รับแอปรับแอป

ถอดสูตรลับ GAIN Business CEO Forum: ใช้ AI ปั้นธุรกิจคลินิกความงามให้โตเร็วแต่ยั่งยืน

พงศ์ภัทร จันดี01-29

SHAPE UP & GLOW ON: เมื่อธุรกิจความงามต้องโตท่ามกลางยุค AI

กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) ตอกย้ำภาพผู้นำด้านนวัตกรรมผิวและความงามระดับสากล ด้วยการจัดงาน GAIN Business CEO Forum เวทีที่ดึงสุดยอดกูรูแถวหน้าของไทยมารวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกลยุทธ์การบริหารธุรกิจคลินิกความงามให้ เติบโตอย่างยั่งยืนในยุค AI

ธีมงานคือ “SHAPE UP & GLOW ON: Aesthetics Business in the AI Era by People & Profitability Management” เน้นชัดว่าการเติบโตในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องกำไร แต่คือการผสานพลังระหว่าง เทคโนโลยี AI กับ “คน” ให้เดินไปด้วยกันอย่างมีกลยุทธ์

งานนี้รวมทั้งองค์ความรู้เชิงลึกจากนักวิชาการ ที่ปรึกษาธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูง พร้อมกรณีศึกษาที่นำ AI มาช่วยเสริมศักยภาพทีมงาน และสร้างประสบการณ์ระดับว้าวให้ลูกค้าในคลินิกความงาม เปิดพื้นที่ให้ถกเถียง แลกเปลี่ยน และออกแบบมาตรฐานใหม่ให้กับวงการความงามไทยในระยะยาว

คน + AI = หัวใจของการเติบโตในคลินิกความงาม

ภก. พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการแฟรนไชส์กลุ่มธุรกิจความงาม บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด แชร์มุมมองสำคัญว่า การบริหารธุรกิจความงามในยุคนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ยอดรายได้ แต่คือความสามารถในการขับเคลื่อน ธุรกิจและบุคลากรให้โตไปพร้อมกัน

เขาย้ำว่า AI และ Deep-Tech ไม่ได้มาแทนคน แต่คือเครื่องมือที่ผู้บริหารต้องกล้านำมาปรับใช้ให้เข้ากับงานแต่ละประเภท พร้อมเดินหน้า อัปสกิลทีมงานทุกระดับ ทั้งแพทย์ พนักงานในองค์กร และพนักงานประจำสาขา ให้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างคล่องตัว

เป้าหมายคือ

  • เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของคลินิก

  • เข้าใจความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ลึกและแม่นกว่าเดิม

  • ทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และยืดหยุ่นกับสถานการณ์ได้มากขึ้น

เมื่อ “คน” และ “AI” เดินไปด้วยกันอย่างถูกทาง องค์กรจึงสามารถสร้างคุณค่าให้ทั้งแบรนด์ ทีมงาน และลูกค้า พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

GLOW ON Your Business: บริหารกำไรในยุค AI ให้คุ้มทุกเม็ด

ในหัวข้อ “GLOW ON Your Business by Profitability Management in AI Era” กูรูด้านการตลาดและธุรกิจได้ถอดกลยุทธ์สำคัญสำหรับเจ้าของคลินิกในยุคเศรษฐกิจผันผวน แต่ยังอยากเร่งการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

โจทย์คือจะใช้ AI ช่วยขับเคลื่อนกำไรให้ธุรกิจ โตได้ แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก:

  • Less but More (น้อยแต่มาก)
    ลดความซับซ้อนของข้อเสนอ วางกลยุทธ์ราคาให้คม และออกแบบบริการให้โดนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกค้าเข้ามา

  • Deep but Wide (ลึกแต่กว้าง)
    เริ่มจากการเจาะลึกลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งให้เข้าใจแบบอินไซด์ลึก ๆ ก่อน จากนั้นค่อยต่อยอดให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น ผ่านการบอกต่อจากประสบการณ์จริงที่ลูกค้าประทับใจ

  • Quiet but Loud (เงียบแต่ดัง)
    ใช้ AI ทำการตลาดและโฆษณาอย่างเฉียบคม สื่อสารข้อความที่ใช่ ส่งไปหากลุ่มเป้าหมายที่ตรง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ไม่ต้องเสียงดังตะโกน แต่ปังในกลุ่มที่ใช่

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้ผู้บริหารและทีมงาน ทำงานได้เร็ว คม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น

  • ใช้ AI เขียนไอเดียชื่อบริการหรือสโลแกน

  • ใช้เครื่องมือสร้างพรีเซนเทชันจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

  • ใช้ระบบเปลี่ยนภาษาพูดในวิดีโอเพื่อสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ

  • ใช้ AI ด้านดีไซน์สร้างภาพและคอนเทนต์กราฟิกให้สอดคล้องกับแบรนด์

  • ใช้แพลตฟอร์มโฆษณาอัจฉริยะยิงแคมเปญให้ตรงกลุ่มมากขึ้น

ผลลัพธ์คือ ทีมเล็กก็ขับเคลื่อนงานใหญ่ได้ ถ้ามีเครื่องมือถูกงาน และคนใช้เป็น

Fast Aesthetic: เทรนด์ความงามที่เปลี่ยนไว ใครใช้ AI เป็นย่อมนำเกม

ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หยิบเทรนด์สำคัญในวงการมาพูดถึง นั่นคือ Fast Aesthetic – ความงามที่เปลี่ยนไปตามกระแสอย่างรวดเร็ว

ในโลกที่เทรนด์ไว ลูกค้ามูฟออนได้ง่าย แบรนด์ความงามจึงต้องมูฟให้เร็วกว่าเดิม เขาชี้ว่า AI จะเป็น “อาวุธลับ” ด้านการตลาด ที่ช่วยให้ธุรกิจช่วงชิงยอดขายท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทายได้อย่างมีโอกาสชนะสูงขึ้น

สารที่เขาย้ำชัดคือ

  • อย่ากลัวที่จะเริ่มใช้ AI

  • เครื่องมือเหล่านี้ ต้องลงมือใช้ก่อน ถึงจะใช้เป็น และใช้เก่ง

  • เมื่อใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ธุรกิจจะอ่านเกมตลาดได้ไวขึ้น และตอบสนองลูกค้าได้ทันเวลา

สำหรับธุรกิจความงาม ใครเข้าใจเทรนด์ + ใช้ AI ได้คล่อง ย่อมได้เปรียบในสนามแข่งขัน

GLOW ON by People Management: เมื่อ “คน” คือประสบการณ์ที่ลูกค้าจำไม่ลืม

ในอีกมุมหนึ่ง หัวข้อ “GLOW ON Your Business by People Management in AI Era” เน้นเรื่องที่หลายคนมองข้ามไปในยุคเทคโนโลยีครองเมือง นั่นคือ “คน” ยังเป็นจิ๊กซอว์หลักของความสำเร็จ โดยเฉพาะในธุรกิจบริการอย่างคลินิกความงาม

หัวใจคือ การไม่หยุดแค่การทำให้ลูกค้า “พอใจ” แต่ต้องทำให้ลูกค้า ประทับใจเกินความคาดหวัง ผ่านการออกแบบประสบการณ์บริการ 3 ระดับสำคัญ:

  • Basic – ให้บริการครบถ้วนตามมาตรฐานที่ควรมี

  • Expect – ทำได้ตามคุณภาพและระดับที่ลูกค้าคาดหวังจากแบรนด์

  • Delight & Unexpected – มอบประสบการณ์ที่แตกต่างและเหนือความคาดหมาย จนลูกค้าอยากบอกต่อเอง

การจะสร้างทั้ง 3 ระดับนี้ได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ต้องอาศัย

  • กลยุทธ์ที่ชัดเจน

  • คนที่เข้าใจและพร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ให้เกิดขึ้นจริง

  • วัฒนธรรมองค์กรที่หนุนให้ “บริการดี” กลายเป็นมาตรฐาน ไม่ใช่ข้อยกเว้น

เมื่อสามสิ่งนี้เดินไปด้วยกัน ธุรกิจก็สามารถพัฒนาและต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่แคมเปญสวย ๆ ชั่วคราว

Word of Mouth: เครื่องมือการตลาดที่ถูกแต่ทรงพลังที่สุด

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือ พลังของ Word of Mouth หรือการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “เครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังและต้นทุนถูกที่สุด”

ลูกค้าจะเล่าต่อ แชร์ต่อ หรือแนะนำต่อ ก็ต่อเมื่อเขาได้รับประสบการณ์ที่ เกินความคาดหวัง ดังนั้น คนที่อยู่ด่านหน้าอย่างพนักงานจึงมีบทบาทสำคัญมาก

แนวทางที่แนะนำให้ธุรกิจลงทุน ได้แก่

  • ใส่ใจทั้งการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรให้เหมาะกับงานบริการ

  • ลงทุนในการพัฒนาและเทรนทีมงานอย่างสม่ำเสมอ

  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทีม “อยาก” ให้บริการที่ดี ไม่ใช่แค่ “ต้อง” ให้บริการตามหน้าที่

เมื่อทีมพร้อมและมีพลังเต็มที่ ธุรกิจจะสามารถใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสม ดันความประทับใจของลูกค้าให้กลายเป็นกระแสปากต่อปาก ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ

SHAPE UP Your Management Style: ซีอีโอมองคนอย่างไรให้ธุรกิจโตไกล

ในช่วงเสวนาพิเศษหัวข้อ “SHAPE UP Your Management Style, Inspired by CEO Point-of-View” ผู้บริหารระดับซีอีโอได้มาแชร์ประสบการณ์การเดินทางของธุรกิจ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนเติบโตเป็นบริษัทมหาชน

ประเด็นที่ถูกเน้นคือ การวางกลยุทธ์แบรนด์ให้ แตกต่างและเป็นที่จดจำ การขยายธุรกิจอย่างมีทิศทาง และการรักษาแก่นขององค์กรระหว่างการเติบโตอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในมุมมองที่ชัดเจนคือ

  • เจ้าของธุรกิจไม่ควรยืนสั่งงานจาก “หอคอย”

  • ต้องลงมาดูให้ชัดว่าพนักงานแต่ละตำแหน่งต้องการอะไร เจออะไร และติดขัดตรงไหน

ถ้าเราบริหารคนได้ดี คนเหล่านี้จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ผลักธุรกิจให้เดินหน้าอย่างมั่นคง

เขายังชี้อีกว่า เจ้าของและผู้บริหารควรสนับสนุนให้พนักงาน ใช้เทคโนโลยีและ AI เป็น “ผู้ช่วย” เพื่อลดความซับซ้อนของงานประจำ และประหยัดเวลางานที่ใช้แรงเยอะแต่สร้างมูลค่าไม่มาก

เพราะในมุมมองของเขา “พนักงานที่ใช้ AI ได้คล่อง คือคนที่มีทั้งศักยภาพและประสบการณ์ทำงานจริง” และคือกำลังสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างชาญฉลาด

สรุป: ธุรกิจความงามยุค AI ชนะด้วย “กลยุทธ์ + คน + เทคโนโลยี”

จากภาพรวมของงาน GAIN Business CEO Forum จะเห็นชัดเจนว่า การจะพาธุรกิจคลินิกความงามให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุค AI ต้องคิดแบบ 3 มิติไปพร้อมกัน:

  • มิติธุรกิจและกำไร – ใช้ AI บริหารต้นทุน การตลาด และกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพ

  • มิติคนและประสบการณ์ลูกค้า – ให้ความสำคัญกับทีมงาน วัฒนธรรมองค์กร และการสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้ารู้สึกอยากบอกต่อ

  • มิติเทรนด์และความเร็ว – เข้าใจเทรนด์ Fast Aesthetic และใช้ AI เป็นตัวเร่งสปีดการตัดสินใจและการลงมือทำ

สำหรับเจ้าของคลินิก ผู้บริหาร และทีมงานสายความงาม สิ่งที่น่าหยิบกลับไปใช้ได้ทันทีคือแนวคิดนี้:
อย่ามอง AI เป็นคู่แข่ง แต่ให้มองว่าเป็นผู้ช่วยเสริมพลังให้คนธรรมดาทำงานได้ในระดับมือโปร เมื่อคนเก่ง + เครื่องมือดีเดินไปด้วยกัน ธุรกิจจึงจะ GLOW ON ได้จริงในระยะยาว