รับแอปรับแอป

รีวิว realme Watch 5 สมาร์ทวอทช์สเปกโหด ราคาเบา ๆ ที่พร้อมลุยได้ทุกไลฟ์สไตล์

อภิชาติ สุนทร01-31

realme Watch 5 นาฬิกาอัจฉริยะสายคุ้มที่ไม่ได้เล่น ๆ

realme Watch 5 (เรียลมี วอทช์ 5) เป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์สายคุ้มที่น่าจับตามองสุด ๆ ในช่วงนี้ เพราะแม้ราคาจะเข้าถึงง่าย แต่สเปกและฟีเจอร์ที่ให้มานั้นจัดเต็มแบบไม่เกรงใจรุ่นพี่ราคาแพงกว่าเลยทีเดียว

ถ้าใครกำลังหา smartwatch ที่เน้นฟังก์ชันครบ ดีไซน์ดูดี ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย แบตอึด ไม่ต้องชาร์จทุกวัน และยังมีระบบติดตามสุขภาพ รวมถึง GPS ในตัว realme Watch 5 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

จุดเด่นใหญ่ ๆ คือมาพร้อม GPS อิสระ (Built-in GPS), รองรับ 5 ระบบ GNSS, มี NFC สำหรับข้อมูลด้านสุขภาพ, แบตเตอรี่ 460 mAh ใช้งานทั่วไปได้ราว 14 วัน และแตะได้ถึง 20 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน

ด้วยฟีเจอร์แบบนี้ ทำให้หลายคนยกนิยามให้มันเป็นทั้ง “Flagship Killer” และ “Best Value Smartwatch” สำหรับคนที่อยากได้อะไรที่ครบ แต่ไม่อยากจ่ายแพง

ภาพรวม: สมาร์ทวอทช์สายคุ้มคู่เปิดตัวซีรีส์เรือธง

realme Watch 5 เปิดตัวเคียงข้าง realme 15 Series 5G ในไทย และแม้ realme จะไม่ได้ออกสมาร์ทวอทช์ถี่เท่าแบรนด์ใหญ่ ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนคือ เอกลักษณ์เรื่องความคุ้มค่า แบบเดียวกับตอนบุกตลาดสมาร์ทโฟนใหม่ ๆ

ตัวเรือนใช้วัสดุ อะลูมิเนียมอัลลอยด์ ให้สัมผัสแบบพรีเมียม ทนทาน แต่ยังคงน้ำหนักเบา ฟีเจอร์ก็จัดมาให้ครบสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลางที่ต้องการนาฬิกาเน้นใช้งานจริง ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว

แบตเตอรี่ และระบบ GPS: จุดขายที่โหดเกินราคา

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ realme Watch 5 คือเรื่อง แบตเตอรี่ ขนาด 460 mAh ที่อึดกว่าที่คิดมาก

  • ใช้งานปกติได้สูงสุดประมาณ 14 วัน

  • ในโหมดประหยัดพลังงาน อาจลากไปได้ถึง 20 วัน

ต่อให้เปิดโหมดติดตามสุขภาพตลอดวัน และเรียกใช้ GPS เป็นระยะ ๆ ก็ยังใช้งานได้ยาวแบบลืมแท่นชาร์จไปชั่วคราว สำหรับคนใช้ไม่โหดมาก เดือนหนึ่งชาร์จแค่ 2 ครั้งก็เอาอยู่

นอกจากนี้ยังมี GPS อิสระในตัว (Built-in GPS) และรองรับ 5 ระบบ GNSS ช่วยให้บันทึกเส้นทางวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟนติดตัว

ความแม่นยำของเซ็นเซอร์จัดว่าดีในระดับสมาร์ทวอทช์สายคุ้ม แม้อาจไม่ละเอียดเท่าอุปกรณ์ระดับแพทย์หรือรุ่นเรือธงราคาแรง แต่ใช้งานจริงถือว่าเชื่อใจได้สบาย ๆ

หน้าจอ AMOLED ใหญ่ 1.97 นิ้ว สว่างคมชัด สู้แดดได้สบาย

อีกด้านที่ทำให้ realme Watch 5 ดู “ไม่เบา” คือหน้าจอที่จัดมาแบบเต็ม ๆ ด้วยพาเนล AMOLED แบบสัมผัส (Multi-Touch) ขนาด 1.97 นิ้ว

  • ความละเอียด 390 x 450 พิกเซล

  • รีเฟรชเรต 60 Hz

  • ความสว่างสูงสุดราว 600 นิต

การปัดขึ้น–ลง ซ้าย–ขวา ทำได้ลื่นและตอบสนองดี ตัวเลขและตัวหนังสือมองง่าย รายละเอียด UI คมชัด สีสันสด ตรงนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ชอบดูข้อมูลตอนออกกำลังกายกลางแดด เพราะจอแบบนี้ สู้แดดได้ดี ไม่ต้องเพ่งจนปวดตา

ยังรองรับ Always-On Display (AOD) ให้เห็นเวลาและข้อมูลพื้นฐานได้ตลอดโดยไม่ต้องยกข้อมือเปิดหน้าจอให้เมื่อย

โหมดกีฬาเกิน 100 แบบ ครอบคลุมตั้งแต่สายฟิตจนถึงสายลุยน้ำ

realme Watch 5 ออกแบบมาเพื่อสายกีฬาและสาย Activity แบบจริงจัง ด้วย โหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด ครอบคลุมตั้งแต่สายเบาจนถึงสายโหด

ตัวอย่างประเภทกิจกรรมที่รองรับ เช่น

  • วิ่ง (พร้อมการตั้งเป้าหมาย ปรับจังหวะตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา)

  • เดิน, เดินป่า

  • โยคะ

  • ปั่นจักรยาน

  • ว่ายน้ำ และกิจกรรมทางน้ำอื่น ๆ

มาตรฐานการกันน้ำอยู่ในระดับ 5ATM / IP68 (IEC 60529) รองรับการ

  • โดนน้ำกระเซ็น / ละอองน้ำ

  • ฝน, หิมะ

  • อาบน้ำ

  • ว่ายน้ำ

  • ดำน้ำ และดำน้ำตื้น (ได้ถึงความลึกประมาณ 1.5 เมตรตามมาตรฐาน)

ด้วยการที่มี GPS และ 5 GNSS ระบบ ทำให้การเก็บเส้นทางระหว่างวิ่ง ปั่น หรือลุยกลางแจ้งต่าง ๆ ทำได้ละเอียดและครบถ้วนมากขึ้น

ฟีเจอร์สุขภาพ: ครบตั้งแต่หัวใจ นอนหลับ ไปจนถึงรอบเดือน

ด้านการดูแลสุขภาพ realme Watch 5 ก็ให้มาครบแบบที่ควรมีในยุคนี้ (แม้จะไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์ แต่เพียงพอสำหรับติดตามภาพรวมสุขภาพประจำวัน)

ฟีเจอร์สุขภาพหลัก ๆ ได้แก่

  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Optical Heart Rate Sensor)

  • วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)

  • ติดตามคุณภาพการนอนหลับ

  • ติดตามความเครียด (All-day Stress)

  • การตรวจจับการเคลื่อนไหว (Accelerometer)

  • โหมดฝึกการหายใจ 3 แบบ

  • ติดตามรอบเดือนสำหรับผู้ใช้เพศหญิง

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกและนำไปดูย้อนหลังได้ผ่านแอปบนสมาร์ตโฟน ช่วยให้เรารู้พฤติกรรมของร่างกายตัวเองมากขึ้น และค่อย ๆ ปรับไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพกว่าเดิม

การใช้งานประจำวัน: โทร, แจ้งเตือน, ฟังเพลง ทำได้ในเรือนเดียว

ด้านความเป็น “สมาร์ท” ในชีวิตประจำวัน realme Watch 5 ทำได้ดีกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารและความบันเทิง

ไฮไลต์สำคัญคือฟังก์ชัน Bluetooth Calling

  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 เข้ากับสมาร์ตโฟน

  • สามารถ รับสาย หรือ โทรออกโดยตรงจากนาฬิกา

  • เหมาะมากเวลาอยู่ในรถ หรือมือไม่ว่าง

การแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ ก็มาครบและที่สำคัญคือ รองรับภาษาไทย ทำให้ใช้งานจริงสะดวก ไม่ต้องเดาเอาเองเหมือนบางรุ่นที่ยังแสดงภาษาได้ไม่ดี

ด้านความบันเทิง realme Watch 5 ยังมีฟีเจอร์ เล่นเพลง ได้ด้วย

  • สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แล้ว โหลดเพลงเก็บไว้ในตัวนาฬิกา

  • เลือกได้ว่าจะให้เสียงเล่นจากตัวนาฬิกา หรือสั่งเล่นเพลงจากสมาร์ตโฟน

แม้หน่วยความจำในตัวจะไม่ได้เยอะจนใส่เพลงได้ทั้งเพลย์ลิสต์ยาว ๆ แต่ก็เพียงพอสำหรับคนที่อยากวิ่งแบบไม่พกมือถือ หรือใช้เปิดเพลงเบา ๆ ระหว่างทำกิจกรรม

การปรับแต่งหน้าปัด: เปลี่ยนลุคได้ทุกวันผ่าน realme Link

เพื่อไม่ให้เบื่อหน้าปัดเดิม ๆ realme Watch 5 รองรับการเปลี่ยนหน้าปัดผ่านแอป realme Link ในเมนู “คลังหน้าปัดนาฬิกา” ซึ่งมีสไตล์ให้เลือกหลากหลาย เช่น

  • Album watch faces

  • Clean watch faces

  • Illustration watch faces

  • Functional watch faces / Functional dial

  • Dynamic dial

  • Indian Festivals

  • Built-in watch faces

จะสายมินิมอล สายสีสันสด หรือสายตัวเลขใหญ่ดูง่าย ก็จัดได้ตามสไตล์ของตัวเอง

ดีไซน์ตัวเรือน: เบา แข็งแรง และดูแพงกว่าราคา

ด้านงานประกอบและดีไซน์ถือเป็นอีกจุดที่ realme Watch 5 ทำมาดีเกินราคาค่าตัว

ตัวเรือนใช้วัสดุ อะลูมิเนียมอัลลอยด์ ผสมกับ โลหะผสมไททาเนียม (Ti-Alloy) พร้อมดีไซน์แบบ Uni-Body ไร้รอยต่อ ช่วยให้

  • ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน

  • แต่ยังคงความเบา น้ำหนักรวมตัวเรือนเพียง 31 กรัม (ไม่รวมสาย)

สายที่แถมมาเป็นสายซิลิโคนแบบ 3D-Wave ที่ออกแบบให้แนบกับข้อมือดี ให้สัมผัสนุ่ม กระชับในระดับที่ใส่ทั้งวันได้ไม่รำคาญ และยัง ถอดเปลี่ยนสายได้ง่าย ด้วยระบบคลิกล็อกที่มีปุ่มสำหรับกดเพื่อปลดสาย

ตัวเรือนยังมาพร้อม ปุ่มเม็ดมะยมแบบหมุน (Rotating Crown) ที่ใช้ควบคุมการทำงานได้หลายอย่าง เช่น

  • กดค้าง: เปิด/ปิด หรือรีสตาร์ทเครื่อง

  • กดหนึ่งครั้ง: ปลุกหน้าจอให้ติด

  • กดสองครั้ง: เข้าหน้ารวมฟังก์ชันต่าง ๆ

  • หมุนปุ่ม: เลื่อนดูเมนูหรือรายการ

เม็ดมะยมยังทำหน้าที่เป็นปุ่ม “ยืนยัน” บางคำสั่ง ช่วยให้การใช้งานจริงสะดวกขึ้น ไม่ต้องพึ่งแต่การสัมผัสหน้าจอตลอดเวลา

วิธีเชื่อมต่อ realme Watch 5 กับสมาร์ตโฟน

การเชื่อมต่อทำผ่านแอปหลักของ realme คือ realme Link รองรับทั้ง iOS และ Android โดยภาพรวมขั้นตอนคือ

  • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอป realme Link บนสมาร์ตโฟน

  • เปิดนาฬิกาและเลือกภาษา จากนั้นหน้าจอจะเข้าสู่โหมดรอจับคู่ (แสดง QR Code)

  • เปิดแอป realme Link แล้วกดปุ่ม “+” ที่มุมขวาบน เพื่อเพิ่มอุปกรณ์

  • เลือก realme Watch 5 จากรายการ หรือเลือกโหมดสแกน QR แล้วสแกนโค้ดบนหน้าจอนาฬิกา

  • ยืนยันการจับคู่ทั้งบนตัวนาฬิกาและในแอป

ทิปสำคัญสำหรับฟังก์ชันโทรผ่าน Bluetooth

  • บน iOS: หลังผูกบัญชีเสร็จ อาจมีหน้าจอแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา ให้กด “Pair” เพื่อเปิดสิทธิ์แจ้งเตือนและใช้งานได้ครบ

  • บน Android: จะมีแจ้งเตือนการจับคู่ Bluetooth ทั้งบนมือถือและนาฬิกา ต้องกด ยอมรับ / เครื่องหมายถูก และอนุญาตให้เข้าถึง รายชื่อติดต่อและบันทึกการโทร ก่อนกด Pair ไม่อย่างนั้นฟังก์ชันโทรออกจากนาฬิกาจะใช้ไม่ได้เต็มที่

อุปกรณ์ในกล่อง: ให้มาครบสำหรับเริ่มต้นใช้งาน

ในกล่องของ realme Watch 5 มีอุปกรณ์หลัก ๆ ดังนี้

  • ตัวเรือน realme Watch 5 พร้อมสายซิลิโคน

  • สายชาร์จแม่เหล็ก แบบประกบด้านหลังตัวเรือน

  • เอกสารเริ่มต้นใช้งาน ข้อมูลความปลอดภัย และบัตรรับประกัน

สเปกสำคัญของ realme Watch 5

ข้อมูลสเปกหลัก (Specification)

  • สี: มี 2 สี – ดำ (Black) และเทาควันบุหรี่ (Smoke Gray)

  • ขนาดตัวเรือน: 42.5 x 2.56 x 11.7 มม.

  • น้ำหนัก: 31 กรัม (ไม่รวมสาย)

  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว

    • ความละเอียด 390 x 450 พิกเซล (302 ppi โดยประมาณ)

    • ความสว่างสูงสุด 600 นิต

    • รีเฟรชเรต 60 Hz

    • รองรับระบบสัมผัส และ Always-On Display

  • วัสดุตัวเรือน: อะลูมิเนียมอัลลอยด์ / สายซิลิโคน

  • เซ็นเซอร์: Accelerometer, เซ็นเซอร์วัดหัวใจ, SpO2, เข็มทิศ

  • การกันน้ำ: มาตรฐาน 5ATM / IP68 (IEC 60529)

    • ทนฝน, ละอองน้ำ, อาบน้ำ, ว่ายน้ำ, ดำน้ำ และดำน้ำตื้น (ได้ราว 1.5 เมตร ตามมาตรฐาน)

  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.4 / A2DP / LE / GPS / GALILEO / GLONASS / BDS / NFC

  • ระบบปฏิบัติการ: Proprietary OS ของ realme

  • ฟีเจอร์เด่น:

    • Optical Heart Rate Sensor

    • Accelerometer สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหว

    • นับก้าว, คำนวณแคลอรี่, ระยะทางเดินทาง

    • Sleep Monitoring

    • หลักสูตรการวิ่งพร้อมคู่มือยืดกล้ามเนื้อ 2 โหมด (Easy Run / Advanced Run)

  • คุณสมบัติพิเศษ:

    • การแจ้งเตือนข้อความและแอป

    • รับสายโทรศัพท์จากนาฬิกา

    • เข็มทิศในตัว

    • ลำโพง + ไมโครโฟน

    • โหมดออกกำลังกายหลากหลาย

    • นับรอบเดือน

    • ควบคุมเพลง

    • ตรวจวัด SpO2

    • ติดตามความเครียดทั้งวัน

    • กันน้ำกระเด็น

  • แบตเตอรี่: 460 mAh

  • ราคาเปิดตัว: 1,999 บาท

งานดีไซน์ และการจัดวางองค์ประกอบตัวเครื่อง

ดีไซน์โดยรวมของ realme Watch 5 จะใช้ทรงเหลี่ยมมุมมนตามเทรนด์ smartwatch สมัยใหม่ จอใหญ่เต็มพื้นที่ เหมาะกับคนที่ต้องการอ่านข้อมูลชัด ๆ เช่น เวลาออกกำลังกายหรือดูแผนที่

ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ใช้ดีไซน์ทรงยาวสีเหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าพิมพ์รูปตัวเครื่องและชื่อรุ่นชัดเจน ด้านข้างระบุฟีเจอร์สำคัญอย่าง

  • มาตรฐานกันน้ำ IP68

  • รองรับ NFC

  • รองรับ HD BT Calling และ Independent BT Intercom

  • ขนาดหน้าจอ 1.97 นิ้ว

  • รองรับ GPS / 5GNSS

  • ฟีเจอร์ติดตามกีฬาและสุขภาพครบถ้วน

  • ใช้งานได้สูงสุด 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ส่วนด้านล่างกล่องมี QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอป realme Link และมีสติ๊กเกอร์บอกหมายเลขซีเรียล, IMEI และสีของตัวเครื่อง

สรุปการใช้งาน: สมาร์ทวอทช์สายโคตรคุ้มที่ใช้จริงแล้วไม่รู้สึกถูกหักหลัง

เมื่อดูจากภาพรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • หน้าจอ AMOLED ใหญ่ คม สว่าง

  • แบตเตอรี่ 460 mAh ที่อยู่ได้ยาวจริงในชีวิตประจำวัน

  • GPS ในตัว + รองรับ 5 GNSS สำหรับสายออกกำลังกายกลางแจ้ง

  • โหมดกีฬาเกิน 100 แบบ + การกันน้ำระดับ 5ATM/IP68

  • ฟีเจอร์สุขภาพที่ครบครัน

  • Bluetooth Calling, การแจ้งเตือนภาษาไทย และฟังก์ชันเล่นเพลง

  • ดีไซน์ตัวเรือนโลหะน้ำหนักเบา ดูแพงกว่าราคา

ทั้งหมดนี้แลกกับค่าตัวระดับประมาณ 1,999 บาท บอกได้เต็มปากว่า realme Watch 5 คือสมาร์ทวอทช์สายโคตรคุ้มของยุคนี้ เหมาะทั้งสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้สมาร์ทวอทช์ และคนที่อยากอัปเกรดจากสายรัดข้อมือฟิตเนสธรรมดา ให้กลายเป็นตัวช่วยติดตามไลฟ์สไตล์แบบจริงจังมากขึ้น

ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ที่ “ราคาเบา แต่สเปกไม่เบา” realme Watch 5 เป็นตัวเลือกที่ควรลองจับ ลองใส่ และน่าจะทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ว่า ทำไมของที่ให้มาขนาดนี้ ถึงขายในราคาแบบนี้ได้ด้วยซ้ำ