pet Expo Thailand ที่จัดโดยบริษัท N.C.C. Management and Development (N.C.C.) ส่งสัญญาณชัดเจนว่า โลกของทาสหมาเริ่มต้องหลีกทางให้ทาสแมวบ้างแล้ว เพราะแม้จำนวนผู้เลี้ยงแมวจะยังตามหลังสุนัข แต่อัตราการเติบโตของการเลี้ยงแมวพุ่งแรงแบบเร่งเครื่อง

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ระหว่างปี 2021-2024 จำนวนคนเลี้ยงแมวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28% ต่อปี ขณะที่ฝั่งน้องหมาโตอยู่ที่ประมาณ 19% ต่อปี เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจของ CRC VoiceShare ยังพบว่า มูลค่าตลาดสินค้าสำหรับแมวครองสัดส่วนสูงสุดถึง 63% มากกว่าสินค้าสำหรับสุนัขเกือบสองเท่า เรียกได้ว่าเงินกำลังไหลไปลงชามข้าวของเจ้านายขนฟูแบบไม่เกรงใจใคร

ตัวเลขทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็นภาพใหญ่ของสิ่งที่เรียกว่า “เศรษฐกิจแมว” เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยขน น่ารัก และกระบะทราย ซึ่งถ้าได้รับการต่อยอดดีๆ ก็พร้อมจะสร้างรายได้หมุนเวียนจำนวนมหาศาลให้ทั้งผู้ประกอบการและธุรกิจรอบข้าง

เศรษฐกิจแมวไม่ได้มีแค่ทาส แต่โยงทั้งคอนโด โรงพยาบาล และธุรกิจอาหารสัตว์

เวลาพูดถึงแมว ภาพแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวคือเหล่า “ทาสแมว” ที่พร้อมเทเงินเดือนครึ่งหนึ่งไปกับอาหารเม็ด ทรายแมว ของเล่น ไม้ตกปลา และคอนโดแมวสูงชนฝ้า ทาสเหล่านี้คือกำลังซื้อหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแมวให้หมุนไม่หยุด

แต่เบื้องหลังแล้ว มีทั้งอุตสาหกรรมและธุรกิจอีกมากมายที่กำลังหมุนตามอิทธิพลของเจ้านายสี่ขาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น

  • คอนโดและอสังหาริมทรัพย์

  • โรงพยาบาลสัตว์

  • ผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยง

และนี่คือมุมมองของแต่ละกลุ่ม ที่เริ่มปรับตัวให้เข้ากับโลกที่แมวเป็นศูนย์กลางมากขึ้นทุกวัน

1. อสังหาริมทรัพย์: คอนโด Pet-friendly คือสนามรบใหม่ของผู้พัฒนา

ฝั่งอสังหาฯ เริ่มมองเห็นชัดว่า “ลูกบ้านยุคใหม่” ไม่ได้อยากมีลูกเท่าไหร่ แต่ยินดีมีแมวหรือหมาเป็นสมาชิกครอบครัวแทน เทรนด์ที่ไทยกำลังเผชิญนี้คล้ายกับที่เกิดในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ทีมงานจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งมองว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า การเลี้ยงสัตว์ในเมืองจะยิ่งบูมขึ้นไปอีก ใครที่อยากดึงดูดคนรุ่นใหม่ต้องเลิกทำคอนโดสไตล์ “ห้ามเลี้ยงสัตว์” แล้วหันมาออกแบบโครงการให้เป็น Pet-friendly อย่างจริงจัง

แนวคิดของคอนโดสายทาสแมวควรมีอะไรบ้าง?

  • ผนังห้องหนา เพื่อลดเสียงร้องเหมี๊ยวๆ กังวานไปถึงห้องข้างๆ

  • มีโซนเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง ให้เจ้าของพาไปเดินเล่นหรือเปลี่ยนบรรยากาศ

  • ใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุป้องกันรอยข่วนของเล็บแมว

  • สร้างสวนลอยฟ้าหรือพื้นที่กลางแจ้งให้สัตว์เลี้ยงออกกำลังกาย

ในตลาดที่ Supply คอนโดมีมากกว่า Demand อยู่แล้ว โปรเจกต์ที่ อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมคุณภาพดีและราคาจับต้องได้ มีโอกาสตอบโจทย์เจ้าของสัตว์เลี้ยงแทบจะเต็ม 100% โดยเฉพาะกลุ่มทาสแมวที่พร้อมย้ายที่อยู่เพื่อให้แมวอยู่สบายขึ้นโดยเฉพาะ

2. โรงพยาบาลสัตว์: จากรักษาเมื่อป่วย สู่การดูแลเชิงป้องกัน

แมวเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่ง ไม่บอก ไม่โวยวาย แต่ป่วยทีคือหนักเอาเรื่อง นี่คือเหตุผลที่โรงพยาบาลสัตว์หลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลแมวแบบเฉพาะทางมากขึ้น

ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์รายหนึ่งเล่าว่า แมวเป็นสัตว์ที่มีความเครียดสะสมได้ง่าย แต่เราอาจไม่ทันสังเกต เพราะพวกเขามักจะนิ่งๆ ไม่แสดงออก การออกแบบพื้นที่บริการจึงต้อง

  • แยกโซนแมวออกจากสัตว์ตัวอื่น

  • ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้แมวกลัวหรือเครียด

  • ให้บริการแบบเป็นสัดส่วน เพื่อให้เจ้านายรู้สึกปลอดภัย

ขณะเดียวกัน เจ้าของก็เข้าถึงข้อมูลสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น ทั้งจากโซเชียลมีเดียและชุมชนทาสแมว ทำให้คนเริ่มพาน้องไปตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ สัตว์เลี้ยงจึงมีโอกาสอายุยืนขึ้นกว่าเดิม

ทิศทางต่อไปของโรงพยาบาลสัตว์ คือการเน้น การดูแลเชิงป้องกัน มากกว่ารอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา เช่น

  • ตรวจยีนเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคในอนาคต

  • ประเมินปัญหาด้านการสืบพันธุ์

  • แยกจุดคัดกรองตามสายพันธุ์ เพราะแมวแต่ละสายพันธุ์มีโรคประจำตัวแตกต่างกัน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่การรักษาสัตว์เลี้ยง แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของแมวให้ใกล้เคียง “สมาชิกในครอบครัว” มากขึ้นเรื่อยๆ

3. ผู้ประกอบการอาหารสัตว์: เมื่ออาหารแมวต้องระดับ Human Grade

ฝั่งอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารแมว กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งในมิติของจำนวนประชากรแมวและค่าใช้จ่ายต่อหัวของแต่ละตัว

ผู้บริหารแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงรายหนึ่งเล่าว่า ตลาดนี้โตทุกปี และเทรนด์หลักที่มาแรงคือ Humanization หรือการมองสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นคนในบ้าน สิ่งที่มนุษย์อยากกิน อยากดูแลตัวเองแบบไหน ก็มักจะส่งต่อไปยังแมวแบบนั้นเช่นกัน

เทรนด์นี้สะท้อนออกมาเป็นสินค้าในหลายรูปแบบ เช่น

  • ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงระดับ Human Grade

  • นำเนื้อสดและวัตถุดิบธรรมชาติเข้ามาใช้มากขึ้น แทนอาหารแปรรูปอย่างเดียว

  • พัฒนาสูตรเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพ เช่น สูตรป้องกันก้อนขน หรือสูตรป้องกันนิ่ว

  • พัฒนารสชาติที่ฟังแล้วเหมือนเมนูคนกินเอง เช่น รสปู รสไก่ รสกุ้ง

  • เติมสารอาหารเสริมแบบเดียวกับที่คนต้องการ เช่น มัลติวิตามินหรืออาหารเสริมบำรุงหลายชนิด

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า ทาสแมวยุคใหม่ไม่ได้มองอาหารแมวเป็นเพียง “ของกินให้อิ่ม” แต่คือเครื่องมือในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเจ้านายสี่ขาอย่างจริงจัง

Cat Expo Thailand: มหกรรมที่ออกแบบมาเพื่อสายทาสแมวโดยเฉพาะ

เมื่อเศรษฐกิจแมวโตต่อเนื่อง ผู้จัดงานจึงตัดสินใจต่อยอดจาก Pet Expo Thailand ไปสู่การจัดงาน Cat Expo Thailand มหกรรมสินค้าและกิจกรรมที่โฟกัส “แมว” แบบเต็มตัว

งานนี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2025 โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่รวมทุกอย่างที่ทาสแมวต้องการ ทั้งสินค้า บริการ และกิจกรรมเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมว

ภายในงานจะมีทั้งโซนช้อปปิงและโซนสนุกสนานให้เลือกเดินแบบจุใจ เช่น

  • อาหารและขนมสำหรับแมว

  • ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและดูแลตัวขน

  • เสื้อผ้าและแอคเซสซอรีสำหรับแมวสายแฟชั่น

  • โรงแรมสัตว์เลี้ยงสำหรับทริปที่ไม่สามารถพาแมวไปด้วยได้

  • โรงพยาบาลสัตว์และบริการด้านสุขภาพ

  • เวชภัณฑ์และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงหลากหลาย

  • โซนเกมและกิจกรรมต่างๆ สำหรับแมวและเจ้าของ

บางกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อความหรรษาโดยเฉพาะ เช่น

  • เกมอุโมงค์หรรษาให้แมวได้วิ่งมุดเล่น

  • กิจกรรมเหมียวนักตบ สำหรับสายล่าและสายข่วน

  • กิจกรรมโยคะกับแมว เพื่อให้ทาสได้ยืดเส้นพร้อมเจ้านาย

  • กิจกรรมเหมียวหม่ำๆ สำหรับสายกิน

  • กิจกรรมเหมียวมุดถุง เอาใจแมวสายแอบและสายซน

  • การประกวดแมวลายพิเศษ

  • โครงการภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงสุดฮาประจำปี

ที่น่าสนใจคือ ภายในงานยังมีบริการให้เจ้าของพาแมวมาทำ ไมโครชิป ตามข้อกำหนดของกรุงเทพมหานคร เพียงเตรียม

  • บัตรประชาชนของผู้เลี้ยง

  • สำเนาทะเบียนบ้านที่เป็นที่อยู่ของแมว

ก็สามารถจัดการเรื่องไมโครชิปให้ถูกต้องตามกฎได้ในที่เดียว สะดวกทั้งแมว ทั้งทาส

พลังของเศรษฐกิจแมว: เล็กแค่ตัว แต่ขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรม

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า แมวตัวเล็กๆ หนึ่งตัว สามารถขยับเศรษฐกิจได้ไกลกว่าที่คิด จากแค่ซื้ออาหารและทรายแมว กลายเป็นแรงผลักให้ธุรกิจหลายประเภทต้องปรับตัว ตั้งแต่คอนโดที่ต้องออกแบบใหม่ ไปจนถึงโรงพยาบาลสัตว์และผู้ผลิตอาหารที่ต้องยกระดับมาตรฐาน

เศรษฐกิจแมวไม่ใช่เรื่องน่ารักเล่นๆ อีกต่อไป แต่คือเศรษฐกิจจริงที่มีเงินสะพัดมหาศาล

ในฐานะผู้เลี้ยง สิ่งสำคัญคือการไม่ลืมว่า ทุกบาทที่ใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ผลต่อธุรกิจ แต่ยังสะท้อน “ความรับผิดชอบ” ต่อชีวิตเล็กๆ ที่เราเลือกพามาอยู่ด้วยกัน

หากทุกคนดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองอย่างดี ไม่ทอดทิ้ง และสนับสนุนธุรกิจที่มีจริยธรรม ใส่ใจคุณภาพชีวิตของสัตว์ เศรษฐกิจแมวจะไม่เพียงเติบโตอย่างแข็งแรง แต่ยังช่วยยกระดับทั้งอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงให้ดีขึ้นไปพร้อมกันด้วย

ทาสแมวอาจตัวเล็ก แต่เมื่อรวมพลังกันแล้ว ก็ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่ง… โลกนี้อาจหมุนตามเสียงเหมียวจริงๆ ก็ได้