realme Watch 5 นาฬิกาอัจฉริยะสายคุ้มที่ไม่ได้เล่น ๆ
realme Watch 5 (เรียลมี วอทช์ 5) เป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์สายคุ้มที่น่าจับตามองสุด ๆ ในช่วงนี้ เพราะแม้ราคาจะเข้าถึงง่าย แต่สเปกและฟีเจอร์ที่ให้มานั้นจัดเต็มแบบไม่เกรงใจรุ่นพี่ราคาแพงกว่าเลยทีเดียว
ถ้าใครกำลังหา smartwatch ที่เน้นฟังก์ชันครบ ดีไซน์ดูดี ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย แบตอึด ไม่ต้องชาร์จทุกวัน และยังมีระบบติดตามสุขภาพ รวมถึง GPS ในตัว realme Watch 5 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
จุดเด่นใหญ่ ๆ คือมาพร้อม GPS อิสระ (Built-in GPS), รองรับ 5 ระบบ GNSS, มี NFC สำหรับข้อมูลด้านสุขภาพ, แบตเตอรี่ 460 mAh ใช้งานทั่วไปได้ราว 14 วัน และแตะได้ถึง 20 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน
ด้วยฟีเจอร์แบบนี้ ทำให้หลายคนยกนิยามให้มันเป็นทั้ง “Flagship Killer” และ “Best Value Smartwatch” สำหรับคนที่อยากได้อะไรที่ครบ แต่ไม่อยากจ่ายแพง
ภาพรวม: สมาร์ทวอทช์สายคุ้มคู่เปิดตัวซีรีส์เรือธง
realme Watch 5 เปิดตัวเคียงข้าง realme 15 Series 5G ในไทย และแม้ realme จะไม่ได้ออกสมาร์ทวอทช์ถี่เท่าแบรนด์ใหญ่ ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนคือ เอกลักษณ์เรื่องความคุ้มค่า แบบเดียวกับตอนบุกตลาดสมาร์ทโฟนใหม่ ๆ
ตัวเรือนใช้วัสดุ อะลูมิเนียมอัลลอยด์ ให้สัมผัสแบบพรีเมียม ทนทาน แต่ยังคงน้ำหนักเบา ฟีเจอร์ก็จัดมาให้ครบสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลางที่ต้องการนาฬิกาเน้นใช้งานจริง ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว
แบตเตอรี่ และระบบ GPS: จุดขายที่โหดเกินราคา
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ realme Watch 5 คือเรื่อง แบตเตอรี่ ขนาด 460 mAh ที่อึดกว่าที่คิดมาก
ใช้งานปกติได้สูงสุดประมาณ 14 วัน
ในโหมดประหยัดพลังงาน อาจลากไปได้ถึง 20 วัน
ต่อให้เปิดโหมดติดตามสุขภาพตลอดวัน และเรียกใช้ GPS เป็นระยะ ๆ ก็ยังใช้งานได้ยาวแบบลืมแท่นชาร์จไปชั่วคราว สำหรับคนใช้ไม่โหดมาก เดือนหนึ่งชาร์จแค่ 2 ครั้งก็เอาอยู่
นอกจากนี้ยังมี GPS อิสระในตัว (Built-in GPS) และรองรับ 5 ระบบ GNSS ช่วยให้บันทึกเส้นทางวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟนติดตัว
ความแม่นยำของเซ็นเซอร์จัดว่าดีในระดับสมาร์ทวอทช์สายคุ้ม แม้อาจไม่ละเอียดเท่าอุปกรณ์ระดับแพทย์หรือรุ่นเรือธงราคาแรง แต่ใช้งานจริงถือว่าเชื่อใจได้สบาย ๆ
หน้าจอ AMOLED ใหญ่ 1.97 นิ้ว สว่างคมชัด สู้แดดได้สบาย
อีกด้านที่ทำให้ realme Watch 5 ดู “ไม่เบา” คือหน้าจอที่จัดมาแบบเต็ม ๆ ด้วยพาเนล AMOLED แบบสัมผัส (Multi-Touch) ขนาด 1.97 นิ้ว
ความละเอียด 390 x 450 พิกเซล
รีเฟรชเรต 60 Hz
ความสว่างสูงสุดราว 600 นิต
การปัดขึ้น–ลง ซ้าย–ขวา ทำได้ลื่นและตอบสนองดี ตัวเลขและตัวหนังสือมองง่าย รายละเอียด UI คมชัด สีสันสด ตรงนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ชอบดูข้อมูลตอนออกกำลังกายกลางแดด เพราะจอแบบนี้ สู้แดดได้ดี ไม่ต้องเพ่งจนปวดตา
ยังรองรับ Always-On Display (AOD) ให้เห็นเวลาและข้อมูลพื้นฐานได้ตลอดโดยไม่ต้องยกข้อมือเปิดหน้าจอให้เมื่อย
โหมดกีฬาเกิน 100 แบบ ครอบคลุมตั้งแต่สายฟิตจนถึงสายลุยน้ำ
realme Watch 5 ออกแบบมาเพื่อสายกีฬาและสาย Activity แบบจริงจัง ด้วย โหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด ครอบคลุมตั้งแต่สายเบาจนถึงสายโหด
ตัวอย่างประเภทกิจกรรมที่รองรับ เช่น
วิ่ง (พร้อมการตั้งเป้าหมาย ปรับจังหวะตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา)
เดิน, เดินป่า
โยคะ
ปั่นจักรยาน
ว่ายน้ำ และกิจกรรมทางน้ำอื่น ๆ
มาตรฐานการกันน้ำอยู่ในระดับ 5ATM / IP68 (IEC 60529) รองรับการ
โดนน้ำกระเซ็น / ละอองน้ำ
ฝน, หิมะ
อาบน้ำ
ว่ายน้ำ
ดำน้ำ และดำน้ำตื้น (ได้ถึงความลึกประมาณ 1.5 เมตรตามมาตรฐาน)
ด้วยการที่มี GPS และ 5 GNSS ระบบ ทำให้การเก็บเส้นทางระหว่างวิ่ง ปั่น หรือลุยกลางแจ้งต่าง ๆ ทำได้ละเอียดและครบถ้วนมากขึ้น
ฟีเจอร์สุขภาพ: ครบตั้งแต่หัวใจ นอนหลับ ไปจนถึงรอบเดือน
ด้านการดูแลสุขภาพ realme Watch 5 ก็ให้มาครบแบบที่ควรมีในยุคนี้ (แม้จะไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์ แต่เพียงพอสำหรับติดตามภาพรวมสุขภาพประจำวัน)
ฟีเจอร์สุขภาพหลัก ๆ ได้แก่
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Optical Heart Rate Sensor)
วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
ติดตามคุณภาพการนอนหลับ
ติดตามความเครียด (All-day Stress)
การตรวจจับการเคลื่อนไหว (Accelerometer)
โหมดฝึกการหายใจ 3 แบบ
ติดตามรอบเดือนสำหรับผู้ใช้เพศหญิง
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกและนำไปดูย้อนหลังได้ผ่านแอปบนสมาร์ตโฟน ช่วยให้เรารู้พฤติกรรมของร่างกายตัวเองมากขึ้น และค่อย ๆ ปรับไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพกว่าเดิม
การใช้งานประจำวัน: โทร, แจ้งเตือน, ฟังเพลง ทำได้ในเรือนเดียว
ด้านความเป็น “สมาร์ท” ในชีวิตประจำวัน realme Watch 5 ทำได้ดีกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารและความบันเทิง
ไฮไลต์สำคัญคือฟังก์ชัน Bluetooth Calling
เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 เข้ากับสมาร์ตโฟน
สามารถ รับสาย หรือ โทรออกโดยตรงจากนาฬิกา
เหมาะมากเวลาอยู่ในรถ หรือมือไม่ว่าง
การแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ ก็มาครบและที่สำคัญคือ รองรับภาษาไทย ทำให้ใช้งานจริงสะดวก ไม่ต้องเดาเอาเองเหมือนบางรุ่นที่ยังแสดงภาษาได้ไม่ดี
ด้านความบันเทิง realme Watch 5 ยังมีฟีเจอร์ เล่นเพลง ได้ด้วย
สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แล้ว โหลดเพลงเก็บไว้ในตัวนาฬิกา
เลือกได้ว่าจะให้เสียงเล่นจากตัวนาฬิกา หรือสั่งเล่นเพลงจากสมาร์ตโฟน
แม้หน่วยความจำในตัวจะไม่ได้เยอะจนใส่เพลงได้ทั้งเพลย์ลิสต์ยาว ๆ แต่ก็เพียงพอสำหรับคนที่อยากวิ่งแบบไม่พกมือถือ หรือใช้เปิดเพลงเบา ๆ ระหว่างทำกิจกรรม
การปรับแต่งหน้าปัด: เปลี่ยนลุคได้ทุกวันผ่าน realme Link
เพื่อไม่ให้เบื่อหน้าปัดเดิม ๆ realme Watch 5 รองรับการเปลี่ยนหน้าปัดผ่านแอป realme Link ในเมนู “คลังหน้าปัดนาฬิกา” ซึ่งมีสไตล์ให้เลือกหลากหลาย เช่น
Album watch faces
Clean watch faces
Illustration watch faces
Functional watch faces / Functional dial
Dynamic dial
Indian Festivals
Built-in watch faces
จะสายมินิมอล สายสีสันสด หรือสายตัวเลขใหญ่ดูง่าย ก็จัดได้ตามสไตล์ของตัวเอง
ดีไซน์ตัวเรือน: เบา แข็งแรง และดูแพงกว่าราคา
ด้านงานประกอบและดีไซน์ถือเป็นอีกจุดที่ realme Watch 5 ทำมาดีเกินราคาค่าตัว
ตัวเรือนใช้วัสดุ อะลูมิเนียมอัลลอยด์ ผสมกับ โลหะผสมไททาเนียม (Ti-Alloy) พร้อมดีไซน์แบบ Uni-Body ไร้รอยต่อ ช่วยให้
ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน
แต่ยังคงความเบา น้ำหนักรวมตัวเรือนเพียง 31 กรัม (ไม่รวมสาย)
สายที่แถมมาเป็นสายซิลิโคนแบบ 3D-Wave ที่ออกแบบให้แนบกับข้อมือดี ให้สัมผัสนุ่ม กระชับในระดับที่ใส่ทั้งวันได้ไม่รำคาญ และยัง ถอดเปลี่ยนสายได้ง่าย ด้วยระบบคลิกล็อกที่มีปุ่มสำหรับกดเพื่อปลดสาย
ตัวเรือนยังมาพร้อม ปุ่มเม็ดมะยมแบบหมุน (Rotating Crown) ที่ใช้ควบคุมการทำงานได้หลายอย่าง เช่น
กดค้าง: เปิด/ปิด หรือรีสตาร์ทเครื่อง
กดหนึ่งครั้ง: ปลุกหน้าจอให้ติด
กดสองครั้ง: เข้าหน้ารวมฟังก์ชันต่าง ๆ
หมุนปุ่ม: เลื่อนดูเมนูหรือรายการ
เม็ดมะยมยังทำหน้าที่เป็นปุ่ม “ยืนยัน” บางคำสั่ง ช่วยให้การใช้งานจริงสะดวกขึ้น ไม่ต้องพึ่งแต่การสัมผัสหน้าจอตลอดเวลา
วิธีเชื่อมต่อ realme Watch 5 กับสมาร์ตโฟน
การเชื่อมต่อทำผ่านแอปหลักของ realme คือ realme Link รองรับทั้ง iOS และ Android โดยภาพรวมขั้นตอนคือ
ดาวน์โหลดและติดตั้งแอป realme Link บนสมาร์ตโฟน
เปิดนาฬิกาและเลือกภาษา จากนั้นหน้าจอจะเข้าสู่โหมดรอจับคู่ (แสดง QR Code)
เปิดแอป realme Link แล้วกดปุ่ม “+” ที่มุมขวาบน เพื่อเพิ่มอุปกรณ์
เลือก realme Watch 5 จากรายการ หรือเลือกโหมดสแกน QR แล้วสแกนโค้ดบนหน้าจอนาฬิกา
ยืนยันการจับคู่ทั้งบนตัวนาฬิกาและในแอป
ทิปสำคัญสำหรับฟังก์ชันโทรผ่าน Bluetooth
บน iOS: หลังผูกบัญชีเสร็จ อาจมีหน้าจอแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา ให้กด “Pair” เพื่อเปิดสิทธิ์แจ้งเตือนและใช้งานได้ครบ
บน Android: จะมีแจ้งเตือนการจับคู่ Bluetooth ทั้งบนมือถือและนาฬิกา ต้องกด ยอมรับ / เครื่องหมายถูก และอนุญาตให้เข้าถึง รายชื่อติดต่อและบันทึกการโทร ก่อนกด Pair ไม่อย่างนั้นฟังก์ชันโทรออกจากนาฬิกาจะใช้ไม่ได้เต็มที่
อุปกรณ์ในกล่อง: ให้มาครบสำหรับเริ่มต้นใช้งาน
ในกล่องของ realme Watch 5 มีอุปกรณ์หลัก ๆ ดังนี้
ตัวเรือน realme Watch 5 พร้อมสายซิลิโคน
สายชาร์จแม่เหล็ก แบบประกบด้านหลังตัวเรือน
เอกสารเริ่มต้นใช้งาน ข้อมูลความปลอดภัย และบัตรรับประกัน
สเปกสำคัญของ realme Watch 5
ข้อมูลสเปกหลัก (Specification)
สี: มี 2 สี – ดำ (Black) และเทาควันบุหรี่ (Smoke Gray)
ขนาดตัวเรือน: 42.5 x 2.56 x 11.7 มม.
น้ำหนัก: 31 กรัม (ไม่รวมสาย)
หน้าจอ: AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว
ความละเอียด 390 x 450 พิกเซล (302 ppi โดยประมาณ)
ความสว่างสูงสุด 600 นิต
รีเฟรชเรต 60 Hz
รองรับระบบสัมผัส และ Always-On Display
วัสดุตัวเรือน: อะลูมิเนียมอัลลอยด์ / สายซิลิโคน
เซ็นเซอร์: Accelerometer, เซ็นเซอร์วัดหัวใจ, SpO2, เข็มทิศ
การกันน้ำ: มาตรฐาน 5ATM / IP68 (IEC 60529)
ทนฝน, ละอองน้ำ, อาบน้ำ, ว่ายน้ำ, ดำน้ำ และดำน้ำตื้น (ได้ราว 1.5 เมตร ตามมาตรฐาน)
การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.4 / A2DP / LE / GPS / GALILEO / GLONASS / BDS / NFC
ระบบปฏิบัติการ: Proprietary OS ของ realme
ฟีเจอร์เด่น:
Optical Heart Rate Sensor
Accelerometer สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหว
นับก้าว, คำนวณแคลอรี่, ระยะทางเดินทาง
Sleep Monitoring
หลักสูตรการวิ่งพร้อมคู่มือยืดกล้ามเนื้อ 2 โหมด (Easy Run / Advanced Run)
คุณสมบัติพิเศษ:
การแจ้งเตือนข้อความและแอป
รับสายโทรศัพท์จากนาฬิกา
เข็มทิศในตัว
ลำโพง + ไมโครโฟน
โหมดออกกำลังกายหลากหลาย
นับรอบเดือน
ควบคุมเพลง
ตรวจวัด SpO2
ติดตามความเครียดทั้งวัน
กันน้ำกระเด็น
แบตเตอรี่: 460 mAh
ราคาเปิดตัว: 1,999 บาท
งานดีไซน์ และการจัดวางองค์ประกอบตัวเครื่อง
ดีไซน์โดยรวมของ realme Watch 5 จะใช้ทรงเหลี่ยมมุมมนตามเทรนด์ smartwatch สมัยใหม่ จอใหญ่เต็มพื้นที่ เหมาะกับคนที่ต้องการอ่านข้อมูลชัด ๆ เช่น เวลาออกกำลังกายหรือดูแผนที่
ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ใช้ดีไซน์ทรงยาวสีเหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าพิมพ์รูปตัวเครื่องและชื่อรุ่นชัดเจน ด้านข้างระบุฟีเจอร์สำคัญอย่าง
มาตรฐานกันน้ำ IP68
รองรับ NFC
รองรับ HD BT Calling และ Independent BT Intercom
ขนาดหน้าจอ 1.97 นิ้ว
รองรับ GPS / 5GNSS
ฟีเจอร์ติดตามกีฬาและสุขภาพครบถ้วน
ใช้งานได้สูงสุด 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ส่วนด้านล่างกล่องมี QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอป realme Link และมีสติ๊กเกอร์บอกหมายเลขซีเรียล, IMEI และสีของตัวเครื่อง
สรุปการใช้งาน: สมาร์ทวอทช์สายโคตรคุ้มที่ใช้จริงแล้วไม่รู้สึกถูกหักหลัง
เมื่อดูจากภาพรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น
หน้าจอ AMOLED ใหญ่ คม สว่าง
แบตเตอรี่ 460 mAh ที่อยู่ได้ยาวจริงในชีวิตประจำวัน
GPS ในตัว + รองรับ 5 GNSS สำหรับสายออกกำลังกายกลางแจ้ง
โหมดกีฬาเกิน 100 แบบ + การกันน้ำระดับ 5ATM/IP68
ฟีเจอร์สุขภาพที่ครบครัน
Bluetooth Calling, การแจ้งเตือนภาษาไทย และฟังก์ชันเล่นเพลง
ดีไซน์ตัวเรือนโลหะน้ำหนักเบา ดูแพงกว่าราคา
ทั้งหมดนี้แลกกับค่าตัวระดับประมาณ 1,999 บาท บอกได้เต็มปากว่า realme Watch 5 คือสมาร์ทวอทช์สายโคตรคุ้มของยุคนี้ เหมาะทั้งสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้สมาร์ทวอทช์ และคนที่อยากอัปเกรดจากสายรัดข้อมือฟิตเนสธรรมดา ให้กลายเป็นตัวช่วยติดตามไลฟ์สไตล์แบบจริงจังมากขึ้น
ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ที่ “ราคาเบา แต่สเปกไม่เบา” realme Watch 5 เป็นตัวเลือกที่ควรลองจับ ลองใส่ และน่าจะทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ว่า ทำไมของที่ให้มาขนาดนี้ ถึงขายในราคาแบบนี้ได้ด้วยซ้ำ

